The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 12 : ไอน้ำร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60

                “เป็นอะไรไปฟีเรีย” เซร่านิ่งไปชั่วขณะเมื่อถูกกอดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เธอเห็นว่าฟีเรียเสื้อผ้าที่เธอใส่มีรอยคล้ำเต็มไปหมด รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ “เกิดอะไรขึ้นกับเธอฟีเรียเสียงของเธอกล่าวออกมาอย่างตกใจ

                วิลเลี่ยมจะจับฉันไปขายค่ะ” ฟีเรียตอบด้วยเสียงที่เข้มแข็ง ถึงด้านนอกจะเป็นเพียงเด็กสาวแต่ภายในเป็นชายหนุ่ม น้ำตาที่ควรจะหลั่งไหลกลับถูกเปลี่ยนเป็นความโกรธแทน

                “วะ...ว่าไงนะ แล้วทำไมเธอถึงพูดเรื่องแบบนั้นด้วยน้ำเสียงแบบนี้ได้ล่ะ!!” น้ำเสียงของเธอตกใจเป็นอย่างมาก เธอจับไหล่ทั้งสองของฟีเรียและดันออกไปเพื่อสบตาเธอ

                “วิลเลี่ยมจะจับฉันไปขายค่ะ” ฟีเรียย้ำประโยคเดิมอีกรอบ เซร่าเบิกตากว้างเล็กน้อย


      เซร่ารีบคว้ามือฟีเรียมาจูงและเดินไปพร้อมกัน คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันริมฝีปากบางถูกขบกัดราวกับเจ้าของมันกำลังใช้ความคิด

                “ไว้ฉันจะไปจัดการเขาเอง”

      น้ำเสียงที่มั่นใจถูกเปล่งออกมาพร้อมสีหน้าที่ปนอารมณ์โกรธเล็กน้อย เธอบีบมือแน่นกว่าเก่า วิลเลี่ยมที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งตัวเองรู้จักกันมานาน ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ มันถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอ

      แบรนด้อนที่ตั้งสติได้เร็วคงเป็นผลมาจากประสบการณ์ของเขาในสมัยเด็ก ตอนที่พึ่งเข้าวงการนักแสดงได้ไม่นานก็ดังเป็นพลุแตก เครื่องสำอางที่คุณแม่เป็นคนแต่งนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ส่วนที่สำคัญคือใบหน้าที่เข้ารูปจนไม่สมควรเกิดเป็นผู้ชายมากกว่า

      เพราะแบบนั้นคงหนีไม่พ้นความอิจฉา มีนางแบบมากมายที่เข้าวงการมานานกว่าแต่ก็ถูกกระแสของแบรนด้อมกลบเกลี้ยง พวกเธอหาวิธีมากมายมาขัดขวางจนไปจบที่ลักพาตัว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่เขาก็รอดมาได้ทุกครั้ง

                “...ค่ะ”

      แต่ละฝีก้าวที่ก้าวไปเท้าของฟีเรียสัมผัสพื้นอย่างจัง ความเย็นที่สะสมบนถนนทำเอาเธอต้องกัดฟันก้าวในแต่ละครั้ง ร่างของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อปะทะกับลมเย็นที่พัดผ่านไปมา

      เซร่าสังเกตเห็นจึงถอดเสื้อนอกยื่นให้กับฟีเรียด้วยความเป็นห่วง เธอรับแล้วก้มมองเสื้อคลุมที่เบาและบาง ความหนาของมันไม่น่าจะช่วยคลายหนาวได้เลย

      ทว่าเมื่อฟีเรียสวมเสื้อคลุมตัวนั้น เธอก็ต้องแปลกใจทันที ความหนาวเย็นเมื่อครู่ถูกลบหายไป ร่างกายของเธอค่อยๆ อบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ

                “ขะ...ขอบคุณค่ะ”

      แบรนด้อนพยายามคิดหาเหตุผลหลายอย่างว่าทำไมเซร่าถึงคอยเป็นห่วงคนแปลกหน้าที่พึ่งรู้จักกันไม่ถึงวัน จะว่าเธอเป็นคนดีก็ใช่ แต่แบบนี้มันก็ดูน่าสงสัยไม่แพ้กับวิลเลี่ยมเลย อย่างแรกก็คือถูกเธอช่วยตอนตกหน้าผา นี่ยังจะให้ไปพักที่โรงแรมเดียวกับเธออีก สีหน้าครุ่นคิดของเขาไม่หายไปเสียที

