คัดลอกลิงก์เเล้ว

『SF-FIC 』New Year's Resolution #GTAE

โดย Fincher Jr.

บางคนเชื่อว่าในโลกนี้ไม่เหลือสิ่งดีๆ หรือปาฏิหาริย์อะไรเลย แล้วเราจะเรียกผู้คนมากมายที่มาเพื่อรวมตัว ฉลองความหวังปีใหม่ว่าอะไรกัน? ....

ยอดวิวรวม

1,275

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


1,275

ความคิดเห็น


15

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ธ.ค. 60 / 00:18 น.
นิยาย 『SF-FIC 』New Year's Resolution #GTAE 『SF-FIC 』New Year's Resolution #GTAE | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




บางคนเชื่อว่าในโลกนี้ไม่เหลือสิ่งดีๆ หรือปาฏิหาร์อะไรเลย 
แล้วเราจะเรียกผู้คนมากมายที่มาเพื่อฉลองความหวังปีใหม่ว่าอะไรกัน? ....

+
New
 Year's 
RESOLUTION

Special Fiction

#Gtaex

...




.

K w o n  J i y o n g  &  K i m  T a e y e o n


ใครๆ ก็ชอบตัดสินว่าพวกเขานั้น 'แตกต่าง' ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้สำหรับพวกเขาเลย
เขาเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ไร้ข้อกังขา ท่ามกลางความเพียบพร้อมทุกอย่าง
ส่วนเธอเป็นแค่ไอดอลที่ผู้คนตั้งฉายาว่าเชื่อใจได้ ห่างชั้น และถ่อมตัว ทั้งที่โดดเด่นไม่แพ้ดวงดาวดวงอื่น

เรื่องของพวกเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของใครเลย ไม่เลยสักนิด
มันเป็นเหมือนแค่นิยายที่ถูกแต่งขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเหมือนเส้นขนานที่ไม่อาจจะบรรจบ 
เป็นเหมือนแสงลิบหรี่ที่ไม่มีวันเจิดจ้าในความมืด 
เหมือนเหรียญสองด้านที่ต่างกันสิ้นเชิง แน่นอนว่าสำหรับพวกเขาเองก็เคยคิดแบบนั้น

กระทั่งมีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงกัน ที่แม้แต่เธอและเขาก็ไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนเลย 
ทว่ามันกลับ 'เปลี่ยน' ความคิดของพวกเขาตลอดกาล...
.

ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางทวิตเตอร์น๊าา
+





ปล. เตรียมฝากผลงาน #GTAE เรื่องใหม่ ปี 2018
น่าจะได้อ่านหลังจาก Control I'm LISA (Pre-SS) ใกล้จบ
พล๊อตเรื่องรอบนี้ก็น่าจะทั่วไปเน้นความดราม่า นัวเนีย เผ็ดร้อน เชือดเฉือด และปะทะกันแบบตายกันไปข้าง



ขอบคุณสำหรับแฟนวีดีโอจีแท เป็นแรงบันดาลใจที่เยี่ยมยอด


+

DO NOT COPY

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น
(ขอบคุณสำหรับการติดตามและทุกกำลังใจ)

x
.
h a s h

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ธ.ค. 60 / 00:18



New Year's 
RESOLUTION
..

(ตอนเดียวจบ)






S p e c i a l  F i c t i o n #GTAE




            บางคนเชื่อว่าในโลกนี้ไม่เหลือสิ่งดีๆ หรือปาฏิหาริย์อะไรเลย แล้วเราจะเรียกผู้คนมากมายที่มาเพื่อรวมตัว ฉลองความหวังปีใหม่ว่าอะไรกัน? จริงอยู่ที่มันอาจดูเหมือนทุกวัน เป็นเหมือนวันธรรมดาเพียงวันหนึ่ง พอพ้นจากอีกวันไป มันกลายเป็นวันใหม่ที่ไม่ว่าคุณจะพบเจออะไรมา ความรู้สึกเดิมๆ อาจไม่ได้เปลี่ยน แต่เพราะมันไม่ได้เปลี่ยน ทุกคนเลยตั้งความหวังไว้กับการเฉลิมฉลองปีใหม่ๆ

