Fantastic girls : รักต้องมนตร์ SEASON I [BTS&BLACKPINL] -THE END-

ตอนที่ 108 : PART 102 : สมมติฐาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Jimin talk...


"เดี๋ยวเรานอนตรงนี้ แล้วให้บังทันนอนตรงนู้น" เจนนี่คุยอยู่กับจีซู สองสาวกำลังช่วยกันจัดที่นอนให้พวกเรากันครับ

"ใครเอาเสบียงอะไรมาบ้าง" จินฮยองถามขึ้น พวกผมแต่ล่ะคนเปิดดูกระเป๋า แล้วก็พบว่า...

"แซนวิชสองชิ้น" อันนี้ของชูก้าฮยองครับ

"แอปเปิ้ลสามลูก" ส่วนอันนี้ของแรปมอน ส่วนของผม...

"คัพเค้กกล่องนึงฮยอง" 

"ตายๆ ได้อดตายกันพอดี" จินฮยองเริ่มบ่น ก็เราไม่รู้นิ่ครับว่าต้องมาแบบนี้ไม่งั้นพวกผมคงเตรียมพร้อมมากกว่านี้

"กูว่าเราคงต้องออกไปหาของมาเพิ่มแล้วล่ะ" จินฮยองเสนอ

"ไม่ต้องๆ ฮยอง ใจเย็นๆ นั่งอยู่เฉยๆ" แต่มีคนนึงครับที่ทำตัวชิวเกิน

"อะไรของมึงเจโฮป" จินถามเจโฮปอย่างสงสัย เจโฮปอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเปิดกระเป๋าตัวเองออก แล้วมองหน้าพวกผมแต่ละคน

"กูขอนำเสนอ...แท๊แด๊น!"

o_O ฮยองแก...

"ฮยองไปขโมยของเขามาทำไมเนี่ย" ผมโวยขึ้น

"มีไรกันเหรอคะ" เจนนี่ถามแล้วหันมาทางพวกผม

"นั่นมัน..." จีซูว่าแล้วเดินเข้ามาหาพวกผม

"มึงจะโวยวายทำไม น้องเขารู้หมดแล้ว" เจโฮปกระซิบบอกผม ผมจึงได้แต่พยักพเยิดเชิงขอโทษไป ก็ใครจะคิดล่ะครับว่าแกจะหยิบมันติดไม้ติดมือมาด้วย

"พี่เจโฮป!" จีซูเรียกชื่อเจโฮปเสียงดัง

"จ๋าน้องซู" เจโฮปหันไปยิ้มเจื้อนๆ ให้เธอ

"พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไงคะ แล้วพ่อฉันจะกินอะไรเนี่ย" นั่นแหละครับ ก็ฮยองแกดันขโมยฝาเนรมิตของลุงโรมานมาซะงั้น ก็ไม่ผิดที่ลูกสาวแกจะโวยใส่

"พ่อน้องมีคนใช้ตั้งเยอะ เดี๋ยวพวกนั้นก็คงหาไรให้แกกินได้แหละ" เจโฮปแก้ตัว

"แต่พี่ขโมยมาแบบนี้มันไม่ถูกนะคะ" เจนนี่ก็เอาด้วยครับ ทำเอาเจโฮปหงอยไปเลย

"แต่ถ้ามันทำให้เราไม่อดตาย ฉันก็เข้าใจได้ค่ะ" เจนนี่เสริม

"เห็นมั๊ย!" โอ๊ะ! ตกใจหมดเลยครับ ไอ้ฮยองคนนี้อยู่ๆ ก็โพล้งขึ้นมา

"มึงควรดูน้องเจนนี่ของกูเอาไว้ ความถูกต้องไม่จำเป็นต้องถูกใจ และความถูกใจก็ไม่จำเป็นต้องถูกต้อง กูเป็นคนดีที่ยอมทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อพี่น้องและพ้องเพื่อนขนาดนี้ มึงยังว่ากูได้"

"เหรอ!" พวกผมประสานเสียงกัน จนเจนนี่กับจีซูอดยิ้มขำๆ ไม่ได้

"แก้ตัวน่ะสิมึง" แรปมอนว่าให้เจโฮป

"ดีกว่าแก้ผ้าแล้วกัน" ฮยองสองคนนี้พูดอะไรกันครับ เดี๋ยวก็ติดเรทพอดี

ผมหันไปมองเจนนี่ที่ยืนขำสองคนนั้นอยู่ พอเธอเข้าใจพ่อกับพี่เธอแล้ว เธอดูเหมือนจะเข้าใจคนอื่นๆ ด้วยนะครับ เธอไม่ได้ตั้งกำแพงไว้สูงเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ตอนนี้เธอเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น บอกตรงๆ เมื่อเช้านี้ผมยังแปลกใจอยู่เลยที่เห็นเธอกล้าพนันกับพวกฮยอง แถมยอมนั่งเล่นฮอสรถไฟกับพวกฮยองตั้งสามรอบ ผมดีใจที่เห็นเธอเป็นอย่างนี้นะ

แต่ผมคงดีใจไปหน่อยก็เลยเผลอยิ้มออกมา และเหมือนเจนนี่จะรู้ตัวว่าผมแอบมองอยู่ เธอจึงหันมาแล้วใบ้ปากว่า 'มองอะไร' ผมไม่ได้ตอบเธอไปครับ เพิ่งแต่ยิ้มน้อยๆ แล้วส่งจูบมินิฮาร์ทไปให้ แต่เจนนี่กับตีหน้านิ่งแล้วเชิดหน้าไปทางอื่นครับ ก่อนจะ...