                “รีบไปที่โรงแรมเถอะ ใกล้ถึงแล้ว”

      เมื่อเซร่าเห็นเธอกล่าวขอบคุณ เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทั้งคู่เดินลัดตลาดราตรีตามทางไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงแรม

      ประตูทำจากไม้มีหน้าต่างวงกลมประดับอยู่ ป้ายด้านหน้าสลักคำว่า โรงแรมโทริน ที่ด้านขวาล่างของป้ายมีลายสลักรูปแก้วเบียร์

      เซร่าผลักประตูเข้าไปเสียงกระดิ่งก็ดังตามขึ้นมา อากาศภายในร้านแตกต่างจากด้านนอกมาก ความอบอุ่นที่พอเหมาะ แสงไฟเป็นสีส้มอ่อนดูละมุนตามันไม่สว่างหรือมืดเกินไป

      ถึงแม้จะมีโต๊ะอาหารอยู่ทั่วร้านก็เหมือนจะไม่พอสำหรับเหล่าลูกค้า เสียงดังจอแจของเหล่านักผจญภัยและพ่อค้าดังไม่หยุดหย่อน เสียงแก้วกระทบกับโต๊ะไม้ก็เช่นกัน พนักงานสาวเสิร์ฟในร้านก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง

      นอกจากโต๊ะเก้าอี้ ภายในร้านยังมีที่นั่งด้านหน้าเคาน์เตอร์ด้วย ด้านหลังเคาน์เตอร์เป็นบันไดสำหรับขึ้นชั้นสองซึ่งเป็นโซนสำหรับห้องพัก

      สาวเสิร์ฟในชุดเมดยังคงทำหน้าที่ของตนอยู่ไม่หยุดหย่อน บนมือถือถาดไม้เพื่อเก็บแก้วและจานเปล่าๆ โดยจานถูกซ้อนกันสูงกว่าระดับหัวของเธอเสียอีก ทุกก้าวเดินของเธอเสี่ยงล้มเอามากๆ แต่ด้วยความชำนาญเรื่องแบบนั้นจึงไม่เกิดขึ้น

      เซร่าเดินนำไปที่ด้านหลังเคาน์เตอร์ ขณะที่ทั้งสองเดินผ่านโต๊ะอาหาร พวกนักผจญภัยบางกลุ่มหยุดมือและจ้องมาที่ฟีเรียพลางซุบซิบกับเพื่อนบนโต๊ะด้วยความสนุกสนาน

                “อ้าวๆ เซร่า เธอไปเก็บเด็กที่ไหนมาเนี่ย” เสียงหญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ดังขึ้นขณะรับแก้วเปล่ามาเติมเบียร์ เซร่าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดถึงกับหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเพื่อมองลงไปยังต้นเสียง ฟีเรียก็หันมองตามด้วยเช่นกัน

                “ไม่ได้เก็บมาสักหน่อย”

      เธอตอบด้วยเสียงเรียบก่อนจะละสายตาและก้าวขึ้นบันไดต่อ ฟีเรียได้เพียงยิ้มอ่อนๆ ให้หญิงสาวต้นเสียงนั้น ทั้งสองมาหยุดที่หน้าประตูห้อง 208 เซร่าไขกุญแจและเข้าสู่ห้องพักทันที ฟีเรียตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามเข้าไป

                “ถอดเสื้อซะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังจากปิดประตูพร้อมกับล็อกกลอน

                “คะ?” ฟีเรียเอียงคอเล็กน้อยและถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “วะ...ว่ายังไงนะคะ?” เธอรีบยกมือขึ้นบังดวงตาทั้งสองเมื่อเห็นเซร่าเริ่มถอดเข็มขัดตามด้วยเสื้อกั๊กด้านนอกสุด

                “ถะ...ถอดเสื้อผ้าทำไมคะ คุณเซร่า!!” เสียงตะกุกตะกักของฟีเรียดังขึ้นพร้อมก้าวถอยหลังชิดประตูไม้

