The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 27 : ออกจากป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ก.ค. 60

                ท้องฟ้ายามเช้าปลอดโปร่งปราศจากเมฆน้อยใหญ่ที่คอยบดบังแสงอาทิตย์ ชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่บนหลังม้าคนละตัวยกมือขึ้นบังแสงจ้า เพราะสายลมคอยพัดผ่านไปมาแดดจึงไม่ได้ร้อนมากมายอย่างที่คิด

                นี่ก็เป็นวันที่สามสำหรับการเดินทางของซิดนี่และฟิลิบ ม้าที่ทั้งสองขี่อยู่ก็เป็นตัวที่เช่ามาจากสมาคม

                “มันใช่ทางนี้แน่หรอ ฟิลิบ”

                โดยปกติแล้วพ่อค้าข่าวจะชำนาญเส้นทางในทวีปแต่กับซิดนี่แล้วไม่ใช่ เพราะเวลาข่าวที่เขาได้มานั้นเป็นวิธีที่ไม่ต้องเสียแรงเดินทางเลยแม้แต่น้อย

                วิธีที่แสนจะเรียบง่ายและตรวจจับได้ยาก การดักฟัง ซิดนี่ใช้วิธีนี้ในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกปิดเป็นความลับของสมาคม พวกสมาชิกระดับสูงเท่านั้นที่จะมีสิทธิรู้

                แต่มีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ซิดนี่ไม่สนใจคือ ห้ามนำข้อมูลที่ซื้อไปขายต่อ เป็นกฎที่ตั้งมาเพื่อให้พ่อค้าขายข่าวคุ้มค่าเหนื่อย บางข่าวที่นำมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

                “เชื่อฉันสิ” ฟิลิบหยิบม้วนกระดาษจากกระเป๋าผ้าที่สะพายอยู่ขึ้นมาคลี่ดู บนกระดาษเป็นแผนที่ทวีปอามีล่า

                ซิดนี่สงสัยเพราะมันไม่ตรงกับที่ได้ยินมาการเดินทางจากเมืองพลาเนียไปยังเมดาลินโดยปกติแล้วจะใช้เวลาไม่เกินห้าวันถ้าเดินทางด้วยม้า หากเดินเท้าก็จะไม่เกินสองหนึ่งสัปดาห์

                และตอนนี้เขาก็พบคำตอบแล้วว่าทำไมมันยังไม่ถึงเมืองพลาเนียเสียที แผนที่ในมือของฟิลิบนั้นไม่ใช่แบบล่าสุด

                “ฟิลิบ ขอฉันดูแผนที่นั่นหน่อย” ซิดนี่นำมือก่ายหน้าผากก่อนจะยื่นมือรับแผนที่จากฟิลิบ

                “อะ นี่”

                “นายได้แผนที่นี้มาจากไหน”

                “พ่อฉันเอง”

                “นี่นาย...” ซิดนี่กำแผนที่ในมือจนยับ “แผนที่นี่มันเก่าเกินไปแล้ว”

                “ก็ยังสภาพดีอยู่ไม่ใช่รึไง”

                “นั่นก็ใช่ แต่ว่าเส้นทางที่ใช้อยู่มันโครตจะอ้อมเลยนะ”

                “งั้นหรอ ก็ว่าทำไมทางมันไม่ค่อยคุ้นเลย”

                เส้นทางที่ทั้งคู่ใช้อยู่คือการเดินอ้อมป่าทางใต้ของพลาเนีย แต่ในปัจจุบันมีถนนตัดผ่านเรียบร้อยแล้ว หากใช้เส้นทางที่ว่าก็จะถึงเมดาลินได้ในไม่กี่วัน

                ที่ซิดนี่ไม่ได้ถามอะไรเพราะเห็นความมั่นใจของฟิลิบ แต่ว่านั่นทำให้การตามล่ายิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก โอกาสที่จะได้เจอตัวก็น้อยลง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มเดินทางต่อ

 

