The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 11 : หลบหนี II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 ม.ค. 61

                “แต่เหมือนว่าจะไม่ต้องแล้ว” ฟีเรียยกขาขึ้นไขว่ห้าง เธอวางศอกที่เก้าอีกและยกมือขึ้นมาเท้าคางอย่างช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเอ่ยต่อ “เกี่ยวกับพวก เนตรสีเลือด”

                “เนตรสีเลือด...” แบรนด้อนเอ่ยย้ำ “เธอจำเรื่องเกี่ยวกับตัวเองได้แล้วงั้นหรอ”

                “ไม่...” เธอส่ายหน้าเบาๆ

                “ประสาทสัมผัสของเรากลับมาไม่เต็มที่ อย่างมากก็แค่ได้ยินเสียงเท่านั้น”

                “เธอหมายถึงเรื่องอะไร?” แบรนด้อนถามด้วยความสงสัย

                “ตอนที่นายกำลังคุมร่างของเราอยู่” เธอชี้เข้าตัวเอง “เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าด้านนอกเกินอะไรขึ้น แต่มีแค่เสียงที่นายได้ยินเท่านั้นที่รับรู้”

                “แล้วตอนที่สู้กับเอนน่าล่ะ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคุมร่างงั้นหรอ”

                “ใช่ เราเอง” ฟีเรียตอบอย่างมั่นใจ

                “ไหนเธอบอกว่าควบคุมร่างตัวเองไม่ได้ไง”

                “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน คิดว่าตอนที่ร่างกายตกอยู่ในอันตรายจะสลับกันควบคุมทันที อย่างตอนสู้กับคุณเอนน่า” ฟีเรียชี้ไปที่ศีรษะตนเอง “เราได้สติตอนดาบห่างจากหน้าแค่นี้เอง” เธอใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บอกระยะห่าง

                “แล้วทำไมเธอถึงต่อสู้ได้เก่งขนาดนี้”

                “เราไม่รู้”

                “เธอค่อยๆ นึกไปก็แล้วกัน อีกอย่างฉันว่ารอยที่ตาของเธอต้องเกี่ยวกับพวกเนตรสีเลือดแน่นอน”

                “ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ” ฟีเรียเบิกตากว้างด้วยความสงสัย ความทรงจำของเธอยังสับสน เรื่องที่ควรจำได้กลับลืมไปหมด มีเพียงทักษะการต่อสู้ที่ติดตัวเธอมาเท่านั้นที่ยังคงอยู่

                “ดูจากท่าทางตาลุงนั้นน่ะสิ” แบรนด้อนกำหมัดแน่นทำท่าจะทุบลงพื้น “ไม่น่าพลาดเลย” เขาคิดย้อนกลับไปช่วงที่กินขนมนั่น ถ้าหากว่าไม่เผลอรีบกินก็จะไม่โดนจับตัว

                “ช่วยระวังตัวหน่อยได้ไหม” ฟีเรียลุกจากบัลลังก์และก้าวมาหยุดตรงหน้าแบรนด้อน “มาคุมร่างของเราไม่ถึงสามวันปัญหาก็เข้ามาไม่หยุดหย่อน” เธอมองลงด้วยสายตาที่กดดัน

                แบรนด้อนเห็นสายตาเช่นนั้นจากเด็กที่อายุห่างกับตัวเองสิบกว่าปี ก็ได้แต่เผยยิ้มเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความกังวลของตัวเอง

                “เป็นอะไรไปล่ะ” เธอเลื่อนมือเข้าโอบรับร่างแบรนด้อนที่ค่อยๆ ก้มหน้าลง “แบรนด้อน? แบรนด้อน” เธอพยายามเรียกเพื่อดึงสติเขากลับมา แต่ก็ไร้การตอบสนองใดๆ


