ความเทพนี้ปู่ให้มาครับ

ตอนที่ 5 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มิ.ย. 63

ตรู๊ดดด~

"ว่าไงโทรมาแต่หัววันเลย?"

เสียงของเชียรจากปลายสายดังขึ้นในโทรศัพท์ของโบ๊ท จากน้ำเสียงก็รู้ได้เลยว่าเชียรแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะโบ๊ทไม่เคยโทรหาเขาเลยในช่วงเวลาแบบนี้

"คุณเชียรครับ..."

ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ เขาตัดสินใจอะไรบางอย่างก่อนจะเริ่มตอบกลับปลายสายไป

"นับตั้งแต่นี้ผมคงไม่ได้ไปทำงาน อาจจะสองเดือนได้ครับ..."

"อ่าว...เกิดอะไรขึ้น? มีธุระเร่งด่วนงั้นเหรอ?" น้ำเสียงเชียรดูตื่นตระหนกกับคำตอบนั้นไม่น้อย

"ก็นิดหน่อยน่ะครับ คือต้องใช้เวลาพอสมควรในการสะสาง..."

เขาคงบอกไม่ได้ว่าตอนนี้ตัวเขาโดดเรียนมาทั้งวัน แถมยังโดดงานวันนี้อีกด้วย

ทั้งๆที่เขามีความตั้งใจที่จะไปโรงเรียนในวันนี้ แต่เพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไป ทำให้เขาต้องเปลี่ยนกำหนดการไปจนหมด

"ฮืม...งั้นไม่เป็นไร เสร็จแล้วก็มาทำได้เสมอไม่ต้องกังวลไปหรอก"

คำตอบของเชียร ทำให้โบ๊ทคลายความกังวลใจไปได้เปราะหนึ่ง ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเบาๆแล้วตอบเสียงนุ่ม

"ขอบคุณนะครับคุณเชียร"

"เอ้อ! โชคดีล่ะ!"

โบ๊ทปิดมือถือลงเมื่อเชียรวางสาย ตอนนี้เขาจำเป็นต้องหายไปสักประมาณเดือนสองเดือนเพื่อไม่ให้ใครสงสัยในตัวเขาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

ส่วนเรื่องการเรียนในเซนจูรี่ หากนักเรียนห่างหายจากการเรียนไปโดยไม่ทราบเหตุ เมื่อนักเรียนกลับมาเรียนอีกครั้ง จะต้องแจ้งให้ทางครูที่ปรึกษาทราบและกลับมาเก็บรายวิชางานทั้งหมดที่เคยห่างหายไปซึ่งสามารถทำได้จากการสอบถามเพื่อนๆในชั้นเรียนของตัวเอง

แต่ฉันไม่มีเพื่อนเลยเนี่ยสิน้า...ขอโทษนะครับครู

โบ๊ทถอนหายใจเบาๆขณะนึกถึงครูที่ปรึกษาหญิงของตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะกลับไปยังสถานที่แดนแฟนตาซีของตนเพื่อเก็บตัวฝึกฝนในดินแดนลับเป็นระยะเวลาสองเดือนนี้

"แต่ขอเดินเล่นไปพลางๆก่อนแล้วกัน..."

-------

ช่วงพักเที่ยง ที่โรงเรียนเซนจูรี่

เสียงคึกคักดังเซ็งแซ่ในหมู่นักเรียนที่ตอนนี้กำลังพักผ่อนตามอัธยาศัยในช่วงพักกลางวัน บ้างก็เตะบอล จับกลุ่มกันเล่นเกมมือถือ เล่นเกมการ์ด หรือทำรายงานที่ค้างไว้ในช่วงเรียนตามสไตล์นักเรียน

ถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งที่พบได้ตามโรงเรียนทั่วไป แม้แต่ที่นี่เอง

"เฮ้ยมาแก๊งเลนมังกรหน่อยเด้!! ไอมิ่ง!!!"

"ใจเย็นดิมาร์คกูฟาร์มอยู่ มึงรีบเหรอเนี่ย?"

