เซียนเกมรัก ! นางร้ายสายจีบ

ตอนที่ 34 : ความเปลี่ยนแปลง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

III

ความเปลี่ยนแปลง

             เฮ้อ... ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่คนเดียวภายในห้องนอนส่วนตัวที่คฤหาสน์ของตระกูล นี่ก็เป็นเสียงถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้หลังจากที่ได้กลับมา

                คำทักทายแรกของพวกคุณเมดก็ยิ่งทำให้ฉันแปลกใจเข้าไปใหญ่

                คุณหนูไปเที่ยวมาสนุกรึเปล่าคะ ถึงจะแปลกใจ แต่ฉันก็ไม่ได้ถามคุณเมดออกไปว่าที่หล่อนพูดถึงเนี่ยมันเรื่องอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มอ่อนให้แล้วตอบกลับไปเรียบ ๆ เท่านั้น

                แต่ก็สงสัยได้ไม่ถึงนาที คุณเมดสาวก็บอกเรื่องที่ฉันสงสัยออกมาเองเลยค่ะ

                ดูเหมือนว่าซิลเวียจะโทรมาแจ้งทางตระกูลฉันว่า มีการจัดทริปเข้าค่ายของทางสภานักเรียนเพื่อกระชับความสัมพันธ์

                ซึ่งฉันได้ยินเพียงเท่านี้ก็พอจะเข้าใจเหตุผลที่หล่อนทำแล้วล่ะค่ะ ว่าทำไมหล่อนต้องโทรมาโกหกเรื่องราวที่เกิดขึ้น

                เพราะหากเรื่องนี้มาถึงหูท่านพ่อของฉันล่ะก็ มีหวังเงินสนับสนุนโรงเรียนเวทมนตร์คัสโทเนีย จะต้องถูกลดลงอย่างแน่นอน

                ถึงจะไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างที่คิดไหม แต่ก็สมกับเป็นซิลเวียดีแหะ

                ส่วนบทสรุปของเรื่องก่อนหน้านี้   สองพี่น้องแอชตั้นถูกจับกุมส่งให้ทางสภาเวทมนตร์รับช่วงต่อ และดูเหมือนว่าอาจารย์ไดน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าหล่อนหายตัวไปไหนแล้ว

                หลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวก่อนหน้านี้จนถึงตอนนี้ยิ่งทำให้ฉันอยาก… อยากเล่นเกมจีบสาวมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

                ทำไมในโลกแห่งนี้ถึงไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์กันล่ะคะ ฉันได้แต่คิดแบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ

                มือขวาตอนนี้ก็กำลังเขี่ยเจ้านาฬิกาไม้บนโต๊ะไปมา จากนั้นก็กดสวิตซ์เพื่อให้กลไกของมันทำงาน ไม่นานก็มีอัญมณีโผล่ขึ้นมาที่บริเวณหน้าปัดใต้ตัวเลขที่เป็นเลขคู่

                สำหรับตอนนี้แบ่งได้สองแบบหลัก ๆ ก็คืออัญมณีที่เปล่งแสงออกมาเป็นสีต่าง ๆ กับอัญมณีที่ยังไม่เปล่งแสงอะไรออกมา

                ไล่จากแบบที่มีแสงเปล่งออกมาคือ สอง หก และแปด ทางด้านของอัญมณีที่ไม่มีแสงเปล่งออกมาคือ สี่ สิบ และสิบสอง

                แสงที่เปล่งออกมาจากอัญมณีใต้เลขสอง ก่อนหน้านี้มันเคยมัวหมองแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสีชมพูเข้ม สำหรับใต้เลขแปดก็ยังคงเป็นสีน้ำเงินเช่นเดิม และสุดท้ายเลขหกมันเปลี่ยนสีจากฟ้าโทนสว่างกลายเป็นสีม่วงอ่อน

                สีม่วงอ่อนที่เปล่งออกมาจากมันทำเอาฉันรู้สึกไม่ดีไปด้วยเลยค่ะ

                แต่จากที่เคยวิเคราะห์ทิ้งเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้ ตอนนี้ฉันคิดว่ามันคงเป็นไปตามที่ฉันคิดค่ะ สำหรับแสงที่เปล่งออกมาของอัญมณีใต้เลขนั้นคงจะเป็นค่าความสัมพันธ์ของฉันกับใครสักคน

