The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 41 : ภารกิจแรก III 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ม.ค. 61


               ภายในห้องวิจัยของสมาคมอินทีเลียสาขาเมดาลิน มีนักวิจัยมากหน้าหลายตากำลังทำวิจัยของตนอยู่ เป็นสมาคมที่เปิดกว้างด้านความคิดสร้างสรรค์และเน้นพัฒนาเทคโนโลยีเป็นหลัก สมาชิกในสมาคมจะถูกจัดลำดับจากสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างออกมาว่ามันส่งผลต่อโลกมากน้อยเพียงใด ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดจะได้รับการยกย่องและเงินสนับสนุนจำนวนมาก

                ซึ่งเซร่าก็เป็นส่วนหนึ่งในสมาคมแห่งนี้ เธอนั่งอยู่ในโซนที่ทางสมาคมจัดเอาไว้ให้ งานวิจัยที่กำลังทำอยู่นั้นเกี่ยวกับแกนพลังงานของเกียร์แต่ละชนิด จะเห็นได้ว่าในทุก ๆ เกียร์จะต้องมีอัญมณีเพื่อเป็นสื่อกลางของพลังงาน แต่ว่าอัญมณีพวกนี้สร้างขึ้นมาได้ยังไงนั้นยังคงถูกปิดไว้เป็นความลับ

                ข้อสันนิษฐานแรกคือการขุดหาตามเหมืองต่าง ๆ แต่ว่ามันไม่น่าจะมีมากขนาดที่จะนำมาเป็นสื่อกลางของเกียร์และเวทย์มนตร์ แถมราคาตามท้องตลาดยังคงที่อยู่เสมอ นั่นแสดงว่าพวกพ่อค้าสามารถหามันมาเติมเต็มตลาดได้ยามที่มันขาด ซึ่งงานวิจัยของเธอยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าสักเท่าไหร่เพราะต้องลงมือสร้างเกียร์ที่ลูกค้าสั่งเอาไว้ โดยสมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้าสมาคมมานั้นมีจุดประสงค์เดียวกันก็คือ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ครบครัน

                อ้าวนั่นเซร่าไม่ใช่รึไง เสียงแหลมของหญิงสาวกล่าวเรียกเซร่าที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าจนไม่ได้สนใจเสียงเรียกเลยแม้แต่น้อย

                เซร่า... ได้ยินรึเปล่า... เธอลากเสียงยาวก่อนที่จะเริ่มย่องเข้าไปด้านหลัง

                ว้าย !” เสียงร้องตกใจของเซร่าดังขึ้นเมื่อถูกหญิงสาวดึงแว่นออกอย่างกะทันหัน อุปกรณ์หลุดออกจากมือตกลงบนโต๊ะทันที เซร่ารีบกลับหลังหันและพยายามคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ถึงแม้ภาพตรงหน้าจะเบลอก็ตามทีแต่ก็ยังสามารถระบุตัวตนของคนตรงหน้าได้อยู่

                เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ วิเวียน !”

                อยากได้ก็หยิบคืนไปสิ นี่ไง นี่ไง วิเวียนยกมือข้างที่ถือแว่น ซึ่งมันสูงเกินกว่าที่เซร่าจะคว้าถึง เสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาเล็กน้อยเมื่อเธอเห็นท่าทีของเซร่าที่พยายามเอื้อมมือขึ้นไปหยิบ

                บอกกี่ทีแล้วว่า อย่ามากวนฉันใน เว-ลา-งาน น่ะหะ !” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพลางหยิบอัญมณีสีเขียวออกจากกระเป๋าเสื้อมาถือให้วิเวียนเห็น โดยหวังว่าการขู่นี้จะทำให้ได้แว่นตาของตนคืน

                แหม อย่าโกรธไปเลยหน่า อะนี่ และมันก็เป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้ วิเวียนยื่นแว่นคืนให้

                แล้วกำลังทำอะไรอยู่งั้นเหรอ หลังจากที่ได้แว่นคืนเซร่าก็หันกลับไปที่โต๊ะทำงานและเริ่มลงมือทำต่อโดยไม่ได้สนใจคำถามของวิเวียนเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้วิเวียนเริ่มยื่นมือจะไปดึงแว่นของเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เซร่าหันมาปัดข้อมือออกได้ทัน เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ

                แล้วคุณหัวหน้ากลุ่มหัวกะทิมีอะไรกับฉันงั้นเหรอคะ เซร่าขยับแขนขึ้นกอดอกแล้วจ้องไปยังวิเวียน