            ความหวังที่มาพร้อมกับการขอให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ค้นพบเป้าหมายในชีวิต พบใครสักคนเพื่อตกหลุมรักกับเขา หรือได้โอกาสได้ลองทำเรื่องบ้าๆ สักครั้งหนึ่งในชีวิต หรือแม้แต่ขอในสิ่งที่แม้แต่พระเจ้าก็ไม่สามารถให้ได้

            ถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่ทันทีที่ได้เห็นพลุจุดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิด หัวใจดวงน้อยก็พองโตเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง... เช่นเดียวกับคิมแทยอนที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าสิ้นปีนี้เธอจะออกจากบ้าน ไปฉลองปีใหม่ด้วยตัวเธอเองสักครั้ง จะลองใช้ชีวิตกับวันหยุดที่แสนพิเศษ ทิ้งชีวิตไอดอลหญิงชื่อดัง ทิ้งความเหนื่อยล้ากับเรื่องมากมายที่แบกรับไว้ในปีนี้

            อากาศที่หนาวเย็นจนติดลบในช่วงเวลาใกล้ตะวันตกดิน บวกกับหิมะที่โปรยปรายจนพื้นถนนเปียกชุ่มของกรุงโตเกียว บีบให้แทยอนต้องเร่งฝีเท้าผ่าผู้คน แม้รู้ว่ามันจะเป็นอันตรายถ้าเกิดลื่นล้มขึ้นมา แต่มันคงจะดีกว่าถ้าได้ไปถึงที่หมายก่อนที่เกล็ดหิมะจะทำให้หน้าของเธอเกิดเผื่อแดง ซึ่งเมื่อพ้นจากถนนทาเคชิตะไปมันก็อยู่ตรงหน้าของเธอ ตึกสีเทาเข้มสูงประมาณ 4-5 ชั้น ติดกับศูนย์การค้าชื่อดังย่านฮาราจูกุ แกลลอรี่ศิลปะ BLUM&POE ตั้งอยู่ตรงนั้น

            งานจัดแสดงของศิลปินชื่อดังอย่าง Richard Prince มันคือปณิธานในวันสิ้นปีของแทยอน ซึ่งแน่นอนว่ามันคุ้มค่ากับการใช้วันพักผ่อนหลังคอนเสิร์ตคริสต์มาสของเธออย่างแน่นอน เพราะศิลปินที่ทำให้เธอยอมขุดตัวเองออกมาจากบ้านได้ แสดงผลงานของเขาไม่กี่แห่งในแต่ละครั้งเท่านั้น และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่จัดแสดงงานในญี่ปุ่นแล้ว

            บรรยากาศภายในแกลลอรี่ค่อนข้างเงียบสงบ อาจเป็นเพราะนี่เป็นวันเฉลิมฉลอง คนตัวเล็กเดินผ่านเครื่องสแกน และจุดลงทะเบียนด้วยตัวเอง ไม่ลืมที่จะหยิบกระดาษที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับโบว์ชัวร์โปรแกรมงานจัดแสดงในครั้งนี้ติดมือมาด้วย บนกระดาษถูกระบุเวลาที่เข้าชมสิ้นสุดที่ 2 ทุ่มครึ่งเพียงเท่านั้น แทยอนหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะคำนวณเวลาที่เข้าชมไม่พลาด ตอนนี้เป็นเวลา เกือบ 1 ทุ่ม ซึ่งเธอมีเวลามากพอสมควร

            ในความเป็นจริงแล้วแทยอนก็ไม่เคยมาดูงานที่แกลลอรี่แบบจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง แต่นับตั้งแต่ถ่ายทำรายการเรียลลิตี้กับสมาชิกวงในครั้งนั้น เธอก็เริ่มหันมาสนใจงานของศิลปินคนอื่นๆ และสไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นกว่าศิลปินที่วาดภาพลายเส้นที่เธอชอบเธอมาระบายสี ได้ใช้ศิลปะบำบัดจิตใจที่บอบช้ำ

            และโชคดีที่ทั้งแกลลอรี่มีผู้ชมเพียงแค่ 2-3 คนเท่านั้น


            "!... ."

            แทยอนชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย เมื่อพบว่าผู้ชมคนที่ 3 ที่เป็นผู้ชายหนึ่งเดียวในนี้ มีท่าทางที่คุ้นตา เขาสูงผอมบาง ใบหน้าเกินครึ่งถูกปกปิดด้วยปีกหมวก และมีสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่นจนสะดุดตา มีรสนิยมที่เธอเข้าไม่ถึง หลายวินาทีที่ยืนดูภาพวาดขนาดใหญ่อยู่ข้างหลังเขา เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองรอยสักหลังต้นคอที่โผล่ให้เห็นเหนือผ้าพันคอของร่างสูง มันดึงความสนใจของเธอเก่งกว่าภาพวาดของริชาร์ดเสียอีก

            หลังแอบพิจารณาเขาอยู่เงียบๆ เนินนาน แทยอนก็มั่นใจว่าเธอได้คำตอบที่แน่นอนแล้ว

            เขาคือศิลปินรุ่นพี่ในวงการเดียวกันกับเธอ รุ่นพี่.. 'จียง ลีดเดอร์ของบิ๊กแบง'

            แทยอนไม่ได้พบเจอเขาบ่อย นอกจากงานรับรางวัล ครั้งสุดท้ายที่เจอก็น่าจะนานนับปีแล้ว และปัญหาก็คือเธอไม่รู้ว่าในตอนนี้เธอควรทักทายเขาตามมารยาท หรือถ้าเกิดว่าเธอทักทายไปแล้วเขาอาจจำเธอไม่ได้ขึ้นมา มันกลายจะเป็นเรื่องน่าอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าเขาเสียเปล่า และดูเหมือนว่าร่างสูงเองก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่าถูกจ้องมอง คนตัวเล็กรีบหมุนตัวกลับเปลี่ยนไปดูรูปวาดที่อยู่ด้านหลังแทบจะทันที

            เธอตัดสินใจแล้วว่าควรปล่อยผ่าน เพราะเธอไม่ใช่ทิฟฟานี่ที่จะกล้าตะโกนเรียกชื่อเขาเตรียมปากอย่างสนิทสนม ทักทายประหนึ่งเขาเป็นสมาชิกครอบครัวทำงานในบริษัทเดียวกัน

            "!!..."

            แต่แล้วหัวใจของแทยอนก็เริ่มเต้นโครมครามแบบไม่มีเหตุผล เมื่อจียงเองก็เลือกที่จะหมุนตัวกลับมาเพื่อดูรูปภาพขนาดเล็กจากอีกฝั่งเช่นกัน กลายเป็นว่าพวกเขาสองคนสลับที่กันและกัน เป็นร่างสูงกำลังยืนอยู่ข้างหลังของคนตัวเล็ก ระยะห่างที่ไม่มากทำให้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขากลบกลิ่นน้ำหอมของเธอ แทยอนเริ่มควบคุมสมาธิของตัวเองไม่ได้ หายใจติดขัด มือเย็นเฉียบทั้งที่บรรยากาศภายในอยู่ในอุณหภูมิปกติ

            เธอรู้สึกเหมือนเด็กที่กำลังโดนจับโกหกได้

            ในหัวของแทยอนกำลังคิดฟุ้งซ่าน เธอเม้มริมฝีปากบางเอาไว้แน่น รู้สึกอึดอัดไปหมด เหมือนกำลังโดนลมหายใจอุ่นๆ ของจียงรินรดที่ต้นคอ จนเริ่มอยากกลับไปใช้เวลาวันหยุดสิ้นปีกับการนอนซุกผ้าห่มพร้อมกับดูหนูน้อยเควินในหนัง Home Alone เหมือนปีที่ผ่านมา และแล้วมันก็เป็นร่างสูงของจียงที่เป็นฝ่ายที่เดินออกไป เขายืนอยู่ด้านหลังของเธอนานหลายนาที แทยอนลอบถอนหายใจเงียบๆ เมื่อเห็นว่าเขาอยู่ห่างออกไป

            เธอคงคิดมากไปเอง..

            "ว้าว..."

