The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 33 : เซร่า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 พ.ย. 60

                ถึงเมื่อครู่จะคิดอยู่นานแต่เสียงในหัวก็ดังก้องว่าพวกนี้มันโรคจิต หลอกลวงอย่างแน่นอน เธอบอกให้รีบ ๆ ลุกไปหา        เซร่าเพื่อความปลอดภัยได้แล้ว แบรนด้อนได้แต่รับฟังแต่ก็ยังไม่ได้ตอบอะไรฟีเรียกลับไป

                เพราะสิ่งที่เขายื่นมาให้ดูเชื่อถือได้ขนาดไหนก็ไม่รู้ ตราประทับตรงมุมกระดาษก็ไม่รู้อีกว่าสำคัญขนาดไหนก็เลยลองถามฟีเรียดูแต่ก็ไม่ได้คำตอบกลับมา แต่ถ้าวิเคราะห์จากเนื้อกระดาษไปจนตัวอักษรที่ถูกบันทึกลงไป มันค่อนข้างมีคุณภาพมาก ขณะที่     แบรนด้อนคิดอยู่เสียงของโลวิสดังแทรกขึ้น

                “พูดบ้าอะไรของแกน่ะ เฟอร์แรน ก็เห็น ๆ กันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ทั้งสีผม สีตากระทั่งใบหน้า” เฟอร์แรนไม่ตอบคำถามแต่ขมวดคิ้วหรี่ตาจ้องมองไปที่โลวิสแทน

                แต่ที่เฟอร์แรนต้องถามออกมาแบบนี้ก็เพราะท่าทีขององค์หญิงดูแปลกไป มันไม่เหมือนกับเฟรย่าที่เขารู้จัก ปกติเธอเป็นคนใจร้อนและปากเสียเป็นบางครั้ง ตอนนี้กลับพูดจาไพเราะ ทำตัวเรียบร้อยจนน่าแปลก

                และแน่นอนหลังจากที่แบรนด้อนลองฟังเรื่องเมื่อครู่ มูลความจริงก็คงจะมีอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ถ้าเชื่อคนอื่นง่าย ๆ อีกละก็มีหวังโดนจับไปขายอีกแน่ เสียงของฟีเรียก็คอยย้ำให้รีบเผ่นได้แล้ว งั้นก็เอาแบบนั้นแล้วกัน

                “ต้องขอโทษจริง ๆ ด้วยนะคะ” ฟีเรียลุกขึ้นเป็นคำตอบของคำถามเมื่อครู่ เธอโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะก้าวออกจากโต๊ะ

                “เดี๋ยวก่อนสิ องค์หญิง”

                เฟอร์แรนเห็นแบบนั้นจึงลุกตามไปคว้ามืออย่างกะทันหัน แรงดึงข้อมือนั่นทำให้ฟีเรียไม่ทันได้ทรงตัวจึงล้มเข้าหาเขา ชายสวมหมวกคุกเข่าประคองร่างของเด็กสาวเอาไว้

                หน้าม้าด้านหน้าที่บังดวงตาถูกแรงลมเมื่อครู่พัดขึ้น จนทำให้เห็นดวงตาทั้งสองอย่างชัดเจน เฟอร์แรนเบิกตากว้างเมื่อเห็นดวงตาข้างที่บังเอาไว้ ตราสัญลักษณ์ของพวกเนตรสีเลือด ถึงเป็นแบบนั้นความเชื่อที่ว่าคนตรงหน้าคือ องค์หญิงที่หายสาบสูญไปเมื่อห้าปีก่อนก็ยังคงอยู่

                ฟีเรียผลักเฟอร์แรนออกพร้อมกับลุกขึ้นรีบเดินหนีไปหาเซร่าทันที เขาเลือกที่จะไม่ตามไปเพราะเพียงแค่นี้ก็สามารถยืนยันได้แล้วว่าเธอคือองค์หญิงตัวจริงไม่ผิดแน่ ดวงตาสีซัฟไฟล์แบบนั้นมั่นใจเลยว่ามีเพียงคนเดียวในโลกเท่านั้น โรวิสที่ลุกจากเก้าอี้รีบเข้ามาช่วยพยุ่งเขา