บริเวณใต้ตึกเรียนชั้นล่างที่มีที่นั่งสำหรับพักผ่อนตามอัธยาศัย มาร์คกับพวกเพื่อนต่างเล่นเกมออนไลน์ในมือถือกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน พวกเขาส่งเสียงแหกปากโวยวายอย่างไม่เกรงใจใคร จนนักเรียนคนอื่นที่นั่งอยู่ใกล้ๆอีกฝั่งรู้สึกรำคาญอยู่ไม่น้อย

แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะต่างก็รู้ดีว่าในโรงเรียนนี้ พวกมาร์คถือเป็นตัวแสบประจำโรงเรียนที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก ใครเล่าจะกล้ามีเรื่องกับพวกมัน

แต่มีอยู่สองคนที่มาร์คต้องยอมหลีกให้

"อุ๊ย! รุ่นพี่เจยุลมา"

"กรี๊ด!!! รุ่นพี่แดนนี่!!"

บังเกิดเสียงกรี๊ดกร๊าดเกรียวกราวดังขึ้นบริเวณใต้ตึกเรียน เพียงมาร์คได้ยินชื่อเจยุลลอยขึ้นมา เขาที่กำลังเล่นเกมต้องหยุดเล่นลงแล้วหันไปมองที่มาของเสียงนั้นทันที

"รุ่นพี่ที่มึงชอบมานั่งแถวนี้ว่ะ"

"เออ...กูเห็น..."

มาร์คตอบกลับอย่างเย็นชา เขามองไปยังเจยุลที่ตอนนี้กำลังนั่งลงตรงโต๊ะที่ว่างอยู่ โดยมีชายที่ชื่อแดนนี่ที่ตามหลังมาด้วย และนั่งลงในฝั่งตรงข้ามเจยุล

"ชิ..." มารค์สบถก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะไปจากตรงนี้อย่างไม่สบอารมณ์ เพราะสองคนที่เขาต้องยอมหลีกนั้นไม่ใช่ใคร

แต่เป็นเจยุลกับแดนนี่

"อ่าวมาร์คมึงไปไหนวะ? เกมยังไม่จบเลยเฮ้ย?"

"ช่างแม่งโว้ย!! จะกดรีพอร์ตกูก็เชิญ!!!"

มารค์เดินจากไปโดยไม่คิดจะหันหลังกลับอีก ทำเอาพวกเพื่อนๆในกลุ่มต่างพากันงงไปตามๆกันก่อนจะตามก้นมาร์คกันไปแบบติดๆ

เห็นได้ชัดว่าเพียงแค่สองหนุ่มสาวระดับฮอทมานั่ง บริเวณนี้ก็กลายเป็นจุดสนใจสำหรับเหล่านักเรียนคนอื่นในทันที

เจยุลที่เป็นถึงระดับดาวโรงเรียนกับแดนนี่ที่เป็นเดือนของโรงเรียนนี้ ไม่ว่าใครต่างก็มองทั้งคู่ดูเหมาะสมกันดียิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก

แม้พวกนักเรียนจะเห็นว่าทั้งสองรู้จักกันก็ตาม แต่ความจริงแล้วแดนนี่เป็นคนขี้ตื๊อสุดๆ เมื่อเขาเห็นเจยุล เป็นไม่ได้เลยที่จะต้องตามมาจีบ

ถึงแม้ว่าเขาจะเคยถูกนางปฏิเสธไปเช่นกัน แต่ความหน้าด้านและความมั่นหน้าในความหล่อของเขาที่ไม่มีใครในโรงเรียนนี้เทียบได้ ยังคงไม่คิดที่จะยอมแพ้

"แหม่...เจยุล ทำไมเธอเย็นชากับฉันนักล่ะ?"

แดนนี่ยิ้มกล่าว แต่เจยุลไม่ตอบกลับใดๆทั้งสิ้น เธอเปิดอาหารกล่องที่ทำมาจากบ้านแล้วลงมือทานอย่างเงียบๆ

"ว้าว!!! ข้าวราดซอสปลาซาบะ เธอทำเองเหรอเนี่ย? ดูท่าน่าจะอร่อยนะ"

"ไม่เหนื่อยบ้างเหรอที่ต้องตามตื๊อแบบนี้?"

