คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic KNB] My Friend (Akakuro)

โดย Maybenn

เขาพึ่งถูกแฟนนอกใจ รีบไปหาเพื่อนสมัยเด็กหวังเพียงระบายความอัดอั้น แต่ใครจะรู้ว่าเขากับเพื่อนสมัยเด็กคนนี้จะ...

ยอดวิวรวม

3,301

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


3,301

ความคิดเห็น


16

คนติดตาม


151
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 มี.ค. 60 / 10:38 น.
นิยาย [Fic KNB] My Friend (Akakuro) [Fic KNB] My Friend (Akakuro) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคสั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง? 
..ไม่รู้ รู้แค่ว่าเกิดมาแล้ว 
เอิ่ม..นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย
 ก็แบบกำลังตันฟิคยาว 
ก็เลยแต่งเรื่องสั้น
เพราะดันคิดออกด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
ยังไงก็ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านนะคะ ^_^




เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 มี.ค. 60 / 10:38


     
     ชายหนุ่มผมแดงหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ หลังจากที่พึ่งกดวางสายโทรศัพท์ไป สักพักเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะรัวก็ดังขึ้น เขาหันมองชั่วครู่ ก่อนพ่นลมหายใจเมื่อเดาได้ว่าเป็นใคร หนังสือในมือถูกปิดและวางลงข้างตัว ขยับตัวออกห่างจากโต๊ะขนาดกลาง ที่ความสูงพอดีเมื่อนั่งลงกับพื้น เหลือบมองนาฬิกาซึ่งควรเป็นเวลาที่เขาจะนอนแล้วด้วยซ้ำ


     ไม่รู้ว่าเขาชักช้าหรืออีกคนใจร้อนเกินไป เพราะเสียงเคาะประตูรัวกำลังเพิ่มความเร็วและแรงขึ้นกว่าเดิมน่ะสิ ส่งผลให้เขาต้องรีบเดินก่อนที่ห้องอื่นจะออกมาโวยวายใส่อีกคนที่อยู่ด้านนอก




     “เซย์ ฮือ..ฮือๆ” คุโรโกะปล่อยโฮออกมาทันทีที่ประตูเปิด โผเข้ากอดชายหนุ่มที่พอเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็รู้ได้ทันทีว่าสาเหตุเป็นเพราะ.. 

     “คางามิ..สินะ” อาคาชิยืนนิ่งเฉยปล่อยให้อีกคนทำตามใจ เขาเพียงหลุบตามองคนผมฟ้า ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องไห้เลย

     “เฮ้อ..เข้าไปนั่งข้างในก่อนดีกว่า” ว่าพลางดันอีกคนให้ออกห่าง เอื้อมมือไปปิดประตูห้องสุดหรู เขาอาศัยคอนโดซึ่งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ และที่สำคัญอยู่ใกล้กับบ้านของเพื่อนสมัยเด็กคนนี้ด้วย

     “ฮึก..ฮึก” คุโรโกะสะอื้นพลางเดินเข้ามาข้างในห้องรับแขกด้วยความเคยชิน มาบ่อยจนแทบจะเป็นห้องตัวเองอยู่แล้ว 

     “...” อาคาชิเดินตามเข้ามาเงียบๆโดยไม่พูดไม่จา ปราดมองคนตัวเล็กที่เขา..แอบชอบมานาน ก้มหน้ากับเข่าที่ชันขึ้นเพื่อร้องไห้ นั่งลงกับพื้นซึ่งกั้นด้วยโต๊ะ โดยมีคุโรโกะนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา

     “ไม่คิดจะ..ฮึก..พูดอะไรหน่อยหรือไงครับ” เสียงพร่าที่บอกให้รู้ว่าร้องไห้หนักขนาดไหนเอ่ยโดยไม่เงยหน้าจากเข่า

     “ควรเป็นนายไม่ใช่หรือไงที่ควรจะพูด..ไม่ใช่ผม” อาคาชิตอบกลับไม่ใคร่จะใส่ใจมากนัก หยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ ราวกับไม่คิดสนใจอีกคนที่ยังคงร้องไห้

     “ฮือๆ..ฮือ..คางามิคุงคนเลว คนหลอกลวง เขาสวมเขาผมไปมีคนอื่น ฮึก..ผมเห็นกับตา..เขาพาผู้หญิงเข้าโรงแรม แล้วแบบนี้ยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีก..ฮือๆ ผมไม่น่าเชื่อใจเขาเลย” คุโรโกะเงยหน้าบอกชายหนุ่มที่ปิดหนังสือทันที เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มส่งเสียงพูด 

     “...”

     “ผมน่าจะเชื่อเซย์ตั้งแต่แรก..ฮึก ว่าผู้ชายคนนั้นไม่จริงจังกับผม” ว่าพลางทุบโต๊ะเสียงดัง อารมณ์ภายในเริ่มปะทุ จากความเสียใจกลายเป็นความโกรธเข้ามาแทนที่

     “...”

