The Secrets อยากให้รู้ว่ามีคนแอบรัก (Yaoi)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 : เรื่องตกใจเมื่อมีหนึ่งเรื่องก็มักจะมีเรื่องต่อไปตามมา (ตอนปลาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 ส.ค. 62

     กริ๊ง....กริ๊ง....กริ๊ง....

    เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นมาดั่งเป็นสัญญาณเตือนการมาเยือนของลูกค้ากลุ่มใหม่เพื่อให้พนักงานในร้านได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง


     "มากี่ท่านค่ะ" พนักงานสาวถามออกไปด้วยความสุภาพ แม้จะมีความเขินอายเกิดขึ้นแต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ดี

     "มีเพื่อนมาจองไว้แล้วครับ" ชายหนุ่มก็ตอบกลับไปอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจยิ่งทำให้พนักงานสาวเขินหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หลังจากนั้นสายตาของชายหนุ่มก็มองหากลุ่มเพื่อนของตนที่มารอก่อนหน้า เนื่องกลุ่มเพื่อนที่มีเอกลักษณ์ทำให้หาเจอได้ไม่ยาก "อยู่นั่นครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" รอยยิ้มถูกส่งออกไปอีกครั้งทำให้พนักงานสาวหน้าแดงและเกิดอาการลนลานยิ่งกว่าเดิม

     "ค่ะ เชิญเลยค่ะ" พนักงานรีบกล่าวออกมาพร้อมกับผายมือเชิญกลุ่มนักศึกษาทั้งกลุ่มเข้ามาในร้านตรงที่นั่งดังกล่าวทันที

     "หมอคินทำไมมึงสุภาพกับทุกคนจังวะ" ชายหนุ่มหน้าตาขี้เล่นที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นมาแบบทีเล่นทีจริง

     "ยกเว้นมึงไงครับ เพื่อนนาย" คำพูดของว่าที่คนเป็นหมอที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเป็นอะไรอธิบายไม่ถูกจริงๆ เพราะดูเหมือนสุภาพก็สุภาพไม่เต็มที่ จะดูโหดก็โหดไม่เต็มที่อีกเหมือนกัน

     "แหม ซึ้งใจจริงๆ" คำพูดประชดประชันไม่ได้ทำให้อีกคนรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย แต่กับมีเสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนออกมาตอกย้ำแทน เจ้าตัวจึงได้แต่ถลึงตาใส่เพื่อนของตนอย่างไม่จริงจังนัก

     นักศึกษากลุ่มใหญ่ที่เข้ามาใหม่เรียกความสนใจของคนในร้านได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่สังเกตได้ไม่ยากเย็นซักนิด

     "นิว คนอื่นมากันแล้วกลับมานั่งที่เร็ว" สองแฝดซันเดย์บอกกับเพื่อนของตนก่อนจะโบกมือให้กับผู้มาเยือนกลุ่มใหม่

     "ชิ เดี๋ยวพี่มาหาใหม่นะน้องต้นหนาวน้องพู่กัน" คำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากเป็นการสบถกับตัวเองแล้วจึงหันมาพูดด้วยร้อยยิ้มในประโยคหลังกับรุ่นน้องมหาลัยเดียวกัน

     ต้นหนาวที่กำลังเคี้ยวจนแก้มตุ่ยไม่สามารถพูดตอบรับออกมาได้จึงพยักหน้าหงึกหงักให้แทน ทำให้ผู้ที่เห็นได้รับดาเมจอย่างรุนแรงจนเกือบล้มทั้งยืนแต่เจ้าตัวจำเป็นต้องเก็บอาการไว้ ก่อนจำใจต้องกลับไปหากลุ่มเพื่อนของตน

     "มาช้านะพวกมึง" นิวพูดออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดจากการโดนขัดความสุขอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหันไปเห็นคนๆ นึง "แล้วแม่นี่มาด้วยได้ไงเนี่ย ใครจุดธูปเชิญ" น้ำเสียงไม่ชอบใจแสดงออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่ปิดบังแม้แต่นิดเดียวถึงความไม่ชอบใจ "คุณอิงฟ้าคนสวยไม่มีเพื่อนคบหรอคะ ถึงตามคนอื่นเค้าไปทั่ว" คำพูดสื่อความหมายชัดเจนโดยที่ใครฟังก็รู้ว่าผู้พูดไม่ชอบคนที่ชื่ออิงฟ้าเป็นอย่างมาก ส่วนคนที่ชื่ออิงฟ้าก็ทำเพียงยิ้มแบบเศร้าๆ เหมือนจะร้องไห้ทำให้ดูหน้าสงสารสำหรับผู้ที่พบเห็น แต่ไม่ใช่กับนิว

