ความเทพนี้ปู่ให้มาครับ

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

หลังช่วงเลิกเรียน ที่ร้านข้าวมันไก่แห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงเรียนนัก มันคือร้านที่โบ๊ทมาทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหาเงิน

แม้จะเป็นร้านเพียงชั้นเดียวพื้นที่บริการไม่ได้กว้างขวางมากมาย แต่ความอร่อยขึ้นชื่อจนได้ออกรายการทีวีอยู่ครั้งหนึ่ง ทำให้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่มาใช้บริการเพราะรู้จักจากทางสื่อ ฐานลูกค้าจากร้านนี้เลยเป็นนักท่องเที่ยวและคนวัยทำงานเสียส่วนใหญ่

ถึงแม้จะมีเด็กจากสถาบันเซนจูรี่แวะบ้างมาแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนักสำหรับโบ๊ท เพราะพวกมาร์คหรือเพื่อนร่วมห้องที่รู้จักไม่ได้มาที่นี่

"ไม่หนังสิบห่อได้แล้วครับผม!!"

"เนื้อหน้าอกได้แล้วคร้าบ!!"

"ข้าวมันไก่ทอดมาแล้วครับ!!"

โบ๊ทในเวลานี้ดูกระปรี้กระเปร่ากับการทำงานเป็นพิเศษราวกับได้ยาดีมาจนเจ้าของร้านแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อย หลังจากชายหนุ่มบริการลูกค้าจนครบเวลาเลิกงาน เขาก็แวะมานั่งพักโดยไม่ได้แสดงสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่นิด

กลับกันมันดูอารมณ์ดีและร่าเริงยิ่งกว่าเดิม

"ดูอารมณ์ดีนะวันนี้ มีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นล่ะหืม?"

โบ๊ทหันไปมองชายวัยกลางคนที่เอ่ยถามพร้อมมอบค่าจ้างให้กับถุงข้าวมันไก่ที่เพิ่งทำเสร็จสรรพหมาดๆ เขาชื่อ เชียร อายุ 40 ปี เขาคือเจ้าของร้านข้าวมันไก่แห่งนี้และยังเป็นพ่อครัวในเวลาเดียวกัน

เชียรนั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ภรรยาของเขาชื่อ สา กับลูกสาวตัวน้อยวัยไม่ถึงสองเดือนที่ชื่อ มิว สำหรับชายหนุ่มแล้ว เชียรและสา คืออีกคนที่รักและเอ็นดูในความขยันเอาการเอางานของโบ๊ท

และโบ๊ทเองก็ให้ความเคารพนับถือพวกเขาสองคนมากๆ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีกความโชคดีที่ชายหนุ่มได้มาทำงานที่นี่ก็ได้

ชายหนุ่มรับค่าแรงและถุงข้าวมันไก่มาอย่างสุภาพก่อนจะตอบเชียรด้วยรอยยิ้ม

"ไม่มีอะไรหรอกฮะ"

"หืม...ให้มันจริง" เชียรแอบแซวด้วยอารมณ์ขันนิดๆ ก่อนจะแหงนหน้ามองนาฬิกา "นี่ก็สามทุ่มแล้วนะ รีบกลับบ้านซะละ"

พอพูดถึงบ้าน สีหน้าของโบ๊ทก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบ

"งั้นผมไปก่อนล่ะ ผมขอฝากลาคุณสาด้วยนะครับ"

"เอ้อ เดินทางดีๆล่ะ"

โบ๊ทโค้งคำนับแทนคำลา ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน เพียงแค่ได้ออกมาปุ๊บ เขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พอคิดถึงคำว่าบ้านที่เชียรพูดเมื่อครู่ เขารู้สึกไม่อยากกลับไปเท่าไหร่นัก...

"ไปเจอคนพวกนั้น...ให้ฉันนอนข้างถนนดีกว่า..."

-------------

เวลาสี่ทุ่ม ณ คฤหาสน์ตระกูลวิเชียรมาศ

กิ๊งก่อง....

