The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 3 : ครั้งแรกที่สมาคมฮันเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    9 ม.ค. 61

บทที่ 2 : ครั้งแรกที่สมาคมฮันเตอร์

                ระหว่างทางไปยังต้นไม้ใจกลางเมืองนั้นฟีเรียก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ข้างถนน เธอกวาดสายตามองหาต้นเสียงจนพบกับหญิงสาวเจ้าของเสียงกำลังปิดประตูอย่างแรง

                “ถ้าจะหลอกกันก็ให้มันเนียนหน่อย !” เสียงตวาดดังลั่นแม้ประตูจะปิดไปแล้วก็ตาม เมื่อหล่อนสังเกตเห็นเด็กสาวก็เดินตรงเข้ามาหาทันที เส้นผมของหล่อนถูกรวบขึ้นไปมัดเป็นทรงโพนี่เทลและด้านหลังสะพายหอกยาวอยู่ ขณะที่ฟีเรียกำลังตัดสินใจว่าควรจะหนีหรือยืนอยู่กับที่นั้นหล่อนก็มาหยุดตรงหน้าแล้ว

                “เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรอคะ ?” เด็กสาวตัดสินใจเอ่ยถามก่อนเป็นอย่างแรก

                ฟีเรียต้องเงยหน้ามองคู่สนทนาเพราะความสูงที่ต่างกัน เมื่อทั้งคู่สบตากันก็ทำให้สีหน้าของหล่อนเปลี่ยนไปก่อนจะตอบคำถาม

                “ก็นิดหน่อย” หล่อนยกมุมปากขึ้นยิ้มก่อนจะเริ่มถามกลับด้วยท่าทีที่เป็นมิตร

                “สีผมแบบนี้มัน...” จากนั้นก็ขยับใบหน้าเข้าใกล้และจ้องไปยังดวงตา “นัยน์ตาแบบนี้...”

                “ทำอะไรคะ” เด็กสาวถามด้วยความตกใจเมื่อหล่อนขยับเข้าประชิดอย่างกะทันหัน

                “หรือว่าเธอคือ เฟรย่า”

                   เฟรย่า ? พูดถึงอะไรคะ"

                “ก็จากที่เอรี่เล่ามาก็น่าจะเป็นเธอนี่นา” เธอเลื่อนมือมาหยิกแก้มฟีเรียเบา ๆ

                โลกนี้เขานิยมหยิกแก้มทักทายกันรึไง แบรนด้อนคิดในใจก่อนจะจับมือพร้อมกับส่งสายตาเพื่อเป็นสัญญาณให้เธอหยุดหยิก

      “แล้วมีพี่สาวรึเปล่า” เธอละมือออกเมื่อเห็นสายตานั่นพร้อมรอยยิ้มที่แทนคำขอโทษ

     “เธอชื่อเอริซ่าค่ะ”

                 "ฉันรีเบลล่า เธอล่ะชื่ออะไร"  หล่อนชี้นิ้วไปที่ตัวเองพร้อมกับคำแนะนำตัว

                “ฟีเรียค่ะ”

                   "สงสัยจะจำผิดไป งั้นฟีเรียเธอว่างอยู่รึเปล่า"

                   เมื่อแบรนด้อนได้ยินเธอเรียกว่า เฟรย่า ก็เริ่มแสดงความสงสัยผ่านใบหน้าที่กำลังครุ่นคิด เพราะคุณแม่และพี่ของเธอ เรียกเธอว่า ฟีเรีย นั่นหมายความว่าชื่อนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน เขาพยายามคิดแต่ข้อมูลที่มีมันน้อยเกินไปจึงเลือกที่จะปล่อยประเด็นนั้นทิ้งไป

               "ทำไมเหรอคะ" เด็กสาวตอบกลับไปด้วยสีหน้าสงสัย

                  "ก็สงสัยนิดหน่อยว่าน้องสาวของอัจฉริยะจะเก่งขนาดไหนกันนะ เอาเป็นว่าตามฉันมาก่อนแล้วกัน"