     “ฮึกๆ ผมจะไม่ร้องไห้เพราะผู้ชายคนนั้นอีกแล้วครับ” ว่าพลางใช้หลังมือปาดน้ำตาลวกๆ ลุกขึ้นยืน ส่งผลให้อีกคนต้องเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย

     “จะไปไหน”

     “เหล้าครับ..ผมต้องการเหล้า อกหักก็ต้องดื่มเหล้าสิ” 

     “สำนวนแบบไหนของนายล่ะนั่น” อาคาชิส่ายหน้าเอือม พอมีเรื่องทะเลาะกับแฟนทีไรก็มักจะมาหาเขาที่ห้อง อย่างทะเลาะกันครั้งแรกอีกฝ่ายถึงกับซื้อเหล้ามาด้วยตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าตัวเองคออ่อนขนาดไหนยังรั้นที่จะดื่มให้ได้ เขาจึงปล่อยเลยตามเลย ดีกว่าให้คุโรโกะไปดื่มที่อื่น แล้วอาจจะเกิดอันตรายกับคนตัวเล็กได้ ทุกวันนี้ห้องเขาจึงมีเหล้าเตรียมไว้ให้คุโรโกะโดยเฉพาะ ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะยินดีมากที่ไม่ต้องไปซื้อเอง เพราะรูปลักษณ์ที่ดูเป็นคนเรียบร้อยทำให้ถูกมองด้วยสายตาที่เจ้าตัวบอกไม่ชอบให้ใครมองแบบนั้น

     “ทีตัวเองชวนผมทะเลาะเรื่องเซย์ ก็ทำให้ผมโมโหจะแย่” พอเหล้าเข้าปากประโยคแรกก็เริ่มพร่ำถึงผู้ชายที่กำลังคบหาดูใจกันให้อาคาชิฟัง 

     “...”

     “บอกไปตั้งหลายครั้งว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน แต่คางามิคุงก็ไม่ยอมเชื่อ และยังบอกว่าเซย์คิดเกินเพื่อนกับผม มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังครับ เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กนะ!” พลางยกแก้วที่อาคาชิคอยรินเหล้าให้คนผมฟ้าดื่ม

     “...” 

     “แต่ที่ทำให้ผมโมโหคงจะเป็นเรื่องที่เขาบอกให้ผมเลิกคบกับคุณ คนที่ผมควรเลิกคือเขาต่างหากครับ ผมกับเซย์รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนะ เขาไม่มีสิทธิ์!” แก้วในมือถูกวางตามแรงอารมณ์ของคนพูดจนเกิดเสียงดัง ชายหนุ่มอีกคนซึ่งรู้หน้าที่ก็จัดการรินเหล้าให้คนผมฟ้าอีกครั้งอย่างรู้งาน

     “แต่นายก็ไม่คุยกับผมไปสักพักนะ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอกอย่างไม่คิดโกรธ เพียงแค่น้อยใจนิดหน่อยเท่านั้น

     “อ๊ะ” คุโรโกะหน้าเสีย กลัวคนตรงหน้าโกรธ รีบปราดเข้าไปคว้าแขนอีกคนหวังจะแก้ตัว “ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆนะครับ..เพียงแค่อยากให้คางามิคุงสบายใจก็เลย..”

     “ก็เลยไม่พูด ไม่มาหาผมเหมือนอย่างเคย” อาคาชิสวนขึ้นก่อนที่คนตัวเล็กจะพูดจบ และนั่นก็ส่งผลให้คุโรโกะตระหนกทำอะไรไม่ถูก 

     “นั่นก็แค่ครึ่งเดียว ถึงยังไงเซย์ก็เป็นเพื่อนที่สำคัญสำหรับผมนะครับ ผมไม่ทางเลิกคบกับคุณเพราะผู้ชายที่พึ่งจะคบกันได้ไม่ถึงสามเดือนหรอก” คุโรโกะใช้น้ำเสียงออดอ้อน เพราะทุกครั้งที่เขาทำแบบนี้ อาคาชิมักจะใจอ่อนกับเขาเสมอ

     “...” ชายหนุ่มถอนหายใจยอมแพ้ “ผมไม่ได้โกรธ”

     “จริงนะ” คุโรโกะฉีกยิ้มกว้าง แต่ก็ต้องรีบถอยกลับมานั่งที่เดิม เพราะเขาสัมผัสถึงสายตาของอาคาชิที่มองมาดูเปลี่ยนไปชั่วแวบ 

     “...” และดูเหมือนอาคาชิจะรู้ตัว จึงเบือนหน้าหนี หันมารินเหล้าให้คนตัวเล็กอีกครั้ง “แล้วนายจะทำยังไงต่อไป”

     “ก็คง..เลิกนั่นแหละครับ” น้ำเสียงหม่นลงทันทีเมื่อคิดได้ว่าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกครั้ง “ผมไม่เข้าใจเลยครับ ทำไมคนที่ผมคบด้วยทุกคนถึงหลอกผมตลอด แต่ละคนคบกันไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำ” ใบหน้าหวานเริ่มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ 
     “...”

