ความเทพนี้ปู่ให้มาครับ

ตอนที่ 4 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

โบ๊ทเด็ดผลน้ำเต้าทองคำไปกินประมาณสี่ห้าลูก แน่นอนว่ามีพืชผลอื่นที่ให้ความสามารถแต่งต่างออกไปไม่แพ้กันไม่ว่าจะ

[ลูกพีชอมตะ เพิ่มค่าความอึดแบบสุ่ม]

[ข้าวโพดสายลม เพิ่มค่าความเร็วแบบสุ่ม]

โบ๊ทลงมือกินทุกอย่างที่เพิ่มค่าสถานะให้ตน ไปตั้งหลายผล แต่เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความอิ่มที่เกิดขึ้น แม้จะมีพืชผลแปลกๆอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ลอง แต่เขาต้องหยุดพักการกินไว้แค่นี้ก่อน

ชื่อ โบ๊ท

ระดับ Strong

พลัง 102,490

ความเร็ว 90,061

ความอึด 98,755

ส่วนสูง 165

น้ำหนัก 120

รีเบิร์ท 0

อัญมณี 0

แม้ค่าพลังสามค่าหลักจะเพิ่มขึ้นไปไกลมาก พร้อมระดับที่เปลี่ยนไปแต่รีเบิร์ทกับอัญมณียังคง 0 เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

มันต้องทำยังไงนะ รีเบิร์ทกับอัญมณีนี่...

"เอาไว้ทีหลังแล้วกัน" โบ๊ทปิดค่าสถานะลงก่อนจะทำการสำรวจที่อื่นๆในเกาะแห่งนี้ต่ออย่างตื่นเต้น

"สระน้ำศักดิ์สิทธิ์"

โบ๊ทถูกวาร์ปมาที่สวนน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในชั่วพริบตา ตรงหน้าเขาคือสระวงกลมขนาดใหญ่มีพืชพรรณกลิ่นหอมรายล้อม จุดกึ่งกลางมีรูปปั้นหญิงถือคนโทเทน้ำอยู่อย่างสวยงาม ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองผิวน้ำก็พบว่ามันใสสะอาดดุจกระจกแก้วก็ไม่ปาน

"เอ๋...บาดแผลบนหน้าเราหายไปตอนไหน?"

[สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ คุณสามารถรักษาอาการบาดเจ็บและอาการเป็นพิษไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหนก็หายขาดได้หากลงไปแช่ตัว ความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและจิตใจจะได้รับการชำระล้างจนหมดสิ้น]

ระหว่างที่กำลังแปลกใจกับบาดแผลบนใบหน้าที่หายไป ระบบก็แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ พอได้ยินแบบนั้น โบ๊ทก็เช็คสำรวจร่างกายพร้อมใบหน้าอีกครั้ง

รอยแผล รอยฟกช้ำต่างๆ ล้วนหายไปจนหมดทั้งๆที่เขายังไม่ได้ลงไปแช่ตัวในสระเลยด้วยซ้ำ

โบ๊ทไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า ความจริงมันหายไปตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มเพิ่มพลังค่าความอึดแล้ว

"ไม่รู้ว่าเป็นไปได้ไงแต่ก็ช่างมันเถอะ"

โบ๊ทปลดเปลื้องเสื้อผ้า เขาไม่รอช้าโดดแช่ลงสระทันที หวังจะคลายความเหนื่อยล้าทางใจให้หมดสิ้น เพียงได้แช่กายลง เขารู้สึกสงบสุขอย่างมากมายเกินจะบรรยายได้เป็นคำพูด

"อา...ไม่ได้รู้สึกสบายกายใจแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ..."

ตั้งแต่ปู่เขาเสียไป แต่ละวันของโบ๊ทล้วนมีแต่ความทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย ปัญหาต่างๆมากมายล้วนกัดกินจิตใจจนทำให้เขารู้สึกมืดหม่นมาโดยตลอด

แม้จะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่อาจเทียบเท่ากับเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นกับตัวเขา

ชายหนุ่มค่อยๆหลับตาลง ในห้วงคำนึงเขานึกถึงปู่ของตนขึ้นมา น้ำเสียงอันแสนสงบของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

"ขอบคุณนะครับปู่..."

....

...

..

.

[การปรับแต่งร่างกายเสร็จสมบูรณ์]

[คุณได้รับสภาวะ เยือกเย็น]

ส่วนสูง 190

น้ำหนัก 85

....