                  "ตาม ? เหรอคะ" มันเป็นข้อเสนอที่น่าสงสัยสุด ๆ ถึงแม้จะนำชื่อพี่สาวของร่างนี้มาอ้างแต่ก็ไม่มีอะไรมายืนยันความจริงข้อนี้ได้ การตามเธอไปตอนนี้อาจจะเป็นทางเลือกที่ผิดทว่าความคิดต่าง ๆ ก็หลุดลอยไปเพราะรีเบลล่าคว้าแขนและดึงให้ตามเจ้าหล่อนไป

                เมื่อเดินกันมาสักพักก็มาหยุดที่หน้าอาคารซึ่งมีประตูไม้คล้ายกับในหนังตะวันตกไม่มีผิด จะเรียกมันว่าประตูในหนังคาวบอยก็ไม่ผิด

                “คือว่าที่นี่มัน” เมื่อเด็กสาวกำลังจะเอ่ยปากถามก็เกิดเสียงดังด้านหน้า ประตูไม้ถูกเปิดอย่างผิดวิธีโดยร่างของชายหนุ่มที่กระเด็นมาจากด้านในซึ่งตอนนี้นอนกองอยู่ใต้เท้าของรีเบลล่า

                “อึก... ขอยืมอีกนิดหน่อยเอง ไม่เห็นจะต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยนะ” เขาพูดด้วยเสียงโทนต่ำ พลางพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้น

                “ก็แกยังไม่คืนของเดิมเลย แล้วนี่จะมายืมเพิ่มรึไง!!” เสียงแหลมของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝ่ามือที่ทุบลงบนเคาน์เตอร์

                “งั้นจะขอจนกว่าจะได้แล้วกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อขณะที่ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า

                “เหอะ ไม่มีวันซะหรอก ถ้าของเก่ายังไม่คืน... นายอาจจะไม่มีบ้านอยู่ก็ได้นะ” เสียงหัวเราะในลำคอดังปิดท้ายประโยคอยู่ครู่หนึ่ง

                “ล้อเล่นแรงไปรึเปล่าแม่คุณ!” ชายหนุ่มพูดพลางเดินจากไป เมื่อเหตุการณ์กลับสู่สภาวะปกติ รีเบลล่าก็จูงมือฟีเรียเข้าอาคารตรงหน้าเสียงต้อนรับก็ได้ขึ้น

                “ยินดีต้อนรับสู่ สมาคมฮันเตอร์” เสียงแหลมห้าว ๆ ที่พึ่งจะไล่ชายหนุ่มไปเมื่อครู่ดังขึ้นทักทาย หล่อนร่างกายที่สูงใหญ่เกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงซึ่งมันหลุดจากคำว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอไปแล้วหากดูจากหล่อนในตอนนี้

                เด็กสาวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบกับความแปลกตาที่ไม่ค่อยจะหาได้ในเมืองกรุง นั่นคืออาคารทั้งหลังถูกสร้างด้วยไม้ ซึ่งห้องโถงกลางจะแบ่งโซนระหว่างโต๊ะและเคาน์เตอร์ ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์นั้นมีกระดานขนาดใหญ่ที่ติดกระดาษมากมายเอาไว้อยู่

                “รีเบลล่าไม่ใช่รึไง แล้ววันนี้จะรับภารกิจแบบไหนดีล่ะ” เธอหันมามองที่ฟีเรียก่อนจะถามว่า “สาวน้อยคนนี้ใครงั้นเหรอ ?”