     "น่าๆ ใจเย็นก่อนนะนิวมานั่งนี่มา เอาล่ะในเมื่อมากันแล้วก็หาที่นั่งกันเลยนะ มีแค่โต๊ะเดียวเท่านั้นนะ แต่ดูจากจำนวนคนไม่น่าจะพอนั่ง" หลังจากที่บอกเพื่อนของตนให้ใจเย็นเพลงก็รีบทำการแบ่งที่นั่งทันทีแต่ดูเหมือนจะมีปัญหาที่นั่งไม่พอ "ที่นั่งไม่พอจริงๆ ด้วย เอาไงดีล่ะทีนี้" เกิดความเงียบโรยตัวขึ้นมากะทันหัน

     "น้องต้นหนาว พี่นิวขอนั่งด้วยคนนะโต๊ะไม่พอให้นั่งเพราะมีคนบางคนมาโดยไม่มีใครเชิญ" ประโยคแรกพูดด้วยดีแต่ประโยคหลังจิกกัดชัดเจน ทำให้ผู้ที่ถูกพาดพิงกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

     หลังจากสรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พี่นิว พี่เพลง พี่ซัน และพี่เดย์ก็มานั่งอยู่โต๊ะอยู่กับโต๊ะของผม ก็ดีนะครับมีคนแย่งกันกินเยอะๆ ก็อร่อยดี

     "ภูคะ พวงกญแจน่ารักดีนะคะ ฟ้าขอได้มั้ยคะ" เสียงที่ดังขึ้นเรียกความสนใจให้ทุกคนหันมามองได้เป็นอย่างดี และมีคำหนึ่งที่ผุดขึ้มมาในใจทุกคนว่า ไม่มีปัญญาซื้อเอง

     "หมายเลขหนึ่ง!" เสียงที่ตะโกนขึ้นมาเรียกความสนใจของทุกคนอีกครั้ง พร้อมกับเจ้าตัวที่ลุกขึ้นมาจากโต๊ะของตนและวิ่งเข้าไปหาคนที่ถือพวงกุญแจทันที "พี่ไปเอามาจากไหนนี่มันของผมนะ"

     "ถ้าเป็นของน้องแล้วทำไมอยู่ที่พี่ล่ะครับ" ภู หรือภูตะวัน พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนิดๆ ทำให้เป็นที่ตกตะลึงของกลุ่มเพื่อน เนื่องจากพูดเยอะเป็นพิเศษแล้วยังมีรอยยิ้มด้วย ถึงจะแค่นิดหน่อยก็ตาม

     "นั่นสิ ไปอยู่ที่พี่ได้ไง" ไอ้ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจว่าใช่ของผมมั้ยพอมองกระเป๋าตัวเองเท่านั้นแหล่ะ ใช่เลย มันไปอยู่กับพี่เค้าได้ยังไงกันนะ

     ผมที่ต้องการคุยกับคนที่เก็บของรักของหวงของผมได้จึงเงยหน้าขึ้นเพื่อมองและเพื่อเจรจา ยังไงมันต้องเป็นของผมแน่นอน "พี่ภู!"

     อา.....เงยหน้าขึ้นมานี่สตั๊นเลย

     "ครับพี่ชื่อภู น้องรู้จักพี่ด้วยหรอ" ภูตะวันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างทีเล่นทีจริงโดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมแบบนั้นทำให้คนรอบข้างตกตะลึงเพียงใด

     ต้นหนาวเริ่มร้อนรนที่ตนเองถูกจับผิดแทนจนลืมเรื่องพวงกุญแจไปเสียสนิท และพูดตะกุกตะกักพร้อมกับเหงื่อที่ซึมออกมาตามขมับเล็กน้อย "อ้อ..ก..ก็..พี่เป็นเดือนมหาลัย ใครๆ ก็รู้จักทั้งนั้น แหะ...แหะ..." พร้อมกับหัวเราะแบบแห้งๆ "อา...งั้นผมกลับไปนั่งที่ดีกว่...า"

     "เดี๋ยวก่อน!" เสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมกับการตบโต๊ะเสียงดังทำให้ต้นหนาวสะดุ้งตกใจ และหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่เกือบหยุดเต้นตามไปด้วย ช็อครอบสองตั้งตัวไม่ทัน

     "ตบโต๊ะเพื่อ..."