ในที่สุดเจยุลก็เริ่มเปิดปากพูด น้ำเสียงนั้นเห็นได้ชัดว่าเย็นชามากมายขนาดไหน แดนนี่เม้มปากเล็กน้อย เขารู้สึกหน้าเสียอยู่บ้างแต่ก็พยายามปั้นยิ้มตอบอย่างใจดีสู้เสือ

"เหนื่อยเหรอ? ไม่หรอก...ถ้ามันสามารถทำให้เธอยอมรับฉันได้ จะให้เหนื่อยแค่ไหนฉันก็ยอม"

ประโยคสุดเลี่ยน ทำเอาเจยุลรู้สึกรำคาญนิดหน่อย เธอเริ่มอยากจะลุกไปจากที่นี่ทั้งๆที่นั่งได้ไม่นาน และอาหารยังทานไม่หมดจะให้ลุกไปเลยตอนนี้มันก็ยังไงอยู่ เลยจำต้องนั่งทานตรงนี้ไปจนกว่าจะหมดและทำเป็นไม่สนใจไป

"ฉันว่าคุณคงเหนื่อยฟรีนะคะ..."

"ก็ช่างสิฮ่ะๆ" แดนนี่ยังคงยิ้มสู้และตื๊อไม่เลิก

แต่ประโยคต่อจากนี้ของเจยุล ทำเอาแดนนี่ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที

"ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว"

ใบหน้าแดนนี่เริ่มกระตุกค้าง เขาหวังเหลือเกินว่าคำพูดเมื่อครู่ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธแบบขอไปทีของเจ้าตัว แต่เจยุลนั้นเป็นคนที่คาดเดาอารมณ์ได้ยากมากจนไม่อาจจับพิรุธได้เลย

"เป็น...เป็นไปไม่ได้...คนที่แทบไม่เหลียวแลใครเลยแบบเธอเนี่ยนะ...เธอล้อฉันเล่นหรือเปล่า? ฮ่ะ...เธอล้อเล่นสินะ?"

"ล้อเล่น?"

ดวงตาแสนเย็นชาดั่งน้ำแข็งจับจ้องแดนนี่ราวกับจะตรึงร่างของเขาไว้ แดนนี่รู้สึกถึงบรรยากาศที่จู่ๆก็พลันหนาวขึ้นมาแบบแปลกๆ

"ทำไมฉันต้องล้อเล่น? ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว และฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณให้รู้ว่าเขาเป็นใครด้วย..."

"ถ้าเธอพูดจริง...เธอก็ต้องบอกมาสิว่าใครฉันถึงจะเชื่อ..."

แดนนี่กัดฟันกรอด เขากำหมัดแน่น เขายังคงไม่ยอมแพ้และพยายามคิดว่าเจยุลแค่อ้างคนที่ชอบที่ไม่มีตัวตนเพื่อไล่เขาไปให้พ้นๆแค่นั้น

"เชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณเถอะ"

เจยุลรู้สึกเหนื่อยใจที่จะพูดกับคนแบบนี้ เธอลงมือปิดข้าวกล่องที่ยังคงทานไม่หมดแล้วเก็บมันพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมตัวไปจากที่นี่โดยไม่รอให้ทานหมดอีกต่อไป

เจยุลเปลี่ยนใจแล้ว เธอตั้งใจจะหาที่ใหม่ที่เงียบๆแทน หากแต่ก่อนจะไปก็ไม่วายทิ้งระเบิดดังตูมไว้กลางใจของแดนนี่ให้แหลกเป็นผุยผง

"คนที่ฉันชอบ...อย่างน้อยเขาก็ไม่น่ารำคาญแบบคุณนะ..."

"..."

เจยุลหันหลังเดินจากไปโดยไม่ได้สนใจแดนนี่อีก เธอปล่อยเขาที่นั่งนิ่งเหมือนคนโง่ไปโดยปริยายไว้อย่างนั้น ประโยคพูดคุยที่ทั้งสองคนพูดกันเมื่อครู่ แน่นอนว่าไม่มีใครได้ยิน

มีเพียงแค่แดนนี่เท่านั้นที่รู้เรื่องอันน่าสะเทือนใจดังกล่าวนี้

"พี่แดนนี่ค้า! ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมค้า?"

