Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 114 : PART 108 : ไดเอียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jisoo talk...



"ทุกคน" 

ทำไมฉันถึงรู้สึกมึนได้ขนาดนี้นะ

"จีซู" 

นั่นเสียงใครกันคะ ไม่คุ้นเลย ฉันจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ฉันเห็นเงาอันเลือนลางของเขา

"ทุกคน..." แต่เขาใส่หมวกปิดบังใบหน้าตัวเอง "คุณ?...คุณเป็นใคร" ฉันถามเขา 

ฉันรู้สึกได้ว่าเขามองฉันอยู่ก่อนที่เขาจะใช้มือลูบหน้าฉันอย่างเบามือแล้วบอกฉันว่า "ข้าเป็นพี่ของเจ้า" 


"พี่...พี่ของฉัน?" พี่ของฉันงั้นเหรอ 'ใคร?' 

"ข้าคือไดเอียน" ไดเอียนเหรอคะ 

"ไม่ๆๆ ไม่!!!"  ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา 'ฝันเหรอเนี่ย' แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนล่ะคะ 

ฉันลุกขึ้นนั่งบน 'เตียง?' ฉันนั่งอยู่บนเตียงขนาดเล็กเหมือนเตียงทหารเลยคะ และเหมือนเตียงนี้จะถูกวางไว้กลางห้องโล่งๆ เพียงเตียงเดียว สภาพห้องยังกะห้องร้างแหน่ มีทั้งเศษฝุ่นและหยากไย่ ฉันว่ามันต้องมีแมงมุมด้วยแน่ๆ แต่แปลกนะคะ ฉันจำได้ว่าเราอยู่ในเขตหนาวของอกาธัซไม่ใช่เหรอคะ แต่ทำไมมันอุ่นจัง



เปร๊าะๆๆ



คงเป็นเพราะห้องนี้มีเตาผิงนี่เอง แต่...'แล้วคนอื่นๆ ไปไหนกัน'

"ทุกคน" ฉันเรียก

"..." แต่ทุกอย่างกลับมีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้น ทำไมถึงทิ้งฉันไว้ตรงนี้แค่คนเดียวนะ

"ทุกคนค่ะ"

"ฟื้นแล้วเหรอน้องพี่"

ฉันหันไปตามเสียงนั้นและก็ต้องตกใจกับชายตรงหน้า 'ไม่ ต้องไม่ใช่' ฉันได้แต่คิด ฉันต้องฝันซ้อนฝันแน่ๆ ไม่ก็จิตหลอนเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้า

"รู้สึกดีขึ้นยัง" เขากำลังเดินเข้ามาหาฉัน "เจ้าคงตื่นกลัว เพราะงั้น..."

"ถอยไป!" 

ฉันร้องปรามเขาไว้ ฉันต้องการอาวุธ 'กำไลเวทย์' แต่มันไม่ได้อยู่บนข้อมือฉันแล้ว ถ้าใช้อาวุธจากกำไลไม่ได้ งั้นฉันต้องพึ่งอาวุธของตัวเองแล้วล่ะ ฉันเพ็งสมาธิทั้งหมดที่สามารถทำได้ในตอนนี้ไปไว้ที่จิต ก่อนจะเพ็งเป้าหมายไปที่เขา แต่...

"..." 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 'ทำไม' และฉันก็ได้คำตอบเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ 'หินต้นกำเนิด'

"อย่าทำร้ายพี่เลย พี่ไม่ได้คิดจะทำร้ายเจ้า" เขาเดินมาจะถึงเตียงแล้วค่ะ "จีซู..."

"อย่านะ!" ฉันร้องห้ามแล้วกระโดดลงจากเตียงไปอีกด้าน ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าเรายืนเผชิญหน้ากันโดยมีเตียงกั้นกลางไว้

"จีซู"

"แกฆ่าเพื่อนฉัน แกฆ่าเพื่อนฉันใช่มั๊ย แกฆ่าพวกเขาทุกคน แกฆ่าพวกเขา" ฉันว่าที่ฉันไม่เจอคนที่เหลือ คงเป็นเพราะแบบนี้แน่เลย

"จีซู เจ้าฟังพี่ก่อน"

"แกฆ่าพวกเขา แล้วพาตัวฉันมาที่นี่ แกต้องการจะทรมานฉัน ทรมานในแบบที่แม่แกเคยทำ แกต้องการอย่างนั้นใช่มั๊ย" ฉันถามผู้ชายตรงหน้า

"ไม่จีซู เพื่อนเจ้ายังไม่ตาย"

"โกหก! อย่ามาหลอกฉัน คนอำมหิตอย่างพวกแก ไม่มีทางปล่อยเราไปแน่" ฉันจะไม่ยอมเชื่อเขาหรอก

"ตอนนี้เจ้าแค่กลัวจีซู เจ้าต้องสงบจิตสงบใจเสียก่อน" 

ฉันกลัวอย่างงั้นเหรอ คงใช่ ฉันกำลังกลัวจริงๆ ฉันกลัวเพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ฉันควรอยู่ ฉันกลัวเพราะตอนนี้ฉันเหลือตัวคนเดียวแล้ว และฉันกลัวที่จะต้องอยู่กับคนตรงหน้า

"จีซู ใจเย็นๆ" เขาว่าแล้วค่อยๆ เดินอ้อมเตียงมาหาฉันอย่างระวัง ในขณะที่เขาก้าวเข้ามา ฉันก็ถอยหลังหนี 

"จีซู มาเถอะ มาหาพี่" เขายื่นมือมาให้ฉัน ไปหาเขาเหรอค่ะ ฉันจะไว้ใจเขาได้ยังไง "จีซู มาเถอะ" เขารีบก้าวมาใกล้

"หยุดนะ!" ฉันรีบคว้าท่อนไม้จากเตาผิง ปลายท่อนไม้ติดไฟสีส้มแดง คงร้อนน่าดูแน่เลยท่าเพียงเผลอไปแตะ "ถ้าแกเข้ามา ฉันฟาดไม่ยั้งแน่" ฉันว่า

ฉันไม่ใช่แค่ขู่นะคะ แต่ฉันเอาจริง สายตาของเขามันเหมือนผิดหวังเลยค่ะ ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาผิดหวังเรื่องอะไร แต่ฉันไม่ได้แคร์อะไรขนาดนั้นหรอกนะ

"พี่ไม่ได้คิดจะทำร้ายเจ้า" เขาบอกฉัน สายตาหม่น 

"เล่นละครเก่งนิ่" ฉันว่าให้เขา "ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ ทำเหมือนว่าฉันจะลืมเรื่องในอดีตที่พวกแกเคยทำไว้ได้อย่างนั้นแหละ" ตอนนี้ฉันรู้ตัวค่ะว่าฉันกำลังโมโห รู้ดีเลยล่ะ

"ข้าไม่ได้หวังให้เจ้าลืมมัน แต่ข้าหวังเพียงโอกาส"

"โอกาส? โอกาสอะไร" ฉันถาม 

ทำไมเขามองฉันอย่างนี้ล่ะคะ มันไม่ใช่สายตาของศัตรู ไม่ใช่สายตาของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อ มันเป็นสายตาของ...

