MY BONUS [ NOMIN ] #ลูกเพื่อนNM

ตอนที่ 4 : MY BONUS 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    7 มี.ค. 62


MY BONUS
04
.
.
.
.

       " ขอบคุณครับ " 
      ทมือหนารับจานข้าวจากป้าแม่ครัวทันทีหลังจากที่ส่งเงินไปให้ ครูหนุ่มกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มประจำตัว เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มคนนี้ไปเสียแล้ว รอยยิ้มที่สามารถพิชิตใจสาวๆ ในโรงเรียนได้หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือเหล่าครูอาจารย์ด้วยกันเอง รวมไปถึงคุณป้าแม่ครัวด้วย
       " ทานให้อร่อยๆ นะคะครูเจนรบ " คุณป้าในวัยห้าสิบปีพูดเสียงแจ๋นกับเขา 
       " ครับ " เขาส่งยิ้มไปให้แล้วเดินไปหาที่นั่ง

       ภายในโรงอาหารนี้แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือโต๊ะกินข้าวสแตนเลสของเหล่านักเรียนที่รองรับกว่าพันคนตั้งอยู่กลางโรงอาหาร ส่วนที่สองจะเป็นโต๊ะกินข้าวของอาจารย์จะอยู่ด้านในสุดของโรงอาหาร โดยจะมีกระจกใสกั้นแบ่งเอาไว้อยู่ ภายในมีร้านอาหารตั้งอยู่เฉพาะของอาจารย์ แต่ถ้าครูคนไหนต้องการที่จะต่อแถวกินฝั่งของนักเรียนก็ไม่เป็นไร สุดท้ายคือส่วนโซนจำหน่ายอาหารจะอยู่ทางด้านขวามือเมื่อเดินเข้ามาที่นี่ มีร้านอาหารและน้ำหลากหลายอย่างให้เลือกกินตามใจชอบ 

       " เจน " เพื่อนตัวดีในชุดเสื้อโปโลสีดำที่ถูกสวมทับด้วยกางเกงวอร์มสมกับเป็นครูพละ โบกมือเรียกเขาให้ตามมานั่งข้างๆ กัน

       " แดกเหมือนเดิม " สามพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเมนูในจานของเขาที่เป็นข้าวหมูกระเทียมพร้อมไข่ดาวไม่สุกหนึ่งใบ

       " เสือก " 

       เขาตอบถอยคำหยาบคายกลับไปเบาๆ โดยปกติแล้วเมื่อเราอยู่ในสถานที่ทำงานทั้งเขาและสามจะพูดสุภาพกันมากๆ เพราะด้วยภาพลักษณ์ของความเป็นครู แต่เมื่อเราอยู่ด้วยกันสองคนแล้วนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นการพูดคุยแบบสบายๆ แทน มีคำหยาบบ้างตามประสาเพื่อนสนิท

       " ไม่กลัวเป็นโรคไตหรือไง " 
       " ถ้ากูเป็นไต มึงก็คงเป็นเบาหวาน " พูดเสร็จก็ตักหมูกระเทียมเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ่ยๆ
       " ครูพละฟิตทุกคน ไม่เป็นอะไรง่ายๆ "
       " ครับ "
       เมื่อเห็นว่ามีบุคคลที่สามเดินเข้ามา เขาจึงเปลี่ยนคำตอบรับทันที

       " ขอนั่งด้วยคนนะคะ " 
       " ตามสบายเลยครับครูน้องจันทร์เจ้า " เป็นสามที่ตอบกลับไป

       จันทร์เจ้าเป็นครูสาวที่สอนวิชาคณิตศาสตร์เช่นเดียวกันกับเขา แต่เธอสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ เธออ่อนกว่าเขาสามปี และด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยตามแบบสเปคของผู้ชายหลายๆ คน ทำให้เด็กนักเรียนโดยเฉพาะผู้ชายนั้นต่างก็อยากจะเรียนกับเธอทั้งนั้น ถึงแม้ว่าอายุจะขึ้นเลขสามแล้วแต่ก็ยังคงดูแลร่างกายของตนเองเป็นอย่างดี สังเกตได้จากใบหน้าที่อ่อนเยาว์เปรียบได้กับคนอายุยี่สิบต้นๆ ก็ไม่เชิง
 
       " วันนี้พี่สามหล่อจังเลยนะคะ " เธอพูดขณะที่กำลังจะนั่งลงข้างๆ เขา
       " มากกว่าครูเจนมั้ยครับ " 

แก๊ก

       เสียงช้อนกระทบกับจานดังขึ้นจนคนทั้งสองหันมามองเขากันเป็นตาเดียว จะหาว่าเสียมารยาทก็ได้แต่เขาไม่ได้ตั้งใจทำมือไม้มันไปเอง จะเป็นอะไรได้นอกซะจากเพื่อนตัวดีกำลังชงให้จันทร์เจ้าตอบคำถามที่มันคิดเอาไว้อยู่แล้ว

       " ขอโทษครับ ช้อนหลุดมือ " เขาหันไปพูดกับครูสาวโดยที่ไม่ลืมรอยยิ้มประจำตัวของตนเอง

       จันทร์เจ้าไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่ทำเพียงแค่ส่งยิ้มและมีเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเธอ

       " ...... "
       " ...... "
       ตอนนี้ทั้งเขาและสามกำลังเล่นเกมจ้องตากันอยู่ท่ามกลางโรงอาหาร ถือว่าเป็นสงครามประสาทก็ว่าได้ เจ้าตัวคงรู้ดีว่าเขารู้สึกอย่างไรกับครูจันทร์เจ้าถึงได้กล้าทำกันขนาดนี้

