The Celestia ! เมื่อผมในร่างสาวน้อยกับสงครามคัดเลือกเทพเจ้าที่ต่างโลก

ตอนที่ 10 : หลบหนี I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

                เสียงของบทสนทนาดังทะลุผ่านประตูไม้มา ทำให้สติของฟีเรียกลับมา เธออยู่ในห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยกล่อง ฝุ่นและหยากใยมีอยู่ทั่วห้อง

                ฟีเรียฟังบทสนทนาไม่ค่อยรู้เรื่องจึงขยับแผ่นหลังเข้าชิดประตู เธอพยายามอาปากตะโกนแต่ก็มีเทปกาวขัดขวางเอาไว้ เธอจึงพยายามใช้มือด้านหลังที่ถูกมัดเคาะประตูไม้แต่ก็ไม่ได้ผล ทางเดียวตอนนี้ก็คือแนบหูฟังบทสนทนา

                “ฟีเรียไปไหนแล้วล่ะ” เสียงของเซร่าดังขึ้น

                “อ๋อ... เธอบอกฉันว่าจะไปเดินเล่นรอบๆเมืองดูน่ะ”

                “ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”

                “ช่วงบ่ายๆล่ะมั้ง”

                “ตอนนี้เธอก็ควรจะกลับมาได้แล้วนะ นี่ก็เริ่มจะเย็นแล้ว”

                “เห็นว่าให้เธอไปรอที่โรงแรมก่อนได้เลย”

                “ฉันตรงมาร้านนายร้านแรก โรงแรมก็ยังไม่ได้จอง นี่นายล้อฉันเล่นรึแปล่า”

                ก็ฟีเรียบอกมาแบบนั้น จะให้ฉันทำยังไงล่ะ

                ถ้าเธอกลับมาร้านนี้อีก บอกให้เธอไปที่นี่แล้วกัน

                “ได้เลยเซร่า

                งั้นฉันไปก่อนล่ะ เสียงกระดิ่งดังขึ้นตามทันที

                ฟีเรียพยายามคิดหาทางหนีที่เป็นไปได้ตอนนี้ อย่างแรกคือแก้มัดที่มือ ต่อไปก็เท้า

                เธอกวาดสายตามองรอบๆ ห้อง มีกล่องถูกวางไว้ทั่วมุมห้องมันวางซ้อนกันเป็นชั้น ที่สะดุดตาคือแสงสว่างที่ลอดจากช่องระบายอากาศด้านบนสุดนั่น เธอจะใช้เจ้านั่นเป็นเส้นทางหนี

                เธอพยายามมองหาสิ่งที่ใช้ตัดเชือกรอบๆ นอกจากกล่องที่วางไปทั่ว อาวุธหลากหลายชนิดก็กองอยู่เช่นกัน ที่ผนังก็มีเกียร์แปลกๆแขวนอยู่ อาวุธขึ้นสนิมดูจะเป็นทางออกสำหรับการตัดเชือก

                ฟีเรียค่อยๆใช้ไหล่ทาบไปกับพื้นปลายเท้าดันร่างไปด้านหน้าจนถึงด้ามมีดเล่มนั่น เธอคว้าขึ้นถือและขยับร่างไปชิดกับกล่อง

                เธอใช้ด้านคมของมีดถูไปมากับเชือก ทว่าไม่ได้มีลอยขาดเกิดขึ้นเลย มีดเล่มนี่ผ่านการใช้งานมามากจนด้านคมทื่อไปหมด

                ฟีเรียรู้สึกตัวว่ามีดในมือนั้นไร้คม เธอจึงมองหาอาวุธที่ใช้การได้ แต่เหมือนมีดเล่มที่ถืออยู่จะสภาพดีที่สุด เธอกัดฟันใช้มีดเล่มเดิมต่อไป เชือกที่ถูกมีดทื่อถูไปมาระยะเวลาหนึ่งก็เกิดลอยขาดเล็กๆ เธอถอนหายใจเล็กน้อยที่รู้สึกว่าได้ผล

                เธอสะดุ้งจนมีดเกือบจะหลุดมือเพราะเสียงเปิดประตู วิลเลี่ยมตรงเข้ามาหาฟีเรีย

                “รออีกสักเดี๋ยว ฉันจะพาเธอไปที่ดีๆเอง” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นเมื่อหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

                ฟีเรียหยุดถูเชือกขึ้นลงเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต วิลเลี่ยมเชยคางเธอขึ้น จ้องไปที่ลอยสามเหลี่ยมนั่น

                “เธอคงจะเป็นโจรในกลุ่มเนตรสีเลือดสินะ” เขายกมุมปากขึ้นยิ้ม “ถ้าเอาเธอไปขายให้คนรู้จักของฉันล่ะก็” วิลเลี่ยมละมือออก เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

