Hell Butterfly and Hydrangea [Bleach : Ukitake x OC]

ตอนที่ 3 : Chapter 01 : The Steps of Life Cycle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 มิ.ย. 63

 

Chapter 01 : The Steps of Life Cycle

 

ณ ประตูทางเข้าที่ทำการหน่วยที่ 1

 

 

“อ้าว อรุณสวัสดิ์อุคิทาเกะคุง วันนี้อากาศแจ่มใสน่าดูเลยนะ”

 

น้ำเสียงอันสุขุมแฝงความอ่อนโยนของอันดับที่3 เก็นชิโร่ โอคิคิบะ แห่งหน่วยที่ 1เอ่ยขึ้นขณะที่เดินออกมา ในมือข้างขวานั้นถือเอกสารกองหนึ่งอยู่

 

“อรุณสวัสดิ์เช่นกันครับคุณโอคิคิบะ มาทำงานเเต่เช้าเลยนะครับ” เด็กหนุ่มที่ถูกทักเอ่ยตอบกลับ

 

อุคิทาเกะ จูชิโร่

 

ยมทูตหนุ่มผู้มีผมสีขาวยาวประบ่า ขับใบหน้าของเขานั้นให้ดูอ่อนหวานกว่าเหล่าชายหนุ่มในวัยเดียวกัน ทันทีที่จบการศึกษาจากสถานบันยมทูตชินโอด้วยคะเเนนสูงสุดควบคู่กับเพื่อนสนิทนามว่า ‘เคียวราคุ ชุนซุย’ ก็ถูกบรรจุเข้าหน่อยที่1โดยทันทีโดยการทาบทามจากท่านหัวหน้าใหญ่แห่ง13หน่อยพิทักษ์เป็นการส่วนตัว

 

จูชิโร่นั้นมีโรคประจำตัวตั้งเเต่เด็กๆทำให้ผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาว แต่ทั้งเขาเเละเพื่อนสนิทก็ได้ถูกแต่งตั้งเป็นนักสู้มีลำดับหลังจากเข้าหน่อยเเทบจะทันที เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าถึงแม้ร่างกายจะไม่ค่อยแข็งเเรงแต่ก็มีความสามารถเทียบเท่าคนอื่น มิหนำซ้ำยังเป็นศิษย์เอกของท่านหัวหน้าใหญ่อีกด้วย

 

การปรับตัวหลังจากเข้าหน่วยนั้นเเทบจะไม่จำเป็นสำหรับชายหนุ่มผู้นี้เลย ด้วยนิสัยที่ใจดี สุภาพน่าเข้าหา และมักให้เกียร์ติผู้อื่นเสมอตั้งเเต่สมัยยังเรียนอยู่ ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักสำหรับบางคนในหน่วยอยู่เเล้ว ส่วนหน้าที่ของสมัยยังเป็นเด็กใหม่นั้นก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญมากมายเนื่องจากยังเข้ามาได้ไม่นานนัก ส่วนใหญ่เป็นงานเอกสาร จะมีติดตามรุ่นพี่ไปทำภารกิจนอกเซเรย์เทย์ในบางครั้ง

 

ซึ่งมันค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับชุนซุยเลยหละ

 

“ ก็นะ มันเป็นความเคยชินน่ะ” คนมีอายุมากกว่ากล่าว

 

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะครับ” จุชิโร่กล่าวยิ้มๆพร้อมโค้งให้โอคิคิบะ

 

“ไม่ต้องพิธีการนักหรอกน่า” โอคิคิเบะปัดมือไปมา “อ่า จริงสิ ท่านหัวหน้าใหญ่เรียกหาเจ้าน่ะ รีบไปซะเถอะ”

 

ผู้มีอายุน้อยกว่าเงยหน้าขึ้น แต่ก่อนจะได้เอ่ยตอบอะไรรุ่นพี่ของเขาก็ได้เดินจากไปเสียเเล้ว