เขาชอบครูจันทร์เจ้า

ไม่สิ.... เคยชอบต่างหาก


       แต่มันก็เมื่อนานมาแล้ว เริ่มที่เขากับครูจันทร์เจ้าได้รับหน้าที่ทางโรงเรียนให้ไปสัมนาที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวัน จากตอนแรกแค่ได้ทักทายกันผิวเผินในโรงเรียนมีพูดคุยกันเล็กน้อยตามประสาครูในหมวดวิชาคณิตศาสตร์ จนเราทั้งสองได้มาสนิทกันในช่วงสัมนาครั้งนี้ อาจเป็นเพราะต่างคนต่างไม่สนิทกันจนต้องหันหน้ามาพูดคุยกันมากขึ้นเพื่อคลายความอึดอัดขณะรอการสัมนาเริ่มขึ้น เราได้พูดคุยกันหลายๆ เรื่อง เริ่มจากเรื่องการมาของเราสองคนในครั้งนี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะมาซักเท่าไหร่ จนหัวข้อการสนทนาแปรเปลี่ยนเป็นความชอบส่วนตนของทั้งคู่ ทั้งการกิน การท่องเที่ยว หรือหนังสือที่ชอบอ่าน หรือแม้กระทั่งแนวหนังที่ชอบ ทุกอย่างมันลื่นไหลไปซะหมด รู้ตัวอีกทีเมื่อเสียงของใครซักคนดังขึ้นมาเพราะไมโครโฟนที่ถืออยู่กลางเวที

       แต่ก็นั่นแหละ มันนานมาแล้ว

       " จ้องกันขนาดนี้มันจะอิ่มเหรอคะ " ครูสาวพูดอย่างขบขัน จนคนทั้งสองละสายตาออกจากกันแล้วลงมือทานข้าวต่อทันที

       " พี่เจนมีสอนต่อรึเปล่าคะ " 

       เจนรบนึกคิดตารางสอนของตัวเองซักพักแล้วจึงตอบกลับไป
       " อืมม.... พี่มีต่อก็นู้นเลยครับ คาบแปด " 
       " คือ... จะเป็นการรบกวนมั้ยคะถ้าเจ้าจะขอให้พี่เจนเข้าสอนมอสี่ทับสามแทนเจ้าในคาบที่ห้า คือ.         เจ้าต้องไปหาหมอน่ะค่ะ " จันทร์เจ้าพูดจบก็ยกแขนข้างขวาที่ถูกผ้าพันไว้ขึ้นมาโชว์ เขารู้มาว่าจันทร์เจ้าได้เกิดอุบัติเหตุที่แขนขวานิดหน่อย เมื่อเห็นดังนั้นจึงได้ตอบรับกลับไป

       " ได้สิ พี่สอนแทนได้อยู่แล้ว เจ้าไปหาหมอเถอะ ส่วนเรื่องบทเรียนไว้พี่จะไปถามหลังทานข้าวเสร็จที่ห้องศูนย์นะครับ ตอนนี้เจ้าทานข้าวแล้วทานยาก่อนนะ " ส่งยิ้มไปให้ครูสาว

       " ขอบคุณพี่เจนมากๆ เลยนะคะ ครูคณิตฯ ที่เจ้าสนิทด้วยก็มีแต่พี่เจนเนี้ยแหละค่ะ " 
       " ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจ "
       " งั้นเจ้าขอไปซื้อน้ำก่อนนะคะ " ว่าจบก็ลุกขึ้นเดินไปยังร้านขายน้ำ

       " ใจดีจังเลยนะครับ ครูพี่เจน " ไม่วายโดนเพื่อนตัวดีหันมาล้อเขาตามประสา สิ่งที่เขาไม่ชอบตอนนี้คือใบหน้าของสามที่มันยิ้มทะเล้นๆ ส่งมาให้

       " เลิกคิดบ้าๆ ได้แล้ว กูเคยบอกมึงไปแล้วนะ "
       " ที่มึงชอบครูน้องจันทร์เจ้าอ่ะเหรอ "  

!!!!

       " ไอ้สาม " 
      ื" 55555555555555 " 
.
.
.
.
.
.
.

      
       เสียงเด็กนักเรียนพูดคุยดังจ้ออยู่ในโสตถึงจะเป็นเวลาเรียนอยู่ก็เถอะ มันโอเคถ้าหากคาบนั้นไม่ได้ถูกสอนโดยตัวเองยังไงซะเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอยู่แล้ว 

       แต่คาบนี้ไม่

       " อยากให้ครูดุเหรอ "

       เสียงเรียบนิ่งเหมือนกับใบหน้าเอ่ยออกไปท่ามกลางเด็กนักเรียนสี่สิบกว่าคน แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นเหมือนทุกๆ ครั้ง

       เงียบฉี่

       " ใจดีด้วยแล้วไม่ชอบเหรอครับ มันโอเคใช่มั้ยที่พวกเราอยากจะให้ครูสอนแบบตึงๆ อย่างนี้ " ในมือยังคงถือปากกาไวท์บอร์ดค้างไว้กับโจทย์บนกระดานที่ยังไม่ได้ทำการเฉลยให้เสร็จสรรพ

      " ครูรู้ว่ามันน่าเบื่อ ง่วงด้วยที่จะต้องมานั่งฟังอะไรแบบนี้ตอนบ่ายๆ ครูไม่ว่าถ้าหากใครจะฟุบลงไปนอน แต่ครูขออย่างเดียว คืออย่าคุยกันแล้วอย่าชวนเพื่อนคุย ถ้าจะไปก็ไปคนเดียวอย่าดึงเพื่อนไปด้วย " 

       เจอเขาพูดไปแบบนี้แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าฟุปตัวลงไปนอนแน่ๆ 

       เมื่อเห็นว่าภายในห้องเงียบสงบดีแล้ว ครูหนุ่มจึงดำเนินการสอนต่อไป
.
.
.
.