นักเรียนรุ่นน้องแวะมาทักทายแดนนี่ที่กำลังปั้นหน้าไม่รับแขก

แม้แดนนี่จะรู้สึกรำคาญกับการเกาะแกะของพวกนักเรียนแฟนคลับตัวเองอยู่ลึกๆ แต่เขาจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ตัวเองไว้ในฐานะ เดือนโรงเรียน ไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกไป

"ก็ได้ครับ" แดนนี่แสร้งยิ้มตอบ เขายอมให้พวกนักเรียนที่แอบชอบทั้งหลายแหล่ถ่ายรูปแต่โดยดี

ฉันตามจีบเธอแทบตาย ยอมอับอายตอนโดนเธอปฏิเสธ แต่เธอกลับมาตอกหน้าฉันว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วเนี่ยนะ?

แม้ใบหน้าของแดนนี่จะปั้นยิ้มระหว่างถ่ายรูปกับแฟนคลับนักเรียนสาว แต่ในใจลึกๆกำลังเดือดดาลด้วยความโทสะและริษยา

มันเป็นใครฉันจะต้องรู้ให้ได้!!

---------

ในขณะเดียวกันทางด้านเจยุล หลังจากสลัดตัวเองออกจากคนน่ารำคาญอย่างแดนนี่ออกมาได้แล้ว เธอได้มุ่งหน้าเดินมายังสถานที่หนึ่งในโรงเรียน

ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ค่อยมีใครเดินผ่านมา หญิงสาวนั่งลงบนหินเรียบธรรมชาติใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะเปิดกล่องอาหารที่ยังทานไม่เสร็จ แล้วเริ่มทานมันอีกครั้ง

ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เธอนั่งพักอยู่แห่งนี้ เดิมเป็นที่ที่โบ๊ทชอบมานั่งบนหินเรียบเพื่อหลบพักผ่อนทุกครั้งเมื่อพักเที่ยง

แต่ตอนนี้สถานที่พักผ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา กลับถูกแทนที่ด้วยหญิงสาวแสนงดงามคนนี้อย่างเจยุลไปแล้ว

และนี่เป็นครั้งที่สองที่เธอแวะมานั่งพัก ครั้งแรกก็คือตอนที่เธอมาปฐมพยาบาลให้กับโบ๊ทที่ลื่นล้ม

เจยุลแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย ในยามนี้ตัวตนของเธอราวกับไม่ใช่เจ้าหญิงจอมเย็นชาอีกต่อไป

หากแต่เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง

"เย็นสบายจัง..."

เจยุลค่อยๆปิดเปลือกตาลง นางพยายามดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัวที่เหมือนจะคอยชะล้างจิตใจของเธอให้หายเหนื่อยล้าจากเรื่องวุ่นวาย

ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

ทำไมฉันต้องล้อเล่น? ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว และฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณให้รู้ว่าเขาเป็นใครด้วย...

ถ้าเธอพูดจริง...เธอก็ต้องบอกมาสิว่าใครฉันถึงจะเชื่อ...

เจยุลเผลอหวนคิดถึงคำพูดที่เธอพูดกับแดนนี่ก่อนหน้านี้ขึ้นมา สิ่งที่พูดไปนั้นแน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดเพราะต้องการปัดความรำคาญไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่เธอพูดความจริงออกไปด้วย...

เจ้าหญิงหัวใจน้ำแข็งอย่างเธอที่ยากจะทำลายได้ กลับนั้นมีคนที่ชอบอยู่แล้วจริงๆไม่ใช่เรื่องโกหกแม้แต่นิดเดียว...

หากเหล่าชายหนุ่มที่เคยตามจีบได้รู้ความจริงนี้เข้าไป พวกเขาคงรู้สึกเจ็บแค้นและอยากฉีกกระชากคนๆนั้นของเจยุลอย่างแน่นอน

และคนที่เธอแอบชอบนั้น ยังไม่ได้รู้ตัวเลย

เจยุลค่อยๆลืมตาขึ้น แววตาสีดำคู่งามเริ่มทอประกายแปลกๆและสั่นไหว มันเป็นแววตาที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน

ในห้วงคำนึงของเธอนึกถึงเรื่องเมื่อวานแล้วเอ่ยคำอย่างแผ่วเบา...