"โอกาสของการเป็นพี่" 

ใช่ค่ะ มันเหมือนสายตาของพี่ที่มองน้อง สายตาของความห่วงใย และฉันก็เห็นถึงความกลัวและความคาดหวังเล็กๆ ที่อยู่ในดวงตาคู่นั้น นี่มันทำให้ฉันสับสนนะ

"จีซู ขอโอกาสให้พี่ได้ชดใช้เถอะ" 

เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉัน ฉันสับสนอะ เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ถ้าเขาว่าพวกเพื่อนฉันยังไม่ตาย แล้วไหนล่ะ พวกเขาอยู่ไหน

"จีซู มาหาพี่เถอะ"

"ไม่!"



ตุ้บ!



"อ่าห์!" ดับป์ร้องเสียงหลงเมื่อโดนท่อนไม้ตีไฟฟาดลงยังมือที่เขายื่นมาหาฉัน 

"จีซู"



ตุ้บ!



"อ่าห์!"

ฉันฟาดอีกครั้งที่ต้นแขนของเขา ก่อนจะโยนไม้ทั้งท่อนใส่ตัวเขา

"อ่าห์!!!" ไดเอียนร้องเสียงนั่งตัวงออยู่ที่พื้น ฉันจึงอาศัยโอกาสนี้วิ่งหนีออกมา

"นายท่าน เกิดอะไรขึ้น"



อั๊ก! 



ฉันวิ่งชนลูกน้องของไดเอียน จนคนคนนั้นเซออกด้านข้าง แต่ฉันต้องหนีออกไป ฉันต้องออกไปตามหาพวกเขาที่เหลือ

"ท่าน" ชายฉันที่ถูกฉันชนกำลังจะวิ่งตามมา แต่...

"ปล่อยนางไป!" ไดเอียนร้องปรามเขาไว้ก่อน

"นายท่าน ท่านได้รับบาดเจ็บ" 

ฉันหันกลับไปมอง เห็นลูกน้องคนนั้นกำลังวิ่งไปหาไดเอียน ผู้ซึ่งกำลังนั่งกุมท้องอยู่ที่พื้น เขามองมาที่ฉันสายตาหม่นเชิงเว้าวอน เขาเป็นคนบีบให้ฉันทำอย่างนั้นเองนะคะ เพราะงั้นฉันต้องไม่รู้สึกผิด ฉันจึงรีบวิ่งออกมา แต่ฉันจะไปไหนล่ะ

"ทุกคน!" 

ที่นี่มันใหญ่เหมือนกันนะคะ แต่ติดตรงที่มันเหมือนปราสาทร้างไปหน่อย ไม่มีพรม ไม่มีรูปแขวน ไม่มีไม้ประดับ เฟอร์นิเจอร์สักตัวก็แทบไม่มี ไม่เหมือนวังไอซีริชที่หรูหราของลีนานเลย ที่นี่เก่าโทรม พื้นหินเต็มไปด้วยฝุ่น แค่เท่าเปล่าๆ ของฉันเหยียบลงไปในครั้งเดียวมันก็ดำสนิทแล้วอะ แถมหยากไย่ตามฝาเพดานตามซอกมุม เศษใบไม้แห้ง เศษหิมะ แต่จะมีหิมะเข้ามาในนี่ได้ไงกันคะ และฉันก็ได้คำตอบเมื่อแหงนหน้าขึ้นไปแล้วพบว่า หลังคาบางจุดของอาคารเปิดออกเปิดวงกว้าง ที่นี่เคยเกิดสงครามหรือไงกัน หวังว่าชีวิตฉันคงจะไม่พังเหมือนอาคารหลังนี้นะ

"ทุกคน!" 

ฉันวิ่งไปทั่วชั้น แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงใคร หรือพวกเขาจะอยู่ข้างล่าง ฉันจึงวิ่งลงมาอีกชั้น พร้อมตะโกนไปด้วยว่า "ทุกคน! พี่ชูก้า! เจนนี่! ลิซ่า! โรเซ่!" 

"โรเซ่..." โรเซ่เหรอคะ ตอนนั้นฉันเห็นธนูปักเข้าที่อกของเธอเต็มๆ ฉันเห็นแววตาสุดท้ายของเธอ ความเศร้าจากการพลัดพราก

"โรเซ่! โรเซ่!" จากเรียกหาทุกคน ตอนนี้ฉันหันมาเรียกหาโรเซ่แทน ถ้าใครคือคนที่ฉันห่วงมากตอนนี้น่าจะเป็นเธอ ฉันอยากเห็นหน้าของเธอ อยากรับรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

"โรเซ่! โรเซ่! โร..."

"จีซู!" เสียงพี่ชูก้านิ่คะ

"พี่ชูก้า! พี่ชูก้า!" ฉันเริ่มออกวิ่งและร้องเรียกอีกครั้ง 'ขอร้องล่ะ ตอบรับฉันอีกสักครั้งเถอะ'

"พี่ชูก้า! พี่ชูก้า!"

"จีซู!/พี่จีซู!/ยัยหนู!" 

เสียงพวกเขา! เสียงพวกเขา! เสียงทุกคน พวกเขายังไม่ตาย! พวกเขายังไม่ตายจริงๆ ด้วย

"ทุกคน! ทุกคนคะ! ทุกคนอยู่ไหน!" ฉันดีใจจนร้องไห้ออกมา

"จีซู!/พี่จีซู! เราอยู่นี่!" 

ฉันรีบวิ่งตามเสียงนั้นไป แต่เสียงที่ก้องและสะท้อนในอาคาร มันทำให้ฉันค่อนข้างสับสนกับทิศทาง

"ทุกคน!" 

ฉันวิ่งไปทั่วอีกรอบ ไม่รู้แหละ ฉันแค่วิ่งไปตามสัญชาตญาณ สัญชาตญาณที่บอกว่า...

"จีซู!" เสียงพี่ชูก้า เสียงเหมือนอยู่ใกล้ๆ นี่เอง

"จีซู!" 