       " นักเรียนเคารพ "
       " ขอบคุณครับ / ค่ะ "
       เสียงทำความเคารพดังขึ้นเมื่อหมดคาบเรียน ครูอย่างเจนรบไม่ลืมที่จะรับไหว้ตามประสาพร้อมรอยยิ้มประจำตัว

       " ครูจะจำห้องนี้ไว้ แล้วเจอกันมอหกครับ " เมื่อพูดจบร่างสูงก็เดินออกไปจากห้องมอสี่ทับสามที่ครูจันทร์เจ้าได้ฝากฝังเอาไว้ ก่อนออกจากห้องเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง....

       " ครูเจนหล่อมากเลยค่าาาา "

       

       เห้อ เด็กสมัยนี้
.
.
.
.


       " เป็นไงมึง เหมือนจะตาย "

       เจนรบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ร่างสูงล้มตัวนอนบนเตียงสีฟ้าสะอาดตาภายในห้องพยาบาลที่สามเป็นคนดูแลแทนครูพยาบาล เหตุเพราะเธอตั้งครรภ์จึงต้องหยุดไปดูแลตัวเองแทนห้องพยาบาลแห่งนี้

       " ชิล " 
       " เพื่อครูน้องจัทร์เจ้า คุณทำได้อยู่แล้ว " สามพูดหยอกขึ้นขณะที่ตัวเองยังวุ่นอยู่กับการทำคะแนนของเด็กนักเรียน 

       " รำคาญแล้วนะ " เจนรบยังคงหลับตาอยู่ขณะที่พูด
       " ถ้าผมพูดจริงๆ คุณจะรำคาญมากกว่านี้อีก "
 
       เจนรบเอื้อมมือไปหยิมสมุดบันทึกการใช้ห้องพยาบาลที่อยู่บนหัวเตียงปาไปที่สามอย่างแม่นยำ ไม่วายโดนมันสบถกลับมา

       " ไอ้ห่า! " 
       " เงียบไปได้แล้ว " เขาพูดพร้อมวางมือทั้งสองไว้ที่หน้าท้องแกร่ง
       " เออ กูเพิ่งนึกขึ้นได้.... อะไร ไม่ใช่เรื่องครูน้องจันทร์เจ้าแล้ว " สามรีบแก้ตัวทันทีเมื่อเขาลืมตาขึ้นมามองมันอย่างคาดโทษ

       " แล้วอะไร "
       " ลูกไอ้บัมพ์ไง "
       " ...... "
       " เห็นวันนั้นมึงสนใจ เป็นไงมั่งวะ " สามละจากภารกิจของตัวเองแล้วเคลื่อนย้ายตัวมานั่งที่เตียงข้างๆ เพื่อนที่นอนอยู่

       " ตอนนี้ก็เรียนพิเศษกับกูอยู่ แล้วก็ไม่ไง " ดูเหมือนว่าคำตอบของเขาจะไม่ถูกใจเพื่อนคนนี้ซักเท่าไหร่ 
       " แค่นี้? "
       " อืม จะให้แค่ไหนอ่ะ " เขาสวนกลับไป
       " มึงไม่ได้ชอบหลานโบนัสเหรอวะ " 


       ชอบ?

       " ...... "
       " ...... " สามเงียบเพื่อรอฟังคำตอบ
       " บ้า ไม่ได้ชอบ " 
       " เอ้า แล้ววันนั้นที่มึงบอก... "
       " ก็แค่เอ็นดู เด็กมันน่ารักดี "
       " กูก็นึกว่ามึงจะกินเด็กอีก ไทป์มึงเลยนะ แล้วยิ่งเป็นลูกของเพื่อนด้วย " สามล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกันกับเขา

       " คิดมากไปแล้วมึงอ่ะ " เขาพลิกตัวหันหลังให้เพื่อนตัวดี แขนทั้งสองกอดอกตัวเองไว้แน่นเพราะความหนาวจากแอร์

       เป็นความจริงที่เขาชอบคนที่เด็กกว่า จากประสบการณ์การมีแฟนของเขา หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นคนที่อายุน้อยกว่าเขาทั้งสิ้น ยอมรับว่าที่ชอบเด็กเพราะมีความออดอ้อนเก่ง แค่นั้น เขาชอบคนขี้อ้อน แต่ในกรณีของเจ้าเด็กโบนัสนั้นเขามองว่าเป็นแค่ความเอ็นดูเฉยๆ เท่านั้น ถึงแม้จะมีหลุดๆ บ้างก็เถอะ แต่ด้วยอายุที่ห่างกันตั้งสิบแปดปีแถมยังเป็นลูกของเพื่อนอีก เขาไม่บังอาจคิดอะไรแบบที่ไอ้สามคิดอยู่แน่ๆ

       เอาให้จริงเถอะนะนายเจนรบ....