     “อุตส่าห์คิดว่า คางามิคุงจะเป็นคนแรก ที่ผมคบด้วยนานถึงสามเดือน อีกแค่อาทิตย์เดียวเองนะ แต่เขากลับไปมีคนอื่นทั้งๆที่คบกับผมอยู่ทั้งคน” 

     “...” ชายหนุ่มอีกคนเพียงมองนิ่งเงียบๆ ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาได้

     “มีคนอื่นบ้างล่ะ หาว่าผมโกหก แล้วเรื่องโกหกที่ว่านั่นมันอะไรกันเล่า!” ยิ่งคนตัวเล็กดื่มเหล้าไปมากแค่ไหน สติก็เริ่มลดลงตามแรงอารมณ์ที่เพิ่มมาขึ้น 

     “...”

     “พอถาม ก็บอกว่าผมรู้ดีแก่ใจ ถ้ารู้แล้วจะถามหรือไงครับ” ใบหน้าหวานเริ่มบึ้งด้วยความโกรธที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พลางยกแก้วดื่มเหล้าราวกับน้ำเปล่า

     “...” อาคาชิยังคงทำหน้าที่สำหรับคนฟังได้ดีเสมอ ทุกครั้งที่อีกฝ่ายมีเรื่องทำนองนี้ เขาจะกลายเป็นผู้ฟัง และบางครั้งก็กลายเป็นที่ปรึกษาให้กับคนผมฟ้า เป็นคำปรึกษาที่อีกฝ่ายเชื่อเขาอย่างไม่เคยแย้งเลยสักครั้ง..

     “ผมไม่ดีตรงไหนครับ!” คุโรโกะช้อนตามองอีกคนอย่างต้องการคำตอบ แต่แล้วก็ต้องกะพริบตาพลางส่ายหัวน้อยๆ เมื่อเริ่มมึนขึ้นมา นวดขมับหวังให้ผ่อนคลาย แต่ความมึนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังคงไม่หายไปไหน

     “นายไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวก็ได้เมาจริงๆหรอก” อาคาชิว่าอย่างนึกปลงให้กับคนคออ่อน ลุกขึ้นเพื่อจะพาอีกคนไปที่เตียง 

     “ผมยังไม่เมาสักหน่อย” หากคนรั้นอย่างคุโรโกะมีหรือจะฟัง คว้าขวดเหล้าขึ้นกระดก ทำเอาอีกคนรีบรุดไปแย่งขวดเหล้าออกมา

     “เฮ้ย!” อาคาชิยื้อยุดสักพักกว่าจะแย่งมาได้ มองดูสภาพอีกคนที่กำลัง..

     “แค่กๆ ทำบ้าอะไรเนี่ย” สำลักเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง หงายตัวล้มนอนกับพื้นเมื่อรู้สึกหมดแรง 

     “เท็ตสึยะ จะนอนตรงนี้หรือไง” อาคาชิหลุบตามองอีกคนที่นิ่งเฉย ไร้การตอบโต้กลับมา

     “...”


   
     ชายหนุ่มส่ายหน้าเหนื่อยใจให้กับอาการของคนผมฟ้า ถอนหายใจเฮือกพลางวางขวดเหล้าในมือไว้กับโต๊ะ ก้มตัวเพื่อจะพาคุโรโกะไปนอนในห้อง

     “เกลียด เกลียด..คางามิคุงที่สุด ฮือๆ ผมไม่เคยนอกใจเลยสักครั้ง แล้วทำไมถึงทำกับผมแบบนี้ ฮือๆ” คนผมฟ้าเริ่มส่งเสียงโวยอีกครั้ง แต่คนลำบากกลับเป็นอาคาชิที่กำลังพยุงคุโรโกะให้เดิน แต่อีกคนไม่คิดร่วมมือ ซ้ำยังทุบอกเขาด้วยแรงอันน้อยนิดอีก

     “ผมไม่ใช่คางามิ” ป่วยการจะพูด เพราะดูเหมือนคุโรโกะไม่คิดจะฟังที่เขาพูดเลยน่ะสิ

     “ฮือๆ บ้าที่สุด คนแรกก็ทิ้งเพราะหาว่าผมมีแฟน พอบอกว่าไม่มีก็ไม่เชื่อ ส่วนคนถัดมาก็บอกว่าผมหลอกเขา หลอกบ้าอะไรกัน ฮือๆ พอเป็นคางามิคุงก็หาว่าผมนอกใจ ฮือๆ..ทำไมไม่ใครเชื่อผมเลย” คุโรโกะเริ่มปล่อยโฮอีกครั้ง 

