คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #10 : ให้การช่วยเหลือ
เฉิงกงขับเกวียนมาจอดหน้าประตูบานใหญ่ของเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมือง ไป๋หลานลงไปเคาะประตูรอไม่นานก็มีคนเดินมาเปิด
“พวกข้ามาพบพ่อบ้าน รบกวนท่านบอกพ่อบ้านให้ทีว่าพวกข้ามีผักใบเขียวมาขาย”ไป๋หลานเปิดผ้าที่คลุมผักเอาไว้ คนเฝ้าประตูตาโตเมื่อเห็นของด้านใน รีบพยักหน้าก่อนจะหายเข้าไป ไม่ถึงครึ่งเค่อพ่อบ้านคนเดิมก็เดินออกมาด้วยสีหน้าดีใจ
“อาเส้าบอกว่าพวกเจ้ามีผักใบเขียวมาขายใช่หรือไม่”พ่อบ้านถามเด็กหญิงตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม นางเปรียบเสมือนนางฟ้าตัวน้อยๆที่ลงมาช่วยชีวิตเขาเอาไว้พอดี นายท่านผู้เฒ่าของจวนร่ำร้องอยากกินผักสดมาหลายวันแล้ว ถึงขนาดกินข้าวน้อยลงจนท่านเศรษฐีเป็นกังวล เขาเป็นบ่าวทำได้เพียงเดินไปตลาดหวังให้สองพี่น้องนำผักมาขายอีก แต่ต้องพบกับความผิดหวัง หิมะตกหนักเกินไป ตลาดแทบร้างผู้คน
“ข้ามีแค่10มัดท่านจะรับไหมเจ้าคะ”ไป๋หลานพูดด้วยรอยยิ้มสดใส ทำให้บรรยากาศหนาวเย็นอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด มือน้อยส่งตะกร้าผักให้พ่อบ้านตรวจสินค้า พ่อบ้านมองสีเขียวสดชื่นของผักสดในตะกร้า ดวงตาชายชราสุกสกาวดั่งดวงดาวบนฟ้า ยกยิ้มให้เด็กหญิงตรงหน้าจนตาหยีรอยตีนกาขึ้นหลายเส้น
“ข้ารับทั้งหมดเลย หากเจ้ามีอีกก็นำมาขายให้ข้าทันที--อาเส้าหากแม่หนูคนนี้มาเจ้าต้องรีบไปบอกข้าทันที เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับท่านพ่อบ้าน”คนเฝ้าประตูพยักหน้ารับแข็งขัน หากเขาตั้งใจทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เมื่อเจ้านายมองเห็นความตั้งใจอาจพิจารณาเลื่อนขั้นให้เขาไปทำหน้าที่อื่นบ้าง
พ่อบ้านยัดเงินใส่มือน้อยของไป๋หลานก่อนจะสั่งให้อาเส้าขนตะกร้าเข้าไป ข้าไม่ทันบอกราคาท่านก็จากไปแล้วหรือเจ้าคะ เด็กหญิงทำหน้าเศร้าเพราะกลัวว่าจะได้เงินน้อยกว่าที่ตั้งไว้ ตัดใจก้มมองถุงเงินในมือ เทเงินตำลึงออกมา ตางามเบิกกว้างเมื่อเห็นเงินก้อน5ตำลึงอยู่ในมือ เฉิงกงที่ยืนเงียบเหมือนเคยก็ตกใจเช่นเดียวกัน ขายผักตะกร้าเดียวได้เงิน5ตำลึง อ่า คนรวยใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเช่นนี้หรือ
หลังจากนั้นทั้งสองก็ตรงไปยังเหลาอาหารหงเหลียนต่อ หลงจู้ดีใจมากยัดเงินก้อนมาให้นางเหมือนพ่อบ้านไม่มีผิด นางก็เข้าใจว่าอาหารจานผักในฤดูนี้ราคาแพงเอาเรื่อง แต่ไม่คิดว่าหลงจู้จะยอมจ่ายเงินซื้อผักมากถึง5ตำลึง
"ข้าต้องการมัน ข้าจ่ายให้เจ้า5ตำลึง"คุณหนูชุดชมพู
"ข้ามาก่อน ข้าให้เจ้า7ตำลึง" คุณหนูชุดส้ม
"10ตำลึงและนำมันมาให้ข้า"คุณหนูชุดม่วง