...

..

.

"อืม..."

โบ๊ทส่งเสียงงึมงำออกมา จนกระทั่งเขาค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น

"หืม...นี่..."

ในสายตาเบื้องหน้ายามนี้คือฟ้าโปร่งยามเช้า ไม่ใช่กลางคืนอีกแล้ว โบ๊ทเบิกตาโพลงแล้วรีบลุกขึ้นมองโดยรอบอย่างตื่นตระหนก

ตอนนี้ตัวเขาอยู่ในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม ไม่ใช่ความฝันแต่อย่างใด โบ๊ทแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นรุ่งอรุณอีกครั้ง เขาเกาหัวไล่ความสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบหยิบมือถือในกระเป๋าขึ้นมาดูเวลา

"เวรล่ะ...แปดโมง!!"

เหลืออีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะเริ่มการเรียนการสอน โบ๊ทรีบกุลีกุจอออกจากสระน้ำทันที เขาไม่คิดเลยว่าจะเผลอหลับยาวในสระน้ำไปเสียได้ ชายหนุ่มรีบแต่งกายตัวเองเพื่อจะกลับไปอีกโลก หากแต่ว่า...

"ทำไมเสื้อผ้ามันหลวมจังอะ"

เสื้อหลวมกับกางเกงที่แทบจะหลุด แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่ไม่มีเวลาให้คิดอีก เขาใช้มือข้างซ้ายจับกางเกงรอบเอวไว้ไม่ให้หลุดก่อนจะใช้มือขวา จัดการเปิดแผงควบคุมส่งตัวเขามาที่ห้องโถงอีกครั้ง เขารีบกลับเข้าโพรงสีขาวที่ยังตั้งอยู่ไม่ไปไหน

กลับมาที่เกาะจอมพลังอีกครั้ง มันยังคงเป็นเวลากลางวันไร้ซึ่งยามรัตติกาลเฉกเช่นเดิม แม้เวลาจะทำให้เขาสับสนมากแค่ไหน แต่โชคดีที่เขาพกมือถือติดตัวมาด้วยจึงทำให้ไม่สับสนกับเวลาจริงมากนัก

โบ๊ทเริ่มออกแรงเปิดประตูโกลาหลซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างเกาะจอมพลังกับโลกของเขาออก ช่างน่าเหลือเชื่อเขาสามารถเปิดมันออกมาได้อย่างง่ายดาย

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้กว่าจะเปิดได้ก็เหนื่อยเอาเรื่องอยู่สำหรับชายหนุ่ม

"สายแล้ว สายแล้ว!!" โบ๊ทวิ่งขึ้นบันไดคดเคี้ยวไปด้วยความเร็วสูง แม้ระยะทางจะยาวไกลแต่เขาแทบไม่รู้สึกเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ

และใช้เวลาไม่นานเขาก็ขึ้นมาถึงทางออก โบ๊ทจัดการปิดล็อคประตูใต้ดินแล้วเคลื่อนเตียงเข้าที่เดิม ชายหนุ่มมองหาเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้แต่กลับไม่มีสักตัวเดียว

"มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำไมเสื้อผ้าเรามัน..."

ตุบ...

มือถือที่เขาถืออยู่ร่วงลงกับพื้นอีกครั้ง คิ้วชายหนุ่มขมวดมุ่นเป็นปมแน่น ใบหน้าของเขามีแต่เครื่องหมายคำถามอยู่เต็มไปหมด เมื่อมองสิ่งที่อยู่หน้ากระจก

"นี่ใครอะ?"

ในกระจกที่โบ๊ทส่องอยู่ปรากฏชายหนุ่มหน้าตาดีราวกับดารา นายแบบ รูปร่างสูงไม่เตี้ยไม่อ้วน กล้ามแขนกำยำ รูปร่างสมส่วนกับหน้าท้องที่อุดมไปด้วยซิกแพคแน่นเปรี๊ยะ

โบ๊ทยกมือแตะใบหน้าตัวเองทั้งสองข้างรวมถึงร่างกายของตัวเองเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ ปรากฏว่าชายหน้าตาดีในกระจกก็ทำท่าทางตามเขาทุกอย่าง

"เอาจริงดิ...นี่ตัวฉันงั้นเหรอ?"