โบ๊ทกดออดไปเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้นเขาเห็นคนใช้หญิงที่เดินเยื้องกรายสุดแสนจะเนิบนาบและชักช้าเหมือนตั้งใจจะยั่วโมโหชายหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างไรอย่างนั้น

กว่าจะเดินมาถึงประตูก็ล่อไปตั้งนาที โบ๊ทได้แต่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆ เขาชินกับมันแล้ว ที่บ้านหลังนี้มันไม่มีใครเป็นมิตรกับเขาเหลืออยู่อีกแล้ว แม้กระทั่งคนใช้

ครืด...

เสียงลากประตูขนาดใหญ่ถูกเปิดออกอย่างเกียจคร้านจากสาวใช้คนนั้น โบ๊ททำเป็นไม่สนใจกับท่าทีดังกล่าวของนาง เขารีบมุ่งตรงไปยังบ้านไม้ของเขาทันที

"งาย~กลับมาแล้วเหรอพี่หมู"

ขณะที่กำลังเดินทางเข้าที่พัก เสียงยียวนกวนประสาทก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังของโบ๊ท ชายหนุ่มกัดฟันเบาๆ เขารู้ดีว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้น

ชายหนุ่มที่แต่งกายดูเจ้าสำราญคนนั้นมันชื่อ โตโต้ เป็นน้องชายคนที่สองของเขาเป็นลูกชายของดีนกับอริน ซึ่งเป็นลุงกับป้าแท้ๆของเขา

แต่โบ๊ทไม่เคยได้ความเคารพและความรักเลยจากคนในครอบครัวนี้ มีเพียงแต่คำดูหมิ่นเท่านั้น เขาพยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงดังกล่าวแล้วเดินต่อไป

"บ๊ะ! ไอนี่! เป็นแค่หมูแท้ๆมาทำหยิ่ง ถือว่าเป็นหลานรักของปู่ก็เลยหยิ่งว่างั้น?"

พอได้ยินคำพาดพิงถึงปู่ของตน โบ๊ทก็หยุดเท้าลง เขาหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับโตโต้อย่างเอาเรื่อง

"โอ้ว...ทำตาขวางเสียด้วย?" โตโต้เริ่มเผยรอยยิ้มชั่วร้าย "ทำไม? หรือจะเอา?"

"อ่าวๆ ไอหมูจะหาเรื่องพี่โตโต้เหรอ?"

เหมือนจะมีคนมาช่วยสุมกองไฟให้ลุกโชนขึ้น คราวนี้เป็นเตเต้ น้องชายคนที่สาม ลูกชายของรามกับเนตรซึ่งเป็นน้าและอาแท้ๆของโบ๊ท

ส่วนสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับครอบครัวเตเต้ แน่นอนว่าไม่ต่างกับโตโต้ ทั้งสองคนต่างก็เรียนที่เดียวกันกับโบ๊ท หากแต่พวกมันไม่เคยคิดจะมาช่วยเหลืออะไรชายหนุ่มยามลำบากเลยที่โรงเรียน

พวกมันคิดว่าเป็นเรื่องน่าอายที่จะให้คนหน้าตาดีมีฐานะอย่างพวกเขาเข้าไปคลุกคลีกับหมูตกอับอย่างชายหนุ่ม แค่ใช้สกุลวิเชียรมาศด้วยกัน พวกมันก็รู้สึกว่าน่าอับอายเหลือทนแล้ว

พอได้เห็นกำลังเสริมของโตโต้ โบ๊ทได้แต่กำหมัดแน่น เขาหันหลังเดินกลับไปอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่จาไม่ตอบโต้ใดๆอีก

"นึกว่าจะแน่...อกข้างซ้ายใจหรือปอดว้า...?"

"..."

"น่าจะปอดนะพี่"

"..."

"ฮ่าๆๆๆ ทำงานหัวงกๆจนกลับค่ำแบบนี้ เป็นจับกังเหรอหมู?"

"สภาพแบบนั้นคงจับกังจริงๆแหล่ะพี่ แต่มันก็เหมาะกับหมูล่ะนะ"

"มีอาหารหมูติดมือมาด้วย นั่นเป็นค่าแรงเหรอ? เร่งรีบขนาดนี้คงจะรีบเข้าไปกินอาหารหมูที่คอกหมูใช่ม้า?"