                อะเดลล่า วิเวียน นักประดิษฐ์สาวอัจฉริยะแห่งยุคสมัย งานวิจัยของเธอแต่ละชิ้นนั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกนี้ไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งรถไฟจักรกลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากอัญมณีก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยตอนนี้เธอกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับการลดระยะเวลาในการเคลื่อนที่

                ที่เธอคอยตามตื้อเซร่าแบบนี้เพราะเห็นว่าฝีมือของเซร่าต้องเป็นประโยชน์ในงานวิจัยครั้งนี้อย่างแน่นอน อีกอย่างก็คือเธออยากได้เพื่อนนักประดิษฐ์ที่เป็นเพศเดียวกันมาร่วมทีมบ้างเพราะนักประดิษฐ์เพศหญิงค่อนข้างหายาก

                เรื่องคำตอบล่ะว่าไง

                ถ้าเป็นเรื่องข้อเสนอนั้น คงต้องขอปฏิเสธค่ะ

                เอ๋... ช่วยเก็บไปคิดดี ๆ อีกครั้งหนึ่งไม่ได้จริง ๆ เหรอ วิเวียนนำมือกุมไว้ระดับอกพร้อมส่งสายตาขอร้อง เซร่าที่เห็นเธอทำท่าแบบนั้นก็เบือนหน้ากลับมายังโต๊ะและลงมือทำงานต่อ

                ไม่ก็คือไม่นะวิเวียน แล้วอีกอย่างเธอไม่ควรทำท่าทางแบบนั้น

                หญิงสาวเห็นท่าทีไม่สนใจของเซร่า เธอจึงก้าวเท้าเข้าใกล้เซร่าอย่างช้า ๆ ก่อนจะนำแขนทั้งสองโอบไหล่จากด้านหลัง ปลายคางวางบนหัวไหล่ เสียงกระซิบถูกเปล่งออกมาเบา ๆ ด้านข้างใบหู

                ไม่ได้จริง ๆ งั้นหรอเซร่า... ลมหายใจของเธอรดต้นคอ มือขวาที่โอบไหล่เมื่อครู่เธอขยับมาลูบบริเวณปลายคางของเซร่า สาวสวมแว่นไม่โต้ตอบอะไรกลับไป เหมือนกับว่าตกอยู่ในภวังค์เพราะกลิ่นอันแสนยั่วยวนและหอมหวานราวกับดอกไม้ของหล่อน

                แค่ตอบว่าได้ก็พอแล้ว ง่ายใช่ไหมล่ะ ไหนลองพูดซะสิ วิเวียนย้ำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา มือที่ว่างอยู่เริ่มปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเซร่าและค่อย ๆ ไล่ลงไปเรื่อย ๆ

                ดะ... ดะ... ริมฝีปากของเซร่าสั่นเล็กน้อย ลมหายใจเริ่มเร็วขึ้น ใบหน้าเริ่มแดงระเรือ แรงที่จะถืออุปกรณ์เริ่มหมดไป

                ได้... เอาสิ พูดสิ

                ได้... กับผีสิ !” เซร่าหลุดจากภวังค์เมื่อครู่เพราะอุปกรณ์ที่หล่นลงไปทับเท้าจนเกิดแผลถลอกเล็กน้อย เธอลุกขึ้นอย่างกะทันหันและผลักวิเวียนออกไปทันที เกือบไปแล้วไหมล่ะ แล้วนั่นมันอะไรกันเนี่ย พอสูดกลิ่นเข้าไปสติก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หรือว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์แผลง ๆ ของยัยนั่นอีกเนี่ย

                แหม อีกนิดเดียวแท้ ๆ แล้วเป็นยังไงบ้างกับเจ้านี่น่ะ วิเวียนหยิบขวดแก้วขนาดเล็กขึ้นมาชี้ให้ดู ด้านในมีของเหลวสีชมพูอ่อนบรรจุอยู่

                ใช้ฉันเป็นหนูทดลองอีกแล้ว ! นี่ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าไปทำงานกับเธอสภาพจะเป็นยังไง เธอรีบติดกระดุมกลับคืนเพราะหล่อนเล่นถอดทุกเม็ดจนเสื้อนอกเกือบจะหลุดออกมา