ตอนนี้เกิดการแย่งชิงผ้าคลุมไหล่ที่ไป๋หลานนำมาฝากให้เถ้าแก่เนี้ยร้านประจำขาย แต่ไม่คิดว่าขณะที่กำลังเจรจาราคาอยู่หน้าโต๊ะคิดเงิน กลับมีคุณหนูผู้หนึ่งแต่งตัวด้วยผ้าไหมเนื้อดีลายปักงดงามเดินมาขอดูเนื้อผ้า และยังตามมาด้วยอีก2คนที่ดูแล้วคงจะเป็นลูกคนใหญ่คนโต พวกนางเริ่มทะเลาะกันเพื่อซื้อผ้าคลุมไหล่ของไป๋หลาน จนตอนนี้ราคาที่ทั้งสามเสนอมามันเริ่มเข้าข่ายเป็นการประมูลขนาดย่อมในร้านผ้าขนาดกลางไปแล้วเรียบร้อย
"มีใครให้มากกว่านี้หรือไม่" คุณหนูชุดม่วงถามอย่างผู้ชนะและจ่ายเงินให้ไป๋หลาน10ตำลึงตามที่บอก และเดินออกจากร้านพร้อมสาวใช้อย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้คุณหนูชุดชมพูกับชุดส้มกระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ สาวใช้คุณหนูชุดชมพูลากแขนเจ้านายออกไปจากร้าน เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนนายท่านขายหน้า ตอนนี้จึงเหลือคุณหนูชุดส้มที่หันมาจับจ้องเด็กหญิงเจ้าของผ้าคลุมไหล่ลวดลายงดงาม ไม่วางตา
อ่า อึดอัดชะมัด ไม่น่าเอามาขายเลย แต่ใครจะรู้เล่าว่าขนาดอากาศหนาวเย็นแบบนี้ พวกคุณหนูทั้งหลายยังพร้อมใจกันออกมาเดินเล่น
"เจ้า.... ยังมีผ้าแบบนั้นอีกหรือไม่ ถ้าข้าสั่งเจ้าจะนำมันมาอีกเมื่อไหร่" แท้จริงแล้วคุณหนูชุดส้มที่ไป๋หลานตั้งชื่อให้ มีนามว่า ต่งอี้หวา เป็นบุตรีของท่านเจ้าเมืองและฮูหยินใหญ่ อี้หวากำลังรอคำตอบจากเด็กหญิงด้วยความหวัง
"ข้าไม่มีแบบนั้นแล้ว แต่สามารถปักลายใหม่ให้ท่านได้เจ้าค่ะ ระยะเวลาตามความยากง่ายของงาน"เอาวะ เงินลอยมาขนาดนี้แล้วท่านแม่ก็ฝีมือพัฒนาขึ้นทุกวัน อาจใช้เวลาหน่อยถ้าคุณหนูตรงหน้าไม่ขัดข้องนางก็จะรับทำให้
"ข้าต้องการให้เจ้าปักชุดให้ข้า เจ้ารับทำหรือไม่"อี้หวาตัดสินใจแล้ว นางมีชุดผ้าไหมยังไม่ได้ปักลายออยู่หนึ่งชุด มันจะถูกใช้ในงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินจาง ลวดลายที่ปักลงบนผ้าคลุมไหล่ดูแปลกตาแต่งดงามจนนางอยากครอบครอง
"ข้าขอดูชุดก่อนได้ไหมเจ้าคะ"
"ได้ เสี่ยวจิงไปนำชุดมา"
"คุณหนู....เจ้าค่ะ"สาวใช้ที่ชื่อเสียวจิงเหมือนต้องการคัดค้าน แต่ถูกสายตาบังคับของคุณหนู นางจึงเดินออกไปนำชุดมาให้ตามเจ้านายสั่ง
รอไม่นานสาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวจิงของคุณหนูชุดส้มก็เดินยกกล่องใบหนึ่งเข้ามา เมื่อไป๋หลานเห็นชุดที่สวมใส่ในหน้าหนาวก็รู้สึกว่ามันสวยดีแต่ไม่มีลวดลาย นี่คืองานใหญ่ของท่านแม่สินะ ผ้าไหมเนื้อนุ่มแต่ทนความเย็นได้ ราคาแพงน่าดู คงต้องใช้ความระมัดระวังในการปักสักหน่อย แต่นางเชื่อมือท่านแม่ว่าต้องทำได้
"ข้าให้ค่าแรงเจ้าในการปักชุดนี้8ตำลึงทอง"เฉิงกงหันมามองหน้าคนเสนอราคาให้ชัดๆ นางกล้าจ่ายเงินตำลึงทองเพื่อลวดลายสวยงามเพียงแค่นั้นหรือ หากไป๋หลานหรืออี้หวารู้ความคิดของชายหนุ่ม อาจส่งค้อนวงโตให้เขาจนตั้งรับไม่ทันแน่ เรื่องความงามของสตรียอมได้ที่ไหนกัน
"จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู" เสี่ยวจิงตั้งใจเอ่ยคัดค้าน ชุดนี้เป็นไหมชั้นสูงที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ ครั้งที่นายท่านทำงานใหญ่ได้สำเร็จ จะมาให้ชาวบ้านทั่วไปปักลวดลายลงไปนางทำใจไม่ได้ เมื่อคุณหนูตัดสินใจแล้วสาวใช้อย่างนางจำต้องเงียบปาก
"นี่คือมัดจำส่วนแรก เมื่องานเสร็จให้มารับส่วนที่เหลือจากจวนเจ้าเมือง ข้าชื่อต่งอี้หวา บอกพ่อบ้านว่ามาพบคุณหนูใหญ่ต่ง ข้าจะกำชับพ่อบ้านให้"
"เจ้าค่ะ" ไป๋หลานรับเงินมัดจำ4ตำลึงทองมาอย่างงุนงง ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ นึกว่าจะคุยยากเพราะเห็นท่าทางเอาแต่ใจของคุณหนูต่ง นางอุตส่าห์เค้นวิธีการในหัวหาทางรับมือเสียมากมาย สุดท้ายนอกจากจะไม่โวยวายแล้ว ยังจ่ายเงินให้นางโดยไม่ต่อรองแม้แต่น้อย อ่า กลิ่นเงินตำลึงจากตัวคุณหนูต่งช่างรุนแรงเหลือเกิน เฉิงกงยิ้มขำเมื่อเห็นสายตาของน้องสาว นางดูงุนงงในทีแรกแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ไปเสียแล้ว พี่ชายอย่างเขาได้แต่ส่ายหัว นิสัยเห็นแก่เงินของนางเปลี่ยนได้ยากยิ่งนัก
"1เดือนข้าจะนำชุดไปหาท่านที่จวนเจ้าเมืองเจ้าค่ะ" ไป๋หลานกอดกล่องใส่เงินไว้แน่นก่อนจะนัดวันส่งอย่างร่าเริง
"ดีข้าจะรอ" ต่งอี้หวาส่งยิ้มละลายใจให้พี่น้องบ้านถง หยิกแก้มเด็กหญิงหนึ่งทีด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินออกไปพร้อมสาวใช้อย่างอารมณ์ดี
งานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินจางที่จะถึงนี้ ข้าจะต้องโดดเด่นกว่าเจ้าแน่ จือหลิ่งฟาง
หลังคุยเรื่องส่วนแบ่งผ้าคลุมไหล่ลงตัวสองพี่น้องก็พากันเดินออกมา"ฮ้า ทำไมวันนี้อากาศดีจัง ว่าไหมเจ้าคะพี่ใหญ่" ไป๋หลานยืนสูดลมหายใจหน้าร้านขายผ้า ยกถุงใส่เงินขึ้นมาดมดอมอย่างหลงไหล
เฉิงกงกอดกล่องใส่ชุดของคุณหนต่ง มองท่าทางของคนตัวเล็กข้างกาย เริ่มหมดคำพูดกับนิสัยหอมกลิ่นเงินของน้องสาวตัวเอง เจ้าบอกว่าอากาศดีในวันที่อากาศติดลบหรือ น้องข้า เจ้าช่างเห็นแก่เงินยิ่งนัก
"พี่ใหญ่ข้าอยากกินซาลาเปาไส้เนื้อเจ้าค่ะ ซื้อไปฝากท่านแม่กับซีห่าวด้วยนะเจ้าคะ"ไป๋หลานร้องขอในขณะที่พวกนางกำลังเดินผ่านร้านขายซาลาเปา
"ซาลาเปาไส้เนื้อ4ลูกขอรับ"
"8อีแปะ"พ่อค้าหยิบซาลาเปาลูกโตห่อในผ้าอย่างดี ไป๋หลานชอบกินร้านนี้ เจ้าของร้านไม่หวงวัตถุดิบเลย เวลากัดแป้งซาลาเปามีไส้เนื้อชุ่มช่ำเต็มคำจนนางใจบาง งื้อออ แค่คิดก็ฟินแล้ว
เฉิงกงจ่ายเงินและรับซาลาเปานำมาให้น้องสาวและตัวเอง ทั้งสองนั่งกินอยู่ข้างร้านขายซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อจัดการหมดก็ตรงไปที่ร้านขายเนื้อหมู ซื้อหมูสามชั้นติดมัน กระดูกหมู เครื่องในหมูและซี่โครง วันนี้ไป๋หลานจะทำอาหารไทย แค่คิดถึงรสชาติที่เพื่อนชาวไทยเคยทำตอนเรียนด้วยกัน ก็รู้สึกเหงาและคิดถึงขึ้นมาทันที เพราะแบบนั้นต้องทำอาหารที่เคยกินด้วยกันมันก็พอจะทำให้คลายความคิดถึงลงบ้าง
'ท่านต้องการหมุนวงล้อโชคชะตาหรือไม่'
'หมุนเลย'