            หลายนาทีต่อมา.. แทยอนเดินมาถึงรูปวาดภาพสุดท้าย มันคือภาพวาดที่มีขนาดเล็กสุดในบรรดาภาพวาดอื่นที่จัดแสดงในแกลลอรี่นี้ และมันเป็นภาพเดียวของริชาร์ดที่ตัวเธอเองค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษ เธอใช้เวลานานเพื่อดื่มด่ำไปกับมัน ตกหลุมรักมันทั้งภาพวาดทั้งขนาดเฟรมที่เหมาะพอดี มันคงจะดีไม่น้อยถ้าเธออยู่คอนโดเพียงลำพังและได้เห็นภาพวาดนี้ในทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน  แต่ศิลปินระดับโลกอย่างริชาร์ดมันก็ไม่ง่ายที่จะครอบครองผลงานของเขา แน่นอนว่าเธอเคยได้ยินว่าภาพวาดของริชาร์ดมีมูลค่ามันสูงราวๆ เก้าหลักของเงินวอน

            ทำได้ดีสุดคือการเสพงานของเขาจากแกลลอรี่ แล้วก็ถึงเวลากลับ แม้จะอ่อยอิ่งละสายตาจากมันยากเหลือเกินก็ตาม ทว่า...

            "เอ่อ..." มันเกิดอะไรขึ้น?!

            ประตูกระจกที่เธอเข้ามามันเปิดไม่ออก และไม่ว่าเธอจะออกแรงผลักหรือดึงก็ตามมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดให้เธอเลย สัญชาตญาณของแทยอนสั่งให้เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเวลาดูอีกครั้ง และมันเพิ่งจะ 2 ทุ่มเพียงเท่านั้น มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่นอน เธอพยายามมองหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ด้านนอกผ่านกระจกใส แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของใคร คนตัวเล็กเริ่มเดินย้อนกลับไปตามทางมองหาผู้คนที่อยู่ในแกลลอรี่กับเธอก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่พบใครอยู่เลย

            ไม่มี! ไม่เหลือใครสักคน...

            "ไม่หรอก.. " แทยอนปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดไปในแง่ร้าย

            เพราะบางทีเธออาจตื่นตูมไปเอง คนอื่นๆ อาจจะอยู่ส่วนด้านในของแกลลอรี่ เธอแค่ต้องใจเย็นควบคุมสติของตัวเองแล้วเดินหาพวกเขาให้เจอ บอกให้พวกเขารู้ว่าเปิดประตูออกไปข้างนอกไม่ได้ แกลลอรี่ BLUM&POE ค่อนข้างจะกว้าง มันมีทั้ง 2 ชั้น บางทีเธอแค่หาไม่เจอ แทยอนเดินวนไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่พลาดมุมไหนไป ไม่เคยรู้สึกว่าหวาดกลัวผนังสีขาวที่จัดวางซ้อนกันและคิดว่ามันเป็นเขาวงกตที่ได้เท่าตอนนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอ.. ไม่เจอใคร ไม่มี! ...

            ทำไมถึงไม่มีใครเลย! ไม่มีใครสักคน! หรือว่า!

            บางทีพวกเขาอาจจะไปอยู่ที่ด้านประตูกันแล้ว แทยอนเร่งฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินลงจากบันได พลางมองดูเวลาในมือถือไปด้วย เท้ายังมุ่งไปที่ด้านหน้าของประตูอย่างรวดเร็ว ใกล้เวลา 2 ทุ่มครึ่งแล้ว

            ใกล้เวลาที่ BLUM&POE จะปิด

            มันคงไม่ดีแน่ ถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในแกลลอรี่ก่อนจะถึงชั่วโมงนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ เพราะคงไม่มีใครว่างมาช่วยเธอได้แน่ ไม่มีทาง


            "กรี๊ด!.." คนตัวเล็กกรี๊ดออกมาอย่างเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อวิ่งชนเข้ากับร่างสูงของใครบางคนเข้าเต็มแรงโดยไม่ทันเห็นว่าเขากำลังวิ่งมาจากอีกทาง

            "เฮ้.. ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ"

            เสียงทุ้มบางบอกเธอแบบนั้น พร้อมกับยกขยับปีกหมวกขึ้นให้แทยอนเห็นใบหน้าที่ชัดเจน ก่อนที่มือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาจะยกขึ้นขนานกับหัวไหล่ราวกับว่าแสดงออกถึงจำนน เป็นมิตร สีหน้าและท่าทางของเขาเลิกลั่ก ตื่นตะหนก แถมมีเหงื่อแตกพลั่กไม่แพ้กับเธอ

            เพราะเขาเองก็กำลังวิ่งตามหาแทยอนไปทั่วแกลลอรี่เช่นกัน

            "คุณจียง.."