                เพราะแบบนี้ไงถึงไม่มีสาว ๆ คนไหนมาชอบนายสักที โรวิสถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่าก็เล่นถามแบบนั้นกับเด็กผู้หญิงล่ะนะ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังตามมา

                เธอเป็นองค์หญิงไม่ผิดแน่ เมื่อกี้ฉันแค่ทดสอบดูเท่านั้นเอง

                ถึงท่าทีจะเปลี่ยนไปแต่สายตาที่มองมานั่นไม่ผิดแน่ แม้จะแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตามที สายตาที่โดดเดี่ยว ไม่แปลกที่เธอจะเป็นแบบนี้ เพราะสังคมของพวกชนชั้นสูงมีแต่การเปรียบเทียบ เอารัดเอาเปรียบในทุกหนทาง ชิ่งดีชิ่งเด่นในทุกด้าน

                ทว่าเธอกลับเกิดมาพร้อมกับความสามารถทุกแขนง แทนที่จะเป็นเรื่องดีมันกลับผลิกไปคนละด้าน เพราะความสามารถที่เกินวัยของเธอ เหล่าขุนนางเป็นต้องอิจฉา ไม่เว้นแม้แต่พี่น้องต่างแม่ ที่พึ่งเดียวของเธอมีเพียงผู้เป็นแม่และพี่สาวที่ไว้ใจที่สุด เอริซ่า

            เธอถูกพวกขุนนางขี้อิจฉากีดกันไม่ให้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพราะอาจจะกลายเป็นเสี่ยนหนามมาขวางทางก็ได้ การที่ต้องรีบกำจัดก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดี

                แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเมื่อคุณแม่จัดหาองครักษ์ประจำตัวให้รอยยิ้มที่หายไปก็เริ่มกลับมาทีละน้อย ทว่ามันก็ไม่มากพอที่จะแทนความรู้สึกก่อนหน้านี้ได้

                นายรู้ได้ไงกัน ความสงสัยภายในใจของโรวิสยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเพื่อนสนิทย้ำคำเดิม คำตอบที่ได้คืนมาก็ไม่ได้ช่วยคลายความสงสัยเลยแม้แต่น้อย

                เชื่อฉันสิ

 

                เมื่อแบรนด้อนเผ่นหนีมาตามคำแนะนำของฟีเรียจนเดินมาถึงโต๊ะที่เซร่านั่งรออยู่ สาวสวมแว่นรีบเอ่ยถามว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นและเจ้าพวกนั้นมันมีธุระอะไรกันแน่ถึงได้มาออกเงินเลี้ยงอาหารเช้าให้พวกเธอ เด็กสาวไม่ได้อธิบายทั้งหมดแต่บอกเธอเพียงแค่พวกเขาเป็นแค่คนแปลก ๆ เท่านั้น

                ครั้งแรกเซร่าก็ทำหน้าไม่เชื่อเพราะเมื่อครู่เห็นโดนดึงข้อมือล้มจึงถามย้ำอีกสักครั้ง แต่ฟีเรียก็ย้ำคำเดิมว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เซร่าจึงมองชายทั้งสองอีกครั้งเพื่อดูท่าที ชายหนุ่มสวมหมวกตอบกลับสายตานั่นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

                เซร่าละสายตาอย่างไม่สนใจเขาแล้วนำทางฟีเรียเข้าห้องที่จองเอาไว้ในชั้นที่สอง ภายในเป็นห้องเรียบ ๆ ผนังถูกทาทับด้วยสีสบายตา เตียงคู่ที่เรียบง่ายขนาดพอสำหรับสองคนถูกผ้าปูที่นอนจัดไว้อย่างดี โต๊ะตัวเล็กข้างเตียงมีถุงกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่

                สาวสวมแว่นหยิบขนมปังในถุงขึ้นยื่นให้ฟีเรีย เด็กสาวรับมันเมื่อสัมผัสถึงอุณหภูมิของขนมปังก็ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงได้เย็นขนาดนี้ ฟีเรียส่งสายตาแทนคำถาม