                 รีเบลล่าลูบศีรษะเด็กสาวก่อนจะตอบคำถามนั้นกลับไป “นี่ฟีเรีย... น้องสาวเอรี่น่ะ”

               “สวัสดีค่ะ” ฟีเรียโค้งให้เล็กน้อย

                หลังจากทักทายและแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหญิงสาวร่างใหญ่ตรงหน้าชื่อว่า เอนน่า เธอตกใจอยู่ไม่น้อยหลังจากรู้ว่าฟีเรียเป็นน้องสาวของเอริซ่า เมื่อได้ยินคำขอของรีเบลล่าเธอก็รีบตอบรับทันทีเพราะมันเป็นสิ่งที่อยากรู้อยู่เหมือนกันว่าน้องสาวของอัจฉริยะคนนั้นจะเก่งแค่ไหน

                เอนน่ายื่นกล่องที่ด้านในมีแหวนต่างชนิดกันวางอยู่ เด็กสาวเลือกแหวนที่ประดับอัญมณีสีแดง เธอเลือกทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าทั้งสามชิ้นมันแตกต่างกันอย่างไร มีเพียงรอยยิ้มเล็กน้อยของเอนน่าเท่านั้นที่เผยให้เห็นหลังจากที่เลือกไปแล้วจากนั้นเอนน่าก็เดินนำทางทั้งสองไปยังห้องฝึก

                ระหว่างทางเอนน่าพูดบางอย่างกับรีเบลล่าด้วยเสียงที่เบา เด็กสาวพยายามแอบฟังแต่ก็ไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อยว่าทั้งสองคุยอะไรกันอยู่ เมื่อเดินเข้าประตูห้องฝึกแสงสีขาวได้ห่อหุ้มร่างของทั้งสามเอาไว้

                ภายในห้องฝึกมีอาวุธจำลองหลากหลายชนิดที่ทำจากไม้แขวนอยู่เต็มกำแพง ระหว่างที่ฟีเรียกวาดสายตายมองอาวุธเหล่านั้นเสียงของเอนน่าดังแทรกขึ้น

                “รับนี่ไปสิ เอาเป็นว่าถ้าทำให้ฉันล้มลงไปนอนกับพื้นได้ล่ะก็ ถือว่าเธอชนะ”

                เมื่อเด็กสาวหันไปเพราะเสียงเรียกของเอนน่าก็พบกับดาบไม้ที่กำลังลอยมา มือขวายกขึ้นพยายามคว้ามันแต่ก็ไม่ทัน ทำให้ดาบไม้กระแทกเข้าที่หน้าผาก เธอล้มลงไปนั่งกับพื้นจากนั้นก็รีบคว้ามันและลุกขึ้นพลางลูบที่หน้าผากเบา ๆ ดาบไม้ค่อนข้างมีน้ำหนักพอสมควร ฟีเรียพยายามจับดาบขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อมแบบที่เคยเห็นมาในหนังหลาย ๆ เรื่อง

                “แล้วยังไงต่อค…” เธอพูดยังไม่ทันจบประโยค หญิงร่างใหญ่ตรงหน้าก็พุ่งเข้าใส่ ดาบไม้ของเธอฟาดลงมาเป็นเส้นตรง ระหว่างที่เด็กสาวกำลังตกใจอยู่นั้น

                ‘ระวัง เสียงแหลมของหญิงสาวปริศนาดังขึ้นภายหัว ร่างกายที่เมื่อครู่ยังดูอ่อนแอกลับแข็งแกร่งขึ้นในพริบตา เธอยกดาบไม้ขึ้นปัดป้องได้ทัน เอนน่าเห็นถึงความผิดปกติจึงรีบถอยกลับไป

                “ปัดได้สวยเลยนิ” เสียงปรบมือเบา ๆ ของรีเบลล่าดังขึ้น

                “ใช้ได้เลยนะเนี่ย งั้นเราเริ่มของจริงกันดีกว่า ลองพูดว่า Gear On สิ” เอนน่าชูแหวนที่ใส่ให้ดู

                Gear On” ทั้งสองพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น หลังสิ้นเสียง แหวนในมือเอนน่าค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นถุงมือ ส่วนแหวนในมือฟีเรียเปลี่ยนสภาพกลายเป็นรองเท้า