       " เออ กูคงคิดมากไปเอง " 




30%



























       " เอาอีกแล้วเหรอจ๋อง "

       เขาพูดกับเพื่อนหัวทองที่กำลังนั่งเหลาอีอีแท่งยาวอยู่อย่างขะมักเขม้น ดูจำนวนแล้วเยอะกว่าวันนั้นมากโข เขาจำได้ว่าตอนที่เอาอีอีไปให้ฟางห้องหกจ๋องบ่นเรื่องจำนวนที่มันต้องมานั่งเหลาให้ฟางฟังจนเขารู้สึกหูชาแทน แล้วยังมีการบอกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จ๋องจะมาทำอะไรแบบนี้ ไหงมาวันนี้เจ้าเพื่อนลูกเจี๊ยบกลับกลืนน้ำลายตัวเองซะอย่างนั้น

       " มันมาขอร้องกู " จ๋องเงยหน้าขึ้นมาตอบเขาที่ยืนคล้ำหัวมันอยู่

       " เอาความจริง "

       " เงินเยอะ "


       โอเค


       ไม่ผิดคาดกับสิ่งที่เขาคิดไว้ เพราะยังไงจ๋องก็คือจ๋อง เงินสำคัญที่สุด ให้เดาว่าเพื่อนคนนี้กำลังเก็บเงินเพื่อซื้ออะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ


       ที่จ๋องต้องมาทำอย่างนี้ไม่ใช่ว่าครอบครัวจ๋องมีความบกพร่องเรื่องการเงินแต่อย่างใด บ้านจ๋องรวยพอที่จะมีหน้าตาในสังคม แต่เพราะจ๋องเคยบอกกับเขาว่าหาเงินเองอย่างนี้มันน่าภูมิใจกว่าขอพ่อแม่ แล้วเงินที่ได้มาจ๋องก็ใช้มันได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนแม่มันด่าแต่อย่างใด เพราะเงินก็เป็นเงินของตัวเองไม่ใช่ของใครซักหน่อย


       เท่ชะมัด


       " แล้วอย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ "

       " ไม่รับปาก " จ๋องยังคงก้มหน้าก้มตาทำภารกิจของเจ้าตัวอยู่


       " เลิกเรียนแล้วจ๋องไปไหนมั้ย " เขานั่งลงข้างเพื่อนสนิท

       " เรียนพิเศษ "

       " เรียนด้วยเหรอ ตอนไหน "

       " วันนี้วันแรกอ่ะ ม๊าให้เรียน "

       " เหงาเลย วันนี้เราไม่มีเรียน "


       เจ้าตัวยู่หน้าอย่างเสียดาย อุตส่าห์จะชวนจ๋องไปหาอะไรกินหลังเลิกเรียนซักหน่อยเพราะวันนี้เขาไม่มีเรียนกับลุงเจน


       พูดถึงเรื่องเรียนพิเศษเขาเรียนกับลุงเจนมาได้อาทิตย์กว่าๆ แล้ว จากการเรียนครั้งแรกนั้นเขาได้ปรับเปลี่ยนตัวเองโดยการตั้งใจและมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งเขาก็ได้รับคำชมจากลุงเจนไม่น้อยเกี่ยวกับพฤติกรรมของเขาในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไปคือสกิลวิชาคณิตศาสตร์ของเขาเอง ลุงเจนรู้ดีเรื่องนี้และก็ยังบอกกับเขาว่าให้มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่า ลองเปิดใจเรียนมันเดี๋ยวก็เก่งขึ้นเอง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งใจเรียนมากขึ้น คอยดูเถอะว่านายพัชลินทร์คนนี้จะเก่งคณิตศาสตร์ให้ดูเลย!


       " พรุ่งนี้กูว่าง เดี๋ยวเลี้ยงชาบู "


       จ๋องพูดจบสายตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที พร้อมถามมันอีกครั้งว่าล้อเขาเล่นหรืออย่างไรแล้วก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าเป็นความจริง มีหรือที่เขาจะพลาดเพราะนานๆ ทีจ๋องจะเลี้ยงข้าวเขา เจ้าตัวคงมีเงินเก็บมากพอที่จะชวนเขาไปกินชาบูของโปรด แต่นึกไปนึกมาแล้ว....


       เขามีเรียนกับลุงเจนน่ะสิ!


       " วันหลังได้มั้ย พรุ่งนี้ไม่ว่างอ่ะ "

       " พรุ่งนี้วันเกิดกูเลยนะ ไม่อยากให้พลาด "


       !!!!


       นี่เขาลืมไปได้ยังไงกันวันเกิดเพื่อนรักทั้งคน มิน่าล่ะทำไมอยู่ดีๆ จ๋องเกิดอยากจะเลี้ยงเขานัก ที่แท้ก็เป็นวันเกิดเจ้าตัวนั่นเอง ของขวัญอะไรก็ยังไม่ได้เตรียมไว้ให้ สงสัยต้องรีบไปจัดการซะแล้ว


       " โอเค ไปก็ไป "


       เขาตอบรับคำไปแล้ว....









MY BONUS









       ตอนนี้เขาได้กลับมานอนบนเตียงนุ่มในห้องของตนเองหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากการไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เจ้าเพื่อนลูกเจี๊ยบมา ซึ่งเขาคิดว่ามันจะต้องถูกใจเพื่อนคนนี้ไม่น้อย สิ่งนั้นก็คือรองเท้าฟุตบอลยี่ห้อดังรุ่นใหม่ที่เจ้าตัวบ่นนักบ่นหนาว่าอยากได้แต่ก็ไม่เห็นจะซื้อซักที บอกก่อนเลยว่าเงินที่เขาซื้อนั้นเป็นเงินของเขาเองที่เก็บมาตั้งแต่มอต้น มันมากพอที่จะซื้อรองเท้าคู่นี้ได้อีกสามคู่เลยทีเดียว ไม่นึกเสียดายเลยที่ต้องเสียเงินไปเพื่อสิ่งๆ นี้ เพื่อนรักทั้งคนเขาเต็มใจอยู่แล้ว