โบ๊ทพยายามทำใจให้สงบที่สุด ไม่ให้ตื่นตระหนกกับสภาพร่างกายของตนที่เปลี่ยนไปราวกับฟ้ากับเหว ชายหนุ่มกอดอกหลับตาครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน และด้วยสภาวะเยือกเย็นที่เขาได้รับในช่วงที่หลับ ทำให้เขาเริ่มจับจุดสำคัญของความผิดปกตินี้ได้

"การปรับแต่งร่างกาย...งี้นี่เอง..."

เขาจำได้ตอนที่เลื่อนขึ้นระดับ Firm ระบบได้แจ้งเขาว่าสามารถใช้สิทธิพิเศษในการปรับแต่งร่างกายได้ และเขาได้กดตกลงในการปรับแต่งร่างกายตัวเองไปโดยไม่ได้คิดอะไร

ไม่นึกเลยว่ามันจะส่งผลขนาดนี้

ตอนนี้โบ๊ทเปลี่ยนไปราวกับคนละคนไม่ใช่หมูตอนอีกแล้ว แต่กลายเป็นหนุ่มหล่อแทน เขานึกไม่ออกเลยว่าการเปลี่ยนแปลงภายในวันเดียวที่เกิดขึ้นแบบนี้ จะทำให้คนอื่นที่รู้จักเขาตื่นตระหนกตกใจมากมายแค่ไหนถ้าได้เห็น

แต่พอนึกแบบนั้น ใบหน้าของเจยุลก็ลอยมาในห้วงความคิด หัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นตึกตักโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยสภาวะเยือกเย็น เขาก็เริ่มสงบอารมณ์ได้ในทันที

"ดูท่าตอนนี้ฉันคงไปโรงเรียนไม่ได้แฮะ"

เขาคงต้องหาเสื้อผ้าที่พอจะใส่ได้ทดแทนไปก่อนเป็นอันดับแรก เขาจัดการรื้อเสื้อผ้าเก่าๆสมัยม.ต้นที่น่าจะใส่ได้ออกมา

------

ชายหนุ่มใส่หมวกแก๊ปสีดำเดินออกมาจากบ้านอย่างระมัดระวัง

เพื่อไม่ให้คนใช้เห็น ตอนนี้พวกโตโต้และเตเต้ไปที่โรงเรียนกันหมดแล้ว บรรดาญาติลุงป้าน้าอาก็ไม่อยู่เพราะพวกเขามีธุรกิจและงานสังคมที่ต้องไปทำกันหมด

ยามนี้จึงเหลือแค่คนใช้ในบ้านเท่านั้นซึ่งในคฤหาสน์ของเขามีคนใช้อยู่ห้าคน

"8 โมง 15 นาที..."

ชายหนุ่มมองเวลาในมือถือของตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะปีนรั้วข้างๆที่อยู่ใกล้ๆ แม้รั้วคฤหาสน์มันจะมีเหล็กแหลมตั้งตรงอยู่ก็ตาม แต่โบ๊ทรู้สึกว่าใันไม่ใช่ปัญหามากเท่าไหร่นัก

เขาตัดสินใจกระโดดปีนออกรั้วทันที หากแต่ว่า

"เหวอ...โดดสูงไปแล้ว!!"

ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่เหนือมนุษย์ของโบ๊ท เพียงแค่กระโดด เท้าคู่ของเขาก็อยู่เหนือรั้วเหล็กแหลมไปไกลฉิบ

โดดสูงขนาดนี้เพลง I believe I can fly ลอยมาเลยแฮะ...

"เสียงใครน่ะ!?

"!!!?"

เสียงคนใช้ในคฤหาสน์ดังขึ้นไม่ไกลทำเอาโบ๊ทตกใจกับเสียงนั้น เขามัวแต่ระวังต้นเสียงเลยไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการลงพื้น ท่าลงของเขากลายเป็นร่วงลงแบบไม่สวยเท่าไหร่นัก

ตุบบ!

"อ่าว...ไม่ยักจะเจ็บ?"

