The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 28 : เมดาลิน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

                พระอาทิตย์จวนจะลับฟ้า แสงเริ่มลดน้อยลง พระจันทร์เคลื่อนขึ้นแทนที่ เวลาค่อย ๆ ดำเนินผ่านไปจนกระทั่งมาถึงหน้าเมืองเมดาลิน

                กำแพงสูงถูกก่อขึ้นอย่างประณีต มันดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม ธงที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองจำนวนมากเหนือกำแพงโบกสะบัดไปมาตามสายลม ด้านหน้าประตูเมืองขนาดใหญ่มีทหารยามคอยเฝ้าอยู่

                พวกฟีเรียมาหยุดอยู่ด้านหน้าเพราะเสียงเรียกทักของทหารยาม

                “ขอตรวจบัตรผ่านทางด้วยครับ”

                “ลงทะเบียนตรงไหนล่ะเบทตี้เอ่ยถามออกไปเมื่อเห็นทหารยามยื่นมือเข้าใกล้ ก่อนหน้านี้เธอบอกกับกลุ่มของตัวเองแล้วว่าจะต้องมาลงทะเบียนก่อน เพราะเป็นเมืองหลวงจึงต้องตรวจสอบคนเข้าออกตลอดเวลา เพื่อป้องกันในหลาย ๆ เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น

                “เชิญด้านนั้นเลยครับ” เขาชี้ไปยังโต๊ะที่มีพนักงานประจำอยู่ มีคนมากหน้าหลายตาที่ต่อแถวอยู่ หางแถวห่างจากโต๊ะอยู่พอสมควร เรียกได้ว่าแค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องเสียเวลามากแค่ไหน

                รูดอฟที่ยืนข้างเบทตี้สงสัยเรื่องราคาจึงถามออกไป แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็ตรงกับคำถามแต่ว่าทหารยามขยับปากเข้าข้างหูก่อนจะเริ่มกระซิบ

                 “ถ้าให้ฉันคนละร้อยเลเนียล่ะก็ ไม่ต้องไปต่อคิวก็ได้นะ” เขาขยับใบหน้ากลับที่เดิมก่อนจะหยิบบัตรผ่านทางขึ้นมาให้ดู

                จะถือว่าเป็นทางเลือกก็แล้วกัน เพราะถ้าไปต่อแถวละก็คนละสี่สิบเลเนียเท่านั้น แต่มันก็ต้องแลกกับเวลาที่เสียไป ฟีเรียที่เห็นรูดอฟทำหน้าครุ่นคิดจึงถามออกไปว่าเมื่อครู่ทหารยามกระซิบอะไร

                จะเลือกอย่างไหนระหว่างคนละร้อยเลเนียเข้าเมืองได้เลยกับคนละสี่สิบเลเนียแต่ต้องไปต่อแถวตรงนั้น

                รูดอฟตอบคำถามเด็กสาวพร้อมเสนอคนในกลุ่มก่อนจะชี้ไปที่หางแถว ถึงจะพูดออกไปฟีเรียก็ยังแสดงสีหน้าสงสัยออกมาอยู่ดี เพราะเธอไม่ทราบว่าร้อยเลเนียมันมีค่ามากขนาดไหนเมื่อนำไปเทียบกับเงินบาท

                “นี่ไม่ผิดกฎหมายรึไง” เซร่าที่ได้ยินข้อเสนอนี้จึงต้องอุทานออกมาเบา ๆ แต่มันก็เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวหากคิดส่วนต่างให้เป็นการเสียเงินสำหรับซื้อเวลาไป เพราะวันนี้เธอเดินทางมาหลายชั่วโมงแล้ว ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้า จะให้มายืนต่อแถวอีกเป็นชั่วโมงคงจะไม่ไหว

                ขณะที่เซร่ากำลังคิดอยู่ว่าเหลือเงินเพียงพอไหม เด็กสาวตรงหน้าก็เอ่ยถามขึ้นมาว่าเงินจำนวนร้อยเลเนียมันมากขนาดไหน ทำให้เซร่าตกใจเล็กน้อยที่เด็กสาวไม่รู้มูลค่าของเงิน เธอจึงยกตัวอย่างให้ฟังง่าย ๆ เมื่อนำเงินไปเทียบกับจำนวนวันที่สามารถพักได้ในโรงแรม

                “ร้อยเลเนียสำหรับ ห้าวัน ในโรงแรมระดับกลาง ส่วนอาหารก็ซื้อได้หลายสิบมื้อ”