                รับมือ เอนน่ากล่าวจบก็พุ่งเข้าใส่ทันที

                ดาบไม้เฉียดใบหน้าเด็กสาวไปเล็กน้อยเพราะการก้าวเท้าหลบได้ทันท่วงที เอนน่าที่โจมตีพลาดไม่ทิ้งจังหวะไว้นาน เธอก้าวเท้าประชิดฟาดดาบลงอีกครั้งทันที

                ฟีเรียตั้งหลักได้ไม่ทันทำให้เอียงตัวหลบไม่พ้นปลายดาบ เสื้อผ้าบางส่วนฉีกขาดออกไป เอนน่าคว้าโอกาสนี้เหวี่ยงหมัดฮุคขวาเข้าใส่บริเวณท้องทันที

                การโจมตีฉับพลันที่คิดเอาไว้เหมือนจะได้ผล ทว่าฟีเรียผลิกการโจมตีนั่นให้เป็นโอกาสโต้กลับโดยไม่หลบหมัดฮุคนั่นแต่ก้าวเท้าเข้าประชิดแทน มือขวาละดาบแล้วคว้าต้นแขน ส่วนอีกข้างคว้าข้อมือที่ปล่อยหมัด ฟีเรียจับเอนน่าเหวี่ยงไปตามทิศทางหมัด หญิงร่างใหญ่ลอยไปตามแรงเหวี่ยงและผลิกตัวตั้งหลักลงพื้นได้ทันท่วงทีจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

                “เอาจริงได้แล้วมั้งเอนน่า” รีเบลล่าพูดขึ้นเมื่อเห็นทีท่าของเอนน่า ทำให้หญิงร่างใหญ่ส่งสายตาพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆกลับไปเป็นการตอบรับ

                “แล้วถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ”

                เพราะความประมาทเมื่อครู่ทำให้ผลแพ้ชนะเกือบจะออกมาในทันที เอนน่าปรับลมหายใจให้กลับมาคงที่จากนั้นก็รวบรวมสมาธิไปที่ดาบและย่างก้าวเข้าประชิดอย่างระมัดระวัง ฟีเรียที่เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้จึงเลียนแบบทันที

                ทั้งสองก้าวเท้าเข้าประชิดกันอย่างช้า ๆ เอนน่าถือโอกาสเปิดจังหวะการโจมตีก่อน ดาบไม้ฟาดลงที่ศีรษะ ฟีเรียถอยฉากออกไปได้ทันทว่ามันเป็นสิ่งที่เอนน่าคิดเอาไว้แล้ว เธอก้าวเท้าเข้าประชิดอีกหนึ่งจังหวะแล้วใช้ปลายดาบแทงไปที่ต้นคอทันที

                เด็กสาวเบี่ยงตัวหลบได้แต่ไม่พ้นทำให้ปลายดาบเฉียดต้นคอไปเล็กน้อย จากการโจมตีนั้นทำให้สมดุลของเธอเสียไป แต่เอนน่าก็ไม่ได้รีบร้อนเหมือนคราวก่อน เธอจึงดึงมือกลับไปชั่วขณะเพื่อตัดสินใจสำหรับการโจมตีครั้งถัดไป และคำตอบก็คือเอนน่ารีบโจมตีซ้ำไปที่จุดเดิมโดยฟาดดาบในแนวทแยงเล็งไปบริเวณต้นคอ ทว่าฟีเรียกับส่งรอยยิ้มให้กับการโจมตีนี้ มันทำให้เอนน่ารู้ตัวทันที

                "หลอกงั้นหรอ !! " ความกดดันที่ควรจะส่งไปกลับย้อนมาหาเอนน่า เหงื่อที่ไหลเพราะความตื่นเต้น เธอกำดาบไม้แน่นขึ้นกว่าเก่า