                ราคาดีเห็นๆ ฟีเรียที่พยายามตอบโต้ แต่ก็มีเพียงเสียงอู้อี้เท่านั้น

                รอฉันปิดร้านสักเดี๋ยวแล้วกัน วิลเลี่ยมนำมือลูบศีรษะ ฟีเรียพยายามสะบัดออก เขาละมือออกและตรงออกไปจากห้อง

                ฟีเรียเริ่มถูมีดกับเชือกต่อโดยเร็ว เชือกค่อยๆขาดทีละเล็กทีละน้อย เธอลองออกแรงมากกว่าเดิมเผื่อว่าเชือกจะขาดออก

                เชือกขาดออกจากกันตามที่เธอหวังเอาไว้ ฟีเรียรีบนำมือแก้มันที่ข้อเท้าต่อทันที เธอไม่ลืมที่จะดึงเทปกาวตรงปากเธอออก เสียงซี้ดดังตามเบาๆ

                เธอมองไปที่ทางออกอีกครั้ง มันสูงเกินกว่าจะเอื้อมถึงแต่หากเหยียบบนกล่องก็ไม่แน่ เธอวางมีดลงเบาๆที่พื้นเพราะหากเกิดเสียงก็จะมีพิรุธทันที

                ฟีเรียลองใช้แรงที่มีอยู่ยกกล่องขึ้น เธอตกใจกับน้ำหนักของมัน กล่องเบากว่าที่เธอคิดเอาไว้ หากเธอใช้เกียร์ล่ะก็คงจะยกมันได้ง่ายกว่านี้ เสียงเปิดใช้งานดังขึ้น

            เกียร์ในมือควรจะเปร่งแสงและกลายเป็นรองเท้า ตอนนี้กลับไม่มีแสงเกิดขึ้นแม้แต่น้อย เธอมองลงไปที่แหวนนั้น

                แหวนที่ใส่อยู่ตอนนี้เป็นของปลอม เธอถูกวิลเลี่ยมนำแหวนที่คล้ายกันมาสลับกับของจริง เธอใช้หลังมือแตะหน้าผากพลางเงยหน้าส่ายศีรษะเบาๆ

                นิสัยแบบเด็กๆ แบบนี้เมื่อไหร่จะแก้หายกันสักที เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่

               เธอนำกล่องวางซ้อนกันเป็นบันไดจนเสร็จ ขณะที่เธอปีนไปถึงกล่องบนสุด เสียงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่นานกล่องที่ถูกซ้อนอย่างมั่นคงเริ่มสั่นโคลงเคลง

                ฟีเรียตัดสินใจกระโดดออกจากกล่อง เธอคว้าขอบช่องระบายอากาศไว้ได้ทัน

                เสียงกล่องไม้แตกด้านล่างดังอยู่ชั่วขณะ ควันลอยฟุ้งไปทั่วห้อง เธอรีบออกแรงที่แขนยกร่างขึ้นไปหวังลอดช่องด้านหน้า  

                ทว่าข้อเท้าของเธอถูกคว้าเอาไว้ แรงกระชากของวิลเลี่ยมทำให้แรงของฟีเรียเกาะขอบนั่นไว้ไม่อยู่   วิลเลี่ยมคว้าคอของเธอ จับยกขึ้นเหนือพื้น

                ถ้ามีแผลราคาคงจะตก อย่าดื้อสิ ฟีเรีย

                ฟีเรียจับข้อมือนั่นแน่น ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด วิลเลี่ยมเห็นแบบนั้นจึงเหวียงเธอเบาๆเข้ากับกล่อง แผ่นหลังกระแทกเข้ากับกล่อง เธอนำมือจับหน้าผาก สายตาค่อยๆพร่ามัวลงเรื่อยๆ เธอสบัดหน้าไปมาให้อาการนี้หายไป

                วิลเลี่ยมออกจากห้องไปหยิบแก้วน้ำแปลกๆมาให้ฟีเรีย เขายื่นให้

                ดื่มนี่ซะแล้วฉันสัญญาว่าเธอจะไม่เจ็บ ฟีเรียปัดแก้วนั่นทิ้ง

                ไปตายซะ วิลเลี่ยม ฟีเรียกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป

 

                แบรนด้อนได้สติอีกครั้งภายในห้องแห่งจิตใจ เขานอนหมอบอยู่กับพื้นสีขาว

                “สวัสดีแบรนด้อน เสียงแหลมของฟีเรียดังขึ้น เขารีบหันไปหาต้นเสียง

                “เราลืมบอกอะไรนายไปอย่าง” เธอกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์เช่นเดิม

                “อะไรอีกล่ะ...” แบรนด้อนค่อยๆ ขยับตัวให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งและนำมือก่ายหน้าผากพร้อมส่ายหัวเล็กน้อย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. #30 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 15:40
    ร้ายมากวิลเลี่ยม
    #30
    0
  2. #26 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 04:57
    พร่ามั่ว เปลี่ยนเป็น พร่ามัวนะคะ
    #26
    0