                “ไม่รีบถอดเสื้อซะล่ะ อาบด้วยกันเร็วกว่าเห็นๆ” เธอเริ่มถอดเดรสกระโปรงยาวที่เหลือ เสื้อผ้าแต่ละชิ้นค่อยๆ ลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า

                “คะ...คือว่าคุณเซร่าอาบก่อนเลยก็ได้ค่ะ” ฟีเรียพยายามปฏิเสธจนสุดชีวิตเพราะภายในสามัญสำนึกของเธอไม่ใช่ผู้หญิง การที่มาอยู่ในร่างเด็กผู้หญิงแล้วมาถือโอกาสแอบดูเรือนร่างของผู้หญิงคนอื่นนับว่าแย่มาก ไม่ใช่แค่จับไม่ได้ อีกฝ่ายยังไม่รู้ถึงตัวตนอีกด้วย

                “ก็บอกว่า...อาบด้วยกันไง” เซร่ายืนยันเสียงแข็งและคว้าข้อมือฟีเรีย

      ก็แค่อาบน้ำด้วยกัน ผู้หญิงสองคนเธอจะคิดอะไรมาก ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังอยากจะรู้อีกว่าวิลเลี่ยมทำอะไรเธอไว้บ้างแต่ก็ไม่อยากถามตอนนี้ โอกาสที่ดีควรจะเป็นหลังจากอาบน้ำ เพราะการอาบน้ำช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้หญิงยังไงละ

                “มะ ไม่เป็นเป็นไรจริง ๆ ค่ะ” ฟีเรียพยายามออกแรงดึงมือที่ถูกจับกลับพร้อมหรี่ตาลง สายตาตรงหน้าพยายามจ้องข้ามไหล่ไปด้านหลังแทนที่จะเป็นเรือนร่างในชุดชั้นในของเซร่า

                “อยู่นิ่ง ๆ ซะ ฟีเรีย” เซร่าละมือที่จับออก ฟีเรียดึงกลับไปที่บริเวณตาเช่นเดิมโดยไม่มีทีท่าว่าจะต่อต้าน เธอเลื่อนมือลงไปด้านล่างลูบที่เอวแล้วค่อยๆ ขยับขึ้นไปบริเวณหน้าอก

                “อย่านะค้า~” ฟีเรียร้องเสียงหลงเมื่อมือของเซร่าลูบไปโดนจุดที่ไม่คาดคิด เสียงกรีดร้องที่เปล่งออกมาทำเอาความเป็นชายที่เหลืออยู่ของแบรนด้อนร่อยหรอไปกว่าเดิม การกระทำของเธอในตอนนี้ขัดกับศีลธรรมเป็นอย่างมาก

      สุดท้ายฟีเรียก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี เธอถอดชุดแต่ยังคงนำมือบังที่หน้าอกและส่วนล่าง ดวงตาพยายามจ้องไปในทิศทางอื่น

      เซร่าค่อยๆ ดันฟีเรียเข้าห้องน้ำภายในห้องพักไป ทั้งสองอยู่ในห้องน้ำโดยปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์มาปกปิดผิวหนัง ฟีเรียยังคงหลับตาอยู่เช่นเดิม เธอพยายามสงบจิตสงบใจไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน เธอยืนนิ่งอยู่สักพักก็สะดุ้งโหย่งเพราะน้ำจากฝักบัว

      เซร่าหันฝักบัวฉีดใส่เธอ น้ำอุ่นสัมผัสกับเรือนร่างของฟีเรียเสียงอุทานตกใจถูกส่งกลับมาทันที

                “ทะ...ทำอะไรคะเนี่ย!!” ฟีเรียหันไปหาเซร่าทันทีเมื่อโดนน้ำ เธอพยายามยกมือขึ้นบังทั้งที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมา “ยะ...หยุดนะคะ” เธอเผลอลืมตาขึ้น เมื่อเซร่าปิดน้ำ

      ถึงแม้จะมีไอน้ำมาบดบังเรือนร่าง แต่ก็ยังพอมองเห็นได้บ้าง ความแตกต่างของเนินหน้าอกระหว่างใส่เสื้อกับไม่ใส่นั้นเห็นได้ชัดเจน เพียงชั่ววูบที่เผลอลืมตาขึ้นมา ความคิดต่างๆ นานา ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ใบหน้าของฟีเรียมีสีแดงแซมขึ้นมา คำพูดที่ติดอยู่ที่ลำคอไม่ได้ถูกเปล่งออกมา มีเพียงเสียงตะกุกตะกักเท่านั้น