ถ้าตกจากที่สูงขนาดนั้น สำหรับคนธรรมดา คงได้ขาหักกันไปข้าง แต่โบ๊ทในยามนี้ไม่ใช่คนธรรมดา พลังกายของเขาเหนือมนุษย์ไปแล้ว กับแค่ตกที่สูงแค่นี้ไม่อาจจะทำอะไรเขาได้

นี่สินะผลจากการฝึก

โบ๊ทขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางพร้อมปัดสิ่งสกปรกเล็กน้อยออก โชคดีที่คนใช้ไม่ได้เห็นตอนเขาร่วง ชายหนุ่มขยับหมวกให้ต่ำลงเพื่อปิดบังใบหน้า สถานที่แรกที่เขาจะไปก่อนเลย

"รีบไปร้านเสื้อผ้าใกล้ๆดีกว่า"

โบ๊ทรีบวิ่งออกห่างจากคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงแต่ไม่เหยียบเต็มเสียทีเดียว เขาจำต้องปรับระดับความเร็วให้พอดีบ้าง ถ้าหากมีใครมาเห็นมันจะดูน่าสงสัยมากไป

เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังตลาดแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆซึ่งน่าจะมีร้านเสื้อผ้าขาย หลังจากมาถึงตลาดนัดย่านชุมชน ในช่วงเช้าคนยังไม่ค่อยเยอะแต่ก็เริ่มมีสินค้าหลายอย่างวางขายอยู่เต็มพื้นที่

"ตายแล้วสูงจังแฮะ"

"คนรึเปรตฟะนั่น?"

"อุ๊ยแก! ดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อโฮก!!!"

"ดาราที่ไหนล่ะนั่น?"

เสียงซุบซิบนินทามากมายดังระงมไม่ขาดสาย แต่ละอย่างล้วนพูดถึงตัวโบ๊ทในร่างใหม่ทั้งนั้น ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยกับสถานการณ์แบบนี้ เหมือนทุกคนเห็นเขาเป็นดารานายแบบแอบมาเดินตลาดเสียอย่างนั้น

เขารีบสงบอารมณ์ตื่นเต้น แล้วสาดสายตามองหาร้านเสื้อผ้า ดูเหมือนจะใช้เวลาไม่นานเขาก็เจอร้านหนึ่งที่ดูเข้าตา

"พี่จ๋า..."

โบ๊ทเดินตรงเข้าร้านเสื้อผ้าที่เขียนชื่อร้านว่าพี่จ๋าทันที เมื่อเขาเข้าไปก็พบกับเสื้อผ้าวัยรุ่นหล่อเท่มากมายกับรองเท้าผ้าใบลายสวยและรองเท้าหนังราคาถูก

แต่สำหรับโบ๊ทแล้ว เขาแค่ราคาถูกไม่ต้องโดดเด่นมากนักก็พอ

ทันใดนั้นเสียงเจ้าของร้านสาวก็ดังขึ้นจากหลังร้าน เธอพร้อมเดินมาต้อนรับลูกค้าโดยใช้เสียงกล่าวนำร่องมาก่อน

"ยินดีต้อนรับค่า..."

เสียงของหญิงสาวเจ้าของร้านวัย 25 พลันขาดห้วงทันที เธอชะงักราวได้แข็งเป็นหินเพราะโดนสาป ดวงตากลมใสเบิกกว้างเมื่อเห็นโบ๊ทยืนจังก้า

"เอ่อ..."

ชายหนุ่มเกาหัวแก้เก้อเมื่อถูกจ้องตาไม่กระพริบ เขารีบเลือกเสื้อผ้าประมาณ 3-4 ตัวที่เข้าตาและขนาดพอดีรูปร่างกับรองเท้าผ้าใบสีดำไร้ลวดลาย จากนั้นก็รีบยื่นสินค้าทั้งหมดให้เจ้าของร้านที่ยืนค้าง

"คิดเงินด้วยครับ"

"ทั้งหมดฟรีค่า...เอาไปเลยค่า"

"เดี๋ยวครับไม่คิดเงินเหรอครับ?"

ชายหนุ่มทำหน้าตกใจ แต่เจ้าของร้านสาวก็พยักหน้างึกงักยืนยันพร้อมส่งยิ้มหวาน

"หล่อขนาดนี้คิดเงินไม่ลงค่า~ถ้าได้ถ่ายรูปคู่ด้วยจะดีมากเลย"

"ฮ่ะๆ..."

โบ๊ทหัวเราะเสียงแห้งกับคำตอบที่ทำเอาเขาพูดไม่ออก เขาพยักหน้าตอบรับ

"สักรูปก็ได้ครับ"

"จริงเหรอคะ!? อ๊ายยย!!!"