                และถ้าหากมันใช่ล่ะก็ อัญมณีที่ยังไม่เปล่งแสงก็คงจะเป็นเหล่านางเอกหลักของเกมที่เหลืออย่างแน่นอน

                ซึ่งฉันคิดว่าอัญมณีที่อยู่ใต้เลขสองคงจะเป็นเบลไม่ผิดแน่ สำหรับสีน้ำเงินฉันคิดว่าคงจะเป็นประธานนักเรียน เพราะฉันทำความรู้จักกับเหล่านางเอกเพียงแค่สามคนเท่านั้น

                ดังนั้นสีม่วงจะต้องหมายถึง  เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งหอสมุด ไม่ผิดแน่ เพราะเหตุการณ์ที่สองพี่น้อง   แอชตั้นทำกับฉันเอาไว้ มันทำให้ฉันไม่สามารถไปสานความสัมพันธ์กับหล่อนต่อได้

                ถ้าขาดความสม่ำเสมอไป ความสัมพันธ์ที่เคยสร้างเอาไว้ก็จะสูญเปล่าราวกับต้นไม้ที่ขาดการรดน้ำ...

งั้นคงจะต้องไปเริ่มรดน้ำกันใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้งสินะ

 

                ในเช้าวันถัดไปที่โรงเรียน... ดูเหมือนฉันจะพบปัญหาเข้าแล้วค่ะ สีชมพูจาก      อัญมณีคงจะหมายถึงสภาพของเบลในตอนนี้สินะคะเนี่ย

                หล่อนตามติดฉันตั้งแต่เช้าถึงขั้นย้ายที่มานั่งข้าง ๆ ฉันด้วยค่ะ

                เบล... ใกล้แบบนี้มันเขียนลำบากนะ ฉันเอ่ยทักออกไปเมื่อเบลพยายามขยับที่นั่งเข้ามาใกล้จนแขนเกือบจะชนกัน

                ข... ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเผลอไปหน่อย เบลตอบกลับมาพร้อมกับถอยห่างออกไปเล็กน้อย

                อย่าได้ใจให้มากซะล่ะ เบล

                ค่ะ... เบลขานรับกลับมาจากนั้นก็ตามด้วยเสียงหัวเราะ แหะ ๆ ออกมาเบา ๆ ซึ่งเมื่อฉันหันไปสบตา  มากาเร็ท

                สาวใช้สุดแสนจะน่ารักของฉันก็ดันหันหน้าหนีไปทันทีเลยค่ะ

                เป็นอะไรไป มากาเร็ท

                นี่ยังอยู่ในคาบเรียนนะคะ กรุณาตั้งใจเรียนด้วยค่ะ คุณคลอเดเลีย

                น...น้ำเสียงที่ตอบกลับมาช่างเรียบ เรียบเป็นโทนเดียวจนน่าแปลกใจว่ามากาเร็ทสามารถพูดแบบนี้ได้ด้วยงั้นเหรอ

                สถานการณ์ตอนนี้มันอะไรกันคะเนี่ย หวังว่าเวลาจะช่วยตอบคำถามนี้ให้กับฉันนะคะ

                ไม่นานหลังจากนั้นเสียงกระดิ่งหมดเวลาก็ดังขึ้น สถานการณ์สุดแสนจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ฉันจะต้องแก้มันเป็นอย่างแรก

                ก่อนจะลุกขึ้นยืนฉันหันไปกระซิบข้างหูมากาเร็ทว่า เดี๋ยวคืนนี้มาหาฉันที่ห้องด้วยนะ มีบางอย่างอยากจะคุยกับเธอ แต่ว่าเธอจะต้องช่วยฉันก่อน

                ฉันละใบหน้าออกจากบริเวณข้างหูมากาเร็ทเพื่อมาดูอาการว่า คำพูดแบบนั้นจะช่วยให้อารมณ์ของมากาเร็ทกลับมาเป็นปกติรึเปล่า

                ร..ระ เรื่องอะไรงะ งั้นหรอคะ บิงโก มันได้ผลซะจนน่าตกใจเลยค่ะ เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็บอกสิ่งที่ขอให้เธอช่วย

                ฝากด้วยล่ะ มากาเร็ท หล่อนพยักหน้าตอบรับ และเสียงของเบลตัดบทสนทนานี้ได้อย่างถูกจังหวะ

                คุยอะไรกันอยู่คะ

                มากับฉันเดี๋ยวนึงนะคะ คุณเบล มากาเร็ทตอบกลับแทนฉัน จากนั้นหล่อนก็คว้าข้อมือของเบลแล้วตรงดิ่งไปยังประตูทางออกทันที

                คะ?”

