The Secrets อยากให้รู้ว่ามีคนแอบรัก (Yaoi)

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 : คำเดียวกันที่ต่างความหมาย (ตอนต้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

     หญิงสาวเดินกระฟัดกระเฟียดอย่างหัวเสียมาตลอดทาง จึงเป็นที่ดึงดูดจากสายตาผู้คนมาตลอดทางเช่นกัน แต่เธอหาได้สนใจมั้ย บางครั้งก็มีคนที่จ้องมองเธอนานเกินไปจนเธอทนไม่ไหวก็จะหันไปเพื่อถลึงตาใส่ และว่ากล่าวคนๆ


 นั้น "มองอะไร!" คนที่ได้เห็นสายตาของเธอหรือโดนเธอต่อว่าใส่ก็ได้แต่หันหน้าหนี และเดินจากไปโดยเร็วเท่านั้น


     ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะขึ้นมานั่งบนรถของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าเธอจะหายจากอาการหงุดหงิดหรืออารมณ์เย็นลงได้เลยแม้แต่น้อย "ไอ้เด็กบ้าพวกนั้น อย่าให้เจออีกเชียวนะ!"


     ...ตรูด...ตรูด...ตรูด.....เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดอารมณ์และความคิดของเธอทำให้เธอต้องหันความสนใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นเลขา.ที่ทำงานในบริษัทของเธอจึงกดรับสายอย่างช่วยไม่ได้ "มีอะไรอีกล่ะ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญโดนดีแน่!" เธอตะคอกเข้าไปในโทรศัพท์อย่างคนที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง ทำให้คนทางปลายสายเกิดอาการตื่นกลัวเล็กน้อย


     ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายตนเองเป็นคนอารมณ์แปรปรวนคาดเดาได้ยาก เธอก็ไม่สามารถชินกับเรื่องนี้ได้เสียที แต่เพราะเป็นเรื่องของงานเธอจึงทำได้เพียงตอบกลับไปอย่างละล่ำละลักกับผู้เป็นเจ้านายของตน อนิจจาถ้าเธอเลือกงานได้เธอคงไม่แม้แต่จะคิดมาทำงานที่นี่เป็นอันขาด! "คุณลูกน้ำคะ คือว่างา..น...งานที่ทางเราเสนอไปกับทางบริษัทของคุณภูผาโดนปฏิเสธค่ะ!"


     "ว่าไงนะ! ทำไมถึงโดนปฏิเสธ!" เธอคาดหวังกับงานนี้ไว้มาก จึงไม่เคยคิดว่างานของเธอจะโดนปฏิเสธ


     "เค้าบอกมาว่าแผนงานของทางเรามีปัญหา และไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงค่ะ ถึงทำได้ก็ต้องเกิดผลเสีย.....!"


     "ไม่ได้เรื่องเลยซักคน!" หญิงสาวตัดสายทิ้งทันทีเมื่อเธอพูดในสิ่งที่ต้องการเสร็จ โดยไม่คิดจะฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย


     ถ้าถามว่า มาเข้าเรียนทันมั้ย? จะเหลือหรอไม่ทันอ่ะดิ ดีนะอาจารย์เห็นแก่หน้าตาของผมเลยยอมผ่อนผันให้เข้ามาเรียนได้ แต่อาจารย์ครับได้โปรดอย่าถามคำถามแต่พวกผมสองคนจะได้มั้ย ผมตอบได้ แต่ไม่หมดทุกข้อ พอยิ่งถามผมยิ่งคิด เรื่องนี้เคยเรียนด้วยหรอ! ดูพู่กันดิพอหมดคาบนั้นปุ๊บสมองเออเร่อเลย วิญญาณออกจากร่างแล้วนั่น แต่แล้วอยู่ๆ พู่กันก็ลุกขึ้นมาเก็บของลงกระเป๋า สงสัยวิญญาณจะกลับเข้าร่างแล้ว


     "พู่กันจะกลับแล้วหรอ" ผมถามออกไปอย่างคนหมดแรง ทำไมวันพู่กันฟื้นคืนชีพไวจัง ทุกทีถ้าเจอขนาดนี้นะ หลับยาวอีกซักชั่วโมงเห็นจะได้ ขนาดผมสติยังไม่ค่อยจะเข้าร่างเลย