เจ้าของร้านหวีดร้องเบาๆอย่างตื่นเต้นที่จะได้ถ่ายรูปคู่ เธอดึงมือเขาแล้วบอกอย่างเร่งรีบ

"หลังร้านมีที่ลองชุด~พี่ชายไปลองได้เลยค่า"

พี่ชาย...ให้ตายสิผมยังเด็กกว่าคุณอีกนะ

โบ๊ทเดินหายเข้าไปหลังร้านอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่ถึงนาที เขาก็ออกมาพร้อมกับชุดใหม่เป็นเชิ๊ตขาวแขนสั้น กางเกงยีนส์ดำเดฟสลิมและรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่

"ออร่าผัวมากค่า!!!~"

โบ๊ทยิ้มแหยๆกับคำยกยอปอปั้นของเจ้าของร้านสาววัยยี่คนนี้ มันเป็นรีแอคชั่นที่เว่อร์เกินไปจริงๆ

เราหล่อขนาดนั้นเลยเหรอ?

เขาคิดแบบนั้น...

------

หลังจากได้เสื้อผ้ามาฟรีๆแลกกับการถ่ายรูปคู่กับเจ้าของร้านมาเป็นที่เรียบร้อย

การซื้อเสื้อผ้าครั้งนี้นับว่าเขาโชคดีสุดๆที่ได้สินค้ามาแบบไม่ต้องเสียเงินเก็บที่เขาลงทุนทุบกระปุกหมูออกมา ซึ่งเงินเก็บในตอนนี้เขามีอยู่แค่ 4,000 บาทเท่านั้น

โครกกก~

ดูเหมือนว่าสภาวะไร้ความหิวจะไม่ทำงานเมื่ออยู่นอกเกาะฝึกฝนจอมพลัง ท้องร้องดังโครกครากเบาๆ ยังดีที่ไม่มีใครได้ยินมัน

โบ๊ทมองเวลาในมือถือ ตอนนี้มันเก้าโมงเช้าซึ่งที่โรงเรียนมันเริ่มคาบเรียนแรกไปแล้ว

"เป็นครั้งแรกเลยแฮะที่เราโดดเรียน..."

โบ๊ทมุ่งหน้าไปที่เซเว่นที่อยู่ใกล้ๆ ระหว่างเดินทางเขายังคงได้ยินเสียงซุบซิบพูดถึงตัวเขาอยู่ตลอดทางไม่มีขาด

เซเว่นที่โบ๊ทกำลังจะไปนั้น เคยมีข่าวดังในโลกออนไลน์อยู่พอสมควร เนื่องจากมีพนักงานสาวสวยเกินหน้าตาทำงานอยู่ด้วย เคยมีเหล่าหนุ่มๆในละแวกนี้ตามจีบอยู่บ่อยครั้ง แต่นางก็ยังคงโสดอยู่

แอ๊~แอ่~

เครื่องตรวจจับหน้าทางเข้าเซเว่นส่งเสียงร้องเมื่อโบ๊ทเดินเข้ามา สิ่งแรกที่เขาได้ยินคือเสียงต้อนรับระบบออโต้ของเหล่าพนักงานเซเว่นหน้าแคชเชียร์

"สวัสดีค่า/คร้าบ!!! เชิญค่า/คร้าบ!!"

แต่ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง เหล่าบรรดาพนักงานสาวและลูกค้าสาวที่เห็นใบหน้าของโบ๊ทต่างพากันตะลึงงันราวกับโดนมนตร์สะกด

แม้แต่พนักงานสาวสวยสุดฮอทที่เคยโด่งดังในโลกออนไลน์ที่กำลังยืนคิดเงินลูกค้าอยู่หน้าแคชเชียร์ เมื่อได้เห็นเขา เธอยังตะลึงจนเผลอทำเครื่องสแกนบาร์โค้ดหล่นตุ้บ

โบ๊ทที่เริ่มชินกับสายตาเหล่านั้นเขาก็ไม่ค่อยประหม่าอีก ชายหนุ่มจัดการหยิบข้าวผัดปูสำเร็จรูปมาสองกล่องพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นๆขวดหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปยังช่องแคชเชียร์ที่ว่างอยู่ซึ่งอยู่ถัดจากพนักงานสาวสวยคนนั้น

"เวฟด้วยครับ"

พนักงานสาวแว่นผมสั้นหน้าตาน่ารักแบบบ้านๆรับกล่องข้าวผัดปูจากมือของโบ๊ทอย่างเกร็งๆ เธอตื่นเต้นมากจนหัวใจแทบจะกระโดดออกมาเมื่อได้เห็นหน้าโบ๊ทในระยะใกล้ๆ

"น..หนึ่งร้อยบาทค่ะ มีเบอร์...เอ๊ย...ออลเมมเบอร์ไหมคะ?"