"วันนี้เขาไม่มาเรียน...อย่างนั้นสินะ...?"

-------------

ณ เกาะฝึกฝนจอมพลัง

หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ช่วงเช้ามาได้ โบ๊ทได้แวะเดินดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเที่ยงเกือบบ่าย เขาแอบลอบเข้ามาในบ้านไม้แล้วลงมาที่อีกโลกได้สำเร็จโดยที่ไม่มีใครเห็น

[พลัง +128 ความอึด +59]

[พลัง +200 ความอึด +97]

[ความเร็ว +100]

[ความเร็ว +100]

[ความอึด +150]

[ความอึด +195]

โบ๊ทยังคงตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังกายกับทุกเครื่องเล่นเพื่อเพิ่มค่าพลังอย่างต่อเนื่องแบบนอนสต็อป

ไม่ว่าจะชกหิน วิ่งบนลู่วิ่ง ยกเบรนเพรส หรือแม้แต่ยกเดดลิฟต์ เพราะสภาวะไร้ความเหนื่อยและไร้ความหิวของเขาที่ได้รับจากเกาะนี้ ทำให้ชายหนุ่มออกกำลังกายเหมือนกับเปิดบอทในเกมอย่างไรอย่างนั้น

[ระดับของคุณได้รับการเลื่อนขั้น]

โบ๊ทได้ยินเสียงระบบดังขึ้น เขาหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ลง หน้าต่างสถานะตอนนี้แสดงให้เห็นว่าเขาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

ชื่อ โบ๊ท

ระดับ Muscular

พลัง 250,079

ความเร็ว 200,600

ความอึด 248,560

สูง 190

หนัก 85

รีเบิร์ท 0

อัญมณี 0

ทุกค่าเพิ่มกว่ามากว่าช่วงเช้าหลายเท่า แต่ค่ารีเบิร์ทกับอัญมณียังคงไม่เปลี่ยนแปลง

"มันน่าจะมีฟังก์ชั่นใดบ้างสินา..."

โบ๊ทลองสำรวจทั่วหน้าต่างสถานะ เพราะนี่มันน่าประหลาดมากเกินไป เขาอัพค่าพลังมาถึงขนาดนี้แต่กลับไม่มีความคืบหน้าเรื่องรีเบิร์ทและอัญมณีเลย

แต่แล้วข้างใต้ข้อความล่างสุดของคำว่าอัญมณี โบ๊ทพลันเห็นปุ่มวงกลมสีแดง เขาไม่เคยได้สังเกตมาก่อนว่ามันมีอยู่ด้วย เมื่อลองคลิกดูระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้นทันที

[คำเตือน : คุณสามารถทำการรีเบิร์ทได้เมื่อค่าพลังถึง 10,000 แต่เมื่อคุณทำการรีเบิร์ท แล้ว คุณจะสูญเสียค่าพลังและค่าความอึดทั้งหมดเป็นการแลกเปลี่ยน และค่าความเร็วจะถูกหักลง 50%]

โบ๊ทถึงกับเบิกตาโพลงอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้ฟังข้อความจากระบบ การรีเบิร์ทที่เขาสงสัยมานานต้องแลกกับค่าพลังและค่าความอึดที่หายไป!

แม้ความเร็วจะไม่ถูกหักจนหมด แต่ 50% มันก็ไม่ใช่น้อยเลยสำหรับเขา พอคิดว่าจะต้องมานั่งเก็บแต้มทุกอย่างใหม่อีกครั้ง โบ๊ทก็เริ่มลังเล

"เอาจริงดิ? แล้วฉันจะได้อะไรจากการรีเบิร์ทเนี่ย?"