                “งั้นก็ ไปต่อแถวกันได้แล้วเบทตี้เอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าไป เพราะเมื่อได้ยินเซร่าคิดเล็กคิดน้อยแล้ว เธอคงจะไม่อยากจ่ายเงินจำนวนนี้

               

                ภายในตัวเมืองนั้น ถนนถูกปูด้วยหินอย่างประณีต เสาไฟข้างทางแต่ละต้นเว้นระยะห่างกันอย่างลงตัว ผสมรวมกับสิ่งก่อสร้างที่ทำจากอิฐจึงทำให้บ้านดูแปลกตา เพราะฟีเรียไม่เคยเห็นพวกนี้มาก่อนดวงตาจึงเบิกกว้างเล็กน้อย

                ตอนนี้เข้าสู่ช่วงหัวค่ำ แสงสว่างข้างทางจึงเริ่มเปิดใช้งาน

                “เซร่า พวกฉันขอแยกกับเธอตรงนี้แล้วกัน” เบทตี้เอ่ยทักขึ้น เพราะที่รวมกลุ่มกันก็เพื่อเดินทางมาเมดาลิน และเป้าหมายตอนนี้ก็ลุล่วงแล้ว จะแยกกลุ่มก็ไม่ได้เสียหายอะไร

                “ทำไมล่ะคะ ?”

                “เธอก็มีธุระของเธอ ส่วนฉันก็มีธุระของฉัน ใช่ไหมล่ะ” เบทตี้ชี้มาที่เซร่าและชี้กลับไปที่ตัวเองตามลำดับก่อนจะสะกิดรูดอฟข้าง ๆ ให้เตรียมตัวเข้าที่พักได้แล้ว

                “เอาตามนั่นก็ได้ไว้เจอกันคะ”

                “มาหาฉันที่สมาคมฮันเตอร์ได้นะ ส่วนใหญ่ฉันชอบไปอยู่นั่น” เบทตี้โบกมือลาก่อนจะเดินนำ รูดอฟโค้งให้ก่อนจะเดินตามเธอไป

                “นี่ก็เย็นมากแล้ว รีบหาที่พักเถอะ” เซร่าคว้ามือเด็กสาวและเดินจูงไป ระหว่างที่เดินไปตามถนนหลักเพื่อหาที่พัก เด็กสาวเอ่ยถามเกี่ยวกับเงินในกระเป๋าตอนนี้

                “เซร่า เหลือเงินเท่าไหร่หรอ” คำถามนี้ทำให้เซร่าหยุดเดินกะทันหัน

                “เพราะเจ้าหมาป่าพวกนั้น ม้าที่เซร่าเสียเงินซื้อมาหายไปเพราะหมาป่า เงินก้อนนั้นได้มาจากการขายเกียร์ให้กับคนรู้จักในเมือง จำนวนเงินจึงได้ไม่มากนักเพราะรู้จักจึงต้องมีส่วนลด ไม่ใช่แค่นั้นเงินบางส่วนที่เก็บในกระเป๋าเป้ใบโปรดก็หายไป

                “ก็คงจะพอสำหรับที่พักคืนนี้แหละนะ” บริเวณที่เซร่าหยุดเดินตรงกับหน้าโรงแรมพอดี ดูจากสภาพภายนอกแล้วเงินในกระเป๋าตอนนี้คงจะจ่ายไหว ไม่อยากจะให้เด็กสาวข้างกายเป็นห่วงจึงต้องพยายามไม่แสดงสีหน้าอะไรออกไป

                ป้ายไม้สลักคำว่า รีเกล แขวนอยู่หน้าประตูไม้ เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปด้านใน เด็กสาวถึงกับต้องอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อมองดูรอบ ๆ ระหว่างที่เดินไปหาพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์

                “สวยจัง...”

                ห้องโถงที่ไว้รับรองแขกนั่นถูกตกแต่งโดยเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากหลายชนิด มีโคมไฟแชนเดอเลียห้อยลงมาจากเพดานคอยให้แสงสว่างอย่างพอเหมาะ กำแพงไม้มีภาพประดับอยู่ทั่ว มันเป็นความหรูหราที่ลงตัวกับความเรียบง่าย

                “มีอะไรให้รับใช้คะ” เสียงพนักงานต้อนรับบริเวณหลังเคาน์เตอร์ทักขึ้น  

                “ห้องพักหนึ่งห้อง หนึ่งคืน กี่เลเนีย”

                “จะรับเป็นห้องเตียงเดี่ยวหรือ เตียงคู่ดีคะ แล้วอาหารเช้าอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” หล่อนยื่นกระดาษคล้ายใบเมนูอาหารให้ถ้ามากันสองคนดิฉันเกรงว่าพวกท่านจะต้องนอนเบียดกันจึงขอแนะนำให้เป็นห้องที่มีเตียงคู่ค่ะ

                “งั้นห้องเตียงคู่ กี่เลเนียล่ะ ?”