โบ๊ทส่ายหน้าแทนคำตอบ

"ส...ไส้กรอกซื้อ 1 แถม 1 ซื้อ 2 แถม 1 ไม่ทราบว่าจะรับเพิ่ม..."

"ไม่ครับ ขอบคุณ..."

เพียงประโยคปฏิเสธอันแสนสุภาพ ก็สามารถทำเหล่าพนักงานและลูกค้าสาวทุกรายเข่าอ่อนระทวยได้ แต่พวกเธอก็ต้องพยายามเก็บอาการไว้ไม่ให้แสดงเกินจริตมากไป

หลังจากคิดเงินเสร็จสรรพ โบ๊ทก็ไปยืนหลบมุมหนึ่งเพื่อยืนรอของเวฟ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงลางอันตรายเขายกสายตาไปยังประตูทางเข้าเซเว่นอย่างรวดเร็ว

เป็นลูกค้าชายวัย 30 คนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปดำเดินเข้ามาพร้อมกับปืนในมือ เพียงมันยกปืนขึ้น ทุกคนในร้านต่างพากันกรีดร้องออกมาเสียงดัง

"กรี๊ดดดดด!!!"

"เหวอ!!! โจรปล้น!!!"

"เฮ้ย!!! ถ้าไม่อยากตายพวกมึงเงียบ!!!"

เสียงร้องจากความกลัวของในเซเว่นเริ่มเงียบลงทันทีเมื่อโจรเอ่ยเสียงกร้าว ทุกคนต่างไม่กล้าขยับแม้แต่ก้าวเดียว

น่าแปลกนัก ทั้งๆที่เกิดเหตุร้ายแบบนี้ โบ๊ทกลับไม่รู้สึกกลัวเสียอย่างนั้น หากเป็นเขาแต่ก่อนคงเข่าอ่อนนั่งยองๆยกมือกุมหัวไปแล้ว

เขาใช้ทักษะประเมินปืนกระบอกนั้นดูก็ได้รู้ความจริงว่า...

[ปืนของเล่น ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ]

เอาปืนของเล่นมาปล้นเซเว่นงั้นเหรอ?

"เฮ้ยส่งเงินมาเร็วๆ!!"

โจรร้ายตะคอกสั่งแคชเชียร์สาวสวยผู้โชคร้ายคนนั้นขณะถือปืนจ่อ ทำเอาเธอมือไม้สั่นไปหมดเพราะกลัวตาย นางรีบเปิดลิ้นชักเครื่องที่เก็บเงินออกมาอย่างร้อนรน แล้วนำเงินมาใส่ถุงที่โจรเตรียมไว้

"อย่าใส่นะ!!"

โบ๊ทพูดขึ้นมาเสียงดัง ทำลายบรรยากาศอันเลวร้ายทั้งหมดไปจนสิ้น ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาในทันที

"อะไรของมึงวะ!? อยากเป็นฮีโร่ไง!?"

โจรกระจอกตะคอกเสียงสูงอย่างเดือดดาล เขาหันกระบอกปืนไปยังชายหนุ่มแทนที่ แต่โบ๊ทที่รู้ความจริงแล้ว เขาแทบไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิด

ชายหนุ่มวางถุงเสื้อผ้าที่ซื้อมาไว้ที่จุดนั้นก่อนจะย่างสามขุมเข้าหาโจรคนนั้นอย่างไม่กลัวเกรง

"กูยิงจริงๆนะเว้ย!!"

"ก็ยิงสิ ถ้ามันยิงได้นะ..."

เพียงคำพูดอันแสนเย็นชาที่ไร้ความกลัวเห็นได้ชัดว่าทำให้โจรกำลังร้อนรนสุดขีด การกระทำของเขาในยามนี้แน่นอนสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในนี้

มีบางคนถึงขั้นหยิบมือถือแอบถ่ายอยู่ห่างๆกะไม่ให้พลาดช็อตสำคัญแม้แต่วินาทีเดียว

"ไอเชี่ยเอ๊ย!!!!"

"!!!?"

โบ๊ทชะงักเท้าพลันเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นโจรกระจอกใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ควักมีดออกมา มีดเล่มนี้ เพียงแค่ตาเปล่าก็เดาได้ไม่ยากว่ามันคือของจริง ไม่ใช่ของเล่นแบบปืนเมื่อครู่

"เข้ามากูแทงมึงไส้แตกแน่สัตว์!"