      ท้องฟ้ายามราตรีนั้นมืดสนิทมีเพียงดวงดาวลอยอยู่คู่ฟ้าคอยเป็นแสงประดับให้เท่านั้น ลมหนาวยามค่ำคืนพัดไปมาเป็นช่วงๆ

      เสียงเท้ากระทบพื้นหินดังขึ้นเป็นจังหวะ บนบ่าของชายวัยกลางคนกำลังแบกร่างไร้สติของฟีเรียอยู่ เขาเดินลัดเลาะซอยไปมาราวกับเดินอยู่ในเขาวงกต ภายในตรอกนั้นมีกำแพงซ้ายขวาห่างกันไม่มากทำให้พื้นที่เดินเหลือน้อย

      ฟีเรียได้สติกลับมาเพราะเสียงฝีเท้าที่ดังไม่หยุด ความคิดแรกของเธอคือดิ้นให้หลุด แต่แขนกับขาถูกมัดอีกครั้ง ความคิดนั้นจึงตกไป

      ร่างของฟีเรียสั่นไปชั่วขณะเมื่อปะทะกับลมหนาว วิลเลี่ยมยังก้าวเท้าเดินต่อไป จนในที่สุดเขาไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้แปลกๆ โดยมีบานเลื่อนเล็กๆ สำหรับมองดูคนด้านนอก

      ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะ ไม่นานเสียงครูดของบานเลื่อนก็ดังตามทันที เบื้องหลังบานเลื่อนเห็นเพียงดวงตาของชายแก่เท่านั้น

                “ต้องการอะไร” เสียงเรียบของชายแก่เอ่ยถาม

                “ยามอรุณเป็นพ่อค้า ยามราตรีเป็นอสรพิษ” วิลเลี่ยมเอ่ยข้อความนี้ขึ้นพร้อมกับหยิบเหรียญตราแปลกๆ ขึ้นให้ชายแก่ดู

                “เชิญ” ชายแก่พยักหน้าและเปิดประตูให้

                “ลุงตรงนั้นนะ หลบเร็วเข้า!!” เสียงแหลมของหญิงสาวดังขึ้น ทั้งสองหันไปหาต้นเสียงทันที ชายแก่เห็นว่าหล่อนกำลังตรงมาทางนี้จึงรีบดึงประตูปิดทันที

      สาวต้นเสียงถีบตัวออกจากกำแพงพลาดชนกับวิลเลี่ยมอย่างจัง วิลเลี่ยมล้มลงหัวฟาดกับประตู ฟีเรียล่วงจากบ่าของวิลเลี่ยมในจังหวะเดียวกัน เธอยกมือขึ้นจับศีรษะเล็กน้อยพร้อมเสียงโอดครวญเบาๆ

                “คิดว่าจะหนีดิฉันพ้นเหรอคะ เสียงพูดลากยาวของหญิงสาวอีกคนดังขึ้น หล่อนใส่ชุดรัดรูปสีดำสนิทเปิดต้นแขน ที่เอวมีผ้าสีเทาคาดอยู่คล้ายกับเข็มขัด ส่วนกางเกงเป็นขายาว มีสีดำสนิทเช่นเดียวกับชุดของเธอ

      กระบองเหล็กยาวถูกขว้างจากหล่อนพุ่งลงใส่พื้นข้างๆ กับวิลเลี่ยม บริเวณพื้นหินยุบตัวลงบางส่วน กระบองเหล็กปักทะลุลงที่พื้นนั่น มันเกิดควันฟุ้งขึ้นเล็กน้อย

                “รีบหนีเร็วเข้า” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าซิลดี้รวบหลังเข่าและท้ายทอยฟีเรียเพื่ออุ้มเธอในท่าเจ้าหญิง ซิลดี้กระโดดหลบไปพร้อมกับอุ้มฟีเรีย

      วิลเลี่ยมที่นั่งพิงประตูนำมือก่ายหน้าผากหวังลดความเจ็บปวด เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า สาวชุดดำกระโดดลงพื้นตามมาคว้ากระบองเหล็กก่อนจะกระโดดตามไปทันที