                ลองกัดดูสิ เซร่าหยิบชิ้นถัดไปมาถือ เมื่อขนมปังทรงครึ่งวงกลมถูกกัดไส้สีขาวนวลเยิ้มไหลออกมา ฟีเรียเห็นเช่นนั้นจึงทำตามเธอ ความเย็นของไส้ภายในส่งไปทั่วปาก รสชาติหวานนุ่มละมุนลิ้นที่แปลกใหม่

                ฟีเรียเบิกตากว้างด้วยความสนใจก่อนจะรีบกัดคำต่อไป เซร่าเริ่มอธิบายถึงขนมชนิดนี้ มันเป็นขนมปังที่อบด้วยวิธีพิเศษของร้านชื่อดังภายในเมืองหลวงแห่งนี้จึงทำให้ไส้ด้านในคงความเย็นเอาไว้ได้นาน

                ด้วยความอร่อยเด็กสาวก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันมีราคาเท่าไหร่ก็เลยถามออกไป เซร่าตอบเธอพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ว่าในถุงยังเหลืออีกสองสามชิ้น ทั้งหมดนั่นไม่ถึงสิบห้าเลเนียด้วยซ้ำ

                เมื่อทั้งสองกินขนมปังจนหมดถุงเซร่า เธอถือถุงเปล่าเอาไว้พร้อมนั่งลงที่ขอบเตียงก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย เมื่อ        ฟีเรียเห็นสาวสวมแว่นมีสีหน้าที่ปนความกังวลก็รีบเอ่ยถามเธอทันทีด้วยความเป็นห่วง

                เป็นอะไรรึเปล่าคะ เซร่า ไม่อิ่มยังงั้นหรอ เราไปหาอะไรกินกันก่อนนอนไหม

                ถึงจะถามไปแบบนั้นก็เถอะแต่ว่าการกินอะไรก่อนเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ แต่แบรนด้อนคิดว่าการกินอาหารอาจจะช่วยคลายความกังวลของเธอในตอนนี้ได้

                เซร่าส่ายหัวแทนคำตอบก่อนจะตบขอบที่นอนเบา ๆ เพื่อเป็นสัญญาณให้เด็กสาวมานั่งข้าง ๆ เมื่อเธอมานั่งด้วยความสงสัย หญิงสาวที่ถือถุงขนมปังในมือก็เริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเองให้เธอฟัง

                ครอบครัวของเซร่าเปิดร้านขนมปังในหมู่บ้านเล็ก ๆ เธอเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายและน้องสาว พี่ชายเป็นนักประดิษฐ์อัจฉริยะคนนึงที่มีส่วนร่วมในการนำเซเลสเทียไปสู่ยุคใหม่

                ซึ่งเขาเป็นคนที่เซร่านับถือเอามาก ๆ ในวัยเด็กเธอมักจะลองสร้างสิ่งต่าง ๆ ตามจินตนาการจากของที่มีอยู่โดยให้พี่ชายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวเสมอ

                ความรู้ ความเข้าใจและเทคนิคส่วนใหญ่ก็ได้มาจากพี่ชาย งานประดิษฐ์มากมายถูกสร้างขึ้นจนไม่มีที่จะเก็บ พ่อกับแม่ของเธอจึงอนุญาตให้เข้าห้องเก็บของได้ ซึ่งภายในมีเกียร์มากมายที่พี่ชายเป็นคนทำขึ้น

                ความชื่นชมและนับถือในตัวพี่ชายทวีคูณขึ้นเมื่อเห็นสิ่งเหล่านั้น แน่นอนด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กก็สุ่มหยิบเกียร์มาลองแกะออกเพื่อดูกลไกด้านใน เธอทำแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเหล่าจนพี่ชายมาเห็นแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมัวแต่ตกใจในความสามารถของน้องสาวแท้ ๆ อยู่

                เมื่องานประดิษฐ์เริ่มขึ้นพี่ชายก็จะให้เซร่ามาดูระหว่างทำงานเสมอ บางครั้งก็ให้ช่วยเรื่องง่าย ๆ อย่างตกแต่งสีให้เกียร์ หยิบพวกเครื่องมือให้ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คงจะเป็น ผู้ช่วย