แต่โบ๊ทกลับไม่รู้สึกกลัวเหมือนเดิมจากสภาวะเยือกเย็น ที่เขาได้รับมา เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การแสดงละคร แต่มันคือเรื่องจริง

ถึงเวลาแสดงความสามารถจากการฝึกฝนแล้วสินะ...

"ค...คุณผู้ชายคะ..."

สาวแคชเชียร์คนสวยพยายามจะห้ามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เพราะเธอเห็นชายหนุ่มยังคงเดินเข้าหามีดอย่างไม่กลัวเกรง โจรเมื่อเห็นว่าโบ๊ทยังกล้าขยับไม่กลัวตายแบบนี้เขาก็เตรียมสงเคราะห์ให้ในทันที

"มึงบังคับกูเองนะ!!!!"

ท่ามกลางเสียงหวีดร้องที่กำลังดังขึ้นเมื่อโจรเริ่มจะแทงท้องของโบ๊ท ราวกับทุกอย่างมันกลายเป็นภาพสโลว์โมชั่นในสายตาของโบ๊ท เขามองเห็นการเคลื่อนไหวของโจรอย่างชัดเจน

"ช้าไป..."

โบ๊ทฉากตัวหลบมีดไปทางซ้ายพร้อมกับใช้สันมือขวาสับเข้าที่หลังมือที่ถือมีดของโจรอย่างแรงจนมีดหล่น

ไม่จบแค่นั้น เขายังใช้เข่าขวายกขึ้นปะทะกับด้ามจับมีดให้มันกระดอนขึ้นกลางอากาศก่อนจะใช้มือซ้ายคว้าด้ามจับมันไว้อย่างว่องไวและแม่นยำพร้อมกับจ่อคอคนร้ายในทันที

ทุกอย่างกลายเป็นเงียบสงัดเมื่อโบ๊ททำแบบนั้นกับโจร ก่อนจะค่อยๆกลายเป็นเสียงฮือฮาอันน่าเหลือเชื่อกับสิ่งที่พวกเขาได้เห็น เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก

"อย่าขยับจะดีกว่านะ..."

โบ๊ทเอ่ยเสียงขรึม ในตอนนี้เขากำลังถือมีดจ่อคอยหอยของโจรในระยะเผาคน หากขยับแม้แต่นิด โจรกระจอกสามารถเตรียมบอกลาโลกไปได้เลย

"อ...ผมผิดไปแล้ว...อย่าฆ่าผมเลย...."

"..."

โบ๊ทนิ่งเงียบไม่ตอบคำ มีเพียงแค่ใบหน้าและสายตาอันเฉยชาของเขาเท่านั้นที่มอบให้แก่โจรคนนี้ เขาสร้างบรรยากาศอันน่าสะพรึงขึ้นจนโจรกระจอกถึงกับขาสั่นเยี่ยวเล็ดออกมา

"โทรแจ้งตำรวจได้เลยครับ"

โบ๊ทหันไปกล่าวกับพนักงานสาวสวยคนนั้นที่กำลังตะลึงงัน เมื่อนางได้สติจากคำพูดของโบ๊ท เธอก็รีบหยิบมือถือขึ้นอย่างลวกๆแล้วโทรแจ้งตำรวจทันที

สถานีตำรวจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ประมาณสิบนาที โบ๊ทที่ยืนคุมคนร้ายอยู่ก็เห็นตำรวจสองนายเดินเข้ามา

"ที่นี่หรือเปล่าครับที่แจ้งมาว่ามีโจรปล้น?'

"ใช่ค่ะคุณตำรวจ"

พนักงานสาวสวยตอบอย่างแข็งขันแล้วชี้นิ้วไปที่คนร้ายที่กำลังนั่งกอดเข่ารอรับชะตากรรม

"คนนั้นคือคนร้ายค่ะคุณตำรวจ...แล้วก็..."

พนักงานสาวสวยหันไปยังโบ๊ทที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ นางรีบหลบสายตาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วอย่างเขินอาย

"คุณผู้ชายข้างๆเขาเป็นคนช่วยจับคนร้ายค่ะ"

"จริงค่ะ! ดิฉันยืนยันได้!"

"ผมยืนยันด้วยครับ! พี่ชายคนนั้นเขาใส่เดี่ยวกับคนร้ายเลยครับ!"