                จะไปไหนคะ คุณมากาเร็ท!” ซึ่งก่อนจะออกจากห้องเรียนไปมากาเร็ทก็หันกลับมาสบตาแล้วส่งยิ้มให้ ราวกับจะบอกว่า ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ คุณหนู ซึ่งฉันก็ยกยิ้มตอบกลับไป

                เอาล่ะ ได้เวลาไปรดน้ำต้นไม้ที่ทำท่าจะเหี่ยวเฉาเสียที ฉันคิดแบบนั้นได้ไม่ถึงห้านาทีก็มาหยุดอยู่บริเวณหัวโค้งก่อนจะถึงห้องสภานักเรียน

                มีใครบางคนกำลังยืนคุยอยู่กับซิลเวีย สอง ไม่สิสามคน เพราะสีหน้าที่ส่งออกมาของซิลเวีย ทำให้ฉันอยากจะรู้มากกว่าพวกหล่อนคุยอะไรกันอยู่

                ใบหน้าที่ดูไม่สมกับเป็นซิลเวีย ใบหน้าที่ขาดความมั่นใจ สายตาที่ไม่กล้าสบตากับคู่สนทนาทำได้เพียงแต่มองลงไปด้านล่างเท่านั้น ท่าทางราวกับว่าอยากจะออกไปจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุดไม่มีผิด

                ทำไม... ซิลเวียถึงแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา นั่นเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาเป็นอย่างถัดไปของฉัน

                หรือว่าอีเว้นท์นั้นจะมาถึงแล้ว...

                ตัดภาพมาทางด้านของเบลที่ถูกมากาเร็ทลากออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งในตอนนี้ฉันถูกมากาเร็ทพามาหยุดด้านหน้าห้องคหกรรม

                เอ่อ...คือว่า

                เพราะคุณคลอเดเลียขอหรอกนะ ฉันถึงได้พาเธอมาที่นี่ เรื่องนี้เกี่ยวกับคลอเดเลียด้วยงั้นเหรอคะ

                พามาที่นี่ทำไมหรอคะ คุณมากาเร็ท เมื่อฉันถามออกไปแบบนั้น มากาเร็ทก็หลี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเหลือบตามองไปยังบริเวณป้ายห้องที่อยู่เหนือบานประตู ฉันก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองตามสายตานั่นไปจนพบกับป้ายที่เขียนว่า ห้องคหกรรม

            นี่ไม่ใช่เรื่องที่ฉันสงสัยสักหน่อยนะ

                “ห้องคหกรรม?” ฉันอ่านออกเสียงออกมาเบา ๆ

                ใช่ ห้องคหกรรมจะให้ทำอะไรกันล่ะคะ

                แล้วได้ยื่นเอกสารขอใช้ห้องเวลานี้ไว้แล้วหรอคะ

                เท่าที่ฉันรู้มา ปกติแล้วห้องคหกรรมในช่วงพักเที่ยงนั้นจะไม่ค่อยมีคนมาใช้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าช่วงเย็นจะเป็นเวลาของทางชมรมทำอาหาร

                อีกเหตุผลนึงก็คงจะเพราะพวกขุนนางมีคนรับใช้เตรียมอาหารกลางวันมาให้ ไม่ก็คงจะทานกันที่โรงอาหารแหละนะ

                ที่สงสัยสุด ๆ เลยก็คือ ทำไมคลอเดเลียถึงให้คุณมากาเร็ทพาฉันมาที่นี่

                เรื่องนั้นไม่ต้องไปสนใจหรอกนะคะ

                แล้วมันจะไม่เป็นไรแน่หรอ ฉันถามออกไปอย่างเป็นห่วงแต่คำที่ตอบกลับมาค่อนข้างก้าวร้าวเลยค่ะ

                ถ้ามัวแต่สงสัยก็ไม่ได้เริ่มกันพอดี คุณมากาเร็ทเลื่อนบานประตูออกและเดินนำเข้าไป เรื่องพวกนั้นน่ะ คุณคลอเดเลียจัดการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