       แต่สิ่งที่ต้องคิดหนักคือจะบอกแม่ลินยังไงดีถ้าเขาจะขอหยุดเรียนพิเศษในวันพรุ่งนี้ เขามานอนคิดดูแล้วว่าคนอย่างแม่ลินไม่ยอมให้เขาหยุดเรียนเพื่อไปกินชาบูอย่างสบายใจแบบนี้แน่นอน ครั้นจะบอกพ่อบัมพ์ก็กลัวว่าจะทำอะไรไม่ได้เพราะรายนั้นการตัดสินใจไปกองรวมอยู่ที่แม่ลินหมดหน้าตัก เขาเองก็จนปัญญาจนต้องมานอนคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าจะขอเลื่อนจ๋องไปก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะน้อยใจเหมือนครั้งที่แล้วอีก เขาเองก็ขี้เกียจจะง้อ วันพุธก็ดันมาเลิกเรียนช้าถ้านับรวมกับการเรียนพิเศษเขาจะได้กลับบ้านในเวลาหนึ่งทุ่มเป็นอย่างต่ำ ซึ่งแน่นอนว่าที่บ้านจ๋องคงไม่ยอมแน่ที่จะให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนออกไปตะลอนข้างนอกในเวลานี้ ที่บ้านจ๋องก็คงจะมีการจัดเลี้ยงอีก อะไรจะยุ่งยากขนาดนี้นะ


       คงมีทางเดียวแล้วแหละ


       ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ข้างตัวขึ้นมาแล้วเข้าไปที่แอปพลิเคชันแชทสีเขียว นิ้วเรียวจิ้มไปที่รายชื่อเพื่อนใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเมื่อสัปดาห์ก่อน กดแชทแล้วทำการพิมพ์ข้อความลงไปทันที



BBonus.


ลุงเจนๆๆ


       รอเพียงไม่กี่นาทีข้อความที่ส่งไปก็ถูกตอบกลับมา


T.Janrob


มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ

BBonus.


โบนัสมีเรื่องจะคุยตอนนี้ๆๆ


T.Janrob


สำคัญมั้ยครับ


BBonus.


สำคัญมากกกกกกกกก


T.Janrob


งั้นมีอะไรครับ


BBonus.


พรุ่งนี้โบนัสไม่ไปเรียนได้มั้ย


คือมีธุระๆ



เมื่อพิมพ์ความประสงค์ของตัวเองเรียบร้อยแล้วก็กดส่งไปให้อีกคน คราวนี้ไม่มีข้อความตอบกลับมาเหมือนเมื่อกี้ หนำซ้ำยังไม่ขึ้นอ่านอีกต่างหาก


       อดใจรอได้ซักพักเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง


T.Janrob


ได้ครับ



       เยสสสสสสส!!

       แต่...


T.Janrob


ทำไมพ่อแม่เราไม่เห็นโทรมาบอกพี่เลย


       เราก็ไม่ต้องตอบสิ


T.Janrob


งั้นพี่โทรไปถามเอง


       " เห้ยยยย " เขาอุทานขึ้นอย่างเสียงดัง เมื่อตั้งสติได้ก็ทำการพิมพ์ข้อความส่งไปใหม่


BBonus.


เดี๋ยวๆๆๆๆ


ไม่ต้องโทรนะ


พ่อบัมพ์แม่ลินหลับแล้วเลยให้โบนัสมาบอกลุงเอง


       แถได้แถครับนาทีนี้


T.Janrob


งั้นโอเคครับ


BBonus.


ฝันดีนะค้าบบบ


sent a sticker.



       สำเร็จแล้วจ้า


       หลังจากที่กดส่งสติกเกอร์รูปหัวใจไปเรียบร้อยเป็นการขอบคุณ เขาโยนโทรศัพท์ไปที่หมอนนอนแล้วทำการหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพาดไหล่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายใจ


       เกิดมาสิบหกปีเขาไม่เคยโดดเรียนมาก่อนเลย วันพรุ่งนี้คงจะเป็นการเปิดโลกกว้างสำหรับเขา ถึงแม้จะเป็นแค่การโดดเรียนพิเศษก็เถอะ แค่นึกก็น่าสนุกแล้ว


       แต่ตอนนี้ต้องขอโทษทุกๆ คนก่อนเลยนะครับ....













       " จ๋องเข้าไปก่อนเลย เราขอไปเข้าห้องน้ำแป๊ปนึง "

       เราทั้งสองมาถึงหน้าร้านชาบูที่จะมากินกันแล้ว เขาบอกให้เพื่อนลูกเจี๊ยบเข้าไปข้างในร้านก่อนส่วนตัวเองขอตัวปลีกวิเวกมาเข้าห้องน้ำแทน ซึ่งจ๋องก็ไม่ได้ว่าอะไรทำเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แล้วเดินเข้าร้านไป


 

      เมื่อมาถึงห้องน้ำแล้วเขาเลือกที่จะเข้าห้องด้านในสุด จากนั้นทำการล็อคกลอนแล้วหยิบโทรศัพท์ต่อสายไปยังคุณพ่อคนหล่อ

       " พ่อบัมพ์ โบนัสถึงแล้วนะ " รอไม่นานปลายสายก็กดรับทันที

       ( โอเคครับ.... ทำไมเสียงก้องๆ )

       " อ๋อ โบนัสมาเข้าห้องน้ำน่ะครับ " เจ้าตัวตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ

       ( ตั้งใจเรียนนะ เชื่อฟังเจนมันด้วย )

       " ครับผม... เอ้อ! พ่อบัมพ์ไม่ต้องโทรมาแล้วนะ รบกวน "