     "อืม จะกลับไปอ่านหนังสือน่ะ" อ๋อออ...อยากกลับไปอ่านหนังสือเล่มใหม่นี่เอง ก็นะพู่กันชอบผลงานของนักเขียนคนนี้มากนี่หน่า ถึงนานทีจะออกซักเล่มก็เถอะ ชักอยากจะเห็นหน้าคนที่ทำให้เพื่อนกระผมสนใจได้มากขนาดนี้ซะแล้วสิ แต่คงจะยาก ขนาดแฟนคลับตัวจริงอย่างพู่กันยังไม่เคยเห็นเลย


     "เล่มที่พึ่งซื้อมาสินะ พรุ่งนี้วันหยุดซะด้วย คงอ่านยาวเลยใช่มั้ยล่ะ"


     "อืม ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทร.มาได้ตลอดนะ" สีหน้าของพู่กันจริงจังมากประมาณว่าผมต้องไปก่อเรื่องแน่ อะไรกันผมออกจะรักสงบจะไปก่อเรื่องได้ไง


     "อะไรเล่า ไม่ใช่เด็กซักหน่อยจะไปมีเรื่องอะไรกันบ่อยๆ ได้ไง สบายใจได้หายห่วง นี่ใคร" ใครจะไปมีเรื่องได้ทุกวันกันล่ะ จริงมั้ย? มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ต้นหนาวอย่าเขวเด็ดขาด


     สีหน้าของพู่กันที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อ คำพูดต่อมาจึงชัดเจนเช่นกัน "ไม่อ่ะ มีเรื่องแน่นอน" ช่างเป็นคำพูดที่ตัดความมั่นใจได้ดีจริงๆ


     "ไม่มีหรอกน่า เป็นห่วงเกินไปแล้ว เอาเป็นว่าน้องต้นหนาวจะระมัดระวังตัวเองให้มากๆ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเลยแม้แต่น้อยนะครับ พี่พู่กัน" ผมส่งสายตาปิ้งๆ ให้พู่กัน แกล้งทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อให้เหมือนกับเด็กอ้อนผู้ใหญ่ แต่ถ้าผมไปทำแบบนี้ต่อหน้าพี่สาวทีไรนะ แทบจะโดนตบคว่ำทุกที พี่สาวผมนี่ไม่รู้จักรักเด็กเอาซะเลย


     "ให้มันจริงเถอะ ไปล่ะ กลับคอนโดเองก็อย่าหลงทางซะล่ะ" พู่กันก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่หลงไปกับการอ้อนของต้นหนาว ต้องเรียกได้ว่าชินซะมากกว่า


     "ไม่หลงหรอกน่าระดับนี้แล้ว อีกอย่างวันนึงคงไม่มีใครหลงทางถึงสองรอบหรอกน่า"


     ใครบอกว่าวันนึงไม่มีทางหลงถึงสองรอบกันฮะ อ้อ ผมเองแหละ สุดท้ายผมก็หลงทางเป็นครั้งที่สองของวัน อะไรกันแค่เผลอหลับเลยป้ายเองนะ "รู้งี้นั่งแท็กซี่แต่แรกก็ดีอ่ะ" ยังดีนะครับที่สมัยนี้มีจีพีเอส ผมนั่งเลยมาป้ายนึงล่ะ และก็ยังถือว่าผมยังมีโชคดีอยู่บ้างที่มีแท็กซี่ผ่านมาพอดีจึงสามารถกลับมาถึงคอนโดได้อย่างปลอดภัยและไม่ไปไกลกว่าเดิม ความโชคดีย่อมมีในความโชคร้ายสินะ






     "ในที่สุดก็ถึงคอนโด!" อยากจะวิ่งเข้าไปกอดประตู ถ้าไม่กลัวว่าจะเป็นคนไม่ปกติในสายตาคนอื่น กลับห้องเลยดีกว่า


     เท้าที่ก้าวเดินออกจากลิฟท์มุ่งตรงไปยังประตูห้องของตนเพื่อปลดล็อค แต่ก่อนที่จะเข้าไปในห้องนั้นต้นหนาวก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองห้องฝั่งตรงข้าม "กลับมารึยังนะ"


     เมื่อมองห้องของพี่ภูจนพอใจแล้วจึงได้เวลาเข้าห้องของตน สิ่งที่ต้นหนาวเห็นคือแสงไฟหลอดไฟของเพดานห้อง เจ้าตัวจึงรีบเดินไปยังส่วนของห้องนั่งเล่นเพราะรู้ได้ในทันทีว่าใครมา "พี่มาทำอะไรที่ห้องผมเนี่ย ผมไม่รับทำงานอะไรทั้งนั้นนะ"