     "เรียกร้องความสนใจ เดี๋ยวไม่มีใครฟัง"

     "นั่นไงน้องเค้านิ่งเลย ตกใจจนช็อคไปแล้วมั้ง"

     ใครพูดถึงผมรึป่าวหว่า ตกใจอยู่ฟังไม่ทันทำหน้างงใส่เลย

     "น้องนั่นแหละไม่ต้องงง"

     เห็นมั้ยทำหน้างงใส่ทีไรได้ผลทุกที พี่เค้าพูดถึงผมจริงด้วย อีกอย่างจะได้ไม่หน้าแตกเวลาถามกลับไปว่าเรียกผมหรอครับแล้วคำตอบคือไม่ใช่

     "พี่แค่อยากจะถามว่าสองคนนี้ยังไงกันเอ่ย" ว่าจบก็ยักคิ้วหลิ่วตาส่งมาให้

     "เอ่อ..." ตอบยังไงดีหว่า

     "เสือก!"

     เมื่อกี้นี้ผมไม่ได้พูดนะ

     "แหม...เดี๋ยวนี้มีความลับกับเพื่อนนะไอ้ภู ไม่ถามแล้วก็ได้ยังไงก็เห็นๆ กันอยู่อ่ะนะ"

     ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลย ตอนนี้เห็นแต่คนหน้านิ่งกับหน้ายิ้ม เห็นแล้วเมื่อยหน้าแทนอีกต่างหาก กลับไปกินต่อดีกว่า

     "เอ่อ...งั้นผมกลับที่ก่อนนะครับ" รอยยิ้มถูกส่งออกมาอย่างซื่อๆ ทำให้สตั๊นทั้งกลุ่ม

     "เข้าใจเลยว่าทำไมนิวมันถึงชอบ"

     "อืม เห็นด้วย" สีหน้าที่แสดงออกมาถึงความเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของต้นหนาวนั้นช่างเหมือนคนที่กำลังถูกมอมเมาด้วยยาขนานแรง ก่อนจะมีเสียงแทรกขึ้นมาทำให้อาการเหล่านั้นยุติลงอย่างชะงัน

     "ห้ามยุ่ง!"

     "เฮ้ยพบคนขี้หวงหนึ่งอัตราหว่ะไอ้หมอ"

     สายตาของแต่ละคนที่มองตามแผ่นหลังของต้นหนาวนั้นแฝงไปด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน ซึ่งมีทั้งดี และไม่ดี

     "ยิ้มมาเชียวนะต้นหนาว" พู่กันพูดแหย่เพื่อนตนเองอย่างรู้ทันกัน

     "น้องต้นหนาว น้องพู่กันกินเยอะๆ เลยนะ จะได้โตไวๆ" นิวพูดขึ้นพร้องกับมือที่คอยคีบอาหารส่งให้อย่างไม่ขาดสาย

     "ผมโตแล้วนะ!/ผมโตแล้วนะ!" ทั้งสองคนพูดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

     "นั่นสินิว น้องโตแล้วนะ แล้วก็น่าจะโตได้แค่นี้แหละ" ว่าจบซันและเดย์ที่นั่งข้างต้นหนาวและพู่กันก็ยกมือขึ้นมาวางแปะบนหัวของทั้งสองคน ต้นหนาวและพู่กันที่ทำอะไรไม่ได้จึงยู่หน้าใส่และหันไปสนใจอาหารของตนต่อ โดยได้ลืมเรื่องพวงกุญแจไปจนหมดสิ้น

     "อิ่มจัง มีแรงแล้วด้วย แต่ง่วงนอนมากกว่า" หลังจากกินอิ่มแล้วผมรู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก "คิดเงินเลยแล้วกันนะครับ จะได้รีบกลับไปพักผ่อนกัน"

     "กินแล้วนอนระวังอ้วนนะ"

     "ไม่อ้วนซะหน่อย"