                ภายในป่าทางทิศใต้ของพลาเนีย อาหารเช้าถูกทำขึ้นเหนือกองไฟโดยเซร่ากำลังเคี่ยวซุบในภาชนะ บริเวณข้างกองไฟมีชายหนุ่มและหญิงสาวแปลกหน้านั่งอยู่

                “แล้วคุณเบทตี้เป็นฮันเตอร์ประเภทไหนคะ”

                เซร่าเอ่ยถามขึ้นขณะเคี่ยวซุบตรงหน้าอยู่ หญิงสาวผมขาวที่นั่งบนขอนไม้ เธอสวมเกราะหน้าอกเบาทับเสื้อสีดำ ฝักมีดทั้งสองห้อยอยู่บริเวณเอว

                “เฟนริลน่ะ พึ่งเลื่อนขั้นเมื่อไม่นานนี้ด้วย ดูนี่สิ” เบทตี้หยิบเหรียญตราสลักลายหัวหมาป่าเคลือบด้วยเงิน ที่มุมมีเลขสองกำกับเอาไว้อยู่

                เซร่าหันมองชั่วครู่ก่อนจะตักซุบตรงหน้าลงชามไม้ขนาดเล็ก เด็กสาวที่พึ่งได้สติโผล่หน้าออกมาจากเต็นท์เพราะเสียงพูดคุยของทั้งสอง

                เมื่อยื่นชามในมือให้เบทตี้และชายหนุ่มข้าง ๆ เซร่าก็ไปพยุงตัวเด็กสาวช่วยให้ลุกออกจากเต็นท์ง่ายขึ้น แขนซ้ายที่บาดเจ็บมีผ้าพันแผลพันเอาไว้อย่างประณีต

                “ไหวไหม ฟีเรีย” เซร่าพยุงเด็กสาวไปนั่งขอนไม้ตรงข้ามกับเบทตี้ จากนั้นก็ไปตักซุบใส่ชามต่อ

                ขอบคุณค่ะเด็กสาวแสดงสีหน้าสงสัยเมื่อเห็นคนแผลกหน้าทั้งสอง สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือคนพวกนี้เป็นคนช่วยชีวิตเธอเอาไว้ โดยผ้าพันแผลที่แขนข้างซ้ายเป็นหลักฐานชั้นดี ความเจ็บปวดลดน้อยลงกว่าเมื่อคืนมาก

                ฉันเบทตี้ เธอล่ะหนูน้อยเมื่อเบทตี้เห็นสีหน้าแบบนั้นจึงเอ่ยแนะนำตัวขึ้นก่อนพร้อมทั้งแนะนำคนด้านข้างให้ด้วย ส่วนนี้ รูดอฟ

                “ฟีเรียค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยรักษาฉันนะคะ คุณเบทตี้

                “เห็นไหมล่ะ เป็นไปตามที่ฉันบอกเลยรูดอฟเบทตี้ตบบ่าเพื่อนสนิทเบา ๆ ก่อนจะเริ่มหัวเราะคิกคักในลำคอ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนทักแบบนี้ รูดอฟยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าพูดแบบนั้นออกมา

                ฉันไม่ได้เป็นคนปฐมพยาบาลให้หรอกนะ รูดอฟต่างหากเธอยกชามขึ้นซด

                “งั้นก็ขอบคุณนะคะ คุณรูดอฟเด็กสาวส่งยิ้มออกไปให้พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อย

                ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว

                ระหว่างที่กินอาหารเช้ากันจนเสร็จก็บทสนทนาก็เริ่มต้นโดยเบทตี้ เพราะพวกเธอตั้งแคมป์ละแวกนั้นพอดีและได้ยินเสียงกรีดร้องจึงรีบวิ่งมาช่วยทันทีโดยใช้ระเบิดแสงเพื่อไล่พวกหมาป่าออกไป

                เธอเล่าถึงเรื่องเมื่อคืนที่ฟีเรียสลบไป รูดอฟเป็นคนรักษาให้โดยใช้ยาในกระเป๋าที่ลินให้มา เขาต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเพราะนอกจากเลือดจะหยุดไหลบาดแผลยังสมานตัวกันได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