โบ๊ทแอบตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนในร้านหลายคนเป็นพยานให้เขาขนาดนี้ บางคนที่แอบถ่ายคลิปไว้ เขายื่นคลิปหลักฐานให้ทางตำรวจในทันที

ตำรวจนายหนึ่งเดินมาหาโบ๊ท เขาทำตะเบ๊ะแสดงความเคารพแก่ชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวขอบคุณออกมาจากใจ

"ทางเราขอขอบคุณคุณมากๆเลยครับ สำหรับการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการจับกุมคนร้ายครั้งนี้"

"เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกครับ"

โบ๊ทตอบปัดไปอย่างสุภาพ ชายหนุ่มหันไปยังแคชเชียร์สาวแว่นที่ตอนนี้กำลังประหม่าเลิ่กลั่กเมื่อเห็นเขาจ้องมา

"ข้าวผัดปูเวฟเสร็จแล้วนะครับ"

"อะ..." เหมือนเพิ่งจะรู้ตัวว่าลืมอะไรบางอย่างไป สาวแว่นคนนั้นรีบเอาข้าวผัดปูสองกล่องออกจากตู้ไมโครเวฟพร้อมใส่ถุงแยกน้ำเปล่าแล้วยื่นให้เขาทันที

"ข...ขอโทษที่ทำให้รอด้วยค่ะ!"

โบ๊ทไม่ตอบกลับแต่อย่างใด หากแต่ยิ้มรับกับท่าทางเปิ่นๆของสาวแว่นคนนี้ เพียงรอยยิ้มของเขาก็ทำเอาเธอแทบจะล้มทั้งยืนได้

หลังจากความวุ่นวายเริ่มคลี่คลาย โบ๊ทก็รีบเดินออกจากเซเว่นไปในทันที คงไม่ต้องบอกเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้สายตาเบื้องหลังของคนในร้านต่างมองที่เขาอย่างชื่นชมขนาดไหน

"จะไปไหนต่อ...หรือจะกลับดีนะ?"

โบ๊ทครุ่นคิดระหว่างเดินทาง ตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนด้วย แต่สักพักเขาก็นึกถึงหน้าเชียรเจ้าของร้านข้าวมันไก่ขึ้นมา

"ร้านคุณเชียรเหรอ...หืม?"

เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ โบ๊ทก้มลงสำรวจของในมือ ตอนนี้มันมีแค่ถุงข้าวผัดปูสองกล่องจากเซเว่นและขวดน้ำเปล่า เขาลืมของอีกชิ้นไปเสียสนิท

"เวรล่ะ...ถุงเสื้อผ้าที่ซื้อมา"

"คุณผู้ชายยยย คุณลืมของไว้ค่ะ!!"

ดูท่าเขาคงไม่ต้องเดินกลับไปให้เสียเวลาอีก เพราะตอนนี้เขาเห็นเจ้าของเสียงนั้นเรียกหา เป็นพนักงานสาวสวยคนนั้นที่หอบหิ้วถุงเสื้อผ้าของโบ๊ทแล้ววิ่งมาส่งให้ชายหนุ่ม

"ผมเพิ่งจะนึกขึ้นได้พอดีว่าลืมของไว้ ขอบคุณนะครับ"

หลังจากได้รับของ เขาก็โค้งขอบคุณพนักงานสาวที่ลงทุนวิ่งออกมาหาเขาเพื่อคืนของ ทั้งๆที่ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้ไปไกลจากร้านมากนัก

พนักงานสาวถึงกับทำอะไรไม่ถูก นางได้แต่ตอบรับอย่างตะกุกตะกัก

"มะ..ไม่เป็นไรค่ะ...พะ...พอดีฉัน...เห็นคุณ...ผู้ชาย...ถือถุงนี้เข้าร้านมาด้วย...ก็เลย..."

เพียงเห็นรอยยิ้มของโบ๊ทที่ส่งมาให้ ใบหน้าของพนักงานสาวสวยก็โบ๊ะแตกเป็นสีแดงทันที

"ไว้มาอุดหนุนร้านอีกนะค้า!!!"

นางพูดแบบนั้นขณะยกมือปิดใบหน้าตัวเองแล้ววิ่งกลับเซเว่นไปด้วยความเขินอาย การกระทำของหญิงสาวคนนี้ทำเอาโบ๊ทแอบหัวเราะเบาๆ

"เป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ ฮ่ะๆ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น