"คอกหมูไหนเหรอพี่?"

"ก็บ้านไม้เก่าๆของมันไง"

"!!!!?"

"ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!!"

สติของโบ๊ทขาดผึงเมื่อได้ยินโตโต้ดูถูกบ้านเขาว่าเป็นคอกหมู เขาหันขวับทิ้งถุงข้าวมันไก่ของเชียรแล้ววิ่งเข้าหาโตโต้ด้วยความเร็วสูงสุดของตัวเองพร้อมกับเงื้อหมัด

"บ้านกูไม่ใช่คอกหมู!!!"

ใครจะดูถูกสภาพกายว่าเป็นหมูอ้วนหรืออะไรก็ช่างมันเขาไม่สนใจ แต่ถ้ามาหมิ่นเกียรติของปู่ที่เขารักและเคารพ หรือดูถูกสิ่งที่ปู่รักและหวงแหนที่สุดอย่างบ้านไม้หลังนั้น...

ต่อให้เป็นญาติพี่น้องแท้ๆ เขาก็ขอตั๊นหน้ามันสักที!

ปึ้ก!!!!

กำปั้นลุ่นๆของโบ๊ทซัดเข้าเต็มใบหน้าของโตโต้จนมันถึงกับล้มเซไปกองกับพื้น โบ๊ทไม่คิดจะหยุดและหวังจะเข้าไปซ้ำมันต่อให้สลบ

"จะทำอะไรพี่กูฮะ!"

แต่ไม่ทันได้ทำแบบนั้น เขาก็โดนบาทาของเตเต้ถีบเข้าที่ท้องเต็มๆ โบ๊ททรุดเข่าลงข้างหนึ่งพลางกุมท้องตนด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว

ร่างกายอันแสนอืดอาดของเขาไม่มีทางที่จะหลบการโจมตีพ้นได้จริงๆ

เพราะความจุกจากหมัดของมาร์คที่เขาโดนเมื่อเช้ายังไม่หายดีด้วยซ้ำ พอมาโดนที่เดิมมันก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าเดิม

"ไอหมู..." โตโต้เช็ดเลือดที่มุมปากของตัวเองแล้วลุกขึ้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเต็มพิกัดเมื่อเห็นเลือดที่ปาก

"หมัดหนักดีนี่!"

ปึ้กกก!!

โตโต้ถีบเข้ายอดหน้าของโบ๊ทจนแว่นที่ใส่อยู่ถึงกับแตก โชคดีที่เศษกระจกจากแว่นไม่ได้โดนเข้าตา แต่มันก็สร้างรอยแผลบริเวณใบหน้าจนได้เลือด

ทันทีที่โบ๊ทล้มลงจากแรงถีบ พวกมันก็เริ่มบาทาสามัคคีระหว่างพี่และน้องกระทืบร่างอ้วนที่นอนเอาแขนป้องกันใบหน้าและหัวตัวเองไว้ไม่อาจตอบโต้

"คิดว่ามึงเป็นใครฮะ? ไอสวะ!"

โตโต้ตะคอกเสียงดัง เขากับน้องชายตัวดียังคงลงมือกระทืบโบ๊ทไม่หยุด หวังจะให้มันตายๆไปซะ แต่มันก็ทำไม่ได้เพราะพวกเขาก็ไม่อยากมีคดีความเช่นกัน

เมื่อเห็นโบ๊ทนอนแน่นิ่งบนพื้นหญ้าพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนเลือด พวกมันสองพี่น้องก็เริ่มหยุด โตโต้หอบหายใจเฮือกใหญ่ เพราะไม่คิดเลยว่าการกระทืบโบ๊ทมันจะเหนื่อยขนาดนี้

"จำไว้...บ้านไม้ของมึงมันคือคอกหมู! คอกหมู! คอกหมู! คอกหมู! คอกหมู!"