     "ยังไม่ทันบอกเลยว่าจะให้ทำอะไร" ปลายฝนเลิกคิ้วขึ้นอย่างคนแปลกใจ


     "แค่เห็นหน้าพี่ผมก็รู้แล้ว" เห็นมาหาทีไรมีแต่งานมาให้ช่วย เข้าใจมั้ยว่าผมต้องการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์


     "แต่งานนี้อาจจะชอบก็ได้นะ ไม่รับจริงหรอ" ปลายฝนทำท่าทางอ้อนน้องชายแบบเด็กๆ คงรู้แล้วสินะว่าผมเหมือนใคร แล้วก็นะไอ้สายตากับน้ำเสียงแบบนี้ไม่น่าไว้ใจแม้แต่นิดเดียว


     "งานอะไร?" ถึงจะยังไม่อยากรับงาน แต่ก็อยากรู้ว่างานอะไรเหมือนกันนะ ผมจึงถามออกไปตรงๆ เพราะถ้าเป็นงานที่ผมชอบจริงๆ ผมก็อยากจะทำมันเหมือนกันนะ


     "ก็แค่...เป็นตากล้องให้กับเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของพี่สาวคนนี้ แค่นั้นเอง" ปลายฝนทำท่าทางเหมือนกับมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่กับต้นหนาวที่รักการถ่ายรูปแล้วนั้นมันไม่ใช่


     "ตากล้องหรอ! ตกลงๆๆ ผมจะทำ" เรื่องถ่ายรูปผมไม่มีทางปฏิเสธเด็ดขาด เห็นแบบนี้ผมก็มีฝีมือพอสมควรนะ คราวนี้จะถ่ายออกมาเป็นแบบไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลยแฮะ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว อยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ จัง


     ในระหว่างที่ต้นหนาวกำลังตื่นเต้นกับการที่จะได้เป็นตากล้องถ่ายอยู่นั้น จึงไม่สามารไปเอถสังเกตเห็นรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยของผู้เป็นพี่สาว เพราะถ้าต้นหนาวได้เห็นคงจะรีบปฏิเสธงานนั้นทันที "งั้นพี่กลับห้องก่อนนะต้นหนาว เดี๋ยวพรุ่งนี้แปดโมงเช้าพี่จะมารับถึงห้องเลยเพื่อไปสตูดิโอของพี่ ห้ามสายล่ะ"


     "อ่า ได้ๆ แปดโมงเช้าไม่สายไม่เลทแน่นอน พี่นั่นแหละห้ามสายนะ ไม่งั้นผมแอบไปก่อนแน่"


     "ไม่ต้องเลย อย่าแม้แต่จะคิดไปเองเชียว" ก็นะ การหลงทางของน้องชายเธอเป็นที่เลื่องลือจะตายไป นึกว่าโตขึ้นมาแล้วจะหาย "กลับล่ะ"


     ในขณะที่ผู้เป็นพี่สาวกำลังจะเดินกลับห้องของตน ต้นหนาวที่นึกได้ว่าตนเองมีเรื่องจะถามจึงเรียกพี่สาวไว้ก่อน "เดี๋ยวก่อนพี่ฝน"


     "มีอะไร" คงไม่ใช่ว่ารู้ทันแล้วคิดจะปฏิเสธงานหรอกนะ


     "งานวันเกิดพี่พายุ พี่จะร้องเพลงอะไรอ่ะ?"


     "อ้อเรื่องนี้นี่เอง" ดีนะมีน้องชายบื้อ "แน่นอนงานวันเกิดก็ต้องร้องเพลงแฮปปีเบิร์ดเดย์อยู่แล้ว" เกิดความเงียบขึ้มมาทันที อารมณ์ตื่นเต้นดีใจของต้นหนาวก่อนหน้านี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง


     "เอาจริงดิพี่! แล้วพี่ให้ผมฝึกเปียโนซะจริงจังเพื่ออะไร"


     "อ้าวพี่บอกให้ฝึกหรอ พี่ว่าแค่บอกให้ช่วยเล่นเปียโนในงานวันเกิดนะ" เมื่อต้นหนาวได้นึกย้อนความตามที่ผู้เป็นพี่บอกก็เป็นจริงดังที่พูด พี่ฝนบอกแค่ว่าให้ไปช่วยเล่นเปียโนในงานวันเกิดพี่พายุแค่นั้นจริงๆ แล้วผมก็คิดไปเองว่าพี่สาวจะร้องเพลงอย่างอลังการ "คิดไปเองนะเราเนี่ย"


     "ไม่ต้องย้ำก็ได้นะพี่ฝน!" ฟังแล้วมันเจ็บใจตัวเอง


     "ไปล่ะๆ พักผ่อนด้วย ห้ามลืมเด็ดขาดล่ะว่าพรุ่งนี้เรามีนัดกัน"