                ฟีเรียก้มหลบได้ทันและใช้แรงดีดจากขาพุ่งเข้าใส่เอนน่าทันที สาวร่างใหญ่เบิกตากว้างกับสถานการณ์ตรงหน้าแต่นี่แหละคือโอกาสของเธอ เอนน่าเบี่ยงตัวหลบวิถีดาบและคว้าข้อมือของฟีเรียเอาไว้ เธอเผยยิ้มก่อนจะหมุนตามทิศที่เด็กสาวพุ่งเข้าใส่และเหวี่ยงออกไปเข้าไปชนกำแพงอย่างจัง

                เมื่อเห็นว่าฟีเรียลงไปนอนกองกับพื้นเอนน่าก็ถอนหายใจเล็กน้อย เพราะแสงสีขาวที่หอหุ้มร่างก่อนเข้าห้องมานั้นช่วยป้องกันไม่ให้มีอันตรายถึงชีวิตและลดความเสียหายให้ เด็กสาวจึงพยุงร่างลุกขึ้นอย่างเรียบง่ายพร้อมกับดาบไม้ในมือ

                ถึงจะลดความเสียหายแล้วการโจมตีเมื่อครู่ก็ทำให้ขาของเธอสั่นเล็กน้อยขณะลุกขึ้น เด็กสาวแหงนหน้าเล็กน้อยก่อนจะมองเอนน่าด้วยหางตา

                "เป็นอะไรไป จะยอมแพ้เลยก็ได้นะ แล้วก็สายตาแบบนั้นหมายความว่าไง" เอนน่ายังคงจับจ้องไปที่คู่ต่อสู้ไม่ละสายตาไปไหน

                เด็กสาวยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนวิธีจับดาบจากสองมือเป็นมือเดียว เธอก้าวเท้าและเร่งความเร็วเข้าหาเอนน่าที่ยืนอยู่ในชั่วพริบตา เมื่อเข้าถึงระยะดาบก็ตวัดขึ้นเป็นแนวตรง เอนน่าตัดสินใจหลบแทนที่จะเป็นการปัด

                ปลายดาบเฉียดปลายจมูกเอนน่าไปนิดเดียวเท่านั้น แรงกดดันมหาศาลจากการโจมตีเมื่อครู่ทำให้เอนน่ายกถุงมือปัดทิศทางดาบถัดไปที่พุ่งเข้าใส่ ขณะที่กำลังคิดจะคว้าโอกาสนี้สวนกลับนั้นเด็กสาวที่เซไปด้านข้างเพราะแรงปัดก็ใช้เท้าขวาเป็นจุดหมุนในการเหวี่ยงเพื่อใช้เท้าซ้ายเตะสูงใส่เธอ

                เอนน่าตัดสินใจยกการ์ดขึ้นแทนการสวนกลับได้ทัน แรงปะทะทำเอาเซไปเล็กน้อย เมื่อฟีเรียเห็นว่าการโจมตีได้ผลก็ถอยฉากหลบออกไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับครั้งถัดไป

                "การตั้งท่าถือดาบแบบนั้นมัน..." เอนน่าถอดสีหน้าที่ฝืนยิ้มออกไปเมื่อเห็นวิธีถือดาบของเด็กสาว

                เสียงดาบไม้ปัดป้องดังเป็นจังหวะ การต่อสู้ดำเนินไปจนกระทั่งการโจมตีของเอนน่าได้เปิดช่องโหว่ให้ฟีเรียโจมตีสวนกลับและนั่นก็เป็นกับดักที่เอนน่าวางเอาไว้ เด็กสาวที่รู้ตัวช้าเกินไปก็ส่งเสียง ชิ ในลำคอเบา ๆ ดาบของฟีเรียเล็งไปที่ใบหน้าได้ถูกถุงมือของเอนน่ารับเอาไว้และถูกแรงสะท้อนกลับจากถุงมือจนดาบหลุดมือ

                “เสร็จฉันละ !” เอนน่าที่ได้โอกาสฟาดดาบครั้งสุดท้ายหวังจบการต่อสู้ ทว่าเด็กสาที่ทำท่าเหมือนจะล้มกลับก้าวประชิดร่างเอนน่าได้ทันก่อนที่ดาบจะถูกฟาดลงมา สีหน้าของสาวร่างใหญ่เปลี่ยนไปทันที