                “สำหรับห้องเตียงคู่พร้อมอาหารเช้าจะอยู่ที่ 60 เลเนียต่อวันค่ะ”

                 “อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมฟีเรีย” เซร่าหยิบเมนูอาหารยื่นให้เด็กสาวด้านข้าง เธอรับมันและเลือกอยู่พักหนึ่งก่อนจะคืนให้

                “เซร่าเลือกแล้วกัน ฉันยังไงก็ได้”

                “งั้นก็ ห้องเตียงคู่หนึ่งคืน ส่วนอาหารเช้าก็เป็นนี่นะ” เซร่าวางเมนูลงและชี้ลงไปที่รายการอาหารพร้อมกับยื่นเงินให้ตามจำนวน

                “รับทราบค่ะ ขอขอบคุณที่ไว้วางใจในโรงแรมรีเกลของเราค่ะ” หล่อนโค้งให้ “ดิฉันจะนำทางไปที่ห้องนะคะ” พนังานสาวเดินนำไปที่บันไดด้านหลังเคาน์เตอร์ เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพัก

                “นี่เป็นกุญแจห้องค่ะ” เธอยื่นกุญแจให้ เซร่ารับมัน “ถ้าหากมีอะไรสงสัยสามารถมาถามดิฉันได้ที่ด้านล่างค่ะ” พนักงานสาวโค้งให้และเดินลงบันไดไป

                “เข้ามาสิฟีเรีย” เซร่าเปิดประตูและเดินนำเข้าไป ห้องพักไม่ได้กว้างมากเท่าไหร่แต่มันก็พอสำหรับการอยู่สองคน ส่วนเตียงเป็นเตียงเดียวแต่มีขนาดใหญ่สำหรับนอนสองคน

                “อืม...วันนี้คงไม่ได้อาบน้ำนะฟีเรีย
                “คะ ?เด็กสาวเอียงศีรษะเล็กน้อย

                กระเป๋าเป้ของฉันมันหายไปน่ะสิ เมื่อเช้าก็ลองกลับไปดูแล้วก็เจอแต่ซากเต็นท์ ยังโชคดีที่สินค้าที่เตรียมมาไม่ได้หายไปไหน”

                “สินค้า ?”

                เกียร์ที่ฉันเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมาน่ะ ไงก็รีบเข้านอนแล้วพรุ่งนี้ไปซื้อของกันดีกว่าเซร่าปลดเสื้อนอกก่อนจะตรงดิ่งไปฟุบลงหมอนบนเตียงก่อนจะส่งสายตามาให้ฟีเรียมานอนข้าง ๆ ตน

                แสงไฟในห้องดับลง อากาศกำลังเย็นสบาย เบาะนุ่ม ๆ ที่คิดถึง เป็นบรรยากาศที่สมควรแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก หลายวันมานี้ที่เดินผ่านป่าหรือจะก่อนหน้านั่น มันเกิดเรื่องขึ้นเยอะแยะไปหมด ยิ่งความเหนื่อยล้าที่สะสมมายิ่งทำให้หลับง่ายเข้าไปอีก ท่ามกลางความเงียบเซร่าเอ่ยถามขึ้นมา

                “หลับรึยัง ฟีเรีย” เธอผลิกตัวหันมาจ้องหน้าเด็กสาวด้านข้าง

                “คะ ?”

                “จำได้ไหมก่อนหน้านี้ที่เคยบอกไว้ว่าฉันมีน้องด้วยน่ะ”

                เด็กสาวนึกเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป เพราะยิ่งเธอพยายามนึกว่าเซร่าบอกเมื่อไหร่ก็ยิ่งทำให้นึกไม่ออก ทั้งที่เรื่องมันเกินขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเท่านั้น

                “ค่ะ...เคยบอกด้วยหรอคะ”

                “น้องสาวฉัน เธอชื่อ อเมทิสต์ เป็นเด็กที่น่ารักมาก ๆ ฉันเล่นกับเธอเสมอ แล้วก็ฉันไม่ใช่คนประเภทที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอกนะ หมายถึงถ้ามีคนเดือดร้อนอยู่ฉันก็จะปล่อยเขาไปและไม่ยื่นมือไปช่วย”

                “งั้น...” เด็กสาวกำลังจะเอ่ยถามแต่ก็ถูกเซร่าพูดแทรกขึ้นมาก่อน

                แต่ว่าไม่ใช่สำหรับเธอ ฟีเรีย

                “คะ ?