นั่นไงคะ เสียงเหมือนอยู่ใกล้ๆ นี้แหละ แต่ว่าอยู่ไหนล่ะคะ หรือว่าอยู่ในกำแพง นั้นอำมหิตสุดๆ เลยนะ

"ทุกคนๆ"



ตุ้บๆๆ 



"ทุกคนอยู่ในนี้ใช่มั๊ยคะ พวกมันขังทุกคนไว้ในนี่ใช่มั๊ย ทุกคน"



ตุ้บๆๆ



ฉันใช้มือทุบกำแพง

"จีซู" เสียงพี่ชูก้าอีกแล้ว

"คะพี่" ฉันเอาหูแนบกำแพง

"ฉันอยู่นี่" 

"อยู่ไหนล่ะคะ" ฉันถามออกไป แต่จากที่ฉันใช่หูแนบกำแพง ฉันว่าเสียงมันไม่ได้มาจากกำแพงนะ

"เงยหน้าขึ้น" เงยหน้าขึ้น อย่าบอกนะคะว่า...

"ทุกคน! ไปทำอะไรอยู่บนนั้น" ฉันถามเมื่อเห็นว่าแต่ละคนต่างอยู่ในกรงเหล็กสีดำที่ถูกห้อยจากเพดานที่ระดับต่างกันเหนือหัวฉัน

"มากวาดหยากไย่มั้ง โดนขังน่ะสิถามได้" พี่ชูก้าตอบ ฉันไม่น่าถามเลยจริงๆ แล้วฉันจะเอาพวกพี่เขาลงมาได้ยังไงล่ะคะ

ฉันมองกรงเหล็กสีดำทั้ง 'หนึ่ง สอง สาม...แปด หายไปไหนสอง' ใครหายไปกัน 
ตอนนี้ที่ฉันเห็นมี 'พี่ชูก้า เจนนี่ ลิซ่า จองกุก จีมิน พี่จิน เจโฮป แรปมอน แสดงว่า...'

"โรเซ่กับวีล่ะคะ" ฉันถามเมื่อไม่เห็นสองคนนั้น

"..." แต่ไม่มีใครตอบฉันเลย

"เงียบกันทำไมคะ" ทำไมทุกคนก้มหน้านิ่งแบบนี้ล่ะ

"เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา" ฉันถามและเริ่มรู้สึกร้อนที่ตาเพราะกลัวคำตอบ

"เกิดอะไรขึ้นกับโรเซ่ เจนนี่" ฉันถามเจนนี่ แต่เจนนี่กลับไม่ตอบ แถมยังทำท่าทางเหมือนลำบากใจอีกต่างหาก ถ้าเจนนี่ไม่ตอบ "ลิซ่า ยัยโรเซ่ล่ะ" 

"พี่จีซู" ลิซ่าเรียกฉันเสียงค่อยก่อนจะพูดต่อว่า "ฉันไม่รู้"

"ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้หมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้นกันแน่" ฉันโวยวายขึ้นแล้วน้ำตายก็ไหลออกมา 'โรเซ่' มันต้องไม่จบแบบนี้สิ

"ฉันขอโทษพี่จีซู มันเป็นเพราะฉัน ฉันเลือกผิดเอง ฉันพาทุกคนมาตายค่ะพี่" เจนนี่ว่าแล้วค่อยๆ นั่งลงกับพื้นกรงแล้วร้องไห้ออกมา

"ไม่ ไม่ ไม่ ไม่จริง โรเซ่ยังไม่ตาย วียังไม่ตาย พวกเขายังไม่ตาย!" ฉันก้าวถอยหลังจนหลังชนมุมห้อง "ไม่ ไม่ ไม่ ไม่หรอก ฮือๆๆ" ฉันทรุดตัวลงนั่งร้องไห้

"ฉันขอโทษค่ะพี่ ฮือ~" 

"ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกเจนนี่" จีมินว่าน้ำตาไหลลงข้างแก้ม

"จะไม่ใช่ความผิดของฉันได้ยังไง!" เจนนี่พูดเสียงดัง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ฉัน เจนนี่และจีมินแล้วค่ะที่ร้องไห้ แต่ทุกคนก็กำลังเสียใจเหมือนกัน

"เรากำลังจะกลับอกาธอนแท้ๆ แต่เป็นฉันเองที่บังคับทุกคนมา"

"เธอไม่ได้บังคับเราเจนนี่" จีมินบอกเจนนี่ ผู้ที่กำลังเอาแต่โทษตัวเอง

"ไม่! ฉันบังคับทุกคน"

"ไม่ ไม่หรอก" แรปมอนเอ่ยขึ้น "น้องไม่ได้บังคับพวกพี่ พวกพี่มาเพราะเราเป็มทีม"

"ก็เพราะเราเป็นทีมไงคะ ฉันถึงเสียใจ เราควรตายด้วยกันไม่ใช่เหรอ ฉันรู้ว่าโรเซ่ไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรกหรอก แต่เพราะฉัน เธอถึงต้องมา"

"เลิกโทษตัวเองสักที!" จีมินตวาดขึ้น "ถ้าจะผิดก็ผิดกันหมดนี่แหละ ผิดที่เราดูแลกันไม่ดีพอ มันไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนนึง เข้าใจไหม!" 

จีมินคงเหลืออดจริงๆ แล้วห้องทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง เราควรทำไงยังไงดีคะ จะไปทางไหนดี แต่ฉันยังไม่ทันได้คิดก็ปรากฏกลุ่มคนจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมหอกและโล่ไม้ ฉันจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปอยู่ใต้กรงขังของพวกเราที่เหลือ กลุ่มคนพวกนั้นยืนอ้อมฉันไว้เป็นวงกลม

"ต้องการอะไร พวกแกต้องการอะไรอีก!" ฉันถามออกไปน้ำตานองหน้า "ชีวิตไหน พวกแกอยากได้ชีวิตไหน!" 

"เราไม่ต้องการชีวิต" 

ฉันหันไปตามเสียง ไดเอียนเดินนำลูกน้องคนที่ฉันวิ่งชนเข้ามา เขาเดินใช้มือกุมท้องตัวเองมา นี่โง่หรือไงนะ แทนที่จะไปทำแผลกลับมาเสียเวลากับพวกฉัน หรือว่าอยากจะฆ่าพวกฉันจนอดใจไม่ไหว

"ฮึ ไม่ต้องการชีวิต งั้นต้องการอะไร" ฉันถาม

"พี่บอกเจ้าไปแล้ว ว่าพี่เพียงต้องการโอกาส" เขาดูเหมือนจะจริงจังนะคะ แต่จะให้ฉันเชื่อเขาอย่างนั้นเหรอ

"งั้นก็ปล่อยพวกเขา" ฉันบอก แต่เขากลับตอบว่า...