     “...” อาคาชิรีบพยุงอีกคนให้นอนลงกับเตียงทันที เผื่อคนตรงหน้าจะสงบลงบ้าง ดูเหมือนเขาจะคิดผิด เพราะอีกฝ่ายโวยหนักกว่าเดิมจนกลายเป็นพาลใส่เขาด้วยน่ะสิ

     “แล้วที่สำคัญ หาว่าผมปันใจให้เซย์เนี่ยนะ ฮือๆ” คุโรโกะพลิกตัวนอนคว่ำลงกับเตียง หน้าซุกกับหมอนร้องไห้ไม่หยุด

     “...” อาคาชิมองชั่วครู่ ก่อนจะขยับนั่งลงกับเตียง ก้มกระซิบข้างหูคนผมฟ้า “แล้วมันจริงหรือเปล่า” ทำเอาคนไม่ได้สติหันขวับมองทันที

     “อ๊ะ” เพราะความตกใจ ทำเอาคุโรโกะลืมเรื่องแฟนนอกใจไปชั่วขณะ มือดันอกแกร่งอีกคนไว้โดยอัตโนมัติ “จะ..จะทำอะไรครับ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดขัด แทบจะลืมหายใจเมื่อสัมผัสได้ถึงมือของคนด้านบนที่กักตัวเขาไว้สอดเข้ามาในสาบเสื้อ

     “...” 

     “เซย์..อึก” คุโรโกะเม้มปากแน่น เมื่อเสียงน่าอายเผลอครางออกมา “ม..ไม่เล่นนะครับ” เอ่ยบอกอย่างยากเย็นเพราะมืออีกคนไม่หยุดสำรวจร่างกายเขาเลยน่ะสิ

     “หายบ้าแล้วสินะ” อาคาชิพูดขึ้นก่อนผละออกไป เปลี่ยนเป็นนั่งเหลือบมองอีกคนที่กุมขมับไว้ คงจะรู้สึกมึนไม่หาย 

     “เหนียวตัวครับ” ว่างพลางเช็ดคราบน้ำตาออก ลุกขึ้นนั่งแม้ยังรู้สึกมึนหัวอยู่ก็ตาม

     “ผ้าเช็ดตัวอยู่ในตู้ เสื้อผ้าก็เหมือนกัน” ว่าจบก็ลุกขึ้นหมายจะเดินออกจากห้อง ทว่ามือเล็กกลับรั้งแขนเขาเอาไว้

     “จะไปไหนครับ” 

     “ไปข้างนอก เดี๋ยวกลับ” บอกด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับต้องการซ่อนบางอย่างเอาไว้

     “อีกแล้วเหรอครับ” คุโรโกะขมวดคิ้วมองอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะอะไรน่ะเหรอ คงเพราะ..

     “...”

     “จะไปหาผู้หญิงพรรค์นั้นอีกสินะ” ว่าจบก็ปล่อยมือจากอาคาชิ ตั้งใจชนเขาเต็มแรง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป

     “...” อาคาชิเหลียวมองอากัปกิริยาของคนตัวเล็กจนหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่พอยังตั้งใจปิดประตูใส่เขาเป็นการประชดทิ้งท้ายอีก เรียกให้เจ้าของดวงตาคมยกยิ้มบาง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป






     คุโรโกะที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหลียวมองนาฬิกาเป็นรอบที่สิบ อาการมึนหายเป็นปลิดทิ้ง แต่ความขุ่นเคืองในใจกลับเพิ่มมากขึ้น ต้นเหตุก็เป็นเพราะเจ้าของห้องที่ป่านนี้ยังไม่กลับมาน่ะสิ เขานั่งรอร่วมสามชั่วโมงแต่ยังไม่เห็นอีกคนโผล่มาเลย 


     แกร๊ก~


     เสียงไขประตูด้านนอกเรียกให้คุโรโกะหันมอง รอดูว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาในห้องนอนหรือเปล่า  

     “เท็ตสึยะยังไม่นอนอีกเหรอ” เสียงทุ้มดังพร้อมกับเสียงประตูห้องนอนเปิดออก  แต่เจ้าของห้องกลับโดนหมอนลอยใส่หน้าเต็มๆ 

     “...” คุโรโกะจ้องเขม็ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนหันหลังให้อาคาชิที่ยังตามอารมณ์คนผมฟ้าไม่ทัน “โมโหใครอีกล่ะนั่น” พลางเดินเข้าใกล้เตียงนอน แต่กลับโดนอีกคนลุกขึ้นนั่งแล้วผลักเขาออก

     “...”