'ฮึ' 

ผมยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเธอตีเนียนส่งมินิฮาร์ทกลับให้ผมโดยไม่ให้ใครรู้ ก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ แล้วตีหน้าตายต่อ ผมว่ามันน่ารักดีออก ดูเป็นเจนนี่สไตย์ชัดเจน

"นายวี!" 

เสียงนำมาอย่างนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ครับว่าตีกันมาอีกแล้ว และรอบนี้คงตีกันหนักซะด้วย

"โรเซ่!" 

จีซูร้องขึ้นเมื่อเห็นไอ้วีอุ้มโรเซ่มา โรเซ่หน้าบึ้งจ้องเอาเรื่องไอ้ตัวการ แต่ไอ้นี้ดันหน้าด้านยิ้มร่าสบายอกสบายใจ แกล้งเขาแล้วมันมีความสุขนะครับไอ้นี้

"วางฉันลงเลย" โรเซ่บอกวี

"ว๊าย!!" 

โอ้ะ! ทำพวกผมตกใจไปตามโรเซ่เลยครับไอ้นี้ ก็มันแกล้งเหมือนจะปล่อยโรเซ่ลงพื้นจนเธอเผลอกรี๊ดออกมา

"ฮ่าๆๆ" แล้วก็มีหน้ามาหัวเราะอีก

"นายนี่มัน...ฉันจะโกรธจริงๆ แล้วนะ" ดูเหมือนเธอจะเริ่มโกรธจริงๆ อย่างที่ว่าแล้วล่ะครับ

"เอ่อๆๆ ขอโทษ" ขอโทษเหรอ นี่ผมคงหูฟาดไปแน่ๆ

"งั้นนั่งตรงนี้แล้วกัน" วีเดินไปหาจุดที่ว่าก่อนจะค่อยๆ วางโรเซ่ลงช้าๆ ค่อยๆ ประหนึ่งว่าเธอเป็นแก้วใบบอบบางที่พร้อมแตกได้ทุกเมื่อ

พวกผมมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย นี่มันเอาจริงแล้วใช่มั๊ยครับ 

"เบื่อจริงโว้ย มองไปทางไหนก็มีแต่สีชมพู" จินฮยองพูดขึ้น แต่ไอ้วีมันหาได้สนใจไม่

"โอเคยัง" วีถามโรเซ่ พวกผมหันไปมองตาม แล้วกลับมามองบนใส่กัน

"เอ้อ" โรเซ่ตอบอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ 

"ไปทำอะไรกันมาเหรอ" จีซูเดินเข้าไปหาโรเซ่

"ก็ไอ้โรคจิตแถวๆ นี้ มันตั้งใจจะฆ่าฉันค่ะ" โรเซ่บอกแล้วมองไปที่ไอ้โรคจิตที่เธอว่า ดูเหมือนวิธีเข้าหาหญิงของมันจะประหลาดนะครับ

"มึงทำอะไรน้องกู" แรปมอนรีบถาม

"ก็ช่วยไม่ได้ฮยอง น้องฮยองอยากเล่นตัวเอง" มันพูดแบบนี้

"เล่นตัว!...นายนี่มันจริงๆ เลย แล้วบ้านนายเขาใช้ให้เอาท่อนไม้วางทับเท้าคนอื่นแบบนี้หรือไง" แน่นอนว่าคนที่ถูกพูดถึงก็ไม่ยอมครับ

"ก็ขอโทษไปแล้วไง" 

วีว่าอย่างรู้สึกผิด โรเซ่ถึงเงียบลง ทำไมบรรยากาศมันชวนมือหงิกแบบนี้ครับ ก็ดูสายตาเป็นห่วงที่ไอ้วีมองโรเซ่สิครับ แล้วดูที่โรเซ่มองกลับ 

"ไปคุยกันสองคนมั๊ย" เจโฮปเอ่ยขึ้น

"ไม่!" ตอบพร้อมกันไปอีก มันกำลังจะงอนกันเหรอครับ แล้วใครต้องง้อ แต่ผมจะคิดแทนพวกมันทำไมล่ะ ไม่ใช่เรื่องของผมซักหน่อย

"ใครจะตีกันกูไม่รู้ แต่ที่กูสนคือ ฟืนกูอยู่ไหน" ชูก้าเอ่ยขึ้น เล่นเอาสองคนนั้นรีบมองหน้ากันทันที ก่อนจะมีคนพูดขึ้นว่า

"ฉันเก็บแล้วนะคะ แต่หมอนี้" โรเซ่ชี้ไปที่วี ไอ้วีทำท่าตกใจแล้วใบ้ปากบอกเธอว่า 'อะไร'

"หมอนี้โยนฟืนฉันทิ้งไปหมดเลยค่ะ" โรเซ่ว่าแล้วยักคิ้วให้วี

"ไอ้วี" พวกผมหันไปจ้องมันเอาเรื่อง มันคงกำลังคิดอยู่ในใจครับว่า 'ซวยแล้วๆ' และดูเหมือนมันจะหัวไว้ด้วยเพราะมันรีบแก้ตัวว่า...

"แค่เก็บยัยนี้มาด้วย มือผมก็ไม่ว่างแล้วฮยอง" แต่ดูเหมือนคำตอบของมันจะไม่โดนใจใครคนหนึ่ง

"ใช่คำว่าเก็บเลยเหรอ" โรเซ่มองมันเอาเรื่อง 

"ฉันไม่ใช่ขยะนะ" งอนไปแล้วด้วย

"ฉันก็ไม่ได้ว่าเธอเป็นขยะซักหน่อย เป็นอะไรของเธอนิ่" วีว่าแล้วจะเดินเขาไปหาโรเซ่ครับ แต่ว่า...