"ไม่ได้" ไหนบอกว่าต้องการโอกาสไงคะ

"ทำไมถึงไม่ได้" ฉันถาม

"ถ้าข้าปล่อยทั้งที่พวกเจ้ายังไม่เชื่อใจข้า พวกเจ้าคงคิดจะหาแต่ทางหนีและคงไม่สนใจเหตุผลของข้า"

"มีเหตุผลอะไรที่เรายังต้องฟังอีกเหรอ" แรปมอนเอ่ยขึ้น

"ข้ารู้ เจ้าคงแค้นข้าเรื่องน้องของเจ้า แต่ข้ารับประกันได้ว่านางยังปลอดภัยถึงจะสาหัสไปสักหน่อย"

"พวกฉันจะเชื่อได้ยังไง" เจนนี่ถามขึ้น 

ไดเอียนหันมามองฉัน สายตาเขาเหมือนถามฉันว่า 'เจ้าเชื่อข้าหรือเปล่า' แต่ฉันตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้เพราะความสับสนกับคำพูดและการกระทำของเขา 'ฉันควรจะเชื่อเขาดีไหม' คำถามนี้ ฉันยังถามตัวเองอยู่เลย

"คาลาซัส" ไดเอียนเรียกดาบออกมา เขายื่นดาบมาให้ฉันแล้วบอกว่า "ถ้าข้าตุกติก เชิญเจ้าลงดาบได้เลย" เขาพูดจริงเหรอคะ

"รับไปสิ" ฉันยิ่งสับสนนะเนี่ยที่เขาทำอย่างนี้ 

"รับมาเลยจีซู" พี่จินบอกฉัน ก็ได้ค่ะรับก็รับ 

ฉันรับดาบนั่นมาจากเขา แต่ในขณะที่รับมา สายตาฉันก็พลันเล็งเห็น 'แหวน' ฉันรับดาบมาแล้วแต่ในหัวยังสงสัยเรื่องแหวนอยู่ มันไปอยู่กับเขาได้ยังไงกัน หรือเขายึดมาจากเจนนี่ แต่ถ้ายึดแล้วทำไมต้องใส่ ในเมื่อไม่ใช่ของตัวเอง หรือว่าจะใช่ แต่ถ้าใช่ แล้วที่เจนนี่บอกว่เราต้องการเขาล่ะ เราต้องการไดเอียนอย่างนั้นเหรอ 'โอ้ย! สับสนจัง'

"แค่โอกาสเดียว" ฉันบอกเขา

"แค่นี้ก็พอแล้ว" ไดเอียนว่าก่อนจะเริ่มเกริ่น "เรื่องทั้งหมด มันเริ่มจากที่ท่านแม่จับได้ว่ามนตร์ของท่านที่ผูกท่านพ่อไว้ได้เสื่อมลงแล้ว" เรื่องนี้พ่อฉันก็เคยบอก

"ท่านแม่จึงส่งคนออกหาตัวผู้ที่คลายมนตร์สะกดนั้น จนพบว่าเป็นแม่ของเจ้า และท่านยิ่งแค้นเข้าไปอีก เมื่อรู้ว่าไม่ได้มีแค่นาง" 

ไดเอียนหยุดเล่าและจ้องมองฉัน จะมองอะไรอีกล่ะ

"หากแต่ยังมีเจ้า เด็กหญิงวัยสิบขวบ อีกสิ่งที่แม่ข้าแค้นคือ ท่านไม่ได้เพียงเพิ่งโดนหลอก หากแต่ท่านโดนหลอกมานานเป็นเวลากว่า 11 ปี" 

สายตาเขาเหมือนจะถามฉันว่า 'เจ้าเขาใจความแค้นใช่ไหม' ใช่ค่ะ ฉันเข้าใจมันดี

"ตอนนั้นข้าอายุ 16 ดูเธอร์ 20 ดับป์ 12 พวกเราโดนท่านแม่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าสงครามจะนำเรากลับบ้าน กลับคืนอกาธัซที่ลักซ์ยึดครอง เราต้องทวงคืนแผ่นดินเกิด ไม่คบค้าสมาคมกับอกาธอนหรือแม้แต่ทาธารัส" 

นอกจากจะสะกดพ่อฉันแล้ว คาร์เมนยังสั่งสอนลูกไปผิดๆ อีกด้วย คนเราช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นซะจริง

"ตอนนั้นข้ายังเด็ก ข้าไม่เข้าใจเหตุผลของท่านพ่อหรอก และไม่เข้าใจด้วยว่าความรักที่แท้จริงเป็นเช่นไร เพราะงั้นข้าถึงคิดว่า สิ่งที่ท่านพ่อทำคือการทรยศเรา" 

ไดเอียนหลุบตามองต่ำเหมือนรู้สึกผิด เขานิ่งอยู่อย่างนั้นสักครู่ มันลำบากใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ

"รวมถึงแค้นเจ้ากับแม่ที่เป็นสาเหตุให้ท่านพ่อคิดทรยศ เพราะเหตุนี้ข้าถึงไม่ได้คัดค้าน และแค่ยืนดูเจ้ากับแม่โดนทรมานอยู่เฉยๆ" 

ฉันยังจำวันนั้นได้ดีขึ้นใจ วันที่คาร์เมนจับตัวฉันกับแม่ไปยังเขตฝนของอกาธัซ ใจกลางจตุรัสเขตฝน นางและดูเธอร์ทรมานเราท่ามกลางสายตาพวกคนโฉดชาวอกาธัซ ไดเอียนและดับป์ยืนอยู่ด้านหลังเยื้องนางออกไป ดับป์ปรบมือหัวเราะชอบใจในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของฉันกับแม่ ในขณะที่ไดเอียนยืนยิ้มเย้าะฉันกับแม่อย่างสะใจ ฉันจำแววตาของพวกเขาได้ดี รวมทั้งเสียงจากคนโฉดพวกนั้น

"ฆ่ามัน ฆ่ามัน" ฉันเอ่ยขึ้นน้ำตาไหลริน

"จีซู" ไดเอียนเอื้อมมือจะเช็ดน้ำตาให้ฉัน

"ไม่!" ฉันปรามเขาไว้พร้อมชี้ดาบไปที่เขา "ไม่ต้อง ฉันจัดการตัวเองได้" ฉันว่าแล้วใช้มือข้างหนึ่งเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ ไดเอียนค่อยๆ ลดมือลง 

ฉันเห็นนะ เห็นน้ำตาในดวงตาเขา เขารู้สึกผิดล่ะสิ ใช่! เขาควรรู้สึกแบบนี้ไปตั้งนานแล้ว

"ข้าขอโทษนะ"

"เล่าต่อเถอะ" ฉันบอกเขาอย่างไม่สนใจ และเขาดู 'เสียใจ' เสียใจงั้นเหรอคะ ฉันสิทั้งเสียใจและเจ็บใจ การถูกประณามท่ามกลางฝูงคนแบบนั้น เขาจะรู้ไหมว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน

"เมื่อทรมานพวกเจ้าเจียนตาย ท่านแม่ก็สั่งให้คนของท่าน เอาเจ้ากับแม่ไปทิ้งที่ทาธารัส เพื่อหวังให้พวกเจ้าแข็งตายและปล่อยให้เป็นอาหารของสัตว์ป่าไปซะ" 

นี่ไม่คิดจะเหลือซากศพของเราไว้ด้วยซ้ำ นางเกลียดฉันกับแม่ขนาดนี้เลยเหรอ

"จากนั้นท่านแม่ก็ถึงนำเรื่องไปแจ้งกับท่านพ่อว่าเจ้ากับแม่ได้ตายแล้ว"

"เลว" ฉันได้ยินเสียงพี่ชูก้าแว่วมา ไดเอียนจึงหันไปมองพี่เขาแวบนึง ก่อนจะพูดว่า...