'ท่านได้รับโสมคนอายุ500ปี กำลังเก็บเข้าช่องเก็บของ'
หื้ม เหมือนว่ายิ่งนางทำงานหาเงินได้เยอะเท่าไหร่การหมุนวงล้อแต่ละครั้งก็จะได้รับของสำคัญหรือของมีค่าเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งไป อย่างเมื่อวานก็หมุนได้ผ้าไหมเมฆาที่มีค่าควรเมือง เอ่อ ระบบมันบอกอีกที แต่ทำไมถึงเป็นแบบนั้นไป๋หลานก็จนปัญญาที่จะหาคำตอบ ได้ของดีจะมัวมาสงสัยทำไมกัน ถ้าขายโสมคนอันนี้จะได้ราคาเท่าไหร่กันนะ ไหนจะไหมเมฆาอีกถ้าให้ท่านแม่นำลายปักชั้นสูงปักลงไปมันจะทำเงินเท่าไหร่ คงต้องนำเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านปู่เจียงอีกที
ขณะที่กำลังคิดถึงยอดเงินจากการขายสองสิ่งล้ำค่าอยู่นั้น รถม้าก็หยุดลงอย่างกระทันหันไป๋หลานต้องหาที่จับด้วยความตื่นตกใจ ก่อนจะโผล่หน้าออกไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น
"พี่ใหญ่เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ"
"มีคนบาดเจ็บนอนขวางทางรถอยู่ เจ้ารออยู่บนรถม้าพี่จะไปดูเอง"
"ระวังด้วยนะเจ้าคะ" ไป๋หลานมองอย่างกังวล และคอยมองหาสิ่งป้องกันตัวไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาจะได้รับมือได้ถูก เฉิงกงเดินไปถึงคนชุดดำที่นอนขวางทาง เมื่อพลิกตัวมาก็เปิดผ้าปิดหน้าออก มันซีดเซียวไร้สีเลือด น่าจะเกิดจากการบาดเจ็บและเสียเลือดเป็นจำนวนมาก เห็นดังนั้นลมหายใจที่เคยกลั้นไว้ก็พลั่งพลูออกมา ถ้าเกิดมันเป็นกลลวงเขาไม่อยากคิดเหตุการณ์ต่อจากนี้เลย
"เราช่วยเขาดีหรือไม่"เดินย้อนกลับมาปรึกษาน้องสาว ว่าจะเอาเช่นไรดี จะทิ้งก็ดูใจร้ายจะช่วยเหลือก็ดูจะเกินตัวไปหน่อย
"ข้าคิดว่าจำเป็นเจ้าค่ะ คนก็บาดเจ็บคงจะทำอันตรายเราไม่ได้ อีกอย่างเราเห็นคนเจ็บจะให้ทิ้งไม่ช่วยเหลือก็คงจะใจดำเกินไปหน่อย"
"คงต้องพาไปโรงหมอ"เฉิงกงเดินตามไป๋หลานไปดูคนเจ็บ ขมวดคิ้วนึกถึงความยุ่งยากที่เข้ามา หิมะเริ่มตกอีกแล้วกว่าจะไปกว่าจะกลับถึงบ้านมืดค่ำ ทำให้มารดากังวลอีก
"พากลับบ้านก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าตรวจบาดแผลแล้วไม่ได้น่ากลัวมาก ที่มานอนสลบตรงนี้ก็เพราะเสียเลือดเป็นเวลานาน อีกอย่างก็ใกล้จะถึงบ้านแล้ว จะให้พาไปโรงหมอข้ากลัวว่าอาจใช้เวลานาน"
"แต่มันเสี่ยงมากเกินไป"ให้คนแปลกหน้าพักในบ้าน ซ้ำไม่รู้ที่มาที่ไปชัดเจน ถึงเขายังบาดเจ็บไม่รู้สึกตัวก้รับรองสิ่งใดไม่ได้
"พวกเราก็แค่ต้องจัดเวรยามดูแลเมื่อเขาตื่น ให้คนที่เฝ้าตะโกนดังๆ ก็ได้นี่เจ้าคะ" ไป๋หลานมีความรู้สึกว่าคนๆ นี้ไม่อันตรายแต่จะนำเม็ดเงินมหาศาลมาให้มากกว่า และนางเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองเสมอ
*************
อาการเห็นเงินแล้วตาโตของน้องก็ยังแก้ไม่หายตามเคย อย่าด่าน้องว่าโง่นะคะ น้องแค่งกเอ๊งง แค่ก ความฉลาดและความเจ้าเลห์จะแสดงออกมาเมื่อเห็นเงินค่ะ อนุญาตให้ด่าได้แต่อย่าแรงนะคะน้องใจบางมาก
ความคิดเห็น