"หยุดเลย ไม่ต้องเข้ามาใกล้ฉันเลยนะ ไปนั่งกับพวกพี่นายเลย" มันโดนโรเซ่ปรามไว้ก่อนครับ คริๆๆ โดนหญิงไล่ ฮ่าๆๆ

"มึงมานี้มา" ผมเรียกมันขำๆ

"ไปก็ได้" วีบอกโรเซ่ ก่อนจะเดินเซงๆ เข้ามานั่งร่วมวงกับพวกผม 

"ตกลงอะไรยังไง" ผมถามวีทันทีที่มันนั่งลง

"ก็ไม่อะไรยังไง" ดูมันตอบ

"ก็ไม่อะไรยังไงของมึงน่ะ มันอะไรยังไง" เจโฮปถาม ผมก็ชักจะงงกับคำถามเหมือนกัน ก็ดูเหมือนอะไรอะไรมันจะเยอะเกิ๊น

วีมองหน้าพวกผม ก่อนยิ้มน้อยๆ เขินๆ แล้วบอกพวกผมค่อยๆ ว่า...

"ก็คบกันแล้ว"

"อั๊ยยย!" ผมกับเจโฮปว่าและแปะมือกัน

"พวกมึงจะตื่นเต้นกันทำไมนิ่ มันก็คบกันมาสักพักแล้วไม่ใช่เหรอ" ชูก้าฮยองว่า แล้วจินกับแรปมอนก็พยักหน้าเห็นด้วย สามคนนี้มันกบในกะลาชัดๆ เลย

"พวกฮยองโดนมันกับโรเซ่หลอกแล้ว" ผมเฉลยให้พวกแกตาสว่าง

"โดนหลอก?" แรปมอนสงสัย

"ไอ้ม่อน ไอ้ไก่อ่อน มึงคิดว่าพวกมันจะเอาเวลาที่ไหนไปคบกัน มันเป็นแผนหรอกลีนานแค่นั้นแหละโว้ย" เจโฮปเฉลยอีกต่อ

"เอ้า แล้วที่เห็นมึงเดินด้วยกัน แล้วหนีไปด้วยกันวันนั้น คือ?" จินถามวี

"มันก็ต้องเข้าถึงบทบาทหน่อยน่ะฮยอง" 



ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ!



"โอ้ย!!" 

"เจ็บนะโว้ยฮยอง"

"อะไรกันวะ" 

ผม ไอ้วี และเจโฮป โดนพวกสามฮยองตบกบาลกันอย่างพร้อมเพรียงเลยครับ

"สมควร" ชูก้าว่า

"กูก็ว่าแล้ววันนั้นพวกมึงจะหนีกูสองคนทำไม แต่เพราะกูเห็นสายตาพวกมึงกูถึงไม่สงสัย" จินฮยองอธิบาย

"มึงชอบน้องกูจริงเหรอ" พี่นัมจุน พี่ชายคนสนิทของโรเซ่ถามซะจริงจังเลยครับ

"ใช่ฮยอง" ถ้าเขินแทนโรเซ่จะผิดมั๊ยครับ และถ้าโรเซ่มาได้ยินนะ เธอจะต้องปลื้มปริ่มแน่ๆ

"มึงจริงจังมากแค่ไหน" แรปมอนนี่ก็หวงจัง น้องแท้ๆ ก็ไม่ใช่

"ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน แต่ไม่เคยจริงจังกับใครมากเท่านี้แล้วกัน"

"ฮิ้ววว~" เจโฮปจะไปเดินแห่ขันหมากเหรอครับ

"ยังๆ ฮยอง มันยังไม่แต่งกัน" ผมบอกเจโฮปขำๆ

"เอ่อน่า ถือว่าซ้อมไว้ เผื่องานมึงด้วย" 

"พูดถูกใจ เอาไป 10 บาท" ผมคุยเล่นกับเจโฮป แต่มีคนเครียดอยู่ครับ

"กูไม่ตลกนะ" นี่แรปมอนว่าให้ผมกับเจโฮป หรือว่าให้ไอ้วีครับ

"ผมก็ไม่ได้เล่นๆ นะ" อากาศที่ว่าเย็นยังไม่สู้บรรยากาศระหว่างสองคนนี้เลยครับ 

"นี่ ไอ้โดเรม่อน" ไปหม๊ดดดความเท่ห์ของแรปมอน จินฮยองไปเรียกอย่างนั้นได้ไงครับ โธ่ๆๆ เรียกโปรเกม่อนผมยังว่าดูดีกว่าเลย

แรปม่อนหันไปมองหน้าจินฮยองนิ่งๆ ลองให้คนอื่นเรียกพี่แกเหมือนเมื่อกี้นี้คงมีเลือดกลบปากแน่ๆ ครับ

"มึงจะไปขัดขวางความรักน้องมันทำไม เดี๋ยวกรรมตามสนองขึ้นมา อกหักรักคุด พวกกูช่วยไม่ได้นะ" กล้ามากครับพี่ใหญ่ของเรา

"ผมก็ไม่ได้ว่าจะขวางฮยอง"

"เอ้า!" พวกผมร้องขึ้นพร้อมกัน

"แล้วมึงจะเล่นใหญ่รัชดาลัยเพื่อ?" เจโฮปว่า

"กูแค่จะบอกมึงว่า..." แรปมอนหันกลับไปหาวีอีกครั้ง

"ถ้ามึงทำน้องกูเสียใจล่ะก็...มึงโดนกูจัดหนักชุดใหญ่ไฟหว๋อแน่" 