                “นั่งลงก่อนสิเดี๋ยวจะสระผมให้” เซร่าตบที่เก้าอี้ตัวเล็กเบาๆ เพื่อเป็นสัญญาณให้กับฟีเรีย

                “คะ…คือว่าฉันอาบน้ำเองได้นะคะ” ฟีเรียปฏิเสธสุดใจพร้อมยกมือขึ้นเสริม อีกข้างหนึ่งก็นำมาปิดตา เขาจะไม่ยอมทำเรื่องอย่างแอบมองผู้หญิงแน่นอน... แต่ว่านี่ไม่ได้เรียกว่าแอบมองนี่นา

                “ฟีเรีย...” เซร่าเรียกเธอด้วยเสียงเรียบก่อนจะจับไหล่ทั้งสองของฟีเรีย เธอตัวสั่นแบบเสียวสันหลังวาบไปครั้งหนึ่งก่อนจะรีบตอบด้วยเสียงที่สั่นไปมา

                “ค่ะ...คะ” สัมผัสของมือทั้งสองที่บ่าเล่นเอาหัวใจเกือบจะลงไปที่ตาตุ่ม นี่เธอคิดจะทำอะไรผมกันแน่ แต่ตอนนี้ก็ต้องทำตามที่เธอว่าไปก่อน

                “นั่งซะ” เซร่าออกแรงกดบ่าทั้งสอง ฟีเรียนั่งลงตามแรงนั้น “แล้วก็ปิดตาเอาไว้... แบบนั้นแหละ” เธอละมือออกจากบ่าคว้าฝักบัวมาถือไว้

      ไม่นานเสียงน้ำกระทบผิวหนังและพื้นห้องดังอย่างต่อเนื่อง หยาดน้ำไหลหยดย้อยแบบหยดต่อหยดจากเส้นผมลงสู่ท้ายทอยและต้นคอ ศีรษะของฟีเรียเต็มไปด้วยฟองจากน้ำยาสระผม เส้นผมถูกสระอย่างประณีตโดยเซร่า

      ภายในหัวของแบรนด้อนคิดเรื่องต่างๆ นานา กับภาพที่เห็นเมื่อครู่ถึงแม้จะเพียงแว๊บเดียวก็ตาม สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือตั้งสมาธิไปกับการกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เพื่อไม่ให้ไปนึกถึงสิ่งอื่น

      มือของเซร่าเต็มไปด้วยสบู่ เธอลูบตั้งแต่ต้นคอจรดปลายไหล่ ค่อยๆ ลูบลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเอว ฟีเรียมีอาการกระตุกเล็กน้อย เซร่าเลื่อนลูบหน้าท้องและคว้าหน้าอกของฟีเรียทันทีที่เห็นเธอกระตุก

      ความรู้สึกที่แปลกประหลาดราวกับไฟช็อตแล่นไปทั่วร่าง มีเสียงร้องเบาๆ กับเหตุการณ์เมื่อครู่ ฟีเรียรีบดึงสติกลับมา เธอตัดสินใจหยุดเรื่องศีลธรรมอันดีไว้ตรงนี้ มือทั้งสองหันผลักเธอออกไปทันที ตาทั้งสองเบิกกว้างมองคนตรงหน้า

                ทะ ทำอะไรของเธอเนี่ย!!”

                “โทษที ๆ ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ น้า~” เซร่าพูดด้วยเสียงที่ลากยาวหวังกลบเกลื่อนจุดประสงค์ของเธอเอาไว้ เธอเผยยิ้มเล็กน้อยและยกมือปฏิเสธขึ้นเสริม

                “งั้นคุณเซร่าอาบไปก่อนเลยค่ะ!!” ฟีเรียตัดสินใจละสายตาตรงหน้าก้าวเท้าไปที่ประตู

                “เดี๋ยวก่อนสิฟีเรีย” เซร่าก้าวตามและคว้ามือขวาเอาไว้ได้ทัน “ตัวเปียกแบบนั้น เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” เธอชูผ้าเช็ดตัวที่มืออีกข้าง สายตาของฟีเรียจ้องไปที่ผ้า