โตโต้เน้นย้ำคำดูถูกนั้นให้โบ๊ทที่กำลังนอนอยู่บนพื้นได้ยินแบบชัดๆ ก่อนจะเดินจากไป

ส่วนเตเต้ที่เห็นถุงข้าวมันไก่ของโบ๊ทที่อยู่บนพื้น เจ้าตัวนึกสนุกอะไรขึ้นมาได้ เขาหยิบมันขึ้นก่อนจะแกะห่อข้าวมันไก่แล้วเทราดใส่โบ๊ท พร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ

"เอ้านี่! อาหารหมูไง หมูก็ต้องกินกับพื้นสิ ฮ่าๆๆๆๆ"

"..."

หลังจากนั้นเตเต้ก็เดินกลับเข้าคฤหาสน์ไป ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ เขากับคนใช้สาวที่เปิดประตูให้ นางก็ไม่คิดที่จะช่วยเหลือเขา กลับกันนางมองเขาราวกับมองเศษขยะก่อนจะเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

"ดูสิพื้นหกเลอะเทอะไปหมดเลย! ดิฉันจะรีบทำความสะอาด รบกวนคุณชายช่วยรีบกลับเข้าบ้านไปไวๆด้วยค่ะ!"

โบ๊ทกัดริมฝีปากแน่น ชายหนุ่มรู้สึกผิดและเสียดายไม่น้อยกับข้าวมันไก่ที่เชียรทำมาให้ เขาลุกขึ้นโดยไม่คิดจะปัดเศษข้าวที่ติดอยู่กับตัวออก กลับกันเขาหยิบมันกินทั้งอย่างนั้นพร้อมกับหยิบถุงน้ำแกงที่ยังสภาพดีแล้วเดินตรงเข้าบ้านไม้ทันที

แม้พื้นที่รอบคฤหาสน์จะกว้างใหญ่แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนักที่โบ๊ทจะแบกสังขารตัวเองให้ไปถึงบ้านเพียงหลังเดียวของเขา

จนกระทั่งมาถึงบ้านไม้เล็กๆที่เนื้อไม้ดูเก่าแก่หลังหนึ่ง แต่สภาพของมันยังคงแข็งแรง และคงไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่ามันอยู่กับตระกูลนี้มานับร้อยปีแล้ว

ในบ้านไม้หลังนี้ไม่มีแอร์ปรับอากาศ มีแต่พัดลมและน้ำไฟให้ใช้อยู่ ตัวบ้านมีเพียงชั้นเดียวแต่มีสามห้องคือห้องน้ำ ห้องนอน และห้องนั่งเล่นที่มีทีวีเก่าๆไว้ให้ดูกับโซฟาเก่าๆเพียงแค่นั้น

สำหรับเขาแล้วสถานภาพชีวิตในบ้านไม้หลังนี้มันก็ไม่ได้ดีนักเวลาหน้าร้อนมันก็โคตรร้อนเมื่อต้องนอนเปิดพัดลม แต่มันก็ไม่มีทางเลวร้ายกว่าคฤหาสน์อย่างแน่นอน

โบ๊ทเพิ่งชำระล้างร่างกายที่มอมแมมเสร็จสรรพ แต่บาดแผลบนใบหน้าและรอยฟกช้ำตามร่างกายยังคงชัดเจน หากเขาไปที่โรงเรียนพรุ่งนี้คงได้โดนอาจารย์สอบสวนแน่นอน

"จะไปโรงเรียนดีไหมนะ...?"

เขาเริ่มรู้สึกกังวล สภาพแบบนี้ยิ่งให้ใครได้เห็นคงมีแต่โดนเยาะเย้ยดูถูก แต่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็ยกศอกขวาที่เป็นแผลขึ้นมาดูอย่างช้าๆ

ตอนนั้นเอง ใบหน้าของเจยุลที่กำลังทำแผลให้ก็ลอยมา มิหนำซ้ำยังซื้อฮอทดอกให้เขาทานตอนเขากำลังลำบากเรื่องไม่มีเงินจะกินที่โรงเรียนด้วย

พอนึกถึงเรื่องดีๆระหว่างเธอและเขา โบ๊ทก็ลืมเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม้ เขาเหม่อมองเพดานห้องอยู่ครู่หนึ่ง ในห้วงคำนึงเขาคิดถึงแต่เรื่องเมื่อช่วงพักเที่ยงซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะพึมพำเบาๆ

"ถ้าเห็นฉันเป็นแผลขนาดนี้ เธอจะยอมรักษาฉันไหมนะ...?"