       ( งั้นเราเรียนเสร็จก็โทรมาแล้วกันนะ )

       " เคครับ รักพ่อนะ " ปลายสายบอกรักกลับมาทำให้เขาชื่นใจก่อนที่จะกดวางไป


       ตอนนี้บอกเลยว่าตัวเองทำผิดขนาดไหน เป็นคำปดมดเท็จคำที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ เอาจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกหกพ่อบัมพ์ส่วนแม่ลินก็มีบ้างเพียงแค่เล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด เขามักจะเปิดใจแบบลูกผู้ชายกับพ่อบัมพ์ซะมากกว่าทำให้เวลามีเรื่องอะไรเขาก็เลือกที่จะพูดออกไปตรงๆ กับคุณพ่อคนนี้

       ภายในใจมีแต่คำว่าขอโทษบอกตัวเองว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย


       เหมือนเรื่องใหญ่เลยเนอะ


       ถ้าพ่อแม่รู้จะใหญ่กว่า



" มากับเพื่อนครับ " เขาพูดกับพนักงานต้อนรับหน้าร้าน อีกฝ่ายขานรับเป็นอันเข้าใจแล้วพาเขาไปหาที่นั่งที่มีเพื่อนหัวทองจองไว้อยู่
















       " ขอบคุณค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะครูเจน "

       เสียงพนักงานสาวกล่าวขอบคุณลูกค้า มือบางส่งถุงกระดาษใบเล็กให้กับชายหนุ่มร่างสูงที่เจอกันครั้งล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

       " แน่นอนครับ " เจนรบว่าแล้วส่งยิ้มกลับไปให้พนักงานสาวแล้วเดินจากไป

       ตอนนี้เย็นมากแล้ว เขาเองก็ว่างจากการสอนพิเศษมาเดินเล่นผ่อนคลายในย่านที่มีคนเดินพลุกพล่านแบบนี้ ทีแรกกะว่าจะเดินชิลๆ ไปเรื่อยๆ แต่พอเขาเองได้ก้าวเท้าผ่านร้านแว่นร้านประจำที่ตัวเองมักจะมาใช้บริการบ่อยๆ จึงอดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไป ตอนแรกว่าจะแค่เข้าไปทักทายคุณเนย์เจ้าของร้านเฉยๆ แต่ไหงในมือของเขาตอนนี้ได้แว่นใหม่มาซะอย่างนั้น คิดแล้วสายตาของเขาเองก็สั้นลงอยู่เหมือนกันจึงทำการตัดแว่นใหม่ซะเลย


       บรรยากาศที่นี่เหมาะสมกับเป็นย่านใจกลางเมืองซะจริงๆ ผู้คนพลุ่งพล่าน ร้านอาหารมากมายรายเรียงกันเป็นแถวยาว จะว่าไปตอนนี้เขาเริ่มชักจะหิวแล้วพลังงานคงจะหมดไปกับอาชีพที่เขาทำอยู่เนี้ยแหละ


       เจนรบมองหาร้านอาหารที่ถูกใจโดยใช้หลักการดูว่าร้านไหนที่มีคนเยอะร้านนั้นแหละคือเป้าหมายของเขาในวันนี้ ซึ่งดูๆ แล้วอาหารมื้อนี้ของเขาคงจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่หน้าร้านติดป้ายไว้ว่าเจ้าเก่า หวังว่าร้านนี้จะไม่ทำให้เขาผิดหวังเพราะจำนวนลูกค้าที่มากมายนั่นทำให้เขาเดินมุ่งหน้าไปยัเป้าหมาย


       ก่อนจะเดินไปถึงเขาได้ผ่านกับร้านอสหารร้านหนึ่ง กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เขาต้องหันไปมองภายในร้าน ขณะที่จมูกยังคงรับกลิ่นอยู่สายตาที่สั้นของเขานั้นก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นเคยที่นั่งอยู่ภายในร้านชิดติดกับกระจก กำลังถือตะเกียบคีบอาหารไว้อยู่ยื่นไปประจันหน้าของเด็กหนุ่มผมทอง ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ยอมเปิดปากง่ายๆ อีกฝ่ายจึงทำการใช้มืออีกข้างบีบเข้าที่ปากแล้วยัดอาหารเข้าไปทันที


       ทั้งสองหัวเราะออกมา


       ใช่แน่ๆ



       เจ้าเด็กหัวชมพู










70%













       ถ้าถามตอนนี้ว่าเขาควรจะไปอยู่ที่ไหน บอกได้เลยว่าเมื่อสิบนาทีก่อนเขาคงเข้าไปนั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าเก่าแล้วนั่งรอคิวสั่งอาหาร ไม่ใช่มายืนอยู่หน้าร้านชาบูอย่างนี้....