     “คราวนี้ผมเหรอ?” ว่าพลางชี้ตัวเอง ซ่อนรอยยิ้มพอใจไม่ให้อีกคนได้เห็น

     “ผมไม่ชอบน้ำหอมผู้หญิง ไปอาบน้ำเลยนะ” ใบหน้าหวานบึ้งตึง พลางชี้นิ้วไปที่ห้องน้ำเป็นการสั่ง มองไปที่อีกคนอย่างไม่ชอบใจ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองแสดงอาการในแบบที่เพื่อนคนอื่นไม่ทำกันออกมา

     “เท็ตสึยะ..รู้หรือเปล่า” อาคาชิเปรย “ถ้าคนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆเขาไม่แสดงอาการแบบที่เท็ตสึยะทำหรอกนะ..อาการที่เรียกว่าหึงน่ะ”

     “...” คุโรโกะใจกระตุกไปวูบหนึ่ง พลันรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่! ผมไม่ได้หึง” 

     “...” อาคาชิมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย นานจนคุโรโกะเป็นฝ่ายประหม่าแทน 

     “พอดีลืมของก็เลยแวะมาเอา ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับตอนไหน เท็ตสึยะนอนที่นี่ก่อนแล้วค่อยกลับตอนเช้านะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่คนที่ได้ฟังกลับมองด้วยสายตาวาวโรจน์

     “จะไปค้างกับผู้หญิงคนนั้นอีกหรือไง! ถ้าอยากขนาดนั้นก็ชวนมาทำที่ห้องเลยสิ ผมไม่อยู่เป็นก้างขวางคอพวกคุณก็ได้” น้ำเสียงสั่นขึ้นมาทันที เมื่อต้องบอกอาคาชิพาคนอื่นนอกจากเขาเข้ามาในห้อง ขยับลงจากเตียงแต่โดนอีกคนขวางไว้ไม่ให้หนี พอขยับขวาอาคาชิก็ขยับตาม เปลี่ยนเป็นซ้ายก็ยังหนีไม่พ้นอีกคนอยู่ดี

     “ดึกมากแล้ว นายค้างที่นี่แหละ” 

     “ไม่!” คุโรโกะยืนยันจะกลับท่าเดียว ส่งผลให้ชายหนุ่มเริ่มหมดความอดทน ผลักคุโรโกะให้ล้มลงไปนอนเหมือนอย่างตอนแรก

     “ข้างนอกอันตราย หัดฟังบ้างสิ” อาคาชิเอ่ยเสียงเข้ม ส่งผลให้คนผมฟ้าที่รั้นจะกลับต้องชะงักนิ่งไป

     “..เซย์ยังออกไปได้ แล้วทำไมผมจะออกไปไม่ได้ครับ” เถียงกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วลงเรื่อยๆ เมื่อเจอสายตาคมจ้องเขม็ง

     “ไม่ได้ก็คือไม่ได้!” อาคาชิบอกน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะลุกขึ้นทว่าก็โดนอีกคนรั้งไว้อีกรอบ

     “ไม่ไปได้มั้ย” ดวงตากลมยังคงมองไม่ละสายตา น้ำเสียงออดอ้อนส่งผลให้อาคาชิยกยิ้มบาง

     “...”

     “...” 

     “ถ้าเท็ตสึยะช่วยให้ผมผ่อนคลาย..ผมก็จะไม่ไป” น้ำเสียงไร้ซึ่งการล้อเล่น ทำเอาคนฟังหายใจติดขัด รู้ความหมายของคำว่าผ่อนคลายสำหรับอาคาชิดี มือแกร่งเริ่มปลดกระดุมเสื้อที่คุโรโกะสวมใส่ สายตาจ้องกันโดยที่ไม่มีใครคิดหลบ ก่อนที่คนผมฟ้าจะคว้าหมับเข้าที่มือของอาคาชิ

     “...”

     “...” ชายหนุ่มผละออกจากตัวคุโรโกะทันที ในเมื่ออีกคนไม่ยอม เขาก็ไม่คิดฝืน ทว่าคุโรโกะกลับเป็นฝ่ายคว้าท้ายทอยเขาเข้าไปจูบ และยังพลิกตัวขึ้นคร่อมเขาแทน ไม่พอยังกระชากเสื้อตัวนอกเขาหลุดด้วยความขุ่นเคือง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโกรธอะไรนักหนา

     
     ชายหนุ่มทนแรงยั่วยวนของคนผมฟ้าไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อโดนมือเล็กลูบไล้ลงต่ำเพื่อปลุกความต้องการที่เขามี..ให้มากขึ้น

     “โกรธขนาดนั้นเชียว” อาคาชิเลิกคิ้วถามโดยที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว หลุบมองทุกการกระทำของคนผมฟ้า ที่กำลังง่วนอยู่กับการถอดเข็มขัดให้เขา

     “ผมไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ติดตัวเซย์” คุโรโกะตวัดสายตามองอย่างถือดี ขว้างเข็มขัดที่หลุดติดมือไปให้ไกลตามแรงอารมณ์ที่มีมากขึ้น ยามที่ต้องเอ่ยถึงผู้หญิงคนอื่นของอาคาชิ