ขู่กันเอาถึงนอนหยอดน้ำข้าวต้มเลยเหรอครับ ผมว่ามันเป็นความซวยของผมกับไอ้วีนะที่ไปจีบคนมีพี่ชาย โดนพี่ชายเขาหมายหัวไว้ตลอด

"รู้แล้วล่ะฮยอง" วีว่า สายตาเป็นกังวล ก็โดนขู่ขวัญขนาดนี้ 

"กูเข้าใจมึงเพื่อน" ผมตบบ่ามันเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ

"กลับมาแล้วครับ!" เสียงจองกุกดังมาแต่ไกล

"เร็วๆ เลยกูหนาวจะตายห่า" เจโฮปร้องไปบอก ทั้งจองกุกและลิซ่าจึงรีบวิ่งมา

"เร่งเชียวนะฮยอง แล้วสองคน...อ้าว! กลับมาแล้วเหรอ" จองกุกร้องขึ้นเมื่อเห็นไอ้วี แต่นั่นมันมองหาอะไรล่ะครับ

"ไหนฟืนอะฮยอง" จองกุกถามวี

"กูก็ถามเหมือนมึงนี่แหละ" ชูก้าเอ่ยขึ้นก่อนจะแซะวีว่า "แต่มันดันหิ้วหญิงมาแทน" 

"ฮิ้ววว~" พวกผมผสมโรง ยกเว้นจองกุกที่แค่ยืนรับรู้เฉยๆ

"มาๆ เดี๋ยวกูจัดการเอง" จินฮยองผู้เคยผจญภัยในป่าใหญ่อาสารับช่วงต่อจากจองกุก จองกุกจึงส่งฟืนทั้งหอบไปให้แก

"โรเซ่...แกเป็นไรนิ่" ลิซ่าที่ยืนอยู่ข้างจองกุกเมื่อกี้รีบเดินไปหาเพื่อนรักเมื่อเห็นโรเซ่นั่งให้จีซูพันเท้าให้อยู่ 

ผมหันไปมองพวกเธอแวบหนึ่งครับ ก่อนจะหันกลับมาทันเห็นสายตาหม่นๆ ของไอ้มักเน่ก่อนที่มันจะทำเป็นถามเอาเรื่องไอ้วี

'เป็นไรเปล่าวะ' ผมแค่คิดในใจ

"ทำงี้ได้ไงฮยอง ไหนบอกไปช่วยกันหาไง" จองกุกว่าให้วี

"มันคงเหลือฟืนให้มันเก็บอยู่หรอก" เจโฮปเอ่ยขึ้นก่อนจะพูดต่อว่า "ก็ไฟรักมันลุกลามขนาดนั้น"

"ฮิ้ววว~"

"พวกฮยองเล่นไรกันนิ่ เลิกแซวผมซักที" ไอ้วีโวยวายใหญ่เลยครับ แต่หนักกว่าเจโฮป ก็พี่ใหญ่เรานี่แหละครับ เพราะพี่แก...

"งือออ...พี่วีเขินพวกหนูเหรอค๊า" ดัดจริตไปอีกครับ แถมยังเข้าไปคลอเคลียไอ้วีอีก

"หูยยย...ฮยองทำไรวะ ขนลุกว่ะ"

"ฮ่าๆๆ" 

พวกผมพากันหัวเราะให้กับการเอาตัวรอดของพี่วีจากน้องจิน แต่จะมาปลุกปล้ำอะไรกันตอนนี้ครับเนี่ย ไหนว่าฮยองแกจะไปก่อไฟไงครับ

แต่ผมว่าในขณะที่เราหัวเราะมีความสุขสนุกสนานกันอยู่นี้ มันมีคนนึงครับที่ดูเหมือนจะไม่สนุก ไม่ใช่ว่ามันไม่ยิ้มไม่หัวเราะเหมือนกับคนอื่นนะครับ มันก็ยิ้มก็หัวเราะแหละ เพียงแต่มันดูไม่สุดอะครับ ดูไม่ใช่ตัวของตัวเอง ดูเหมือนมันจะมีเรื่องอะไรกลุ้มใจนะ

"มึงเป็นไรเปล่าวะ" ผมถามจองกุกขณะที่คนอื่นกำลังเล่นสนุกกันอยู่

"เปล่าฮยอง" มันตอบผม 

แต่ผมรู้ว่ามันโกหก ทำไมผมรู้น่ะเหรอ ผมก็มโนไปก่อนแหละ แต่ความมโนของผมมาจากการสังเกตนะครับ ไม่ใช่เพ้อเจ้อพูดลอยๆ ขึ้นมา คำจำกัดความเขาเรียกว่าตั้งสมมติฐานครับ ดูดีกว่ามโนตั้งเยอะ

"แล้วเจนนี่ปล่อยยายแคสเปียร์ยังฮยอง" จองกุกถามผม

เบาะแสที่หนึ่ง 'ยายแคสเปียร์' ไม่มีปัญหาแต่ถามถึงยายแคสเปียร์ แสดงว่าสมมติฐานข้อแรกของผมถูก

"ยังเลย ทำไม มึงมีไรงั้นเหรอ"

"เปล่าฮยอง ผมแค่เป็นห่วงน่ะ" 

เบาะแสที่สอง 'เป็นห่วง' ห่วงยายแคสเปียร์เนี่ยนะครับ พูดว่าห่วงลิซ่าผมยังน่าเชื่อกว่าเลย

"มึงไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แกเป็นวิญญาณ เดี๋ยวเจนนี่ก็ทำบุญกวาดน้ำไปให้แกเองแหละ" ผมบอกมัน

"จะเป็นคนหรือวิญญาณ มันก็ไม่มีใครชอบการจองจำหรอกนะฮยอง" 