                เซร่าหยุดเล่าเพียงเท่านี้เมื่อสัมผัสได้ถึงศีรษะของเด็กสาวข้าง ๆ ที่กำลังพิงไหล่ สีหน้าตอนหลับช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนไม่อาจหยุดมือที่กำลังลูบเส้นผมบนศีรษะฟีเรียไปมาได้ เธอทำแบบนั้นพร้อมกับอมยิ้มเอาไว้

 

                กลับมาทางด้านสองหนุ่มที่อยู่ชั้นล่างของโรงแรม ชายสวมหมวกจิบชาอย่างสบายใจราวกับว่าการล่วงละเมิดทางเพศเมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้น โลวิสที่เห็นแบบนั้นจึงขอตัวแยกกลับบ้านก่อนเพราะเห็นว่าเรื่องที่ต้องทำวันนี้จบลงแล้ว

                เฟอร์แรนวางแก้วชาก่อนจะโบกมือลาชายหนุ่มตรงหน้า เขาหยิบเอกสารบนโต๊ะมาตรวจดูอีกครั้งจนแน่ใจว่าไม่ได้ตกหล่นเนื้อหาส่วนไหนไป เพราะการตามสืบเรื่องนี้หลังจากเกิดเรื่องนั้นก็ผ่านมาห้าปีแล้ว ข้อมูลที่มีอาจปะปนกันจนมั่วหากไม่เรียบเรียงให้ดี

                รอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ของชายหนุ่มทำเอาพนักงานสาวที่มองมาต้องเบือนหน้านี้ เฟอร์แรนรวบเอกสารเก็บเข้ากระเป๋าเช่นเดิมก่อนจะกลับที่พัก

               

                ในเช้าวันถัดมาเซร่าและฟีเรียลงมากินอาหารเช้าจนเสร็จก่อนจะไปที่สมาคมฮันเตอร์สาขาเมดาลิน ถึงจะเป็นเวลาเช้าตรู่แบบนี้ก็ยังมีร้านแผงลอยตั้งอยู่ประปรายบริเวณริมถนน เมื่อเดินผ่านย่านการค้าก็มีร้านตั้งอยู่ประปรายเช่นกัน

                เพราะติดใจจากขนมปังเมื่อคืนฟีเรียจึงอยากที่จะกินขนมชนิดอื่น ๆ บ้างจึงออกปากขอให้เซร่าช่วยซื้อให้ ทั้งสองจึงซื้อขนมข้างทางก่อนจะเข้าไปยังสมาคม

                สมาคมฮันเตอร์สาขาเมดาลิน ยินดีต้อนรับค่ะ พนักงานสาวคนเดียวกับเมื่อคืนเอ่ยต้อนรับทั้งสอง ด้านในมีฮันเตอร์ไม่กี่คนนั่งจับกลุ่มคุยกันที่โต๊ะ เมื่อเด็กสาวเห็นว่าเป็นพนักงานคนเดียวกับเมื่อวานจึงเอ่ยถาม

                ดอกเซเซียเมื่อวานครบตามที่ต้องการไหมคะ

                “ยังขาดอยู่อีกนิดหน่อยคะ ส่วนนี่เป็นรายงานสำหรับดอกเซเซียคะ

                พนักงานสาวยื่นกระดาษรายงานมาให้ เนื้อความระบุเกี่ยวกับจำนวนและราคาของดอกเซเซียที่หามาได้ ตัวเลขหักลบกันแล้วยังคงเหลืออีกหลายสิบดอก ด้านล่างสุดมีข้อความจากคุณโรเซ่เขียนเอาไว้ด้วย

                รีบ ๆ หามาคืนฉันซะ เซร่า เมื่อฟีเรียชี้ไปที่ข้อความแล้วเรียกให้เซร่าอ่าน เธอก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองว่าขาดอีกกี่ต้น

                ขณะที่อ่านรายละเอียดอย่างอื่นในกระดาษนอกจากตัวเลข พนักงานสาวก็ยื่นถุงผ้าขนาดกลางให้พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า เมื่อหล่อนเห็นว่าทั้งสองคนสงสัยจึงเอ่ยปากอธิบาย