                ถึงปากแผลจะปิดแต่ก็ไม่ควรจะขยับมากจนเกินไป รูดอฟให้คำแนะนำกับเด็กสาว เพราะความเจ็บปวดที่แขนยังคงอยู่ถึงจะลดลงไปมากก็เถอะ

                จากนั้นเซร่าก็เป็นคนเปิดปากเล่าถึงเรื่องเมื่อคืนว่าพบเจออะไรบ้าง หมาป่าราวห้าตัวมาจู่โจมแคมป์ ตัวเองถูกสี่ตัวล้อมเอาไว้แต่ก็รอดมาได้เพราะเกียร์ที่ถือติดมาด้วย เด็กสาวทั่วไปคงจะวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตไปแล้วแต่กับฟีเรียนั้นไม่ใช่ เธอเผชิญหน้าต่อสู้กับจ่าฝูงตัวต่อตัว

                อาวุธในมือก็ไม่มี เรียกได้ว่าเสียเปรียบกันเห็น ๆ แต่ก็ไม่รู้ถึงวิธีที่เธอรอดมาได้หรอกนะเพราะตัวเองก็ยุ่งอยู่กับหมาป่าสี่ตัวที่ล้อมเธอเอาไว้

                เซร่าไม่ได้แผลเลยหรอคะ ?เด็กสาวเอ่ยถามขึ้นเมื่อไม่เห็นผ้าพันแผลที่ส่วนไหนเลย

                นี่ไงเซร่าถกเสื้อขึ้นเหนือเอวเล็กน้อย มีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบเอวอยู่ ถึงฟีเรียจะเห็นแบบนั้นแต่นั่นไม่น้อยไปสำหรับหมาป่าสี่ตัวงั้นหรอ

                เธอเองก็เก่งเหมือนกันนี่ที่ได้แผลมาแค่นี้เบทตี้ปรบมือเบา ๆ

                “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ เด็กคนนี้มากกว่าเซร่าเลื่อนมือขึ้นไปลูบหัวฟีเรียเบา ๆ เธอมีความกล้ามากกว่าน้องของฉันอีกนะ เธอยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของเด็กสาว

                มีน้องด้วยหรอคะ แล้วผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ

                “เหมือนฉันเคยบอกเธอไปแล้วนะเซร่าไม่ได้ตอบคำถามออกไป เธอทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้เด็กสาวก่อนจะเอ่ยถามพวกเบทตี้

                “แล้วพวกคุณกำลังจะเดินทางไปไหนคะ

                เบทตี้ที่กำลังพูดคุยกับรูดอฟก็หยุดและหันมาตอบคำถามของเซร่า

                เมดาลินน่ะ

                “ทางเดียวกันสินะคะ งั้นเราเดินทางไปด้วยกันไหมคะ

                เอาแบบนั้นก็แล้วกัน ฉันก็อยากคุยกับเธอต่อเหมือนกัน

                เมื่อคุยกันจนเสร็จพวกเธอก็เริ่มออกเดินทางกัน แต่ที่ต้องทำให้เด็กสาวต้องสงสัยเพราะก็คือม้าที่ขี่มาจนถึงเมื่อวานตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว

                เธอถามคำถามนี้กับเซร่า มีเพียงสีหน้าเศร้าหมองของเซร่าเท่านั้นที่เป็นคำตอบ สาวสวมแว่นไม่ได้พูดอะไรอีกเลยหลังจากนั้น จากที่ลองคิดดูก็คงเพราะเรื่องเมื่อคืนแน่ ๆ

                ตอนนี้เรื่องที่สงสัยเหลืออีกหนึ่งเรื่องก็คือฮันเตอร์ ขณะที่กำลังจะถามคุณเบทตี้ด้านหน้าเสียงแหลมของเด็กสาวในตัวก็ดังก้องขึ้นในหัว

                ทำไมต้องพันผ้าที่แขนด้วยล่ะ ? เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ

            คำพูดนี้ทำให้คำถามเมื่อคืนที่ค้างอยู่ในหัวหายไป เมื่อคืนที่ไม่ได้ออกมาควบคุมร่างเพราะเธอไปนอนไม่ผิดแน่  ถ้าฟังจากน้ำเสียงงัวเงียที่พูดออกมาฟีเรียคงจะพึ่งตื่นได้ไม่นาน

                หมาป่ากัดแขนน่ะสิฟีเรียถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูด

            เห้อ... นายนี่มาอยู่ในร่างของเราได้ไม่ถึงเดือน แต่ทำไมปัญหาถึงเข้ามาไม่ขาดสายเลยนะ งั้นเราจะแนะนำนายก็แล้วกัน แบรนด้อน ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ

            ว่ามาสิถ้าฟังจากน้ำเสียงที่มั่นใจนี้แล้วเธอคงจะกอดอกอยู่แน่ ๆ  

                อย่างแรกเลยคืออย่าเข้าไปยุ่งกับปัญหา

            “แต่ว่า คำพูดถูกแทรกขึ้นทันทีโดยไม่ปล่อยให้แบรนด้อนได้พูดจนจบประโยค

            “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นสิ อีกอย่างนายควรจะฝึกศิลปะป้องกันตัวสักอย่างได้แล้ว ดูจากฝีมือแล้วนายคงจะไม่เคยต่อสู้เลยสินะ

            แบรนด้อนได้ยินแบบนั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้ และเขาก็ต้องแปลกใจกับคำพูดรู้ดีพวกนี้ที่ออกมาจากปากเด็กสาวอายุไม่ถึงสิบห้า แล้วฝีมือที่แท้จริงของฟีเรียเก่งกาจขนาดไหนก็ยังไม่รู้

                กับใครล่ะ ?

            “สมาคมฮันเตอร์ไง เราคิดว่าที่นั่นน่าจะช่วยนายได้

                สมาคมฮันเตอร์งั้นหรอ มันเป็นที่แบบไหนกันละเนี่ย ถ้าเป็นร่างกายในโลกฝั่งนั้นคงจะไม่พร้อมสำหรับการฝึกอะไรพวกนี้แน่ ๆ แต่กับร่างกายเล็ก ๆ ของเด็กสาวนี้คงจะพอไหว

            “แล้วทำไมเธอถึงไม่มาสอนผมเองซะล่ะ

            “ตอนที่สลับการควบคุม นายไม่ได้สติไม่ใช่หรอ

            “จริงด้วยแหะ

                เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วฟีเรียก็ขอตัวไปงีบต่อ แบรนด้อนจึงตัดสินใจถามเบทตี้เกี่ยวกับสมาคมฮันเตอร์ว่ามันเป็นที่แบบไหน

                “ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ ก็เหมือนงานรับจ้างทั่วไปละมั้ง สนใจงั้นหรอหนูน้อย

                “ก็นิดหน่อยค่ะ

                “ภายในสมาคมจะแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ๆ น่ะรูดอฟที่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่เอ่ยแทรกขึ้น จู่โจม ป้องกัน และลูกผสม

                “ลูกผสม ?

                หมายถึงพวกที่ เก่งทั้งสองด้านน่ะ

                จากนั้นรูดอฟก็อธิบายร่ายยาวจนหาสาระสำคัญไม่เจอ เบทตี้ที่เดินข้าง ๆ ต้องถอยห่างลงไปเดินคู่กับเซร่าด้านหลัง ส่วนเด็กสาวที่เผลอถามไปก็ต้องทนฟังจนจบ มีเพียงแค่รูดอฟเป็นหน่วยพยาบาลของสมาคมฮันเตอร์เท่านั้นที่เป็นสาระสำคัญในบทสนทนานี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #86 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 10:20
    แบรนด้อมผู้มีความสามารถด้านต่อสู้เป็นศูนย์ ไม่ต้องไปฝึกหรอก เอาปืนไปเถอะ โป้งเดียวจอด
    #86
    0