                ฟีเรียคว้าแขนที่พุ่งใส่เมื่อครู่พร้อมกับคอเสื้อ เธอจับเอนน่าทุ่มลงกับพื้นโดยใช้แรงที่เอนน่าฟาดดาบลงมาเป็นตัวช่วย ในครั้งนี้เอนน่าตั้งตัวไม่ทันจึงทำให้แผ่นหลังกระแทกกับพื้น

                “โห... นี่เธอแพ้เด็กจริง ๆ เหรอเนี่ย” เสียงอุทานลากยาวอยู่สักพักก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างหนักจนต้องนำมือไปกุมที่บริเวณท้อง

                เงียบไปเลย รีเบลล่า!!”

                “ฟีเรีย !” ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกันอยู่นั้น เด็กสาวล้มลงกับพื้นราวกับหมดสติไปจึงทำให้รีเบลล่ารีบเข้ามาช่วยทันที

                หลังจากนั้นไม่นานฟีเรียก็ได้สติกลับมา ทั้งสามคนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ในสมาคมเพราะคำถามของเด็กสาวจึงทำให้เอนน่าและรีเบลล่าต้องสงสัย เธอถามออกมาว่าผลแพ้ชนะเป็นอย่างไรและยังบอกอีกว่าตนเองนั้นจำอะไรไม่ได้เลย

                นั่นทำให้รีเบลล่าคิดว่าคงเป็นเพราะพึ่งจะตื่นขึ้นมาและรับอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างมากเกินไปจึงทำให้ความทรงจำผิดแปลกออกไป ในเมื่อเจอคนเก่งขนาดนี้เอนน่าก็อดที่จะชักชวนเข้าสมาคมไม่ได้ เธอเริ่มอธิบายถึงข้อดีของสมาคมพร้อมทั้งพูดจาหว่านล้อมแต่มันก็ไม่ได้ผลกับเด็กสาว

                เรื่องนั้นขอคิดอีกทีแล้วกันค่ะ เธอตอบกลับอย่างเรียบง่าย

                งั้นก็ไว้เจอกันนะ เอนน่าแพ้เด็ก เมื่อพูดจบเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทันที

                ว่าไงนะ รีเบลล่า !”

                หลังจากกล่าวลากันเสร็จรีเบลล่าก็เดินมาส่งเด็กสาวที่บ้าน ซึ่งระหว่างทางก็ได้อธิบายเกี่ยวกับการใช้เกียร์เบื้องต้น แต่เด็กสาวก็อดสงสัยไม่ได้ก็คือรีเบลล่าเดินนำอย่างกับรู้ว่าบ้านของฟีเรียอยู่ไหน

                “แล้วเธอ อยากรู้ไหมว่าล่ะว่าจริง ๆ แล้ว เกียร์ มันคืออะไรกันแน่รีเบลล่าชูแหวนที่ประดับอัญมณีสีเขียวในมือให้เห็น

                “อยากรู้สิคะ” เด็กสาวตอบกลับพร้อมแววตาอยากรู้อยากเห็น

                “งั้นเดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังเองก็แล้วกัน”

                  “ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที โลกใบนี้ไม่มีของที่เรียกว่า เกียร์ หรอกนะ ทว่านักประดิษฐ์อัจฉริยะ ลีนัส วินฟรอด ได้สร้างเกียร์ชิ้นแรกสำเร็จ’”

                “มันถูกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการทหารเป็นอย่างแรก ในตอนนั้นเองกองทัพของอาณาจักรมิเลย่าที่เป็นผู้นำด้านการรบเริ่มออกล่าอาณานิคม ทวีปเมเฟียสลุกเป็นไฟ อาณาจักร...”