 

เขายืนจ้องเเผ่นหลังที่กำลังออกห่างไปเรื่อยๆนั้นเพียงครู่เดียวก่อนตัดสินใจเดินไปยังห้องทำงานของอาจารย์ตนเอง

 

ใช้เวลาเพียงไม่นาน เด็กหนุ่มก็ยืนอยู่ถึงหน้าประตูห้องเเล้ว

 

“อาจารย์ยามาโมโตะครับ ผมจูชิโร่เองครับ”

 

กล่าวจบประตูก็ถูกเปิดออกโดยเพื่อนสนิทของเขาเอง

 

“ไง อุคิทาเกะ”

 

ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อย “อะไรกัน ชุนซุยก็มาด้วยหรอ”

 

“อ่าห้ะ พอดีกำลังเดินออกจากร้านเหล้าตอนเช้ามืดแล้วป๊ะกับปู่ยามะพอดีเลยโดนลากมาน่ะ” พูดจบเขาก็ป้องปากหาว

 

“นายนี่จริงๆเลยนะ” พูดจบก็ยิ้มเเหะๆให้กับการกระทำของเพื่อนตัวเองก่อนก้าวเท้าข้ามธรณีประตู

 

เเสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านระเบียงห้องทำงานของหัวหน้าใหญ่นั้นให้ความอมอุ่นเเละเเสงสว่างที่สบายตา มือหยาบกร้านจากการกำดาบเเละความชราที่กำลังจับภู่กันขีดเขียนเอกสารอยู่นั้นหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู

 

“จูชิโร่มาถึงเเล้วสินะ” เสียงอันน่าเกรงขามเอ่ยขึ้น

 

“ครับ ท่านอาจารย์” จูชิโร่เดินมายืนอยู่ที่หน้าโต๊ะไม้สีอ่อน ตามด้วยชุนซุย ทั้งคู่นำมือไขว้หลังเพื่อรอคำสั่ง

 

มือหนาวางภู่กันลงบนถาดหมึกพลางพูดขึ้น “วันนี้ข้ามีภารกิจจะให้พวกเจ้าทั้งสองไปเข้วร่วมในฐานะผู้เเทนของข้า”

 

เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัย

 

“ไม่ต้องตกใจ มันไม่ใช่ภารกิจที่ต้องออกไปข้างนอกเซเรย์เทย์หรอก” ผู้เป็นอาจารย์กล่าวต่อ

 

“ก็แค่ไปเป็นตัวเเทนหน่วยเข้าร่วมพิธีปลุกผีเสื้อนรกในตอนหัวค่ำน่ะ ส่วนสถานที่นั้นพวกเจ้าก็เคยไปมาเยือนมาเเล้วนี่”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

กงเกวียนแห่งเวลานั้นหมุนวนอย่างไม่เคยหยุดหย่อน ผลัดเปลี่ยนสิ่งรอบตัวไปเรื่อยๆเสมือนเป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่เเน่นอนของทุกสรรพสิ่ง ฤดูทั้ง4ยังคงสลับกันทำหน้าที่ของมันอย่างไม่เคยตกหล่น ถึงแม่จะมีบางครั้งคราที่คลาดเคล้ากันบ้าง แต่สุดท้ายเเล้วพืชพรรณก็ยังคงร่วงโรยเมื่อถึงเวลา ฝังเมล็ดพันธุ์ของมันภายใต้ผืนดิน ข้ามผ่านวันเวลาอันหนาวเหน็บของเหมันเพื่อผลิบานอีกครั้งยามวัสตฤดู เช่นเดียวกันกับครั้งนี้

 

‘เซ็นจู อาจิไซ’ เองก็ได้เติบโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่ง หากจะกล่าวว่าราวกับกำลังเเข่งกับดอกไม้นานาพันธุ์ในสวนของเธอก็ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง เพราะชื่อของเธอ อาจิไซ นั้นมีความหมายว่าดอกไฮเดรนเยียที่บานยามฝนพรำอยู่เเล้ว