                คุณเดเซียบอกฉันก่อนกลับว่าหากประเมินมูลค่าของขน หนัง เนื้อ กระดูกและเขี้ยวเสร็จแล้ว ให้นำเงินนั่นแบ่งให้กับเด็กสาวจำนวนนึงด้วย

                แล้วรู้ได้ไงคะ ว่าเป็นคนไหน

                ตอนคุณเดเซียพูดก็ชี้มาหาคุณที่กำลังออกจากสมาคมคะ

                พนักงานสาวเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม และยื่นถุงเงินให้อีกครั้ง ฟีเรียรับและเปิดดูด้านในเพื่อตรวจสอบเงิน เด็กสาวถามเซร่าว่าจำนวนเงินนี่เยอะขนาดไหน สาวสวมแว่นหยิบเหรียญด้านหนึ่งถูกสลักรายพระราชวังของอาณาจักรเมดาลินขึ้นมาดู แสงที่มากระทบเหรียญทำให้มันดูเปล่งประกายและมีมูลค่าทำให้เธอเริ่มอธิบายให้เด็กสาวฟังเกี่ยวกับเงินตราของอาณาจักร

                เหรียญชนิดนี้เป็นเงินตราประจำอาณาจักร วิธีแบ่งแยกมูลค่าขึ้นอยู่กับรอยสลักบนเหรียญว่าเป็นรูปอะไร โดยจะมีห้าแบบไล่จากมากไปน้อย ราชวัง บ้าน ประตูเมือง แม่น้ำ ป่าและผลไม้ ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ หนึ่งร้อย ห้าสิบ ยี่สิบ สิบ ห้าและหนึ่ง เลเนีย เซร่าใส่เหรียญคืนเข้าไปในถุงเช่นเดิมเมื่ออธิบายจนเสร็จ

                เมื่อแบรนด้อนได้ฟังการอธิบายนี้จึงเข้าใจระบบเงินตราคร่าว ๆ ของโลกฝังนี้ทันทีเพราะมันคล้ายกับที่เคยใช้มาก่อนมาก ซึ่งฟีเรียที่พึ่งรู้ว่าเขานับเงินไม่เป็นก็กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่เธอหลุดขำดังก้องภายในหัวทำเอาแบรนด้อนหัวเราะเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องเมื่อครู่

                พนักงานสาวบอกจำนวนเงินภายในถุงก่อนจะยื่นใบรวมราคาให้ มูลค่าทั้งหมดอยู่ที่ห้าร้อยกว่าเลเนีย จำนวนเงินที่ว่ามาทำเอาแบรนด้อนย้อนคิดไปตอนที่เข้าสมาคมครั้งแรก เพราะคุณเอนน่าเคยบอกเอาไว้ว่าเงินตอบแทนที่ได้คุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเงินห้าร้อยกว่าตรงนี้คิดว่าหารออกมาจากกองใหญ่แล้ว แสดงว่าเงินก้อนใหญ่คงจะตกอยู่ที่สองพันกว่าเลเนียไม่ผิดแน่

                ฮันเตอร์หนุ่มสามคนที่นั่งอยู่ภายในร้านต้องเหลือบมามองแสงที่สะท้อนจากเหรียญที่เซร่าหยิบขึ้นมาดูเมื่อครู่ ทำให้พวกเขาลุกขึ้นจากโต๊ะตรงไปบังทางพวกเธอทันทีเมื่อเห็นว่ากำลังจะเดินออกจากสมาคม

                จะรีบไปไหนหรอจ้ะ สาวน้อย ชายร่างใหญ่เอ่ยทักเมื่อเห็นสายตาของเซร่าจ้องใส่ สาวสวมแว่นคว้ามือเด็กสาวข้าง ๆ เดินหลบออกไป แต่ก็ถูกหยุดเอาไว้อยู่ดี สีหน้าไม่สบอารมณ์ของเซร่าแสดงออกมาให้เห็น

                ต้องการอะไร

                เมื่อถามออกไปฮันเตอร์ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าก็ชี้ไปที่ถุงเงินบนมือฟีเรียก่อนจะพูดออกมาอย่างน่าเกรงขาม

                ถุงในมือ เอามาให้พวกเราซะถ้าไม่อยากเจ็บตัว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

117 ความคิดเห็น