                “เอ่อคือ คุณรีเบลล่าคะ” ฟีเรียเอ่ยแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้เพราะมันเต็มไปด้วยชื่อสถานที่ที่ไม่รู้จัก

                “สรุปให้ฟังง่ายๆ หน่อยได้ไหมคะ”

                 “อ๊ะ... โทษที พอดีฉันชอบประวัติศาสตร์น่ะ เลยเผลอไปหน่อย” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะพูดต่อ “ถ้าจะให้พูดถึงความเป็นมาง่าย ๆ ก็ หลังจากสงครามนั่นเกียร์ก็ถูกพัฒจนแพร่หลายไปทั่วโลก”

                “นี่คือความเป็นมาของเกียร์ฉบับย่อ ส่วนเรื่องเกียร์คืออะไรนั้น อ๊ะ...ดูนั่น” รีเบลล่าชี้ไปที่ประตูร้านรีสทีร่า

                “ก...เกิดอะไรขึ้น”

                ทั้งสองหยุดอยู่ที่หน้าประตู กระจกด้านหน้าร้านแตก เศษกระจกตกอยู่เต็มพื้น ประตูมีรอยสีดำที่เกิดจากการไหม้ ฟีเรียผลักประตูตรงหน้าโดยหวังว่ามันจะเปิดแง้มออกไปเล็กน้อย ประตูกับล้มลงไปด้านหน้าแทน ด้านหลังของประตูเป็นสภาพภายในร้านที่เละเทะไปหมด พื้นไม้สีน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีดำและชายแปลกหน้ายืนอยู่ด้านหน้าของหญิงสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่

                ชายหนุ่มตรงหน้ามีผมสั้นสีเงิน สวมใส่ผ้าคลุมและถือแฮลเบิร์ดมันเป็นอาวุธประเภทหอกบริเวณปลายคล้ายขวานและทวนผสมกันซึ่งส่วนปลายของมันมีคราบเลือดสีแดงติดอยู่ เขาเหลือบมาสบตากับเด็กสาวด้วยนัยน์ตาสีแดงสดราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไป สายตานั่นทำให้ฟีเรียตัวสั่นไปชั่วครู่และอยากจะวิ่งหนีออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด หลังจากสบตาไม่นานชายหนุ่มสะบัดแฮลเบิร์ดก่อนจะเผยยิ้มเล็กน้อยและพุ่งเข้าใส่ฟีเรียทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #116 xvnotg (@xvnotg) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:25
    เรื่องนี้ ญญ ชิมิเริ่มไม่แน่ใจ
    #116
    1
    • #116-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 3)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:34
      เดี๋ยวมาเรื่อย ๆ เจ้าค่ะ
      #116-1
  2. #103 Yu - k'ami (@wonder-wind) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:02
    รู้สึกกระหายเลือดนิดๆคะ.. และอยากให้ทุ่งลิลลี่เบิ่งบานด้วยการต่อสู้...
    #103
    0
  3. #48 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 10:49
    ฟีเรียเก่งมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการต่อสู้ครั้งแรกในเรื่อง
    #48
    0
  4. #19 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 04:48
    เนื้อเรื่องน่าสนใจดีนะงับ
    #19
    0
  5. #11 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 20:25
    ตอนนี้บรรยายชวนนึกถึงในอนิเมะ
    การต่อสู้ก็เห็นภาพเช่นกันครับ ทำดีมากครับ :3

    โอกาศ ต้องเขียนเป็น โอกาส นะครับ(อยู่ในส่วนหนึ่งของฉากต่อสู้)

    ปล. สถาณการณ์ เปลี่ยนเป็น สถานการณ์ (อีกครั้งนะครับ) (และถ้ามีคำผิดที่ผมมองไม่เห็นอีก ต้องขออภัยมากด้วยนะครับ แล้วก็อย่างว่าผมจู้จี้ไปน้าาาา ถ้าทำให้ไม่พอใจขอโทษด้วยครับ)

    เดี๋ยวมาอ่านต่อนะฮับ
    #11
    0