                แล้วแม่หนูคนนั้นล่ะ ที่หายหน้าหายตาไปก็เพราะเธอคนนั้นสินะ วีเวียนชิงเปลี่ยนเรื่องหลังจากถูกเธอวีนแบบนั้นพร้อมกับค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้อีกครั้ง

                หมายถึง ฟีเรียสินะ


                   ทางด้านของฟีเรียที่ป่าทางตอนใต้ของเมืองเมดาลิน ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนเจอกับเจ้าตัวปัญหาและกำลังสะกดรอยตามเจ้าหมีขนาดใหญ่ตรงหน้าอยู่โดยไม่มีทีท่าว่ามันจะรู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

                ครั้งแรกที่เห็นมันกับตาก็ตกใจกับขนาดอยู่ไม่น้อยและแน่นอนว่าขนาดของมันทำให้รู้สึกถึงความแข็งแกร่ง การก้าวเท้าแต่ละครั้งนั้นทิ้งรอยเอาไว้จนสามารถติดตามไปได้ง่าย นอกจากรอยเท้าแล้วยังมีรอยขวนมากมายขีดลำต้นของต้นไม้เอาไว้ ราวกับจงใจบอกว่ามันอยู่ที่นี่

                เมื่อตามไปจนมันหยุดอยู่กลางลำธารซึ่งติดกับน้ำตก ความคิดแรกของทั้งสองคือบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของหมียักษ์ตรงหน้า เมื่อมันเห็นปลากระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ ปลาตัวนั้นก็ถูกแรงตบผลักขึ้นบกไปทันที

                ผมว่าความเร็วของมันนี่แหละปัญหาใหญ่ เด็กหนุ่มพูดออกมาเมื่อเห็นปลาจำนวนมากกองกันอยู่บนบกหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที

                แล้วคุณฟีเรียคิดว่าไงครับ

                ก็บอกแล้วไงว่าเรียกแค่ ฟีเรีย ก็พอ เสียงของเด็กสาวสั่นเล็กน้อย เธอตอบกลับไปพร้อมกับร่างกายที่เริ่มสั่น ความกลัวเริ่มเข้าปกคลุม เพราะคงจะไม่มีใครหรอกที่เห็นเจ้านี่ครั้งแรกแล้วไม่เกิดออกอาการอะไรเลย ขนาดร่างกายที่ใหญ่แบบนั้นก็ควรจะมีความรวดเร็วต่ำทว่าไม่ได้เป็นไปแบบที่คิดเลย

                ฟีเรีย ยังไหวอยู่นะครับ แอนโทนี่เห็นร่างเด็กสาวเริ่มสั่นจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ทว่าเธอไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เหมือนกับเธอจมอยู่ในห้วงของอะไรสักอย่าง เด็กหนุ่มเลื่อนมือไปแตะไหล่เด็กสาวพร้อมกับพูดว่า

                ไม่ต้องกังวลนะครับ ฟีเรียน่ะผมจะปกป้องเอง

                ถึงอยากจะบอกว่าอาการสั่นที่เกิดขึ้นตรงนี้เป็นของปลอม ก็พูดได้ไม่เต็มปากแต่ถ้าหากเด็กสาวอย่างฟีเรียกวาดล้างหมาป่าได้ขนาดนั้น ตัวผมเองก็ต้องทำได้เหมือนกันแต่ว่าตอนนี้ก็ต้องใช้ทักษะพิเศษที่มีติดตัวมาก่อนเพื่อรักษาหน้าตาของเด็กคนนี้

                งั้นฝากด้วยนะคะ รุ่นพี่ ฟีเรียนำมือของเด็กหนุ่มมากุมเอาไว้และเผยยิ้มออกมาให้เห็น แน่นอนว่าแอนโทนี่ก็เบือนหน้าหนีและดึงมือกลับไป

                ผ...ผมว่า ข้อมูลแค่นี้ก็มากพอแล้วถอยก่อนดีกว่าครับ

                “เอาแบบนั้นก็แล้วกัน

                ทั้งสองค่อย ๆ ย่องออกห่างจากบริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง แต่การก้าวเท้าของฟีเรียพลาดไปโดนกับกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดัง เธอรีบหันกลับไปมองทันทีว่ามันอยู่ที่เดิมไหม เหมือนว่ามันจะไม่ได้รู้สึกตัวอะไรเพราะมันกำลังกินปลาที่จับมาได้อย่างสบายใจ

                ทว่าเมื่อหันกลับไปมองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจฟีเรียหมีสีน้ำตาลนั้นหายไปจากสายตา แอนโทนี่ก็เห็นแบบเดียวกัน เขารีบคว้ามือฟีเรียพร้อมตะโกนบอกทันที

                วิ่งเร็ว !”