"คิดไปนั่น...มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก"

โบ๊ทส่ายหัวไล่ความฟุ้งซ่านออก เขาไม่กล้าหวังสูงว่าคนอย่างเจยุลจะหันมาสนใจคนอย่างเขาได้ คนที่หน้าตาดีกว่าเขาหลายเท่ายังถูกเจยุลปฏิเสธอย่างไม่ใยดี คงไม่ต้องพูดถึงตัวเขาที่หน้าตาบ้านๆ เตี้ยแถมหุ่นหมูแบบนี้

"ไม่ว่าใครต่างก็อยากได้คนหน้าตาดีมาครอบครองทั้งนั้น แต่ถ้าฉันจะลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดูสักตั้ง เธอจะหามามองฉันหรือเปล่านะ?"

โบ๊ทเริ่มเกิดความคิดแปลกๆขึ้น เขาลุกขึ้นแล้วส่องกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้งดูสภาพหุ่นของตัวเองที่ตอนนี้เหมือนหมูป่วยมีรอยฟกช้ำกับแผลเต็มไปหมด

พอเห็นแบบนี้เขาก็อดสมเพชตัวเองไม่ได้

"เฮ้อ...หน้าตาอย่างฉัน...คงไม่ไหว..."

ตุบ!

ระหว่างที่กำลังเวทนากับสภาพตัวเองหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ เขาเผลอทำมือถือตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งหล่นเสียงดังเข้าให้ที่ใต้เตียง จนชายหนุ่มถึงกับตกใจ

"เวร...มือถือฉันจะแตกไหมเนี่ย?"

เพราะเพิ่งจะซื้อมันได้ไม่นาน หากกระจกมือถือเป็นรอยร้าวเขาคงรู้สึกปวดใจน่าดู โบ๊ทก้มลงพยายามหยิบมือถือที่อยู่ใต้เตียง

จำคำของปู่ไว้นะหลานรัก...

โบ๊ทพลันชะงัก เมื่อจู่ๆคำพูดของปู่ลอยเข้ามาในห้วงความคิดของเขาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

คำพูดนั้นของปู่ เขาเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว....

บ้านไม้หลังนี้เป็นสิ่งที่ปู่รักมากที่สุด...ไม่มีใครสามารถเข้ามาได้ถ้าปู่ไม่อนุญาต

แต่หากวันใดที่ปู่จากไป บ้านไม้หลังนี้จะเป็นของหลานแต่เพียงผู้เดียว

หากวันใดที่หลานรู้สึกท้อแท้ จงเปิดสิ่งที่อยู่ใต้เตียงออกมา...

สิ่งที่อยู่ในนั้นมันจะช่วยหลานได้ เมื่อหลานของปู่ต้องการมัน...

"สิ่งที่อยู่ใต้เตียง...?"

โบ๊ทเริ่มตระหนักถึงคำพูดของปู่ที่เคยสั่งเสียไว้ได้ทุกประโยค บ้านไม้หลังนี้ ปู่ของเขาไม่เคยอนุญาตให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้แม้ว่าจะเป็นลูกหลานแท้ๆก็ตาม

และเคยมีเรื่องน่าประหลาดเกิดขึ้นกับเกิดขึ้นบ้านหลังนี้อยู่ครั้งหนึ่ง โบ๊ทยังคงจำได้ดีเมื่อปีที่ผ่านมาหลังจากปู่เสียไป

โตโต้และเตเต้เคยแอบย่องเข้าบ้านของโบ๊ทในช่วงที่เขาไม่อยู่ แต่เมื่อพวกเขาเข้าไป โบ๊ทก็ได้รู้ข่าวจากคนใช้มาว่า

พวกเขานอนหมดสติอยู่หน้าบ้าน พอถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในบ้านของโบ๊ท ทั้งสองก็จำอะไรไม่ได้เลย เรื่องนี้ทำเอาโบ๊ทถูกบรรดาญาติๆพากันสอบสวนจับผิดอยู่ระยะใหญ่ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหาหลักฐานอะไรมากล่าวหาว่าเป็นฝีมือของโบ๊ทได้

โบ๊ทในตอนนั้นก็แอบแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เขาเคยโดนกล่าวหาว่าเลี้ยงผีไว้ในบ้านด้วยซ้ำ ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น พวกนั้นก็ไม่กล้าเข้ามาเหยียบที่บ้านของเขา แม้กระทั่งคนใช้ก็ไม่กล้าเข้าไป

และเรื่องนี้มันก็ซาลงจนถูกลืมไป...