      เธอพึ่งจะนึกได้ว่า ไม่มีเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนกระทั่งผ้าเช็ดตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จก็เช่นกัน สถานการณ์ตอนนี้มีให้เลือกสองอย่างคือ ออกไปทั้งที่ตัวเปียกและเสี่ยงเป็นหวัด กับอีกอย่างคือคิดซะว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่ได้เกิดขึ้น ในเมื่อตัวเลือกมีมาแบบนี้ แน่นอนก็คงต้องเลือกทางที่ดีที่สุด

                “จะยกโทษให้ก็ได้ค่ะ แต่ต้องเอาเสื้อผ้ามาให้ฉันเปลี่ยนด้วย” ฟีเรียละมือออกจากกลอนประตูแล้วหันไปตอบด้วยเสียงเรียบ ถึงสายตาที่ส่งออกไปจะไม่เข้ากับสิ่งที่พูดออกไปก็เถอะ


      ทั้งสองอาบน้ำด้วยกันสักพักจนเสร็จ เมื่อเช็ดผมและตัวให้แห้ง ก็เริ่มใส่เสื้อผ้า เซร่าใส่เดรสคล้ายเดิมแต่เป็นผ้าที่บางกว่าและใส่เพียงชั้นเดียว ฟีเรียได้เสื้อจากเซร่าเป็นเดรสลายลูกไม้ที่ทำออกมาให้ดูน่ารักและที่แปลกก็คือขนาดของเสื้อมันพอดีกับตัวเธอ

                “พอดีเลยแหะ” ฟีเรียขยับดูเสื้อผ้าของตัวเองด้วยความแปลกใจ “ว่าแต่ห้องนี้มีเตียงเดียวรึไง”

                “ใช่แล้วล่ะ” เธอพยักหน้าเล็กน้อย

      นี่ไม่ใช่แค่อาบน้ำ ขนาดนอนยังต้องนอนเตียงเดียวกันหรอเนี่ย ความคิดผิดศีลธรรมเริ่มแล่นเข้าสู่หัว เธอสลัดมันทิ้งออกไปด้วยการนำมือขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อตั้งสติ

      เซร่านั่งลงบนขอบเตียงพลางตบที่เบาะข้างๆ ตัวเองเหมือนเป็นสัญญาณให้ฟีเรียมานั่งข้างๆ ตนเอง ฟีเรียเห็นเช่นนั้นจึงไปนั่งตามที่เธอเสนอ

                “เอาเป็นว่าเรื่องนั้นไว้ก่อน ไหนว่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

      เซร่าเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้ในใจ เพราะไม่คิดว่าวิลเลี่ยมที่ตนสนิทจะทำอะไรแบบนั้น เวลาเปลี่ยนคนมันก็เปลี่ยนสินะ เห็นทีต้องไปคุยกันให้รู้เรื่องซะแล้ว

                “ก็ตั้งแต่ที่...” ฟีเรียเริ่มเอ่ยปากเล่าไม่หยุด ตั้งแต่วิลเลี่ยมเอาขนมมาล่อและถูกจับไปขังเอาไว้ เรื่องบังเอิญที่รอดมาได้จนกระทั่งวิ่งมาชนกับเซร่าเมื่อไม่นาน

      เซร่าขมวดคิ้ว ริมฝีปากขบเข้าหากันราวกับว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่างแบบจริงจัง เธอนึกเรื่องบางอย่างออกและเอ่ยถามออกมาทันที

                “คงเพราะ...ตราสามเหลี่ยมนั้นแน่ๆ รึ...หรือว่าเธอเกี่ยวข้องกับพวกเนตรสีเลือดงั้นหรอ!!”

                “เนตรสีเลือด?” ฟีเรียเอียงศีรษะเล็กน้อย เพราะวิลเลี่ยมก็พูดกับเธอแบบนี้เช่นเดียวกัน ลอยที่ตาคงไม่ใช่ปานแต่เป็นรอยสัก แล้วจากที่ได้ยินมาคงเป็นรอยสักของสมาชิกในกลุ่มแน่ๆ

                “ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วงั้นหรอ” เซร่าผงะไปเล็กน้อยกับท่าทีของฟีเรีย เธอพยายามนึกถึงข้อมูลที่มีอยู่ภายในหัว เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนตรสีเลือด เรื่องตำแหน่งที่ถูกสัก กระทั่งจำนวนสมาชิกคร่าวๆ