     “จัดการลบกลิ่น..ให้มีแค่กลิ่นของเท็ตสึยะซะสิ” อาคาชิกระตุกยิ้มมองอีกคนที่ใบหน้าติดจะบึ้งไม่หาย 

     “กำลังทำ” คำตอบแสนห้วนที่นานครั้งจะออกมาจากปากคุโรโกะ เรียกให้อาคาชิหัวเราะเบาๆ

     “หัวเราะทำไม” 

     “เปล่า” แต่คำตอบที่ราวกับไม่ใส่ใจนั้น กลับสร้างความหงุดหงิดให้กับใบหน้าหวานมากกว่าเดิม ส่งผลให้เส้นความอดทนของคุโรโกะขาดผึง

     คนผมฟ้าใช้เล็บข่วนอกแกร่งจนเกิดรอย ทำเอาคนถูกข่วนต้องร้องด้วยความเจ็บแสบ รีบจับมือคุโรโกะไว้ก่อนจะประทุษร้ายเขามากไปกว่านี้

     “ปล่อย” น้ำเสียงใสติดห้วนเอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์ มองอีกคนตาขวาง

     “ผมเจ็บ”

     “ดี!” คุโรโกะตอบกลับด้วยความสะใจ ที่เขาสามารถทำให้อาคาชิเจ็บได้ ก่อนจะบิดข้อมือให้อีกคนปล่อยเขา เริ่มกลับไปสนใจกางเกงอาคาชิอีกครั้ง
 

     “...” ชายหนุ่มมองอีกคนที่กำลังรูดซิปกางเกงเขา ทว่าก็ต้องหยุดมองเขาด้วยแววตาขุ่น เพราะถูกขัดจังหวะด้วยการที่เขาจับมือคนผมฟ้าไว้ “ทำไม!?” 

     “ตาผมช่วยถอดให้เท็ตสึยะแล้วต่างหาก” ว่าจบก็จับอีกคนพลิกเปลี่ยนเป็นเขาที่ขึ้นคร่อมแทน ซึ่งคนผมฟ้าก็อยู่นิ่งๆให้เขาได้ทำอย่างทุกครั้งเมื่อถึงเวลา..ฝึก?

     “อือ..” คุโรโกะยกมือคล้องคออีกคนไว้ พลางกัดฟันแน่นเพราะความเสียวซ่าน เมื่ออาคาชิก้มลงสูดดมความหอมจากตัวคุโรโกะแทบทุกสัดส่วน ส่วนมือก็ทำหน้าที่ปลดกระดุมทุกเม็ด ถอดทุกอย่างที่ขวางสายตาออกให้หมด เผยให้เห็นเรือนร่างขาวเนียนชวนมองของคุโรโกะ 

     “มีอะไรให้เขิน” อาคาชิพูดล้อที่อีกคนรีบลุกขึ้นนั่ง พลางคว้าผมห่มมาปิดตั้งแต่ส่วนเอวลงไป 

     “นี่ก็เป็นการซ้อมเหรอครับ” คุโรโกะเบือนหน้าที่แดงก่ำหนีจากสายตาของอาคาชิ ที่ฉายความต้องการออกมาอย่างล้นปรี่ พึ่งคิดได้ว่าตัวเองโดนความโกรธครอบงำ ส่งผลให้เขาทำเรื่องน่าอายออกไป

     “ของจริงต่างหาก..” 

     “เจ็บหรือเปล่า” ดวงตากลมฉายแววความกังวลออกมาชัด มือกำผ้าห่มแน่น เขาเกิดกลัวขึ้นมา 

     “ผมจะนุ่มนวลที่สุด..เท็ตสึยะเชื่อใจผมนะ” อาคาชิหว่านล้อมให้อีกคนได้คลายกังวล น้ำเสียงนุ่มลึกน่าฟังดังใกล้หูคุโรโกะ

     “...”

     “เรามาเริ่มบทเรียนสุดท้ายกันเถอะ” ว่าจบก็กระชากผ้าห่มให้พ้นจากร่างกายคุโรโกะทันที ไม่รอให้อีกคนได้เอ่ยพูดมากไปกว่านี้ ก็จัดการปิดปากคนผมฟ้าด้วยปากเขาทันที ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการในส่วนลึกภายในจิตใจของคนทั้งสอง..





     ครืด~


     อาคาชิขยับตัวคว้าโทรศัพท์เมื่อไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสั่น หรี่ตามองหน้าจอ ก่อนจะรีบลุกขึ้นออกไปยืนคุยที่ระเบียงด้านนอกทันทีเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร โดยที่ไม่ลืมหยิบเสื้อและกางเกงที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสวม

     “ว่าไง” น้ำเสียงเรียบเฉยติดจะง่วงเอ่ยถามปลายสาย

     “เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากจะโทรมาขอบคุณเป็นครั้งสุดท้าย”

     “เรื่อง?” 