"ใช่ นั้นคือสิ่งเลวร้าย แต่เจ้าก็ต้องเข้าใจว่าคนที่โดนหลอกและโดนหักหลังมาเป็นสิบๆ ปีจะรู้สึกยังไง" เขาว่าอะไรนะคะ

"เข้าใจแน่" ฉันขัดขึ้น "ข้าเข้าใจว่าแม่เจ้าไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่ต้นที่จะทำกับเราอย่างนี้" ฉันรู้สึกเหมือนอารมณ์พุ่งพลานจนเผลอกดดาบลงไปที่อกเขา

"โดนหลอก โดนหักหลังงั้นแหละ แม่เจ้าไม่มีสิทธิ์ใช้คำนี้ด้วยซ้ำ เพราะอะไรรู้มั๊ย" 

ฉันมองตาเขานิ่ง เขาไม่หลบตาฉันเลยและก็ไม่ถอยด้วยเมื่อดาบถูกกดลงไปที่อกเสื้อข้างซ้าย แต่กลับรอที่จะฟังฉัน

"เพราะนางไม่ได้โดนหลอก นางต่างหากที่หลอกพ่อข้า ใช้มนตร์ดำบังตาเขามา 20 กว่าปี กับอีแค่โดนเอาคืน 10 กว่าปีกลับรับไม่ได้ ยังซ้ำเติมท่านพ่อด้วยการทำร้ายคนที่ท่านรัก ปล่อยให้ท่านต้องทุกข์ใจ ความรักสำหรับแม่เจ้าคืออะไรกันไดเอียน" 

ฉันถามออกไป ไดเอียนมองหน้าฉันนิ่ง เขาไม่ได้โกรธหรือแสดงอาการว่ากำลังโกรธ หากแต่สายตานั้นบอกว่าเข้าใจ เขาเข้าใจที่ฉันพูดจริงเหรอคะ

"นั่นแหละที่ข้าสงสัย" 

"อะไรนะ" ฉันถามเขา

"ความรักสำหรับแม่ข้าคืออะไร" เขามองฉันนัยน์ตาเศร้า เขาพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงกัน 

"ข้าได้คำตอบนี้ หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่นาน" คำตอบงั้นเหรอคะ "หลังจากที่ท่านพ่อรู้ ท่านก็ทุกข์ใจอย่างที่เจ้าว่า ท่านไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่นอน ไม่ทำการทำงาน ในตอนนั้นท่านขาดซึ่งความเป็นผู้นำ" ตอนนั้นพ่อต้องรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นแน่ แค่คิดภาพตามน้ำตาฉันก็ไหลแล้ว

"ด้วยเหตุนี้ ท่านแม่จึงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง และแต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นผู้นำ โดยบอกชาวอกาธัซว่าท่านพ่อป่วยหนักจึงยกตำแหน่งนี้ให้ท่านดูแลแทน แต่จริงๆ แล้วท่านแม่จับท่านพ่อไปขังไว้ในคุกใต้ดินไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน โดยหมอบหมายให้ข้าเป็นคนเฝ้าดู" แต่พ่อไม่เคยบอกว่าคนที่เฝ้าพ่อคือไดเอียนเลยนะ

"จริงๆ แล้วข้าได้รับคำสั่งแค่เฝ้าดูเท่านั้น ห้ามพูด ห้ามคุย ห้ามให้น้ำหรืออาหาร นี่คือกฎของท่านแม่" และมันคือวิธีทรมานเพื่อหวังให้พ่อฉันตาย "แต่ข้าอดไม่ได้จริงๆ" ไดเอียนว่า 

พอเล่าถึงตอนนี้สายตาเขาดูสับสนไปจากเดิมค่ะ เหมือนคนสองจิตสองใจที่ไม่รู้ว่าจะไปทางซ้ายหรือทางขวาดี และฉันก็กำลังสับสนเหมือนกันว่าควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อเขาดี

"เพราะข้าเห็นท่านพ่อโศกเศร้าเกินจะเข้าใจ ข้าถึงเอ่ยปากถามท่านว่า เหตุใดท่านจึงเสียใจได้ถึงเพียงนี้ รู้ไหมว่าท่านตอบข้าว่าคืออะไร" เขามองหน้าฉัน หาคำตอบในตาฉัน แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้ฉันถึงอยากรู้มากๆ ว่าพ่อตอบว่าอะไร

"มันคือ 'ความรัก' คำสั้นๆ แค่สองพยางค์แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความหมาย อารมณ์ และความรู้สึกของชายตรงหน้า ข้ารับรู้ได้จากน้ำเสียงและแววตาของท่าน" ตอนนี้เหมือนไดเอียนจะเข้าไปอยู่ยังโลกของตัวเองแล้วค่ะ

"ไดเอียน..." เขาเอ่ยขึ้น "เจ้ารู้หรือไม่ หากเจ้ารักใคร เจ้าจะไม่มีวันทำร้ายเขา พ่อไม่ได้ต้องการหักหลังเจ้า เพียงแต่พ่อต้องการจะช่วย ช่วยเจ้าและชาวอกาธัซของพ่อ พ่ออยากช่วยเปลี่ยนความมืดที่ปกคลุมในใจเราเป็นแสงสว่าง แสงสว่างที่จะนำทุกคนไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม แสงสว่างที่จะนำความสงบและสันติมาสู่เรา" ไดเอียนว่าแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา แต่เขาก็รีบปาดมันออกก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วบอกฉันว่า...