            "เธอคือ... แทยอนใช่ไหม?" เขาถามออกมาอย่างเหนื่อยหอบ เสียงลมหายใจผ่อนออกมาอย่างรุนแรง พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

            "ค่ะ.."

            "คือว่าขอโทษที่เพิ่งมาทักทายเอาตอนนี้นะ... แต่ว่าประตู"

            "ประตูมันล็อค.." แทยอนแทรกขึ้น

            "ใช่ เธอรู้แล้วเหรอ"

            "ฉันลองเปิดแล้ว มันล็อคจากด้านนอก และก็หาคนอื่นในแกลลอรี่ไม่เจอ บางทีเจ้าหน้าที่อาจคิดว่าไม่มีใครอยู่แล้วก็เลย" ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การคาดเดาในระหว่างที่เธอใช้เวลาวิ่งตามหาผู้คนอยู่นานเป็นนาที

            "พวกเขาคงล็อคประตูแล้ว  ..เพราะฉันไม่ได้แลกบัตรเข้ามา" เขาพูดพลางลองเปิดประตูอีกครั้ง

            "อ่า.."

            แทยอนพยักหน้าช้าๆ พอจะประติประต่อเหตุผลที่ประตูล็อคได้บ้างแล้ว เพราะเธอเองก็เข้ามาเองโดยไม่ได้แลกบัตรหรือลงทะเบียนอะไรตามที่จียงบอก คนตัวเล็กเริ่มหยิบโบว์ชัวขึ้นมาจากกระเป๋าฮู้ดเพื่อตรวจหาเบอร์โทรศัพท์ของผู้ดูแลงานแสดงหรือแกลลอรี่ และพบว่าแบตมือถือของเธออ่อนแรงเข้าไปทุกที

            'ติ๊ด!' วันนี้ทั้งวันเธอคงใช้โทรศัพท์ตามหาร้านอาหารมากไปหน่อย เสียงเตือนถึงได้ดังทันทีที่เธอกดเบอร์โทรศัพท์ของผู้ดูแล แล้วก็คงประมาทไปหน่อยที่ทิ้งของที่จำเป็นหลายอย่างไว้ที่โรงแรม

            "ให้ฉันโทรดีไหม.."

            "ค่ะ.." แทยอนส่งโบว์ชัวส์ให้กับจียง พร้อมกับรอยยิ้มแก้เขิน น่าขายหน้าชะมัด

            "อืมม..."

            จียงครางในลำคออย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น และคิ้วเข้มก็กำลังขมวดเข้าหากัน ก่อนจะส่ายหน้าไปมาให้กับคนตัวเล็กตรงหน้าแทนคำตอบ แน่นอนว่ามันเป็นคำตอบที่ไม่น่ายินดีหนัก

            'ไม่มีใครรับสาย...'

            ชั่วโมงก่อนนับถอยหลังปีใหม่เจ้าหน้าที่ทุกคนคงอยากจะใช้เวลาพิเศษที่สุด ไม่มีใครอยากรับโทรศัพท์จากใครตอนนี้แน่ มือใหญ่พยายามกระชากประตูอีกครั้ง แม้รู้ดีว่าไร้ประโยชน์ หนทางเดียวที่จะพาเขาออกไปได้คือการทำให้สัญญาณนิรภัยประตูกระจกดังขึ้น และเขาคงไม่ทำเพราะตำรวจจะแห่กันมาที่นี่ และนักข่าวทุกสำนักจะทิ้งข่าวการฉลองปีใหม่เพื่อมาทำข่าวของเขา

            ยิ่งถ้าพวกนักข่าวรู้ว่าเขาอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง.. และเป็นผู้หญิงที่เขาเคยมีข่าวลือด้วย

            มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

            "ชั่วโมงนับถอยหลัง ต่อให้พวกเขามาช่วยได้ ก็คงใช้เวลาหลายชั่วโมง ถนนทุกสายในเมืองตอนนี้คงเป็นเต็มไปด้วยผู้คน"

            "ทำยังไงดี.." เสียงหวานพึมพำ

            "ฉันจะลองโทรหาเพื่อน..." จียงบอกไอเดียอย่างเดียวที่ตัวเขาเองคิดออกในตอนนี้ เขายิ้มกว้างเหมือนเคย พยายามรักษาบรรยากาศไม่ให้ตึงเครียดและลดความน่าอึดอัดลง

            เขาชี้เชิญชวนให้คนตัวเล็กเดินตามเข้าไปด้านในแกลลอรี่ และนั่งลงที่ม้านั่งรูปวงรี สีขาวสะอาดตากลางห้อง ขณะที่หูยังคงแนบโทรศัพท์มือถือรอให้ปลายสายตอบรับ เจ้าน้องชายตัวแสบ 'ซึงรี' ซึ่งในเวลานี้เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าหมอนั้นจะอยู่ญี่ปุ่นหรือไม่ เพราะหลังจากจบคอนเสิร์ตเมื่อวาน เราทุกคนก็แยกย้ายไปพักผ่อนกันแบบส่วนตัว

            เขาบินตรงมาที่โตเกียวเพื่อจะมาดูงานของริชาร์ดเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อตัดสินใจภาพไหนเหมาะกับการประมูลมาประดับผนังห้องในบ้านของเขา และวางแผนที่จะไปปาร์ตี้เงียบๆ คนเดียวในผับ สุดท้ายแผนทุกอย่างกำลังเริ่มจะพังไม่เป็นท่า

            'ไอเด็กบ้าซึงรี ไม่ยอมรับโทรศัพท์ในช่วงเวลาที่เขาต้องการมากที่สุด'

            ครั้นจะโทรหาเพื่อนคนอื่นที่อยู่ญี่ปุ่น เท่าที่รู้ส่วนใหญ่ก็ไปฉลองที่อื่นกันหมด เว้นก็แต่แฟนเก่าที่เขามั่นใจว่าเธอคงอยู่ที่โตเกียวแน่ แต่แค่จะเป็นเพื่อนกันยังไม่ได้เลย ประสาอะไรกับจะโทรไปขอความช่วยเหลือในสถานการณ์แบบนี้ คงต้องหวังพึ่งผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน

            "เธอมีเพื่อนที่นี่บ้างหรือเปล่า..."

            "ไม่เลยค่ะ ...ขอโทษด้วย" เธอตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะและท่าทางที่ดูเขอะเขิน จียงได้แต่ยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้ากลับอย่างรู้สถานการณ์

            คงไม่มีอะไรดีไปกว่าปรับตัวยอมรับสถานการณ์ในตอนนี้ และรอคอยความหวัง หวังว่าซึงรีจะโทรกลับมาในไม่กี่นาทีข้างหน้า หรือหวังไว้เต็มเปี่ยมว่าผู้ดูแลงานและแกลลอรี่จะติดต่อกลับมาเพื่อช่วยพาเขากับเธอออกไปจากที่นี่ในไม่ช้า

            จียงเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าแจ็คเก็ตของตัวเอง กระชับผ้าพันคอผืนใหญ่ที่คอ อุณหภูมิภายในแกลลอรี่เริ่มต่ำลงจนเขารู้สึกได้ อาจเป็นเพราะฮีตเตอร์คงถูกปิดไปเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงเหลือบมองคนตัวเล็กที่สวมแค่ฮู้ดตัวโคร่ง เธอนั่งห่างกันเป็นเมตรก้มหน้างอตัวเหมือนเด็กน้อยที่พยายามทำให้ร่างกายอุ่น อีกไม่นานคงถึงคิวไฟที่เขาเดาว่ามันคงถูกตั้งเวลาไว้และก็จะปิดลงตามไปเช่นกัน