                “เดี๋ยวฉันแก้มัดให้” หลังจากซิลดี้กระโดดต่อเนื่องออกจากตรอกจนมาถึงถนนหลักของเมือง เธอวางฟีเรียลงกับพื้นและรีบแก้มัดให้ทันที

                “รีบไปทางนั้นเร็วเข้า แล้วรีบหนีไปทางนั้นซะ มันจะพาเธอไปที่ที่มีคนเยอะ” เธอชี้ไปยังปลายทาง

                “ขะ...ขอบคุณมากค่ะ” ฟีเรียพูดอย่างตะกุกตะกัก เธอรับตั้งสติและพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้น ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นถนนเต็มๆ เพราะเธอไม่ได้ใส่รองเท้า ความเย็นจากเท้าทำให้เธอตัวสั่นไปชั่วครู่

                “งั้นฉันไปก่อนนะ” ซิลดี้พูดจบก็กระโดดขึ้นหลังคาบ้านใกล้ๆ ไป

      ฟีเรียเห็นเธอกระโดดจากไปจึงรีบเริ่มก้าวเท้าซ้ายสลับขวาและค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้น เธอวิ่งอยู่บนถนนที่ขนาบข้างไปด้วยร้านค้าไร้แสงสว่าง ตอนนี้มีเพียงแสงจากเสาไฟที่เรียงรายอยู่เท่านั้น

      ขณะที่วิ่งเธอก็หันมองด้านหลังเป็นช่วงๆ โดยหวังว่าจะไม่มีใครวิ่งตามเธอมา เสียงหอบหายใจเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วก็ค่อยๆ ลดลง

      เสียงดังจอแจค่อยๆ ดังขึ้น นั้นเป็นสัญญาณบอกว่าเธอมาถูกทางแล้ว ตรงหน้าเริ่มมีร้านค้าตั้งอยู่ประปราย แสงจากน้ำพุเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะนี้

      จังหวะที่ฟีเรียหันกลับมามองแสงไฟก็ไม่ได้ระวังตัวว่าตรงหน้านั้นเป็นแผ่นหลังคนอื่น เธอชนเข้ากับแผ่นหลังนั่นอย่างจัง ผู้หญิงตรงหน้าและฟีเรียล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

                “นี้!! ทำบ้าอะไรของแกหะ!! ตาน่ะมีไหม!!” เสียงตวาดดังตามทันทีเมื่อแผ่นหลังของเธอสัมผัสพื้น เธอขยับมือควานหาแว่นที่หลุดออกไปเพราะแรงผลักเมื่อครู่

                “ขะ...ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ” ฟีเรียกำลังคร่อมผู้หญิงคนนั้นอยู่ เธอรีบลุกขึ้นทันที

                “เดี๋ยวนะ” เธอเช็ดแว่นเล็กน้อยก่อนจะสวมมัน “ฟีเรียรึเปล่า?” เธอเอ่ยอย่างสงสัย เพราะแสงสว่างจากเสาไฟข้างทางมีไม่มากนักจึงทำให้เห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเท่าไหร่

                “ซะ...เซร่างั้นหรอคะ” ฟีเรียเอ่ยถามและเผยยิ้มออกมาอย่างชื่นใจที่เธอได้เจอกับคนรู้จักเสียที เมื่อครู่ก็เกือบจะถูกเอาไปขาย ยังโชคดีที่ดวงเข้าข้าง เธอจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด เธอโอบกอดคนตรงหน้าทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #64 -NemuriHime- (@-NemuriHime-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:03
    นั่นสิ น่าเสียดายจังตามเม้น55 จัง
    #64
    0
  2. #55 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:27
    นึกว่าแบรนด้อมหรือฟิเรียจะโดนเอาไปขายแล้ว~ เฮ้อ เสียดาย
    #55
    0