       จะเป็นอะไรได้


       ก็เจ้าเด็กหัวชมพูที่บอกว่ามีธุระสำคัญนักหนาถึงขนาดส่งข้อความมาขอร้องเขาหนำซ้ำยังบอกไม่ให้เขาโทรไปหาบัมพ์กับลินอีก พอเห็นภาพตรงหน้าเขามั่นใจแน่นอนเลยว่าเขาถูกเจ้าเด็กดื้อต้มจนเปลื่อยเละ แต่เพื่อความมั่นใจจึงล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือกดเบอร์ผู้ปกครองคนสนิทแล้วกดโทรออกทันที


       รอไม่นานปลายสายก็กดรับ


       [ ไงวะ ไม่สอนเหรอ ]


       " ก็... สอนดิ " เขาไม่แน่ใจว่าบัมพ์เองจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่าจึงตอบกลับไปตามปกติก่อน


        [ ถ้าสอนอยู่ก็วาง ลูกกูบอกไม่ให้กูโทรมากวน แต่มึงกำลังทำอยู่ ]


       นั่นไง เขาโดนต้มจริงๆ ด้วย


       " อืม แค่จะบอกว่าเดี๋ยวกูแวะเข้าไปหานะ แค่นี้แหละ " พูดจบก็ตัดสายไปทันทีโดยไม่รอให้มันว่าต่อ ยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกงขณะที่สายตายังคงจับจ้องเจ้าเด็กหัวชมพูอยู่ คงจะมีความสุขน่าดูกับการที่เล่นโกหกคนอื่นไปเรื่อยเพื่อมานั่งกินชาบูกับแฟนอย่างสบายใจเฉิบ


       ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแค่ครูหรือเพื่อนพ่อของเจ้าเด็กคนนี้ แต่บอกตามตรงเลยว่ามันไม่โอเคซักเท่าไหร่กับพฤติกรรมของเจ้าเด็กคนนี้ เขาเองก็ผ่านมาเยอะไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วอายุสามสิบสี่เลย เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน มันเป็นเรื่องเบสิคที่คนเป็นแฟนกันจะนัดเดทนั่นก็เป็นความพอใจของพวกเขา แต่โบนัสเพิ่งจะสิบหกปีแล้วอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเป็นรุ่นราวคราวเดียวกัน ทั้งคู่ยังเด็กและแน่นอนว่าเด็กมักจะทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังแต่ทำด้วยความคึกคะนองและอยากรู้อยากลองทั้งนั้น คงจะเดาออกแล้วใช่มั้ยว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ของเด็กทั้งสองคนนี้


       นั่นแหละ


       อย่าหาว่าเขาคิดมากเลยแต่จริงๆ นิสัยเดิมทีก็เป็นอย่างนี้นี่แหละ แต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เพราะนี่ขนาดแค่นัดเดทกันเจ้าเด็กดื้อยังยอมเป็นเด็กไม่ดีโกหกเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วต่อๆ ไปจะขนาดไหนกัน


       ไม่ได้การณ์แล้ว


       ยืนคิดอยู่ได้ไม่นานภาพตรงหน้ากลับเหลือเพียงแค่โต๊ะเปล่าไร้ซึ่งคนนั่ง เมื่อมองเข้าไปในร้านก็พบว่าเด็กทั้งสองที่หายไปกำลังเดินออกมา ในมือเด็กผมทองมีกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกห่อด้วยกระดาษสีสันฉูดฉาดดูเหมือนว่าจะเป็นกล่องของขวัญเพราะมีริบบิ้นติดไว้อยู่ด้วย 


       เมื่อทั้งสองใกล้จะเดินมายังหน้าร้านเขาจึงถอยหลังหลบเข้ามุมทันที หนุ่มผมทองยกมือขึ้นอำลาเพื่อนตัวน้อยไม่รู้ว่าพูดอะไรกันต่อจากนี้เพราะระยะห่างไกลเกินกว่าที่เขาจะได้ยิน อีกฝ่ายเดินแยกจากไปแล้ว เหลือเพียงแค่เจ้าเด็กดื้อที่ก่อคดีติดตัวไว้มากมายยืนก้มหน้ากดโทรศัพท์มือยิกๆ เมื่อสบโอกาสเขาจึงเดินเข้าไปหาทันที


       " เห้ย!! "


       เด็กน้อยร้องลั่นเมื่อเขาเอามือไปวางบนหัวสีชมพูแล้วออกแรงขยี้เล็กน้อยจนคนถูกกระทำที่ก้มหน้าอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองตัวต้นเหตุ แล้วผลลัพธ์ก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ สีหน้าตกใจของเจ้าเด็กคนนี้เหมือนมีป้ายติดเอาไว้บนหัวว่าซวยแล้ว


       " ไงครับ ไหนธุระเราล่ะ "


       " ...... "


       โบนัสไม่ตอบแต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม


       " ว่ายังไงครับ บอกธุระของเรามาให้พี่ฟังหน่อยเร็ว "


       คราวนี้อย่าหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาเลยถ้าหากคนตรงหน้าไม่มีเหตุผลดีๆ มาให้เขาฟัง


       " ...... "

       " ...... "

       " ...... "

       " โบนัส "


       น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ฟังแล้วดูน่ากลัวไม่ใช่เล่นทำให้คนตรงหน้าสะดุ้งตัวเล็กน้อย โบนัสคงจะไม่เคยเจอเขาในโหมดนี้อย่างแน่นอนและที่เห็นตอนติวครั้งแรกนั้นไม่เหมือนกับครั้งนี้


       ตอนนี้เขาโกรธ

 

      " พี่ไม่รู้นะว่าเราทำแบบนี้บ่อยแค่ไหน "


       " ...... "


       " แต่โบนัส.... มันไม่ถูกต้องนะ "


       คราวนี้เป็นเด็กตรงหน้าเขาเองเผยให้เห็นคิ้วทั้งสองที่ขมวดเข้าหากัน สันกรามที่ปรากฏเด่นชัดทำให้เขารู้ว่าโบนัสกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แน่ๆ


       " ทำไมจะไม่ถูก " ในที่สุดเจ้าตัวก็ยอมเปิดปากพูดกับเขาซักที แถมยังกล้าสบตาเขาอีก


       " โบนัสรู้ตัวเองนะครับพี่ว่า "


       " ใช่ โบนัสรู้ตัวเองดีว่าทำอะไรอยู่..... แต่มันไม่ถูกตรงไหนเหรอ "