แล้วมันทำไมต้องพูดหน้าเครียดใส่ผมด้วยล่ะครับ ผมว่าผมได้เบาะแสที่สามแล้ว 'คำพูดแปลกๆ" และผมก็สรุปได้ทันทีเลย ไอ้นี้มันกำลังประสบปัญหาชีวิตครับ

"เห้ย...มึงจริงจังไปเปล่าวะ" ผมพูดขำๆ แต่ก็ต้องยิ้มเจื้อนเมื่อเห็นว่าไอ้คนข้างๆ มันไม่ขำด้วย

"เออๆๆ เดี๋ยวกูบอกเจนนี่ให้ว่ามึงเป็นห่วงยายแก พอใจยัง" ผมถามจองกุก

"ขอบใจฮยอง" มันว่าก่อนจะนั่งเอากิ่งไม้เขี่ยหิมะเล่น

"จีมิน" ชูก้าฮยองสะกิดเรียกผมเบาๆ ผมจึงหันไปหา ฮยองแกพเยิดหน้าไปทางไอ้กุกครับ แล้วถามผมค่อยๆ ว่า...

"เป็นไร" ถามยังก็ผมจะรู้ว่ามันเป็นอะไร 

"ไม่รู้" ผมบอกชูก้าฮยองค่อยๆ แต่ผมรู้ว่าผมจะหาคำตอบได้จากไหน

"เดี๋ยวมานะฮยอง" ผมบอกพวกฮยอง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเป้าหมายของหัวใจ อิๆๆ

"เจนนี่" ผมสะกิดไหล่เจนนี่ผู้ที่กำลังนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนๆ อยู่

"อื้อ มีไรเหรอ" เธอหันมาถามผม

"ขอคุยด้วยหน่อยสิ" ผมบอกเธอ เจนนี่ดูสงสัยแต่ก็พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะบอกคนอื่นว่า... 

"เดี๋ยวมานะ" แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืน

"ไปคุยที่ไหนเหรอ" เธอถามผม

"แถวๆ นี้ก็ได้ แต่ส่วนตัวหน่อยก็ดี" ประโยคสุดท้ายเป็นความต้องการของผมเองแหละครับ ก็เราควรมีเวลาของเราเองซักหน่อยสิเนาะ

"งั้นก็ไปเดินเล่นกัน" เธอว่า เจนนี่ชวนผมทั้งทีมีหรือผมจะปฏิเสธ ผมรีบยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าให้เธอ

"แต่ไปเก็บฟืนด้วยนะ" เฮ้อ ดีใจได้ไม่ถึงวิเลยครับ แต่ได้ไปสองคนก็โอแหละ

"อืม ตกลง" ผมบอกเธอ





"มีอะไรเหรอ" เจนนี่ถามผมหลังจากที่เราเดินห่างออกมาจากที่พักแล้ว

"ลิซ่าปกติดีมั๊ย"

"ฮะ" เจนนี่คงงงว่าทำไมอยู่ๆ ผมถึงถามเรื่องลิซ่า

"ก็ไอ้น้องฉัน มันดูแปลกๆ ไปน่ะ" 

นึกถึงหน้าไอ้กุกแล้วก็เหนื่อยใจ คู่นี้ชอบทำให้พวกผมเป็นห่วงกันจริงๆ นะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นี่ก็เพิ่งดีกันได้ไม่กี่วัน ก็เหมือนจะทะเลาะกันอีกแล้ว

"ยัยลิซเหรอ" เจนนี่กำลังใช้ความคิด

"ยัยลิซก็ปกติดีนะ อาจจะปกติมากไปด้วยซ้ำ" เธอว่า

คนหนึ่งปกติมาก อีกคนผิดปกติมาก เชื่อคนไหนได้รับครับเนี่ย ไม่รู้แหละผมต้องเชื่อน้องผมก่อน อย่างน้อยผมได้ทดสอบสมมติฐานกับมันแล้ว

"แล้วนี่จะปล่อยยายแคสเปียร์ตอนไหนเหรอ" ผมว่าขณะก้มเก็บฟืนไปด้วย

"ยายแคสเปียร์?" เจนนี่หันมาหาผม ตอนไอ้กุกถามผม ผมก็สงสัยประมาณนี้แหละครับ

"ไอ้กุกมันห่วง" ผมบอก

"จองกุกเนี่ยนะ" เจนนี่ก็ยังไม่เชื่อเลยครับ

"ก็บอกแล้วว่าแปลก" ผมบอกเธอ

"จริงๆ ด้วย" เจนนี่ว่า สายตาครุ่นคิด

"แต่จองกุกจะถามหาคุณยายทำไม" 

เธอเองก็สงสัยไม่ต่างจากผมเลยครับ เราสองคนมองหน้ากัน ผมว่ามันถึงเวลาที่เราสองคนต้องสวมบทที่ปรึกษาอีกแล้วล่ะครับ

"เราต้องการคนช่วย" ผมเอ่ยขึ้น เจนนี่มองหน้าผมอย่างสงสัยแต่สุดท้ายเธอก็ทำหน้าเหมือนรู้คำตอบผม

"ให้ปล่อยยายแกออกมาน่ะนะ" ดูเหมือนเจนนี่จะไม่เห็นด้วยกับวิธีของผมแฮะ

"แล้วคิดว่าถ้าถามสองคนนั้นจะได้คำตอบหรือไง เอาจริงนะ ฉันว่าสองคนนั้นอาจจะตอบสวนทางกันด้วยซ้ำ" 

ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ นะครับ ก็ดูจากอาการของสองคนนั้นแล้ว เหมือนคนละขั้วเลยอะ

"งั้น..." เจนนี่คงกำลังใช้ความคิดอยู่ครับ เธอคงไม่แน่ใจว่ายายแคสเปียร์จะออกมาโวยวายอะไรเหรอเปล่า ซึ่งจริงๆ ผมว่าแกก็น่าจะโวยวายแหละ

"นายรอฉันก่อน"



วื้บ!