     "ไม่ลืมหรอกน่า" หลังจากผู้เป็นพี่สาวเดินออกจากห้องไป ต้นหนาวจึงไปอาบน้ำ ก่อนจะหาอะไรใส่ท้องของตน และในระหว่างที่รอให้อาหารที่กินไปนั้นย่อย จึงนั่งเล่นเปียโนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเข้านอนเร็วกว่าปกติที่เคย






     "เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย" คำพูดและรอยยิ้มของปลายฝนในวันนี้ทำให้ต้นหนาวเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ปกติ เพราะเวลาเห็นรอยยิ้มแบบนี้ทีไรมันต้องมีอะไรซักอย่างไม่ชอมมาพากลแน่นอน หรือผมจะคิดไปเอง คงไม่มีอะไร ใช่มั้ย!


     "ก็ดีนะ หลับง่ายเป็นปกตินั่นแหละ พี่ฝนถามทำไมอ่ะ" ไม่มีอะไรหรอกน่าต้นหนาว ถ้ามีเรื่องอะไรก็ชิ่งหนีมันซะเลย มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ ฮึบๆ


     "ก็ไม่มีอะไรนี่ แค่ถามเฉยๆ มีปัญหารึไง" ปลายฝนเลี่ยงการตอบคำถามของผู้เป็นน้องชายโดยการตอบแบบกวนๆ กลับไป


     "ก็ไม่อ่ะผมก็แค่ถามเฉยๆ" ต้นหนาวเองก็กวนกลับไปเช่นกัน เพราะตนนั้นถือคติที่ว่ากวนมาก็กวนกลับสิครับไม่โกง


     "นับวันยิ่งกวนนะต้นหนาว"


     "เหมือนใครก็ไม่รู้เนอะพี่ฝน"


     "ไปที่สตู.กันเลยแล้วกัน ฝากไว้ก่อนเถอะ หึ...หึ...หึ..." รอบนี้ต้นหนาวชนะ แต่ทำไมถึงรู้สึกขนลุกแปลกๆ


     ตั้งแต่นั่งรถมาทำให้ผมได้รู้ว่า พี่ฝนอารมณ์ดีเกินไป ถ้าไม่ร้องเพลง ก็หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ผมว่าผมควรปฏิเสธงานนี้ ใช่มั้ย แต่ถ่ายรูปผมก็อยากถ่าย เอาไงดี


     หลังจากที่คิดลังเลอยู่นานรถที่ต้นหนาวนั่งมาโดยมีพี่สาวเป็นคนขับก็ได้มาถึงสตูดิโอที่จะใช้ถ่ายงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นคนที่คิดอะไรนานๆ แล้วยังตัดสินใจไม่ได้นี่ ไม่ดีเลยแฮะ


     "โห คนเยอะดีจัง" ต้นหนาวพูดออกมาเสียงเบากับตนเองก่อนที่สายตาจะเบนไปเห็นนายแบบนางแบบที่กำลังยืนให้ตากล้องถ่ายรูปอยู่ อ้าวก็มีตากล้องนี่หน่าแล้วให้ผมมาทำอะไร หรือให้มาเป็นผู้ช่วย ไม่น่าจะใช่


     "พี่แพร เตรียมตัวได้เลย"


     "เตรียมตัวอะไรกันพี่ฝน เค้าก็กำลังถ่ายแบบกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ แล้วเรียกพี่แพรที่เป็นช่างแต่งหน้ามาทำไมอ่ะ หรือว่าจะมีนางแบบนายแบบมาเพิ่ม ผมว่าแค่นี้ก็เยอะแล้วนะ"


     "น้องต้นหนาวของพี่แพร!" เสียงของหญิงสาวที่ดังมาแต่ไกลดึงความสนใจของคนทั้งสตู.ให้หันมามอง แต่เจ้าตัวก็หาได้สนใจไม่กลับพุ่งเข้ามากอดต้นหนาวอย่างเต็มรัก ผมรู้นะครับว่าผมน่าเอ็นดู แต่ไม่ต้องเอ็นดูผมขนาดนี้ก็ได้ ผมหายใจไม่ออก


     "พอได้แล้วน่าพี่แพร ต้นหนาวจะขาดอากาศหายใจแล้วนั่น เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะพี่แพร" ทั้งสองสาวหันมาสบตากันก่อนจะส่งเสียงหัวเราะที่ฟังดูแล้วน่าสยดสยองสำหรับต้นหนาวออกมา