"ข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อจะจำได้ไหมว่าเคยพูดแบบนี้กับข้า เพราะตอนนั้นสติท่านคงลดเลือนไปแล้ว แต่ข้ากลับจำได้ขึ้นใจ และเพราะคำพูดนี้ ข้าถึงพบว่าแสงสว่างในใจข้ามันคืนกลับมาอีกครั้ง" 

ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ก่อนหน้าฉันโกรธเขาจนแทบอยากจะฆ่า แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกอีกอย่าง เขาทำให้ฉันสับสนแบบนี้ได้ยังไงกัน

"และนั้นมันทำให้ข้าเข้าใจว่า สิ่งที่ท่านแม่ทำไม่ใช่ความรัก เหมือนเช่นที่ข้าไม่ใช่ลูกรักของท่าน" 

เมื่อเช้าฉันกับพี่ชูก้าก็เพิ่งเถียงกันเรื่องลูกรักมาเหมือนกันนะคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าไดเอียนก็น้อยใจเป็นเหมือนกัน

"เจ้ารู้ใช่ไหมว่านอกจากพละกำลังที่เหลือเฟือแล้ว ข้าก็ไม่มีพลังวิเศษอะไรเลย ในขณะที่ดับป์สามารถสร้างกองทัพผู้ถูกเปลี่ยนได้ และดูเธอร์สามารถฆ่าคนได้เป็นสิบในครั้งเดียวเหมือนเช่นเจ้า" ใช่ค่ะ ฉันมีพลังที่คล้ายกับดูเธอร์

"เพราะท่านแม่คิดว่าข้ามีแต่กำลังไม่มีสมอง ท่านถึงส่งข้ามาดูแลเขตหนาว ชายแดนที่ห่างไกลจากท่าน ท่านไม่เคยเรียกข้าเข้าประชุมด้วยซ้ำ แถมยังส่งคนของพี่มาจับตาดูข้าอีกต่อหนึ่ง ก็พวกคนที่โดนฆ่าไปนั่นแหละ เป็นเจ้า เจ้าจะรู้สึกยังไง" น้อยใจสิค่ะ ใครเจออย่างนี้จะไม่น้อยใจบ้างล่ะ

"จนบางครั้งข้าก็คิดนะ ว่าถ้าหากข้าหมดประโยชน์เช่นท่านพ่อ ท่านแม่จะเก็บข้าไว้หรือไม่" สีหน้าเขาสลดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ จนฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว 

"ฮึ ข้ามันไม่มีสมองจริงๆ เล่าเรื่องไม่เป็นเรื่องให้พวกเจ้าฟังอยู่ได้ งั้น...กลับเข้าเรื่องท่านพ่อดีกว่า ข้าเล่าถึงไหนแล้วนะ..." 

ถึงไดเอียนจะพูดแบบนั้นและทำเหมือนไม่สนใจหรือไม่รู้สึกอะไร แต่ฉันรู้สึกนะ ฉันกลับเข้าใจเขาจนค่อยๆ ลดดาบลงมา และเมื่อไดเอียนสังเกตเห็นเขาก็ส่งยิ้มน้อยๆ ให้ฉันเป็นเชิงบอกว่า 'ขอบใจนะ' ก่อนจะพูดต่อว่า...

"อ้อ...ถึงตอนที่ข้าคิดได้สินะ หลังจากที่ข้าคิดได้ ข้าก็เริ่มแอบเอาอาหารและน้ำไปให้ท่านพ่อ แต่ท่านพ่อก็ไม่ยอมกิน ไม่ยอมดื่มเช่นเดิม ใจข้าคิดตลอดว่าหากเป็นเช่นนี้ สักวันท่านพ่อคงสิ้นลมแน่ และมันก็เกือบเป็นเช่นนั้นจริงๆ" 

ดูเหมือนทุกคนจะตั้งใจฟังกันมากๆ เลยนะคะ แต่สงสัยจะตั้งใจฟังเพื่อจับผิดแหงๆ

"วันนั้นข้าไปเฝ้าท่านพ่อตามหน้าที่ พอไปถึงก็พบว่าท่านนอนหันหลังอยู่ จึงปล่อยให้ท่านพักผ่อนต่อไป แต่ยิ่งปล่อยไว้ข้ายิ่งเห็นถึงความผิดปกติ เพราะท่านนอนนิ่งไม่ขยับเลย ข้าจึงเรียกท่าน แต่ท่านก็ไม่ขานรับ ข้าเรียกครั้งที่สอง สาม สี่ก็แล้ว ท่านก็ยังนิ่งอยู่ ด้วยความกังวลข้าจึงเปิดลูกกรงและเข้าไปหาท่าน แต่ภาพที่เห็นมันทำให้ข้าแทบล้มทั้งยืน" 

ฉันยังเห็นอยู่เลยว่าเขายังช็อคกับเหตุการณ์นั้นอยู่ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานานแล้ว ดูได้จากแววตาของเขา

"ท่านนอนหายใจรวยรินเหมือนคนใกล้ตาย เมื่อข้าเขย่าท่านก็ไม่ตอบสนอง เมื่อข้ายกแขนขึ้น แขนท่านก็ตกลงมาเพราะหมดแรง ท่านคงไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลืมตา แต่ข้าได้ยิน ได้ยินชื่อของคนสี่คนที่ท่านเอ่ยเป็นครั้งสุดท้าย" 

"ชื่อของคนสี่คน?" ฉันอยากรู้จัง

"ซูริน จีซู ลักซ์ และลีนาน นี่เป็นชื่อทั้งสี่ที่ท่านเอ่ยขึ้น ข้าไม่รู้ความหมายที่แน่ชัดของชื่อทั้งสี่นี้หรอกนะ แต่ใจข้าบอกว่าถ้าจะมีใครที่จะช่วยพ่อได้ คนเหล่านี้คือคนที่ข้าควรไปหา"

"แล้วเจ้าทำยังไง" เจนนี่เอ่ยถาม 

ไดเอียนมองหน้าฉันก่อนจะตอบว่า "ถ้าพี่รู้ว่าเจ้ายังอยู่ พี่คงพาท่านพ่อไปหาเจ้าแล้ว แต่เพราะพี่คิดมาตลอดว่าเจ้ากับแม่คงตายแล้ว พี่จึงเหลือตัวเลือกแค่สองตัวเลือก แต่พี่ก็ไปหาลักซ์ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะกว่าพี่จะไปถึงคงโดนอกาธอนัสที่ชายแดนฆ่าตายแน่ เพราะงั้นพี่ถึงเลือกไปหาลีนาน" มันไม่ตรงกับที่พ่อเล่าเลยนะคะ

"แต่พ่อบอกว่าท่านถูกนำมาทิ้งที่เขาทาธารัส" ฉันแย้ง

"นั่นเพราะลีนานบอกท่านอย่างนั้น ซึ่งข้าเป็นคนขอร้องนางเอง" 

เดี๋ยวขอฉันนึกก่อนนะ วันที่พ่อเล่าเรื่องนี้คือวันที่เราทานดินเนอร์กันสามคน และพ่อบอกฉันกับพี่ชูก้าว่า 'ลีนานบอกพ่อว่า...' จริงๆ ด้วย ลีนานเป็นคนบอกพ่อฉันเอง