 

คนส่วนใหญ่ในตระกูลของเธอก็มักจะถูกตั้งชื่อตามดอกไม้ในฤดูที่ตนเกิด อย่างเช่นพ่อของเธอ หัวหน้าตระกูลเซ็นจูคนก่อนมีชื่อว่า คิเคียว หรือก็คือดอกไม้สีม่วงแห่งฤดูใบไม้ร่วง

 

ความหมายของชื่อนั้นเกี่ยวเนื่องกันกับดอกไม้และฤดูต่างๆนั่นก็เพื่อเป็นเสมือนสัญลักษ์ของหน้าที่การเลี้ยงผีเสื้อนรกในตระกูล

 

วัฏจักรของผีเสื้อเหล่านี้คล้ายกับผีเสื้อในโลกมนุษย์ มีระยะฟักใข่ ตัวอ่อน ดักเเด้ และระยะโตเต็มวัยที่ถูกนำไปใช้ใน13หน่วยพิทักษ์ โดยระยะโตเต็มวัยจะถูกปลุกออกมาจากดักเเด้ในทุกฤดูใบไม้ผลิตามพิธีกกรรมที่ดำเนินโดยลูกสาวคนโตของตระกูลเซ็นจู

 

ซึ่งวันนี้ก็คือวันที่พิธีกรรมจะถูกจัดขึ้น

กิโมโนสีดำที่มีลวดลายสีทองตรงปลายเเขนถูกส่วมใส่ลงบนตัวเด็กสาวโดยผู้ช่วยหลายคน จัดเเจงเเละพับทบให้เข้าที่พอดีตัว ก่อนจะถูกสวมทับด้วยฮากามะสีเเดงเข้มตามสีที่ประดับบนปีกผีเสื้อนรก

 

สาวใช้นางหนึ่งรวบผมสีดำเข้มของเธอไปข้างหลังด้วยเชือกสีขาว ไม่แน่นแต่ก็ไม่หลวมจนเกินไป ปล่อยให้ปอยผมด้านข้างบางส่วนสยายคลอเคลียกับลำคอ มงกุฏโบราณประดับอยู่บนหัว น้ำหนักของมันทำให้หน้าม้าของเด็กสาวดูยาวขึ้นเล็กน้อย

 

ใบหน้าเองก็ถูกปกปิดโดยแป้งสีขาวนวล หางตาเเละริมฝีปากถูกแต่งเติมด้วยสีชาต

 

หลังจากช่างเเต่งหน้าได้วาดลวดลายสุดท้ายเสร็จ เด็กสาวจึงลืมตาและกะพริบตาเล็กน้อยเพื่อปรับทัศนวิสัย

 

‘นี่เป็นปีที่6แล้วสินะ’ เด็กสาวนึกในใจ

 

6ปีจากการสูญเสียทั้งครอบครัวไปนั้นได้เปลี่ยนวิธีการมองโลกของเด็กสาวนางนี้ไปโดยสิ้นเชิง การถูกบังคับให้ต้องโตก่อนวัยนั้นมันเเสนเจ็บปวด ก่อนจะถูกตอกย้ำด้วยความสงสัยที่ไม่มีทางได้คำตอบจากท่านตาของตัวเองว่าความจริงของอุบัติเหตุครั้งนั้นคืออะไร

 

ท่านตาที่เป็นถึงหัวหน้าใหญ่แห่งสิบสามหน่วยพิทักษ์.........