โบ๊ทสูดลมหายใจลึก หลังจากควานหยิบมือถือออกมาจากใต้เตียงได้ เขาก็ไม่ได้สนใจสภาพของมันที่เป็นรอยร้าวเล็กน้อยอีกแล้ว

เพราะตอนนี้มันมีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสนใจมากยิ่งกว่าสภาพของมือถือ

คำที่ปู่เคยบอกไว้ สิ่งที่อยู่ใต้เตียง!

โบ๊ทจัดการเคลื่อนย้ายเตียงนอนออกไปจากตำแหน่งเดิมเล็กน้อย

"นี่มัน..."

เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบ้านไม้เล็กๆหลังนี้จะมีชั้นใต้ดินซ่อนอยู่ ประตูเก่าเล็กๆพร้อมกับแม่กุญแจสีดำเขรอะสนิมที่ล็อคอยู่ มันถูกปิดตายไว้นานมากแล้ว

ที่ตัวล็อคมีลูกกุญแจเสียบคาไว้ โบ๊ทเริ่มไขมันออกอย่างช้าๆ เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตูมตามของตัวเองมันกำลังร่ำร้อง

เรารู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปงั้นเหรอ?

"เรื่องประหลาดที่เคยเกิดขึ้นจะมาจากสิ่งนี้หรือเปล่านะ? คุณปู่ซ่อนอะไรไว้ในนี้กัน?"

ในยามดึกที่ควรเป็นเวลาหลับพักผ่อนแบบนี้ ดูท่าเขาคงจะไม่ได้นอนเสียแล้ว โบ๊ทคิดแบบนั้น

กึกๆ...

โบ๊ทค่อยๆเปิดประตูใต้ดินตรงพื้นออก เบื้องหลังประตู คือบันไดทางลงไปยังชั้นใต้ดินที่ทอดลึกลงไป โบ๊ทลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วที่จะไป เขาใช้มือถือของตัวเองเปิดแสงแฟลชแล้วเดินลงไปที่ชั้นใต้ดินอย่างช้าๆ

"โห...ลึกเอาเรื่อง นี่มันชั้นใต้ดินที่อยู่ในบ้านเราจริงๆเหรอเนี่ย?"

โบ๊ทรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะเขาดูเวลาจากมือถือก็รู้ได้ว่าตัวเขาเดินลงมาได้กว่าห้านาทีแล้ว แต่มันก็ยังมองเห็นแต่บันไดทางลงที่คดเคี้ยวลงลึกไปเรื่อย ไม่เห็นปลายทางเลยสักนิด

นี่มันลึกขนาดไหนกันแน่?

เขาสูดลมหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ พยายามทำใจให้เย็นที่สุด แล้วมุ่งหน้าเดินต่อไปอย่างเงียบๆ ไม่ว่ามันจะลึกแค่ไหนก็ตามเขาก็จะไปให้ถึงปลายทางให้ได้

เขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่

จนกระทั่งการเดินทางของชายหนุ่มได้สิ้นสุดลง

"นี่มัน...ประตู?"

เบื้องหน้าเขาคือประตูเหล็กบานคู่ขนาดใหญ่สูงสองเมตร ผิวประตูไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษนัก โบ๊ทค่อยๆยื่นมือขวาไปสัมผัสกับผิวของประตูยักษ์ดังกล่าว

ไม่รู้ว่าทำไมเขารู้สึกแปลกๆเมื่อสัมผัสกับประตูบานนี้

แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะเริ่มเปิดมัน

"เอาไงเอากัน..."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น