                เสียงฝีเท้าของสัตว์ขนาดใหญ่กำลังเข้าใกล้ทั้งสองมา ตัวมันค่อนข้างใหญ่คงจะตามมาได้ช้าถ้าเป็นการไล่จับภายในป่าที่มีสิ่งกีดขว้างมากมายอย่างต้นไม้แอนโทนี่คิดแบบนั้น ทว่ามันเป็นความคิดที่ผิด

                เมื่อครู่ไม่สามารถระบุทิศทางได้ แต่ตอนนี้เริ่มเห็นต้นไม้ล้มลงอย่างผิดปกติซึ่งต้องเป็นเจ้านั้นอย่างแน่นอน เพียงไม่กี่วินาทีก็เริ่มเห็นร่างของมันในสายตา เด็กสาวที่ก้าวซ้ายสลับขวาอย่างคล่องแคล่วเพื่อหลบสิ่งกีดขว้างด้านหน้าตะโกนถามออกมา

                ทำไมมันถึงได้เร็วแบบนี้เนี่ย ! ตัวก็ตั้งใหญ่ไม่ใช่รึไง !”

                แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ แอนโทนี่ !”

                รีบหนีให้พ้นก่อนเถอะครับ !” เด็กหนุ่มตะโกนตอบกลับ

                “งั้นตามผมมานะเขาละมือออกและเริ่มวิ่งออกนอกเส้นทาง ฟีเรียได้ยินแบบนั้นจึงรีบตามไปอย่างติด ๆ

 

                ในเวลาเดียวกันทางด้านของเซร่า ตอนนี้เธอเสร็จงานจากสมาคมอินทีเลียแล้วและอยู่ที่สมาคมฮันเตอร์สาขาเมดาลิน เธอกำลังถามพนักงานประจำเคาน์เตอร์เกี่ยวกับฟีเรียเพราะนี่ก็ค่อนข้างเย็นแล้วแต่ว่ายังไม่กลับมาที่โรงแรมเลย ซึ่งได้ความว่าหลังจากที่เด็กสาวสอบวัดระดับฮันเตอร์เสร็จเพอเมลก็แนะนำระบบรุ่นพี่อีกทั้งยังเลือกให้ไปทดสอบดูว่าเข้ากันได้ดีแค่ไหน

                รุ่นพี่คนนั้นเป็นเด็กหนุ่มระดับเงินขั้นหนึ่งที่เข้ามาช่วยฟีเรียในครั้งก่อน ไม่รู้ว่าน่าเชื่อถือได้มากแค่ไหนแต่ว่าภารกิจที่ไปออกล่าก็ค่อนข้างเสี่ยงอันตรายอยู่พอสมควร ถ้าจะตามไปดูสักหน่อยก็คงจะไม่เสียหายอะไรเพราะว่าบริเวณนั้นเป็นแหล่งเก็บวัตถุดิบที่เขียนเอาไว้ในพิมพ์เขียวพอดี ถือว่าเป็นการไปเก็บวัตถุดิบก็แล้วกัน หลังจากที่ตัดสินใจเสร็จเธอก็ตรงดิ่งไปทันที 

 

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #99 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 11:15
    เดี๋ยวรออีกตอนมา จะเม้นท์มาเม้นท์กลับต่อนะฮับ
    #เม้นท์มาเม้นท์กลับ challenge
    #99
    1
    • #99-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 41)
      2 มกราคม 2561 / 20:07
      รับทราบเจ้าค่ะ
      #99-1
  2. #98 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 18:59
    น้องแว่นเซร่า
    วิเวียนนี่ตัวป่วน เข้าขากันดี 555

    เวทย์ทนตร์==>เวทมนตร์
    #98
    2
    • #98-1 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 41)
      28 ธันวาคม 2560 / 18:59
      โทษ ๆ เวทย์มนตร์ ==> เวทมนตร์
      (ก่อนหน้าพิมพ์ ม เป็น ท 555)
      #98-1
    • #98-2 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 41)
      28 ธันวาคม 2560 / 21:42
      ขอบคุณเจ้าค่า ;A; ชอบคู่นี่เหมือนกัน
      #98-2
  3. #97 ... (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 23:18
    มาแล้วๆรอครึ่งหลังนะครับ
    #97
    0