                นี่คลอเดเลียเตรียมเอาไว้เพื่อฉันเลยหรอคะเนี่ย ถึงแม้จะยังไม่รู้เหตุผล แต่ถ้ามาจากปากคลอเดเลียก็คงจะเชื่อถือได้

                หลังจากเหตุการณ์นั้น นี่ก็ผ่านมาได้สามวันแล้ว คลอเดเลียก็เหมือนจะเปลี่ยนไปไม่น้อยเหมือนกันหลังจากที่ปล่อยโฮในอ้อมอกเขาตอนนั้น

                อ้า.... ไม่นะ แค่คิดก็เขินจะแย่แล้ว ทำไมฉันต้องนึกถึงมันด้วยเนี่ย ให้ตายสิ

                -เบล คุณเบล เป็นอะไรไปคะ ยืนนิ่งอยู่ทำไม ยังดีที่เสียงของมากาเร็ทดึงสติฉันให้กลับมาก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

                อ...อะ ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ

                หลังจากที่ได้ยินคุณมากาเร็ทพูดมาไม่กี่ประโยค มันก็ทำให้ฉันคิดว่า ทำไมคุณมากาเร็ทไม่เห็นจะเรียบร้อยเหมือนกับตอนที่อยู่กับคลอเดเลียเลยนะ

            ฉันเดินตามคุณมากาเร็ทไปจนถึงบริเวณครัวที่ใช้ทำอาหาร มันเป็นโต๊ะกว้าง ๆ ที่มีเตามนตราติดอยู่บริเวณริมโต๊ะ โต๊ะละสองตัว

                ให้ฉันช่วยไหมคะ ฉันถามออกไปเมื่อหันไปเห็นมากาเร็ทกำลังถืออุปกรณ์หลากหลายชนิดมาวางบนโต๊ะ ซึ่งหล่อนก็ส่ายหน้าตอบกลับมา

                ฉันจะบอกสิ่งที่ไม่อยากจะให้เธอรู้ที่สุดหนึ่งอย่าง คุณมากาเร็ทค่อย ๆ เริ่มหยิบวัตถุดิบที่คาดว่าใช้สำหรับทำอะไรสักอย่างจากใต้โต๊ะขึ้นมาวางด้านบน

                สิ่งที่คุณคลอเดเลียชอบทานยังไงล่ะ เมื่อฟังประโยคนั้นจบ ความคิดที่สงสัยว่าคุณมากาเร็ทเตรียมอุปกรณ์พวกนี้ได้ยังไงก็หายไปทันที

                ของที่คลอเดเลียชอบกินงั้นหรอ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันค่อนข้างอยากรู้และอยากที่จะทำมันไปให้เธอจังเลยค่ะ

                ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว ตั้งใจฟังให้ดีนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

478 ความคิดเห็น

  1. #355 YuKi KuRoGaNe (@beam4834) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:23
    นี่ก็ทำงานจนเจ็บหัวต่อไป
    #355
    1
    • #355-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 34)
      19 ธันวาคม 2561 / 12:40
      หวังว่านิยายของไรต์จะเยียวยาได้น้า
      #355-1
  2. #354 Nametag (@Nametag) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 14:28

    ไรท์สอบเสร็จ รีดยังไม่ได้สอบเลย
    นี่ก็จะสอบละ เศร้า....
    #354
    1
    • #354-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 34)
      19 ธันวาคม 2561 / 12:39
      ไฟนอลสู้ ๆ นะคะ ;A;
      #354-1
  3. #353 AyamaSinosan (@AyamaSinosan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 13:43
    งุ่ยคิดถึงไรท์
    #353
    1
    • #353-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 34)
      19 ธันวาคม 2561 / 12:39
      งุ้ยยยยย คิดถึงรีดเด้อเหมือนกันเจ้าค่าา
      #353-1
  4. #352 UNxUnicorn (@UNxUnicorn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 12:45

    อีเว้นท์ไรอะ คงไม่มีอะไรที่ไม่ดีอีกใช่มั้ย
    #352
    1
    • #352-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 34)
      19 ธันวาคม 2561 / 12:39
      เรื่องนี้ก็คงต้องติดตามกันต่อในตอนถัด ๆ ไปเจ้าค่าาาา
      #352-1