                “เพราะคล้ายกับน้องสาวของฉัน นิสัยแปลก ๆ ใบหน้า เส้นผมกระทั่งร่างกายที่บอบบางของเธอ มันทำให้ฉันยิ่งอยากจะดูแลมากขึ้นไปอีก ตั้งแต่ที่ฉันช่วยเธอตอนตกหน้าผาก็คิดแล้วคิดอีกว่าหากฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้นเธอจะเป็นยังไง ฟีเรีย”

                ฟีเรียที่ได้ยินแบบนั้นก็ผลิกตัวหนีไปอีกฝังเพื่อปกปิดใบหน้าที่เขินอายของตัวเอง นี่มันจะเรียกว่าสารภาพรักได้ไหม แต่ว่าเซร่าชอบน้องสาวตัวเองงั้นหรอเนี่ย

                “งั้นก็ราตรีสวัสดิ์นะ ฟีจัง” คำเรียกชื่อที่เปลี่ยนไปกะทันหันทำให้เด็กสาวหน้าแดงเพราะความเขินอายยิ่งกว่าเดิม ยังดีที่ความมืดภายในห้องช่วยปกปิดใบหน้านี้อีกที

                “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” เด็กสาวพยายามกล่าวออกไปให้ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เซร่าจับได้ว่ากำลังเขินอยู่ เมื่อฟีเรียจมดิ่งสู่นิทราเรียบร้อย เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ภายในห้องโถงที่มีขนาดกว้างมาก กว้างจนหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ บริเวณรอบด้านเป็นสีขาวตั้งแต่พื้นจนกระทั่งเพดาน


                เหมือนว่าจะได้เวลาแล้วสินะเสียงแหลมของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อเธอเห็นว่าแบรนด้อนรู้สึกตัว

                   มีเงาดำของหลายคนปรากฏอยู่ ทุกคนยืนเว้นห่างจากกันอย่างพอเหมาะโดยยืนโค้งกันเป็นรูปครึ่งวงกลม เงาดำปรากฏเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของแต่ละคนเท่านั่น แน่นอนว่าแบรนด้อนก็เป้นแบบนั้นเช่นกัน

                และต้นเสียงที่ว่ามาจากหญิงสาวที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง เธอสวมฮู้ดคล้ายแม่มดและนั่งอยู่บนบัลลังก์ มีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่ได้เป็นเงาสีดำ

                “แม้ว่าจะขาดไปคนหนึ่งก็เถอะ”

                 เสียงของสาวในฮู้ดแม่มดดังขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้แบรนด้อนตั้งใจฟังและเสียงที่ว่าคุ้นหูจนไม่ต้องเสียเวลานึก ถ้าหากเป็นคนที่คิดเอาไว้ล่ะก็คงจะลุกขึ้นเปิดฮูดแน่นอน

                “ขอต้อนรับเหล่าเทพบริวารของข้า และเหล่ามนุษย์ผู้ถูกเลือกทั้งหลาย”

                และมันก็เป็นไปตามที่แบรนด้อนคิดเอาไว้ สาวต้นเสียงลุกขึ้นเปิดฮู้ดและเลื่อนมือกอดอกอย่างมั่นใจก่อนจะเริ่มแนะนำตัว

                “ข้า เลน่า เซอ ดีวาเลนเทีย เทพลำดับที่ 1” เมื่อแนะนำตัวเสร็จ เลน่านั่งลงที่บัลลังก์เช่นเดิม เธอยกขาขึ้นไขว่ห้างก่อนจะเริ่มพูดต่อ

                “ข้าจะเล่าอะไรให้พวกเจ้าฟังก็แล้วกัน”

                “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... มีเด็กหนุ่มคนอาศัยอยู่กับพ่อของเขาในหมู่บ้านการเกษตรที่ตั้งอยู่ในป่านิรนาม พวกเขารับจ้างหาฟืน

                วันหนึ่งพ่อของเขาไปเล่นการพนันจนเสียทรัพย์สินไปจนหมดตัว ทั้งสองจึงต้องทำงานหนักกว่าเก่า พ่อได้สั่งเด็กหนุ่มให้แยกกันหา หวังว่าจะได้ฟืนที่มากกว่าเดิม เด็กหนุ่มเจอเข้ากับฟืนแปลก ๆ เขาเลยลองหักมันดูทว่า...”