"แล้วคุณพาลุงโรมานออกมายังไงโดยไม่ถูกจับได้ครับ" จองกุกถามขึ้น

"เรื่องนี้แหละทำข้าคิดไม่ตก ในตอนนั้นใจข้าตระหนักได้ว่าหากท่านพ่ออยู่ต่อท่านคงไม่รอดแน่ แต่จะพาท่านออกไปยังไงล่ะ ข้าเอาแต่ถามตัวเอง ข้ารู้ดีว่าถ้าข้าบอกท่านแม่ว่าท่านพ่อเสียแล้ว ท่านแม่คงจะยังไม่เชื่อข้าและคงส่งคงมาตรวจสอบอีกเป็นแน่ ดังนั้นทางเดียวที่ข้าจะพาท่านออกไปได้ คือท่านต้องตายจริงๆ"

"ตายจริงๆ?" ไดเอียนทำพวกเราสงสัยนะคะเนี่ย

"ข้าฉีดพิษปลาคางคกให้ท่านพ่อ แล้วไปบอกท่านแม่ว่าท่านพ่อเสีย และก็เป็นอย่างที่ข้าคิดคือท่านแม่ส่งคนมาดูอีกที แต่ด้วยฤทธิ์ของพิษปลาคางคกที่มีผลทำให้อวัยวะทุกส่วนเป็นอัมพาตชั่วคราว พวกนั้นจึงจับผิดข้าไม่ได้ แต่ในตอนแรก ท่านแม่เกือบจะให้คนอื่นเอาศพของท่านพ่อไปทิ้งที่ทาธารัสเหมือนกับเจ้าแล้ว หากแต่ข้าขอไว้ก่อน"

ไดเอียนก้มหน้าลงไปเหมือนจะขำอะไรซักอย่างค่ะ มีอะไรน่าขำนะ นี่ฉันกำลังฟังอย่างตั้งใจเลยนะ กำลังซีเรียสอยู่ด้วย

"คุณขอไว้ยังไง" แรปมอนถาม แต่สรรพนามที่ใช้เรียกแลดูเปลี่ยนไปนะคะ ดูสุภาพขึ้นเยอะเลย

"ข้าบอกท่านแม่ว่า ข้าจะขอจัดการกับคนทรยศคนนี้เอง และบอกท่านว่าถ้าจะทิ้งศพให้ทิ้งตอนกลางคืนดีกว่า เพราะกลางคืนนั้นหนาวกว่ากลางวัน และสัตว์ป่ารวมทั้งพวกตัวเย็นส่วนใหญ่มักออกหากินตอนกลางคืน ถ้าท่านจะกำจัดคนทรยศให้เหลือแค่เพียงชื่อก็จงให้เป็นหน้าที่ของข้า"

"แล้วคาร์เมนก็เชื่อคุณงั้นเหรอ" พี่ชูก้าถาม

"ถ้าไม่เชื่อ ท่านพ่อคงไม่รอดมาจนทุกวันนี้หรอก" 

ฉันรู้แล้วค่ะว่าก่อนหน้านี้ไดเอียนขำอะไร ฉันว่าเขาต้องขำตัวเองแน่นอน จะทำให้คาร์เมนเชื่อต้องระดับดาราฮอลิวู้ดเลยนะคะ แสดงว่าฝีมือการแสดงและวาทะของเขาต้องใช้ได้เลยล่ะ และก่อนหน้าที่เขาบอกว่าคาร์เมนมองเขาเป็นพวกใช้กำลังแต่ไม่ใช่สมอง ฉันว่าเธอมองเขาผิดไปนะคะ ก็ถ้าเขาไม่มีสมองจริงๆ เขาจะรู้จักใช้พิษปากคางคกได้ยังไง ขนาดฉันยังไม่รู้เลย ยิ่งปลาคางคกหน้าตาเป็นยังไงยิ่งแล้วใหญ่ ฉันว่าเขาโคตรของโคตรความฉลาดและเจ้าแผนการเลยแหละ คาร์เมนนะคาร์เมน เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ มีเพชรอยู่ในมือแต่กลับมองเป็นกวาดทราย ตาถั่วได้โล่ห์เลย

"เจ้าบอกว่าเจ้าพาลุงโรมานไปหาลีนานใช่มั๊ย" เจนนี่ถามไดเอียนเหมือนเธอไปรู้อะไรมา

"ใช่ ข้าทำเช่นนั้น" ไดเอียนตอบ

"งั้นก็เป็นเจ้าน่ะสิ" 

"ข้า?" อย่าว่าแต่ไดเอียนเลยคะที่งง ฉันก็งง และทุกคนก็คงงงเหมือนกัน ยกเว้นเจนนี่ที่รู้อะไรอยู่คนเดี่ยว

"ชายปริศนาที่ระเบียงพร้อมของขวัญชิ้นหนัก" ชื่อนิยายเรื่องใหม่เหรอคะ แต่ดูเหมือนไดเอียนจะเข้าใจเพราะเขายิ้มออกมา 

"นางก็ชอบใช้ศัพท์แบบนี้" 

นาง? นางคนไหนคะ ง.งู เต็มหัวแล้วนะเนี่ย ตกลงจะคุยกันให้เข้าใจแค่สองคนหรือไง

"แสดงว่าเจ้าให้แหวนกับลีนานไว้ก่อนกลับอกาธัซ" อ่อ...ลีนานนี่เอง

"ใจจริงถ้าเลือกได้ข้าก็ไม่อยากกลับมา หากแต่ข้าไม่อยากสร้างความลำบากให้คนที่ข้ารัก เพราะถ้าท่านแม่รู้ สงครามคงเกิดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว" 

คนที่ไดเอียนรัก หมายถึงพ่อใช่มั๊ยค่ะ มันต้องหมายถึงพ่อด้วยแหละ ถึงแม้จะมีคนอื่นอยู่ด้วย ซึ่งฉันคงไม่ต้องบอกนะว่าใคร เพราะประโยคถัดไปคงตอบทุกอย่างได้แล้ว

"เพราะงั้นข้าจึงให้แหวนกับนางไว้ เพราะข้ารู้ดีว่าสักวันสงครามต้องเกิดแน่ และหากนางอยากให้ข้าเข้าร่วมกับทาธารัสและอกาธอน ก็ให้นางส่งแหวนนี้คืนเป็นสัญญาณบอกข้า" 

อารมณ์เหมือนตามรักคืนใจเลยอะ ไม่เอาๆ ไม่นอกเรื่อง แต่ไดเอียนไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่หลงเสน่ห์นาง 

"งั้นเจ้าก็เป็นเจ้าของแหวนจริงๆ เหรอ" ฉันถาม ไดเอียนยิ้มน้อยๆ ก่อนบอกฉันเสียงนุ่มว่า...