                “ไม่รู้ค่ะ” เธอตอบเสียงแข็ง

                “งั้นเดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ส่วนเหตุผลที่วิลเลี่ยมจับเธอคงมาจากตราสามเหลี่ยมนี่แหละ” บทสนทนาของหญิงสาวทั้งสองดำเนินต่อไปจนฟีเรียเผลอหลับลงไปก่อน ทั้งสองนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน

      ความมืดค่อยๆ ลับหายไป แสงสว่างจากอาทิตย์เข้าแทนที่ เสียงจัดของดังขึ้นเป็นระลอก ฟีเรียเริ่มขยับตัวเพราะเสียงนั้น เธอลืมตาและลุกขึ้นนั่งยืดเส้นยืดสายพร้อมเสียงหาวเล็กน้อย

                “ดูเหมือนฉันจะทำให้เธอตื่นนะ ฟีเรีย”

                “ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ~” เธอหาวอีกครั้งขณะที่ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ

      เมื่อเธอออกมา เซร่าก็เปลี่ยนชุดกลับเป็นเหมือนกับเมื่อวาน เซร่ายื่นเดรสและชุดชั้นในให้ฟีเรีย เธอยื่นมือรับมาอย่างเขินอาย

      ถึงแบรนด้อนจะเคยใส่บราเพื่อเพิ่มความแนบเนียนตอนแต่งหญิงมาหลายครั้งแล้วก็เถอะ ถึงแบบนั้นก็ไม่สามารถลบความเขินอายออกไปได้ทั้งหมด เป็นแบบนั้นก็เพราะร่างกายนี้นี่แหละ เธอสวมมันแต่ก็พบกับความแปลกใจที่ว่าบรานั้นคับเล็กน้อย

                “เซร่าบรามันคับค่ะ” เธอพูดออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไร เสียง ชิ ในลำคอดังขึ้นแทนคำตอบทันที

                “งะ...งั้นหรอ” เซร่ากำหมัดแน่นก่อนจะหยิบบราอีกตัวในกระเป๋าส่งไปให้เธอ “จริงๆ แล้วฉันมีน้องสาวอยู่คนนึง”

                “เธอค่อนข้างน่ารักเลยทีเดียวล่ะ”

                “งั้นหรอค่ะ” ฟีเรียหันหลังให้เซร่า เธอกำลังใส่บราแบบเดียวกับที่คุณเอริสเคยสอนเอาไว้ครั้งก่อน ถึงจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะยังไม่ชินก็เถอะนะ

      เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินลงสู่ชั้นหนึ่ง ก็เริ่มสั่งอาหารมื้อเช้ามากิน ไม่นานทั้งคู่กินมันจนหมดและเริ่มเดินออกจากโรงแรม โดยฟีเรียได้รองเท้าคู่ใหม่มาจากพนักงานในโรงแรมที่เซร่ารู้จัก

      แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าผสมรวมกับสายลมที่พัดผ่านเบาๆ ผู้คนที่มีไม่มากเดินผ่านไปมาบนถนน ทั้งสองเดินได้ไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่หน้าตรอกแปลก ๆ เพราะเสียงเรียกของฟีเรีย


                “เซร่า ดูนั่น” ฟีเรียชี้เข้าไปภายในตรอก พบร่างของหญิงสาวไร้สติที่เสื้อผ้ามีลอยขาดอยู่เต็มไปหมด หล่อนนั่งพิงกับกำแพง


ปล.ของแถมจากนักเขียน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #108 Yu - k'ami (@wonder-wind) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 03:13
    คัพไร--- #ผิด
    #108
    0
  2. #56 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:39
    เห็นสองสาวกำลังอาบน้ำด้วยกันทนม่ะได้โดดเข้าไปร่วมวงด้วย // โดนถีบ
    #56
    0
  3. #27 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 04:59
    อยากให้ช่วยปรับเเก้ตรง คะกับค่ะ หน่อยนะคะ ใช้ผิด ขอบคุณค่ะ
    #27
    1
    • #27-1 Aitselec (@Rinnasia) (จากตอนที่ 12)
      21 พฤษภาคม 2560 / 05:50
      ขอบคุณมากเลยเจ้าค่ะ จะไปแก้เลยเน้อ ;A;
      #27-1