            "จะมีใครมาช่วยเราไหมคะ?" แทยอนถามขึ้นอย่างไม่มองหน้า เพราะรู้สึกวิตกกังวลมากเหลือเกินที่ตกอยู่ในสถานการณ์และบรรยากาศที่น่าอึดอัดแบบนี้

            "มีสิ... แต่คงต้องรอไปอีกสักหน่อย"

            คนตัวเล็กพยักหน้าเร็วๆ รอยยิ้มเล็กผุดขึ้นภายใต้ฮู้ดเพราะคำพูดของจียงที่กำลังปลอบใจเธอ ขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตากอดตัวเองแน่น เพื่อพยายามทำให้ตัวเองอุ่น หิมะที่ยังคงตกโปรยปรายมาไม่ขาดสายตั้งแต่เย็น ทำให้อากาศภายในแกลลอรี่เริ่มเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ

            "อ่ะ!.."

            สัมผัสอุ่นที่ต้นคอทำให้แทยอนสะดุ้งเฮือกเงยหน้าขึ้นมองผ้าพันคอสีแดงเข้มที่กำลังถูกพันไว้โดยฝีมือของจียง ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นพร้อมกับใช้มืออุ่นลากแขนให้เธอตามลงไปนั่งที่พื้นข้างกับเขา และเมื่อนั่งชันเข่าขึ้น ม้านั่งที่เคยนั่งเมื่อครู่ก็จะกลายเป็นพนักพิงหลังอุ่นๆ ให้ทันที

            แถมยังสามารถแชร์ผ้าพันคอผืนยาวให้กันและกันได้

            "ขอบคุณนะคะ.." แทยอนเอ่ยขึ้น พร้อมซุกหน้าลงกับผ้าพันคอนั่นด้วยรอยยิ้ม ทั้งกลิ่นน้ำหอมทั้งไออุ่นของเขาจากการนั่งใกล้ชิดกันทำให้หัวใจของเธอเต้นโครมครามขึ้นมาทันที

            เธอไม่ได้คาดหวังว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้.. มันน่าอึดอัดใจแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีที่มีเขาอยู่ด้วย

            "ฉันเห็นเธอแอบมองฉัน ตอนฉันกำลังดูรูปนั้น..."

            .

            .

            .

            แล้วพบกันอีก 50% ที่เหลือ....

            .

            .






.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Fincher Jr. จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. #15 Phing_Chanidapa (@phing_21) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 23:11
    ยังรออยู่นะคะะะ
    #15
    0
  2. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 17:00
    รออยู่นะคะะะ
    #14
    0
  3. #13 soshiexo (@onkamon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 15:14
    รออยู่นะคะ ชอบมาก เคยอ่านแล้วหาตั้งนานกว่าจะเจอออ
    #13
    0
  4. วันที่ 11 เมษายน 2561 / 18:07
    มาต่อไวไวนะคะ
    #12
    0
  5. #11 กรรณา
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 16:35
    คือเจ้าหน้าที่นี่เป็นไครคะเนี่ยย ทำดีมากก ไปเลยค่ะไปไหนก็ไป ให้เขาอยู่ด้วยกันน
    #11
    0
  6. #10 .......... (@keezpp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:46
    รอต่อนะคะะะะ
    #10
    0
  7. #9 9388
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 20:50
    I’m still waiting for this chrismas gift
    #9
    0
  8. #8 Aphrodite
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 04:58
    รอนะคะ จะมีใครมาช่วยออกไปน้ออ
    #8
    0
  9. วันที่ 1 มกราคม 2561 / 00:12

    50% หน่องรอมากเวอร์
    HAPPY NEW YEAR 
    #7
    0
  10. #6 Jn39 (@janely) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:34
    รอมาต่อนะ
    #6
    0
  11. #5 beeyeon2 (@Beeyeon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 23:58
    รอเด้ออออ
    #5
    0
  12. วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 01:45
    รออ่านเลย
    #4
    0
  13. วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 10:07
    รอนะคะ ชอบๆๆๆ
    #3
    0
  14. #2 Aphrodite
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 21:21
    รอนะคะ ชอบพลอตมากเลย
    #2
    0
  15. วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 19:11
    น้องรออยู่นะคะ 
    #1
    0