     “อย่าถามทั้งที่รู้สิคะ ก็เรื่องของคางามิซังนี่แหละ เพราะมีคุณช่วย เขากับแฟนก็เลยเลิกกันเร็วขึ้น” 

     “ผมยังไม่ทันทำอะไรสักหน่อย” ปากบอกพลางกระตุกยิ้มเย็น ที่ใครเห็นก็คงรู้สึกหนาวถึงขั้วหัวใจ

     “หึ..หวังว่าพ่อหนุ่มตัวน้อยคนนั้นจะวิ่งไปซบอกคุณตามที่คิดไว้นะคะ” น้ำเสียงรู้ทันความคิดของอาคาชิเอ่ย

     “ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ก็เท็ตสึยะน่ะ..มีแค่ผมคนเดียว”

     “ขอให้สมหวังจนถึงที่สุดแล้วกัน ตามสัญญา..หลังจากนี้เราเป็นแค่เพื่อนร่วมคลาสกันเท่านั้น..ไม่ใช่ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันอีกต่อไป” ว่าจบปลายสายก็ตัดสายทิ้งทันที ชายหนุ่มไม่ลืมลบเบอร์และบันทึกการโทรทั้งหมดออก เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหากับเขาทีหลัง




     อาคาชิกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ใช้หลังพิงกับหัวเตียง พลางมองคนผมฟ้าที่ยังคงหลับเพราะความล้า ก็พวกเขาเล่นร่วมรักจนเกือบเช้า แต่เพราะคุโรโกะชิงหลับไปก่อน เขาจึงต้องเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำให้เรียบร้อยในรอบสุดท้าย พึ่งจะนอนตอนตีห้า โทรศัพท์ก็ดังปลุกเขาตอนหกโมงเช้า ทำเอาตาสว่างไปเหมือนกัน

     
         ดวงตาคมมองเรือนร่างที่โผล่เหนือผ้าห่ม ซึ่งเต็มไปด้วยรอยรักจากเขา ไร้ซึ่งสิ่งปกปิดมีเพียงผ้าห่มผืนเดียวที่ช่วยให้ความอุ่นเท่านั้น เขาดึงผ้าห่มออกไล่มองไปเรื่อยจนไปหยุดตรงจุดที่มีน้ำใสสีขุ่นปนเลือดน้อยๆติดอยู่บริเวณช่องทาง ดูเหมือนเขาจะเผลอรุนแรงแล้วสิ แต่ใครจะยั้งไหว ก็ร่างกายของคุโรโกะช่างยั่วยวนจนเก็บความต้องเอาไว้ไม่อยู่


     ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์อันประหลาดนี้เกิดขึ้นตอนไหน คงเริ่มจากตัวคุโรโกะเองนั่นแหละ เด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์เกิดอยากรู้จักโลกของผู้ใหญ่ เพียงเพราะเริ่มคบกับแฟนคนแรก จึงขอร้องให้เขาช่วยสอน..สิ่งที่คนเป็นแฟนจะทำเมื่ออยู่กันตามลำพังให้ จะโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะคุโรโกะเป็นคนเปิดโอกาสให้เขาเอง แม้เจ้าตัวจะไม่ตั้งใจก็เถอะ


     จากตอนแรกไม่ชอบใจที่คุโรโกะมีแฟน กลับกลายเป็นความพอใจเข้ามาแทนที่ หากเปรียบคุโรโกะเป็นผ้าขาว เขาก็ยินดีเป็นผู้ละเลงสีให้คุโรโกะได้แปดเปื้อน



     แน่นอนว่าเขาสอนบทเรียนให้คนผมฟ้าได้รู้ซึ้งเชียวล่ะ.. แต่เลือกสอนทีละนิดจนอีกคนเสพติดความต้องการจากเขาไปหมดสิ้น และจะคอยย้ำทุกครั้งว่าห้ามไปทำกับใครจนกว่าบทเรียนจะจบ และดูเหมือนคุโรโกะจะเชื่อที่เขาบอกดีซะด้วย เพราะเขาได้พิสูจน์ด้วยบทเรียนสุดท้ายไปแล้วว่า..เขาคือคนแรกสำหรับคุโรโกะ



     ทุกความรู้สึกเกิดขึ้นช้าๆ โดยที่คุโรโกะไม่ทันรู้ตัว คนผมฟ้าจะหวงเมื่อมีผู้หญิงเข้าใกล้เขา จะหึงเมื่อเขาเดินควงกับผู้หญิง และโกรธเมื่อเขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนอื่น..