เหมือนระบบจะรับรู้คำพูดเขา

[หากคุณทำการรีเบิร์ทแล้ว คุณจะได้รับรางวัลต่างๆมากมายดังต่อไปนี้]

หน้าต่างใหม่แสดงรายการที่เขาจะได้รับเมื่อทำการรีเบิร์ท โบ๊ทมองที่หน้าต่างของรางวัลที่แสดง ชายหนุ่มก็พลันตาโตขึ้นอีกครั้ง

[รางวัล]

-เกาะฝึกฝนแห่งใหม่ แดนน้ำแข็ง (เพิ่มค่าพลังมากขึ้นกว่าเดิม)

-อัญมณี +10,000

-ตู้หมุนกาชาปอง

-ห้องบอสแดนน้ำแข็ง

"แดนน้ำแข็ง อัญมณี 10,000 ตู้กาชาปอง ห้องบอส..."

แต่ละรายการล้วนเป็นสิ่งที่โบ๊ทไม่เคยเห็นมาก่อนและยากที่จะปฏิเสธสุดๆ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ เขาไตร่ตรองอยู่สักพักในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

"มีของน่าสนใจแบบนี้ยังจะต้องลังเลอะไรอีก?"

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ ต่อให้ต้องสูญเสียพลังไปทั้งหมด แต่เขาก็สามารถฝึกฝนพลังกลับคืนมาใหม่ได้ไม่รู้จบ

และถ้ามันทำให้เขาได้สิ่งที่ดีกว่าเดิมด้วยแล้วล่ะก็...

มันก็คุ้มค่าที่จะลองไม่ใช่หรือ?

[คุณจะทำการรีเบิร์ทครั้งแรกหรือไม่?]

"ตกลง!"

หลังจากโบ๊ทตอบออกไป ทันใดนั้นบนท้องฟ้ายามทิวาแห่งเกาะจอมพลัง พลันบังเกิดมวลรอยแยกของก้อนเมฆขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ครืนนน....

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"

โบ๊ทมองการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าอย่างไม่วางตา เขาได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่หลายครั้ง

ทันใดนั้นรอยแยกของเมฆก็เกิดแสงสีขาววาบผ่าลงมาที่ตัวชายหนุ่มอย่างรุนแรง!

เปรี้ยงงงงง!!!!

โบ๊ทถูกฟ้าผ่าอย่างรุนแรงแต่มันไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆแก่เขา แม้แต่พื้นที่หรืออุปกรณ์ก็ไม่ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน

ตอนนี้หน้าต่างสถานะที่แสดงค่าพลังและค่าความอึดที่ลดลงกลายเป็น 0 อย่างรวดเร็ว ค่าความเร็วจาก 200,600 ที่เขาฝึกมาถูกลดลงจนเหลือเพียง 100,300 เท่านั้น

โบ๊ทมองตรงสองค่าหลักที่ต้องการ ในที่สุดค่ารีเบิร์ทของเขาก็เพิ่มขึ้นมา 1 และอัญมณีก็เพิ่มขึ้นมาจาก 0 เป็น 10,000

ชื่อ โบ๊ท

ระดับ Stickman

พลัง 0

ความเร็ว 100,300

ความอึด 0

สูง 190

น้ำหนัก 85

รีเบิร์ท 1

อัญมณี 10,000

"ระดับ Stickman กลับไปตั้งแต่ต้นเลยแฮะ แต่..."

ชายหนุ่มสำรวจร่างกายตัวเองก็พบว่า ร่างกายของเขาไม่ได้กลับไปอ้วนแต่อย่างใด ยังคงเป็นรูปหล่อหน้าตาดีเช่นเดิม ในค่าสถานะก็ยังคงแสดงส่วนสูงกับน้ำหนักที่เหมือนเดิมด้วยเช่นกัน

[การรีเบิร์ทเสร็จสิ้น คุณได้รับ กุญแจมิติแดนน้ำแข็ง]

บังเกิดแสงสีครามขึ้นเบื้องหน้าของโบ๊ท ก่อนจะค่อยๆประกายอ่อนลงกลายเป็น กุญแจมิติสีครามที่ล่องลอยอยู่ตรงหน้าเขา

โบ๊ทยื่นมือไปหยิบมัน เสียงระบบก็แจ้งขึ้น

[กุญแจมิติแดนน้ำแข็ง คุณสามารถใช้มันเปิดประตูสู่แดนน้ำแข็งได้ด้วยคำสั่ง จงเปิด หากต้องการปิด ใช้คำสั่ง จงปิด]

"จงเปิด!"