     ต้นหนาวมี่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจึงคิดจะย่องหนีไปในระหว่างที่ทั้งสองสาวกำลังอยู่ในโลกส่วนตัว และลืมเลือนตัวตนของต้นหนาวไปชั่วขณะ ลาก่อนนะครับพี่สาว ผมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยจากพี่ทั้งสอง งานอะไรก็ไม่เอาแล้วครับนาทีนี้


     ต้นหนาวหมุนตัวหันกลับหลังเตรียมจะย่องหนี กลับถูกมือปริศนายื่นมาจับหมับเข้าที่ด้านหลังคอเสื้อเข้าอย่างจังจนทำให้ตกใจ ก่อนจะตั้งสติและหันไปมองมือปริศนานั้น ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่ปลายฝนพี่สาวของตนนั่นเอง หนีไม่ทันแล้วแกล้งตายได้มั้ยครับ "จะไปไหนคะคุณน้องชาย"


     "แหะ แหะ ผมพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระที่ต้องไปทำ เพราะงั้น บ้ายบา..ย..." ต้นหนาวยังพูดไม่ทันจบ อยู่ๆ แรงดึงที่คอเสื้อก็เพิ่มขึ้น


     "คงไม่ได้หรอกนะน้องชาย ในเมื่อรับงานแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นเสียก่อน" ว่าจบปลายฝนก็ลากต้นหนาวให้ไปที่ห้องแต่งตัวด้วยกันในทันที โดยมีพี่แพรที่เห็นดีเห็นงามด้วยคอยเดินตามหลังมาอีกคน


     "โอ๊ย! พี่ฝน ผมรู้สึกเหมือนจะมีไข้เลย เจ็บคอด้วยเนี่ย แค่กๆ" ต้นหนาวยังไม่ยอมแพ้แม้จะดูไร้หนทางก็ตามที


     ปลายฝนที่เห็นแบบนั้นจึงเอาหลังมือมาแปะอยู่บนหน้าผากของต้นหนาวเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างกาย "พี่ว่าก็ปกติดีนะ ไม่มีความรู้สึกว่าตัวจะร้อนจนมีไข้ได้เลยสักนิด เรื่องเจ็บคอไม่ต้องห่วงเหมือนกัน พี่มีลูกอมให้สบายใจได้"


     "โอ๊ย! ตอนนี้ผมปวดท้องด้านขวาสงสัยจะเป็นโลกกระเพาะ" ถึงจะรู้ว่าการโกหกมันไม่ดี แต่ผมต้องทำเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นไปจากเหตุการณ์นี้ให้ได้


     "น้องชายถ้าปวดท้องด้านขวานั่นมันไส้ติ่งอักเสบ อีกอย่างแกไม่ได้เป็นโรคกระเพาะ" อะไรกันผมแค่รีบพูดไปนิดเดียวจนลืมคิดไตร่ตรองให้ดีแค่นั้นเองนะ "เอาล่ะ ล้มเลิกความพยายามในการหนี แล้วหันมาร่วมงานด้วยกันซะดีๆ ดีกว่านะ"


     "ม่ายยยย! ไหนพี่บอกจะให้ผมมาเป็นตากล้อง"


"เดี๋ยวก็ได้เป็นแล้วนี่ไง เพราะงั้นทำตัวดีๆ ซะนะ" ทำไมผมถึงรู้สึกว่าความหมายของคำว่าตากล้องในแบบของผมกับพี่ฝนมันคนละอย่างกันเลยล่ะ


     เมื่อถึงที่หมายต้นหนาวก็ถูกจับกดให้นั่งกับเก้าอี้ทันที สงสัยถ้าเอาเชือกมามัดได้คงทำไปแล้วมั้งเนี่ย "เอาแบบที่ตกลงกันไว้เลยนะพี่แพร"


     "ได้เลย เดี๋ยวพี่จัดให้"


     นี่พวกพี่ทั้งสองคนไม่คิดจะถามหรืออธิบายเพื่อไขข้อสงสัยให้ผู้ถูกกระทำอย่างผมเข้าใจหน่อยหรอครับ กระซิกๆ ต้นหนาวอยากจะร้องไห้ แต่น้ำตามันไม่ยอมไหล










----------Talk----------

ต้นหนาว : ทำไมมีแต่คนกลั่นแกล้งผมอ่ะ กระซิกๆ

ไรท์. : น่าสงสารเค้าเนอะ

ต้นหนาว : ผมหมายถึงไรท์นั่นแหละ

ภูตะวัน : ..........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น