       คำตอบของเจ้าเด็กดื้อทำเอาเขาต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เด็กก็คือเด็กที่ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อความหมายให้ฟัง เขารู้ดีว่าวัยอย่างโบนัสเป็นวัยที่เพื่อนหรือแฟนมีความสำคัญขนาดไหน แต่มันก็ต้องแยกแยะให้ถูกด้วย คนเป็นพ่อเป็นแม่จะรู้สึกยังไงถ้าถูกที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่อ่อนโกหกสารพัดสิ่ง


       " โบนัสบอกพี่ว่ามีธุระ ทั้งที่พี่ก็เห็นเรานั่งทานอาหารอย่างสบายใจแทนที่จะมาเรียนกับพี่ แล้วเรายังไปโกหกบัมพ์มันอีก นั่นพ่อเรานะครับโบนัส " เขาตัดสินใจพูดออกไปยาวยืด หวังว่าจะทำให้เจ้าเด็กตรงหน้าคิดได้และขอโทษในสิ่งที่เจ้าตัวทำซะ


       แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อประโยคต่อมาของเด็กอายุสิบหกปีทำเอาเขาหน้าชาไม่เหลือชิ้นดี





       " แล้วลุงมายุ่งอะไรกับโบนัสล่ะ "


       นั่นสิ


       คำถามจากปากของคนตรงหน้าทำให้เขานึกย้อนคิดกลับไปว่าเขามีสิทธิ์อะไรในตัวเด็กคนนี้ ทั้งที่นี่อาจจะเป็นธุระของโบนัสจริงๆ ก็ได้ เขาคงสำคัญตัวผิดไปที่คิดว่าการเป็นเพื่อนพ่อของเจ้าเด็กคนนี้สามารถเดินเข้าไปสั่งสอนกันได้


       รู้อย่างนี้น่าจะเดินผ่านไปเฉยๆ จะดีกว่า


       " นั่นสิ พี่.... ลุงมายุ่งด้วยทำไมเนอะ ไม่ใช่เรื่องของลุงซักหน่อย "


       " ...... "


       " งั้นเชิญตามสบายเลยครับ " พูดจบร่างสูงหันหลังแล้วเดินจากไปทันที ทิ้งให้เด็กน้อยคนนี้ยืนอึ้งกับท่าทีของคนอายุมากกว่าเปลี่ยนไป ทั้งน้ำเสียง สายตา ท่าทาง แม้แต่สรรพนามที่อีกฝ่ายมักจะห้ามปรามให้เขาพูดอยู่เสมอ



       โบนัสเจอของจริงซะแล้ว












100%









คุณลุงจะเก่วกาดแล้วนะทุกคน!



เม้น&กำลังใจหน่อยจ้า



ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิดเลยจ้า


#ลูกเพื่อนNM

โน่มิน & มินโน่ จงจาเริน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น

  1. #65 Nminisize (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 23:28
    น้องง้อลุงด่วนๆๆๆๆ
    #65
    0
  2. #57 tyjjj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 21:56
    ลุงเข้าใจผิดแล้ว น้องโบนัสง้อนะๆ 55555555

    ไรท์ก็สู้ๆนะคะ รัก!!!!
    #57
    0
  3. #40 SoRa ^_^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 19:30
    เอาแหล่วน้องโบนัสสส ท้าทายอำนาจมืด
    #40
    0
  4. #39 รามยอน.ϟ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:34
    คนแก่น้อยใจแน้วว
    #39
    0
  5. #38 Meena191 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:09
    กรี้ดดดดอยากอ่านต่อแน้ววว
    #38
    0
  6. #37 Exxnpiv (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 18:37
    หนรู้กกกกก ลุงเจนจะรู้สึกยังไง ลุงเจนก็เอ็นดูหนูมาตลอดเลยนาาา
    #37
    0
  7. #36 nolucasnolife (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:36
    โบนัสสส ทำไมพูดแบบนั้นคะไม่น่ารักเลยย ;-; ต้องง้อลุงแล้วนะเจ้าเด็บแสบบ
    #36
    0
  8. #35 Palmy_19 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 16:44
    หนู ทำไมพูดแบบนั้นลูก
    #35
    0
  9. #34 Tuktabarbee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 16:43
    ทำไมตอบไปแบบนั้นล่ะโบนัส
    #34
    0
  10. #33 nolucasnolife (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:45
    เอาแล้วน้องโบนัสสสสส5555555555555555 โดนแน่เด็กแสบบบบ
    #33
    0
  11. #30 Exxnpiv (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:19
    ม่ามั้ยเนี้ยย
    #30
    0
  12. #29 Robbers (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 19:49
    น่ารักกกกกกก จริงค่ะคุณไรท์เตอร์ โน่มินมินโน่จงจาเริน สองโพจงจาเรินนน อิอิ
    #29
    0
  13. #27 ◤ manoodpapusandee◥ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 01:55
    ยัยครูสามชงเก่งมากลูก​ รอน้องเจนกับน้องโบนัสเริ่มรู้สึกดีต่อกันนะคะ
    คิดถึงเรื่องนี้มากเลย​ แง​ ดีใจที่ไรต์ไม่ทิ้ง​ ชอบแนวกินเด็กมากเลย​ อยากบอกว่าวันนี้เราทำงานหนักมากทั้งๆที่เป็นวันอาทิตย์แต่พอเห็นไรต์อัพฟิคมันรู้สึกมีแรงมากเลย
    รออ่าน​ 100% นะคะ
    คิดถึงน้องโบนัสแว้ว
    ไรต์สู้ๆ
    #27
    0