ไม่รอช้า โบ๊ทใช้คำสั่งเปิดอย่างตื่นเต้น ทันใดนั้น เบื้องหน้าเขาปรากฏแสงสีครามแบบเมื่อครู่ขึ้น หากแต่คราวนี้มันมีขนาดใหญ่ราวกับประตูทางเข้าโผล่ขึ้นเบื้องหน้าชายหนุ่ม

ประตูสู่เกาะฝึกฝนแห่งใหม่ ดินแดนน้ำแข็งได้ถูกเปิดขึ้นแล้ว!

"ดินแดนน้ำแข็ง มันจะเป็นแบบไหนกันนะ"

ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมามันจะมีอะไรให้เขาได้ทำในนั้นบ้าง โบ๊ทไม่รอช้าอีกต่อไป เขาก้าวเท้าเข้าประตูแห่งใหม่ในทันที

วู้วววววว!!!!!

แต่เข้ามาถึง สิ่งแรกที่โบ๊ทได้พบคือความหนาวยะเยือกระดับติดลบจนเขาแทบจะแข็งตาย

"หนาวววววว!!!"

[คุณได้รับสถานะ เจ้าของเกาะดินแดนน้ำแข็ง]

[คุณได้รับสภาวะต้านทานความหนาว]

[คุณได้รับสภาวะต้านทานการแช่แข็ง]

[สภาวะไร้ความเหนื่อย สภาวะไร้ความกระหายยังคงทำงาน]

ระบบแจ้งเตือนดังขึ้น ร่างกายของโบ๊ทเริ่มทำการปรับตัวกับสภาพความหนาวในดินแดนแห่งนี้ได้ในที่สุด พร้อมกับสภาวะไร้ความเหนื่อยกับไร้ความหิว

"หืม...?"

จู่ๆหน้าต่างสถานะแสดงภาพพื้นที่โดยรวมของเกาะแห่งนี้จนหมดเปลือก ดินแดนแห่งนี้เป็นพื้นที่ปิดขนาดใหญ่ ทรงเกาะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส สภาพอากาศปกคลุมไปด้วยไอเย็นระดับติดลบตลอดเวลา

มีก้อนหินน้ำแข็งขนาดต่างกันไปตั้งเรียงอยู่ อย่างเป็นระเบียบ ขนาดใหญ่สุดเทียบได้เลยกับขนาดบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง

"เราเคยยกบาร์เบลขนาดเท่ารถยนต์มาแล้วคราวนี้จะให้ยกก้อนหินน้ำแข็งขนาดเท่าบ้านสองชั้นเหรอเนี่ย?"

โบ๊ทเลื่อนสายตามองอย่างอื่นโดยรอบ มีจุดๆหนึ่งที่มีประตูน้ำแข็งขนาดมหึมาตั้งตระหง่านตรงสุดขอบเกาะแห่งนี้

จากทิศทางที่ตั้งของมันนั้น คือด้านหน้าของชายหนุ่ม โบ๊ทพยายามเช็คข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็ได้ข้อมูลมาเรียบร้อย

[ห้องบอส เคลียร์เพื่อรับรางวัล ต้องการค่าพลัง 100,000 สำหรับเข้าห้องบอส]

ระบบแจ้งข้อมูลเพียงแค่นี้เท่านั้น ถ้าโบ๊ทต้องการจะเข้า เขาต้องทำค่าพลังให้ถึง 100,000 ในการเข้าห้องบอส

สิ่งที่ล่อตาล่อใจที่สุด คงไม่พ้นของรางวัลในห้องบอส เขาจะได้รับอะไรนั้น เขาไม่อาจจะรู้ได้เลย

"ใช้ค่าพลังถึง 100,000 งั้นเหรอ...ฉันคงต้องรีบอัพค่าพลังให้ไวที่สุดเสียแล้วสิ"

ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจสภาพโดยรวมสำหรับเกาะนี้แล้ว ถัดไปต่อจากนี้คือ...

รางวัลตู้กาชาปอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น