                “เข้าเรื่องเลยได้ไหมคะ ?” เสียงของหญิงสาวที่กดลงต่ำดังแทรกขึ้น เสียงนั่นทำให้แบรนด้อนรู้สึกตัวว่าที่ด้านหลังของเงาดำมีบางอย่างลอยอยู่ คงจะเป็นเทพบริวารของเลน่า

                “นั่นสินะ ลูน่า ไม่เห็นจะต้องมาเล่าเรื่องไร้สาระพักนี้ให้ฟังเลย” เทพองค์ข้าง ๆ กล่าวเสริมพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย

                “ลูน่า โซลาร์ พวกเธอนี่ใจร้อนเสียจริงนะ ยังดีที่เป็นข้านะ ไม่งั้นพวกเจ้าคงไม่ได้ยินเสียงตัวเองไปตลอดกาลแล้วล่ะ” เลน่านำมือบังปากและเริ่มหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเทพบริวารทั้งสอง

                “ก็ได้ งั้นก็มาเข้าเรื่องกันเลย” เธอเลื่อนมือมาเท้าคางโดยตั้งศอกกับที่วางแขน แสงสว่างวาบด้านหลังส่องประกายขึ้นไม่นานปรากฏวงแหวนแปลก ๆ ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง อีกทั้งยังมีปีกงอกออกมา  

                “Celestia พวกเจ้าคงจะรู้จักชื่อนี้ดี” เลน่าหันหน้ามองกวาดสายตาไปรอบ ๆ มาหยุดที่แบรนด้อน เธอส่งยิ้มให้ก่อนจะพูดต่อ

                “ถึงแม้จะมีบางคนเริ่มไปแล้วก็ตาม แต่ข้าจะอธิบายให้ฟังอีกสักรอบก็แล้วกัน”

                “ชีวิตอันเป็นนิรันดร์ ทรัพย์สมบัติที่เหลือล้น พลังอันไร้ขีดจำกัด หรือชีวิตที่จากไปก็นำกลับมาได้ หากนั่นเป็นความปรารถนาของผู้ชนะ ข้าจะทำให้ความปรารถนานั่นเป็นจริง และผู้ที่ชนะจะได้สิทธิเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน”

                “หนทางที่จะชนะนั่นง่ายมาก” เลน่าหยิบแหวนแปลก ๆ ขึ้นมาถือ

                “รวบรวมเกียร์จากผู้เข้าร่วมคนอื่นให้ครบ 12 ชิ้นไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม เมื่อครบก็จะถือเป็นผู้ชนะ และในมือของข้าเป็นรูปลักษณ์ตัวอย่าง”

                “มีข้อสงสัยอะไรอีกไหม” เธอกวาดสายตามองดู มีใครบางคนยกมือขึ้น “ว่ามา” เลน่าพยักหน้าให้หล่อน

                “ถ้าโลกนี้เป็นสังเวียน มันจะไม่กว้างไปหน่อยหรอ” เสียงแหลมใสดังขึ้นถาม

                “ถามได้ดี พวกเจ้าจงใช้ความรู้ ความสามารถในการหาข้อมูลซะสิ ถ้าหากันเจอเร็วมันก็ไม่สนุกพอดี งั้นจะบอกใบ้ให้อย่างนึงก็แล้วกัน”

                “ถ้าเป็นผู้เข้าร่วมด้วยกะจะมองเห็นเทพบริวารของอีกฝ่าย” หลังจากพูดจบคำถามถัดไปก็ดังขึ้นตามทันที

                “จำเป็นต้องฆ่าให้ตายเลยไหม ?

                “นั่นก็แล้วแต่พวกเจ้าเลย”

                “เอาละ ข้าขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ และในตอนนี้สงคราม Celestia ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว” เสียงดีดนิ้วดังขึ้น ร่างของผู้เข้าร่วมเริ่มค่อย ๆ หายไปตามลำดับจนครบทุกคนยกเว้นแบรนด้อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #87 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 11:19
    เทพเจ้าบงการอีกแล้ว หน๊อย ?! พวกเราลุยกับเทพเจ้าเพื่อปกป้องฟิคุงเร็ว
    #87
    0
  2. #79 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 19:38
    เทพจับมนุษย์มาเล่นเกม แต่ได้เป็นพระเจ้าของโลกใหม่ก็น่าสน
    ปล. เซร่าแอบปิ๊งฟีเรียแน่เลย(คหสต.)
    #79
    1
    • #79-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 28)
      14 กรกฎาคม 2560 / 22:47
      ไม่แน่นะเจ้าคะ สนใจลงเรือคู่นี้ไหมล่ะ ;A;
      #79-1