"พี่เป็นมาตลอดน้องพี่" 

นี้เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่ฉันตื่นเต้นกับคำว่า 'น้องพี่' ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาก็พูดมันมาตลอด มันรู้สึกเหมือนฝันเป็นจริงเลยค่ะ ตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้ว คำตอบที่ฉันเคยถามพี่ชูก้าว่า 'จะมีสักครั้งมั๊ย แค่ครั้งเดียวก็ได้ที่พวกเขาจะเห็นฉันเป็นน้อง รักและเป็นห่วงฉันในแบบที่พี่ชายจะมีให้น้องสาว' ตอนนี้ฉันมีพี่ชายจริงๆ แล้วนะ

"ถ้างั้นแล้วพวกน้องผมล่ะ" แรปมอนถามขึ้น

"สหาย!"



ครึด!!!



"เฮ้ย!/กรี๊ด!" 

ทุกคนในกรงขังกรีดร้องออกมาเมื่อจู่ๆ กรงที่ลอยอยู่สูงทิ้งตัวลงอย่างเร็ว แต่ยังรอยเหนือพื้นอยู่ประมาณ 15 เซน

"ไอ้บ้า! ไม่ตลกนะเว้ย" เจโฮปเผลอพูดออกมา คงรู้สึกเหมือนบั้นจี้จัมป์แน่ๆ เลยค่ะ น่าสนุกจัง

"ปล่อยพวกเขา" ไดเอียนออกคำสั่ง พวกลูกน้องของเขาจึงเข้าไปเปิดประตูกรงขัง

"ขอบใจ" พี่ชูก้าเต็มใจพูดหรือเปล่าค่ะ หน้าโหดไปไหน

"เจนนี่!" 

จีมินเข้าไปพยุงเจนนี่ ผู้ที่เหมือนจะเดินเซออกมาจากกรง หน้าเจนนี่ดูซีดๆ นะคะ สงสัยคงเพราะแผลที่ขา

"สาหัส พานางไปทำแผลก่อน" ไดเอียนสั่งลูกน้อง

"แต่ฉันอยากเจอเพื่อนก่อน"

"ไปก่อนเหอะน่า" จีมินบอกเจนนี่ ทีแรกเจนนี่เหมือนจะไม่ยอมแหละค่ะ แต่เพราะจีมินทำหน้าโหดใส่ เธอถึงอ่อนลง

"ทางนี้ขอรับ" แล้วจีมินก็พยุงเจนนีตามสาหัสออกไป

"ส่วนพวกเจ้าตามข้ามา" ไดเอียนว่าและกำลังจะเดินนำไป แต่ฉันดึงเสื้อด้านหลังเขาไว้ก่อน เขาจึงหันกลับมามองเชิงสงสัยว่า 'มีอะไร'

"คือว่าดาบนี้..." ฉันค่อยๆ ยกมือที่ถือดาบไว้อยู่ขึ้นต่อหน้าเขา "ฉันคืนค่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว" แต่เขากลับยิ้มแล้วบอกฉันว่า...

"ไม่เป็นไร ข้าให้เจ้า" 

แล้วเขาจึงเดินนำทุกคนออกไป ในใจฉันมันรู้สึกอบอุ่นมากๆ เลยค่ะ เหมือนดวงใจโดนโอบอุ้มและกอดเอาไว้ ตอนนี้ฉันรู้สึกเป็นคนที่โชคดีมากๆ เลย ฉันมีคนตั้งสี่คนที่คอยโอบกอดหัวใจดวงน้อยๆ ของฉัน ทั้งแม่ พ่อ พี่ชูก้า และอีกคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ 'ไดเอียน' ถึงเราจะต่างแม่กันก็เถอะ แต่สิ่งที่เขาทำ มันยิ่งใหญ่มากเลยนะ ฉันรู้สึกขอบคุณเขาจริงๆ ที่กล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง ฉันอยากขอบคุณเขาจริงๆ 

'ขอบคุณนะพี่ชาย'





.........จบ PART 108.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1598 Thack_patsarin (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 10:06

    สุดท้ายจีซูออนนี่ก็มีพี่ชายตามที่ตั้งใจไว้ได้แล้ว


    ไดเอียนดีกว่าที่คิดไว้อีก แต่แชยองกับวีฮยองจะเป็นไงบ้างนะ

    #1,598
    0
  2. #1463 Nanny😁😄 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 12:46
    รักรักไดเอียน><ครอบครัวนี้อบอุ่นจังงงง55
    #1,463
    0
  3. #1443 -wa-ya- (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 18:54
    ตอนนี้อบอุ่นมากเลยยย อารมณ์ตามรักคืนใจจริงๆนะเนี่ย ดีใจกับจีซูด้วย ชอบตอนนี้มากๆๆอีกตอน อ่านแล้วเหมืนดราม่าแต่ลงด้วยอบอุ่น
    #1,443
    0
  4. #1341 Lady_Star (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 23:16
    โอ๊ย!!! ไม่ค่อยมีลิซกุกเลย
    #1,341
    0
  5. #1223 Preaw (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 21:37
    รอค่าาา
    #1,223
    0
  6. #1222 pummarin2544 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 10:18
    อยากอ่านวีเซ่แล้วอ่าาา ขอพาทสองคนนี้ที please
    #1,222
    0
  7. #1221 Aern5555 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 21:53
    รอค้ามาต่อไวๆนะค่ะ
    #1,221
    0
  8. #1220 Snowaa (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 19:43
    รอกุกลิซค่าาา!!!!!!
    #1,220
    1
    • #1220-1 S_mewon(จากตอนที่ 114)
      26 มิถุนายน 2560 / 17:12
      ใกล้แล้วๆ รออีกหน่อยนะ
      #1220-1
  9. #1219 fresh-- (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 17:34
    รอค่าามาต่อไวๆน้าา
    #1,219
    0
  10. #1218 0983250277 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 14:21
    วีเซ่พลีส
    #1,218
    0
  11. #1217 LoliA (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 13:56
    ลีนาน เราขอไดเอียนนะ คนอะไรอบอุ่นเบอนี้ หลงรัก
    ดราม่าตอนหน้าเดาว่าเป็นคู่มักเน่ง่ะ เรื่องอีกายังไม่คลายปม คู่นี้มีแววดราม่าสุดแย้ว
    มะโนอิกแล่วจร้า มะโนเข้าไป
    #ปล.ไรท์สู้ๆน้าาา
    #1,217
    1
    • #1217-1 S_mewon(จากตอนที่ 114)
      26 มิถุนายน 2560 / 17:12
      คู่มักเน่มีแววดราม่าหนักจริงๆ ค่ะ
      #1217-1
  12. #1216 cws0207 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 09:38
    รอออออออ
    #1,216
    0