 

พิธีกรรมนี้เดิมทีมันเสมือนกิจกรรมครอบครัวของคนในตระกูล เป็นวันที่ทุกคนจะช่วยกันเตรียมการต่างๆ ท่านพ่อจัดเตรียมอุปกรณ์และตรวจสอบความเรียบร้อย ท่านเเม่ที่คอยทำหน้าที่เเต่งตัวให้ และฮาคุที่คอยป่วนทุกคน......หญิงสาวยังคงโหยหาถึงช่วงเวลาเหล่านั้นตลอดมา

 

อาจิไซเริ่มทำหน้าที่นี้ตั้งเเต่ยังเล็ก รับช่วงต่อจากท่านป้าหลังจากได้รับตำเเหน่งผู้พิทักษ์แห่งวังราชันแทบจะทันที ซึ่งน้อยครั้งที่ท่านผู้นั้นจะลงมาเยี่ยม

 

สาวใช้ทุกคนหลังจากที่เช็คความเรียบร้อยเสร็จก็พากันเดินถอยเพื่อเปิดทางเดินให้เธอ

“ฉันจะออกไปดูเหล่าดักแด้ในป่ารอบสุดท้ายนะคะ” อาจิไซกล่าวหลังจากสลัดความคิดถึงอดีตออก

 

สาวใช้ทุกคนได้ฟังก็ทำหน้าตาเลิ่กลัก

 

“ใช้เวลาไม่นานหรอกค่ะ” นางกล่าวจบพร้อมกับถอนหายใจ

 

‘อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าพิธีก็จะเริ่มขึ้นเเล้ว พวกนั้นคงกลัวว่าเราจะกลับมาไม่ทันสินะ แต่ถ้าไม่มีฉันมันก็เริ่มไม่ได้อยู่เเล้วนี่ สุดท้ายก็ต้องรอกันอยู่ดี จะกลัวอะไรกันนักนะ’ เธอคิดพลางพาตัวเองออกไปให้เป็นอิสระจากการร้ายล้อม

 

ขาทั้งสองข้างก้าวลงบนพื้นหญ้าเขียวขจี ไอชื้นยังคงปกคลุมอยู่ทั่วป่าสนแห่งนี้ด้วยแรงดันวิญญาณเพื่อความอุดมสมบูรณ์ สองข้างทางนั้นมีคบเพลิงที่ยังไม่ถูกจุดปักเรียงยาวไปกับทางเดิน คบเพลิงเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของพิธีเช่นกัน นัยตาสีน้ำตาลแดงสอดส่องไปยังใบไม้รอบๆขณะมุ่งหน้าไปพื้นที่โล่งกว้างข้างหน้า

 

พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้มีต้นไม้ถูกปลูกไว้เพื่อที่แสงแดดยังสามารถสอดส่องลงมาได้ ขาทั้งสองข้างหยุดลงเมื่อรู้สึกถึงเเสงแดดยามเย็นอ่อนๆ ท้องฟ้าเริ่มถูกฉาบไปด้วยสีน้ำเงินตัดกับสีส้ม

 

หญิงสาวหลับตาลงพร้อมกับสูดลมให้ใจเข้า ซึมซับบรรยากาศอันเงียบสงบเเรกของวันเพราะในบ้านใหญ่นั้นช่างวุ่นวายจากการเตรียมงานเกินไป สาวใช้เเละพ่อบ้านมากมายเดินไปมาบนพื้นไม้ตลอดทั้งวัน เสียงกระทบจากพื้นไม้ที่ดังถี่บวกกับการที่ต้องตื่นมาเตรียมการเเต่เช้านั้นสามารถทำให้เธอเวียนศรีษะได้เลยทีเดียว

 

สายลมเบาบางโชยมา พัดพากลิ่นเหล่าดอกไม้แรกบานไปทั่ว

 

นางคลี่ยิ้มเมื่อได้กลิ่นเหล่านั้น

 

ทันใดนั่นเอง เธอก็รู้สึกว่าเหมือนมีเงาอะไรบางอย่างอยู่หลังต้นไม้

 

———————————————————————————————————————————

 

อมก บทนี้บรรยายเยอะเวอร์ คนที่อ่านเวอร์ชั่นเเรกขอโทษด้วยนะคะ ตอนนั้นเมามาก เขียนมั่วไปหมด5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น