"เจนนี่!" เอ้า! ไปไหนครับเนี่ย



ฟื้บ!



"เฮ้ย!" ตกใจหมดเลยครับ จู่ๆ ก็โผล่มา

"ไปไหนมาเนี่ย" ผมถามทันทีที่ตั้งหลักได้ เจนนี่ชูของที่อยู่ในมือให้ผมเห็น 

"แล้วพวกนั้นไม่เห็นเหรอ"

"มันมีเคล็ดลับ" เธอว่าแล้วเปิดกระเป๋าของตัวเองออก ก่อนจะหยิบหนังสือสำนึกผิดเรื่องสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดออกมา เจนนี่คงไม่ได้ส่งยายแกไปอยู่หน้าเดียวเหมือนที่จีซูส่งพวกผมไปหรอกนะ



ก๊อกๆๆ



เจนนี้เคาะหนังสือสามครั้งก่อนจะเรียกยายแคสเปียร์

"คุณยายค่ะ"

"..." ไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก

"คุณยายค่ะ"

"..." แกหลับหรืออะไรครับ

"คุณยาย" 

"..." ผมว่าถ้าแกไม่หลับก็คงงอนเจนนี่อยู่แน่ๆ เลย

"ถ้าไม่อยากออกมาก็อยู่ในนี้ต่อไปนะคะ" เจนนี่ว่าและจะเอาหนังสือกลับเข้ากระเป๋าตามเดิม

"ออกจ้ะออก!" เสียงยายแคสเปียร์ดังออกมาจากหนังสือ

"ก็แค่นั้นแหละ" เจนนี่ว่าก่อนจะแก้เชือกที่มัดหนังสือออก แต่เธอยังไม่ยอมเปิดหนังสือออกหรอกนะเพราะคงยังไม่ไว้ใจยายแก

"ไหนบอกจะปล่อยยายไงคะ มั่วทำอะไรอยู่เนี่ยคุณหนู" ยายแคสเปียร์บ่นออกมา

"เราต้องทำข้อตกลงกันก่อนค่ะ" เจนนี่บอก

"ข้อตกลง? ข้อตกลงอะไรคะ ปล่อยยายออกไปก่อนไม่ได้เหรอแล้วเราค่อยตกลงกัน" ยายแกต่อรองซะด้วย

"ไม่ได้ค่ะ" เจนนี่ว่า

"โถ...คุณหนูเคร่งไปแล้วนะ" ยายแกโอดครวญ

"หนูจะปล่อยคุณยายก็ต่อเมื่อคุณยายยอมรับข้อตกลงแรกก่อน" 

"ข้อตกลงแรก? แสดงว่ามีมากกว่าหนึ่งข้อสินะ" ยายแคสเปียร์รู้ทันเจนนี่

"แล้วข้อแรกมันอะไรล่ะคะ" แกถาม แล้วเจนนี่จึงตอบว่า...

"ข้อแรกคือ ทันทีที่หนูปล่อยคุณยาย คุณยายห้ามโวยวาย ห้ามหนีกลับอกาธอน และห้ามเอาเรื่องที่พวกหนูทำไปฟ้องใครเด็ดขาด ทำได้ใช่มั๊ยคะ"

"..." ยายแคสเปียร์เงียบไปครับ

"หนูให้เวลายายสามวิ ถ้าทำไม่ได้ ยายก็นอนอยู่ในนั้นแหละคะ หนึ่ง สอง สา..."

"ก็ได้ค่ะ!" ยายแคสเปียร์รีบตอบ เจนนี่จึงส่งยิ้มมาให้ผม 

"ก็ยายไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนิ่" แกบ่นอีกแล้วครับ

ผมก็ไม่รู้ว่าเธอคิดเรื่องข้อตกลงมาตั้งแต่ตอนไหนนะ เพราะเธอก็ไม่ได้บอกผม แต่คงผ่านการคิดมาอย่างดี ไม่งั้นคงไม่ปิดประตูตีแมวขนาดนี้ 

"ถ้างั้น..." 

แล้วเจนนี่ก็เปิดหนังสือออก และทันทีที่เธอเปิดออก หมอกควันสีขาวก็ลอยเอื่อยออกมา ก่อนจะปรากฏร่างของยายแคสเปียร์ที่...

"ผมว่าท่าทางยายจะชอบอยู่ข้างในมากกว่านะครับ" ผมว่าหลังจากที่เห็นชุดกระโปรงซุ่มไก่แบบผู้ดีอังกฤษของแก

"ก็ยายเครียดนิ่คะ" ชุดสวยๆ คงทำให้แกหายเครียดล่ะมั้ง

"แล้วข้อตกลงข้อที่สองล่ะคะ ว่ายังไง" ยายแคสเปียร์ถาม 

อันนี้ผมก็อยากรู้ว่าเจนนี่จะจัดการยังไงเหมือนกัน ผมจึงหันไปมองหน้าเธอ เจนนี่มองหน้าผมแล้วยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปบอกยายแคสเปียร์ว่า...

"ข้อที่สองคือ..."