     แฟนทุกคนต่างหนีหายเพราะตัวคุโรโกะเองนั่นแหละ ไล่แฟนตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ..ไล่ด้วยการกระทำที่ทำไปโดยไม่รู้ตัวจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เลิกกัน เพียงเพราะคุโรโกะเลือกเขายามที่มีเรื่องทะเลาะ แทนที่จะเลือกแฟนที่คบอย่างคนพวกนั้น แต่คุโรโกะกลับเลือกเขาที่เจ้าตัวพร่ำบอกคนอื่นว่าเป็นแค่เพื่อนสมัยเด็ก  ในกรณีของคางามิก็ไม่ต่างกัน ทุกการเลิกราของคุโรโกะ..มักมีชื่อเขาเข้าไปเกี่ยว และเขาก็เต็มใจให้เป็นแบบนั้นซะด้วยสิ



     เขาแค่..ยื่นมือเข้าไปยุ่งนิดหน่อย กับทุกความสัมพันธ์ที่มีทีท่าว่าจะทำให้เขาต้องห่างจากคุโรโกะ ไม่สนว่าจะทำให้คนผมฟ้าต้องเจ็บ




     เพราะรู้ดีว่า..สุดท้ายแล้วคุโรโกะต้องกลับมาหาเขา ซึ่งเป็นที่พึ่งเดียวที่คุโรโกะมี

 


    อาคาชิขยับตัวนอนลงข้างๆพลางกอดเอวบางเอาไว้ ไล้มือขึ้นจากหน้าท้องแบนราบช้าๆไปตามผิวเนียนน่าสัมผัส ก่อนจะหยุดตรงหน้าอกข้างซ้าย วางทาบเอาไว้ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นข้างใบหูของคุโรโกะ ราวกับเป็นคำประกาศิตที่แม้อีกคนจะไม่ได้ยินก็ตาม



     “ผมไม่ยอมให้ใครได้หัวใจ รวมทั้งร่างกายของเท็ตสึยะเด็ดขาด..นอกจากผมคนเดียวเท่านั้น” 




ผลงานอื่นๆ ของ Maybenn

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

16 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:57

    นายมันร้ายอาคาชิ...
    //อ่านหลายรอบเเว้ววว
    #16
    0
  2. #15 TiuLip (@Tanya0469) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    ร้ายมากกกกกกกกกก
    #15
    0
  3. #14 บัวบ้า
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 12:42

    เอ้านี่แกหลอกน้องครกชั้นไปทำมิดีีมิร้ายเหรอเนี่ย แผนสูงจังนะ เตี้ยหัวแดงงงง ปล.โดนกรรไกรปัก//

    #14
    0
  4. วันที่ 4 กันยายน 2561 / 00:18
    วี๊ดดดดดด จบได้ดาร์กดีมากกกกก แซ่บเด้อค่า5555555
    #13
    0
  5. วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 21:57
    เป็นการวางแผนได้แนบเนียนมากกกก
    #12
    0
  6. #11 saebeetanin (@saebeetanin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 21:10
    บอกได้คำเดียวเลยว่า เลว
    #11
    0
  7. #10 เวนีล่า (@maysena) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 17:58
    กรี๊ดดดดด ร้ายได้ใจมากค่ะนายน้อย!!
    #10
    0
  8. วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 22:07
    รออยู่น๊าาาา เป็นกำลังใจให้
    #9
    0
  9. #8 nichanan00008 (@nichanan00008) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 15:55
    น้องอย่ารักอาคาชินะครับ!!!!อาคาชิ้ค้าหลอกน้องนะครับ
    #8
    0
  10. #7 Miracle Pink (@I_NAMON-SUWANAN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 12:53
    แง๊ววววว
    นายน้อยจะดาร์กไปไหนคะเนี่ยยยย~
    #7
    0
  11. วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 18:38
    สนุกมากค่ะ นายน้อยเจ้าแผนการสุดๆ ค่อยๆตะล่อมน้องมีละนิดจนสุดท้ายน้องก้อตืดกับดักเรียบร้อย
    #6
    0
  12. วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 21:47
    โถ นายน้อยร้ายยังไงก็ร้ายยังงั้น อาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำอะ

    ปีศาจของแท้เลย แต่ก็รักนายน้อยมากกกกก-..-
    #5
    0
  13. #4 BokuMing (@mila-jane) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 10:05
    ร้ายกาจ =[]=
    #4
    0
  14. วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 14:57
    น่าติดตามอ่ะ เราจะรอนะคะ^^
    #3
    0
  15. #2 nichanan00008 (@nichanan00008) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 14:39
    อ้าว!ทำไมมันไม่มีเนื้อเรื่องเลยอ่ะT-Tอัพเนื้อเรื่องด้วยนะครับ
    #2
    2
    • 1 มีนาคม 2560 / 14:56
      ขอตอบแทนไรต์นะคะ ไรต์เขียนเอาไว้ว่าเปิดก่อนเดี๋ยวจะลงให้ตอนแต่งเสร็จค่ะ ^^
      #2-1
    • 2 มีนาคม 2560 / 17:50
      ขอบคุณครับที่บอกนะครับ
      #2-2
  16. วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 14:37
    น่าติดตาม
    #1
    0