"ทำได้ใช่มั๊ยคะ" 

เจนนี่ถามยายแคสเปียร์เมื่อบอกข้อตกลงข้อที่สองจบแล้ว แต่ผมว่ามันเป็นแผนมากกว่านะ

"แค่นี้?" ยายแคสเปียร์เอ่ยขึ้น ก่อนจะพูดต่อว่า "มีที่ยากกว่านี้ไหมจ้ะ งานเล็กน้อยแบบนี้ มันดูถูกความสามารถยายเกินไป"

"งานเล็กน้อยก็จริงครับ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญกับน้องผมนิ่ครับ" ผมบอกยายแก

"อืมๆๆ ยายรู้แล้วน่า แต่จองกุกจะมีเรื่องอะไรถึงขั้นต้องอยากคุยกับยายล่ะ" ยายแคสเปียร์ครุ่นคิด

"เพราะงี้ไงคะ เราถึงต้องวานยายช่วย" เจนนี่บอกยายแคสเปียร์

"โอเค ยายจะช่วยสืบมาให้ลึกที่สุดเท่าที่ยายจะสามารถ" 

"ขอบคุณนะครับ" ผมบอกแก แต่แกยกมือโบกว่า 'ไม่เป็นไร'

"ถ้าเข้าใจแล้ว งั้นก็..." เจนนี่ว่าแล้วเปิดหนังสือออกอีกครั้ง

"อ่า ไม่เข้าไปอีกไม่ได้เหรอ" ยายแคสเปียร์รีบต่อรอง

"เดี๋ยวไม่เนียนค่ะยาย แปบเดียวเอง" เจนนี่ว่า

"แปบเดียวจริงนะ ถ้าไม่งั้นยายไม่ช่วยจริงด้วย"

"จริงค่ะ" เจนบอก แต่เหมือนยายแกจะไม่เชื่อแฮะ

"จริงๆ ครับ ไว้ใจพวกผมเถอะ" ผมบอกแก แกถึงยิ้มออกมาแล้วพูดว่า...

"จีมินบอกแบบนี้ ยายก็หายห่วง"

"คุณยาย" เจนนี่ว่าเสียงเข้มก่อนจะถามต่อ "แล้วทำไมทีกับหนูไม่เห็นพูดงี้ล่ะ" 

"ก็คุณหนูน่ะ ใจร้าย เจ้าแผนการ และยัง...เดี๋ยวๆๆๆ ยายยังพูดไม่..."



ตุ้บ!



โดนหนังสือดูดเข้าไปแล้วครับ

"คุณหนู!" ยายแกร้องออกมา แต่เจนนี่ก็ไม่ได้สนใจแถมยังมัดเชือกกลับเหมือนเดิมอีกครั้ง

"คุณหนู!"

"ถ้าไม่เงียบหนูไม่ปล่อยจริงนะ" เจนนี่บอก

"..." เงียบไปแล้วครับ

"ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ" เธอว่าก่อนจะเก็บหนังสือนั้นเข้ากระเป๋าอีกครั้งแล้ว...



วื้บ!



อ้าว! คิดจะหายก็หายอีกแล้ว



"จีมิน!"



"เฮ้ยๆๆๆ"



ตุ้บ!



"เป็นไรหรือเปล่า" 

เจนนี่ถามขึ้นเมื่อเห็นผมล้มหงายหลังลงไป ก็ผมตกใจนิ่ครับ จู่ๆ ก็โผล่มาด้านหลัง แล้วพอผมหันกลับไปขามันก็เลยพันกันล้มหงายหลังแบบนี้ไง

"ไม่เป็นไร ช่วยดึงขึ้นได้มั๊ย" ผมถามเธอแล้วยื่นมือออกไป เจนนี่เดินเข้ามาแล้วจับมือผม เธอออกแรงดึง แต่ผมไม่ได้หวังแบบนั้นหรอกนะ

"ว๊าย!"



หมับ!



ผมดึงตัวเธอให้ล้มลงมาด้วยกัน แล้วรีบพันธนาการเธอไว้ด้วยอ้อมกอดของผม

"ทำอะไรเนี่ย" เธอถามค่อยๆ

"หนาวอะ...ก็เลยอยากกอด" ผมบอกเธอ ขออยู่อย่างนี้สักพักได้เปล่าครับ แต่ที่ผมแปลกใจหน่อยๆ คือเธอไม่ขัดขืนแฮะ

"จะไม่ขัดขืนเหรอ" ผมแกล้งถาม

"ฮื่อ" เจนนี่ส่ายหน้าเป็นคำตอบกับอกผมก่อนจะพูดต่อว่า...

"ฉันก็หนาว...อยากมีคนกอด" ประโยคนี้มันดีต่อใจจริงๆ ครับ จนผมต้องยิ้มออกมา และกระชับกอดให้แน่นขึ้น

"ดีขึ้นยัง" ผมถาม

"อื้อ แต่ว่า...ตอนนี้หนาวหูแทนแล้วอะ" เจนนี่บอก ผมจึงคลายกอดออกเล็กน้อยให้พอมองเห็นหน้า เจนนี่จึงเงยหน้าขึ้นมามองผม

"เหมือนหูจะแข็งเลย" เธอว่า ผมจึงใช้มือข้างหนึ่งจับที่หูของเธอแล้วถูมันค่อยๆ เพื่อให้เธออุ่นขึ้น

"โอเคมั๊ย"

"อื้อๆ" เธอยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะบอกผมว๋า "แก้มก็ด้วย" 

ผมยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก็เจนนี่ไม่เคยขอร้องผมแบบนี้เลยนิ่ครับ ผมตั้งใจว่าจะถูมือตัวเองแล้วเอาไปจับหน้าเธอ แต่แขนข้างหนึ่งผมใช้รองตัวเจนนี่อยู่น่ะสิ ถ้างั้นผมคงต้อง...

"หือ" 

ผมได้ยินเสียงเจนนี่ดังขึ้นค่อยๆ เมื่อผมใช้แก้มตัวเองถูกับแก้มของเธอแทนมือ

"ข้างนี้ด้วย" ผมบอกแล้วเปลี่ยนข้าง

"นี่" เจนนี่พูดติดตลก 

"นี่แก้มคนหรือก้นเด็ก" ผมแซวเธอ เจนนี่แกล้งหมุ่ยหน้าเหมือนเด็กใส่ผม ก่อนจะยิ้มออกมา

"อ่า แก้มเด็กหญิงเจนนี่นี่เอง" ผมว่าแล้วใช้มือหยิกแก้มเธอเล่น 

"พอแล้ว ถ้าแก้มช้ำขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ" เธอว่า

"ถ้าเธอช้ำเพราะฉัน ฉันจะรับผิดชอบเธอเอง จะรับผิดชอบไปตลอดชีวิตเลย" 

ผมบอกเธออย่างจริงใจ เจนนี่มองตาผม ผมชอบเวลาเรามองตากันนะ มันเหมือนเราสื่อใจถึงกันได้ เพราะงั้นถึงมีคำพูดที่ว่า 'ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ'

"เรื่องนี้ฉันรู้" และผมก็ดีใจที่เธอไว้ใจผมแบบนี้

"จมูกแดงแล้วอะ สงสัยจะหนาว" ผมว่าแล้วเคลื่อนหน้าไปใกล้เธอก่อนจะใช้จมูกตัวเองถูจมูกของเธอ

"น่าจะดีขึ้นแล้ว" ผมบอกเธอ

"ได้ทีล่ะเอาใหญ่เลยนะ" เธอว่าให้ผม แต่แค่นี้ผมยังไม่พอใจครับ มันต้อง...

"แล้วตรงนี้หนาวหรือเปล่า" ผมถามและมองหน้าสวยๆ ของเธอ

"ตรงนี้?" เจนนี่คนชิคไม่รู้อะไรซะแล้ว

"ก็ตรงนี้..." 

ผมค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เธอ ใช้มือที่ว่างเชยคางเธอ ก่อนจะเอียงคอให้ได้องศา และค่อยๆ ประกบปากลงไป ส่วนเจนนี่ก็หลับตาหลงช้าๆ เมื่อหน้าของผมเคลื่อนเข้าใกล้เธอ มือข้างหนึ่งจับที่แขนของผม อีกข้างจับเสื้อที่บริเวณอก และเมื่อผมเริ่ม เจนนี่ก็เป็นคนตาม 

ตอนเริ่มผมรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ริมฝีปากของเรา แต่เมื่อความร้อนจากคนหนึ่งส่งผ่านอีกคน มันกลับอบอุ่นขึ้นมาแทน ไออุ่นจากลมหายใจและสัมผัสของเรา มันทำให้ผมลืมไปเลยว่าเราอยู่ท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาว ใจผมมันเหมือนน้ำแข็งที่หลอมละลายด้วยแสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ มันอบอุ่นและสดชื่นในคราวเดียวกัน ผมสงสัยจัง เราจูบกันครั้งสุดท้ายตอนไหนนะ เหมือนจะนานมาแล้วเลย 

"ค่อยยังชั่ว" ผมว่าหลังจากที่ถอนจูบจากเจนนี่ เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอจ้องผมแล้วพูดว่า...

"ชั่วร้ายมาก" 

"ถึงจะชั่วร้าย แต่ก็รักเดียวใจเดียวนะ" ผมบอกเธอ แล้วเจนนี่ก็ยิ้มเขินๆ ก่อนจะรีบผลักตัวผมออก

"ไปเก็บฟืนได้แล้ว" เธอรีบลุกขึ้น

"คนอะไรเขินเหมือนเด็ก" ผมแซว

"นี่...อยากโดนเด็กจ้วงหรือไง" ขู่ผมอีกต่างหาก

"อ่ะ" ผมยื่นกิ่งไม้กิ่งหนึ่งที่อยู่แถวนั้นให้เธอ

"อะไร" เจนนี่ถาม

"เก็บฟืนไง แต่ถ้าอยากทำอย่างอื่นก็ได้นะ ฉันไม่เรื่องมาก" ผมยิ้มตาหยีให้เธอ

"พอเลย หยุดมโนได้แล้ว" แล้วเจนนี่ก็รีบหยิบกิ่งไม้นั้นไปจากมือผม และรีบเดินหนีไป

"แค่นี้ก็เขิน" ผมพูดกับตัวเอง ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาเก็บเศษไม้ตามเจนนี่

"รอด้วยสิ!"




.........จบ PART 102.........
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,617 ความคิดเห็น

  1. #1190 fresh-- (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:13
    สนุกค่าา
    ชอบจีมเจนน่าร้ากก
    #1,190
    0
  2. #1188 pummarin2544 (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:11
    คบกันแล้วก้ไม่วายกัดกันอ่าา
    ชอบคุ่นี้ ขอพาทเยอะๆเลยนะคะ # ทีมวีเซ่ >///<
    #1,188
    0
  3. #1187 pummarin2544 (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:09
    คบกันแล้วก้ไม่วายกัดกันอ่าา
    ชอบคุ่นี้ # ทีมจีมเซ่
    #1,187
    1
    • #1187-1 pummarin2544(จากตอนที่ 108)
      4 มิถุนายน 2560 / 16:12
      อ้ากกก พิมผิดอ่าาา ต้องวีเซ่สิ
      ส่วนจีมเจนก้หวานเวอร์ๆๆๆ มีจูบกันด้วย
      #1187-1
  4. #1186 allymary (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 14:55
    5555สนุกค่าา ชอบคู่วีเซ่ รอค่าา
    #1,186
    0