     เสียงพูดคุยกันหงุงหงิงที่เกิดขึ้นจากการแหย่กันเองของทั้งสองคนให้ความรู้สึกเหมือนมีสัตว์เลี้ยงสองตัวเล่นกันเองจนมีแต่คนเอ็นดู และเมื่อทั้งสองสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านั้นแม้จะไม่เข้าใจว่าเป็นสายตาแบบไหนแต่ก็เลิกแหย่กันเองด้วยความเกรงใจรอบข้าง

     ในตอนที่ต้นหนาวและพู่กันจะจ่ายเงินค่าอาหารของตนเองนั้นเหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันจ่ายให้แทน จึงทำให้ได้กินฟรีไปโดยปริยาย ทั้งสองจึงได้แต่กล่าวขอบคุณ

     "งั้นคราวหน้าเดี๋ยวพวกผมเลี้ยงมั่งพวกพี่ก็ห้ามปฏิเสธด้วย" ใบหน้าที่แสดงถึงความไม่ยอมทำให้ทุกคนต้องตกปากรับคำกลับไปอย่างปฏิเสธไม่ได้

     "งั้นพวกผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ"

     เมื่อรุ่นน้องที่น่ารักทั้งสองคนเดินจากไปแล้วทุกสายตาก็หันมามองอีกคนที่เงียบอยู่ตลอดอย่างพร้อมเพรียงทันที ถึงจะบอกว่าเงียบแต่สายตาเนี่ยไม่ได้พัก

     "แกล่ะฮะว่าไง คุณภูตะวัน รู้สึกว่าวันนี้จะพูดเยอะกว่าทุกทีนะ" นิวพูดคาดคั้นคำตอบจากเพื่อน แต่คนปากแข็งก็ยังคงนิ่ง เงียบ จนคนถามเลิกคิดที่จะถามและเตรียมตัวกลับ แต่ทุกคนกลับต้องช็อคอีกครั้งกับเสียงที่ได้ยิน

     "คิดว่ายังไงล่ะ" คำพูดและรอยยิ้มถูกส่งออกมาก่อนเจ้าตัวจะรีบเดินจากไปทันทีก่อนที่ทุกคนจะตั้งสติทัน

     "ภูคะ รอก่อนค่ะ ฟ้าไม่มีรถขอกลับด้วยคนค่ะ" หญิงสาวที่ซึ่งถูกลืมตั้งแต่เรื่องพวงกุญแจกับต้นหนาวตะโกนขึ้นมาก่อนเดินอย่างเร่งรีบเพื่อหวังให้ทันร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเจ้าของชื่อ กลับถูกขวางทางด้วยคนเพียงคนเดียวที่ยืนเชิดหน้าและเท้าเอวรออยู่อย่างมีมาด

     "เงียบย่ะหล่อน ชั้นเรียกแท็คซี่ให้มารอแล้ว เพราะรู้มีพวกชอบลำบากคนอื่นที่มาแล้วกลับเองไม่เป็น นั่นไงรถมาแล้ว ไปเลยชิ้วๆ พวกเรากลับ"

     "วันนี้มีแต่เรื่องช็อคทั้งนั้นเลย กลับบ้านกันดีกว่าไอ้หมอ ไปก่อนนะทุกคนพรุ่งนี้เจอกัน" ทุกคนต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านตนเองโดยไม่คิดสนใจใครอีก เพราะตอนนี้หนังท้องตึงหนังตาหย่อน

     "ฝากไว้ก่อนเถอะ"

     "เอ้านังหนูจะขึ้นมั้ย ถ้าไม่ขึ้นลุงจะไปแล้วนะ"

     เสียงคนขับแท็คซี่ทำให้หญิงสาวจำต้องรีบเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง ถึงจะยังหงุดหงิดไม่หายและไม่พอใจเพียงใดก็ตามแต่ถ้าไม่ขึ้นก็คงลำบาก เพราะยิ่งดึกรถยิ่งน้อย

     รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นจอดลงหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง พร้อมประตูรถที่เปิดออกและปิดลงเบาๆ เปลี่ยนมาเป็นกระจกรถเลื่อนลงมาแทน "เห็นมั้ยดึกเลย มัวแต่เลือกขนมอยู่นั่นแหละ"

     "ก็ขนมในห้องมันหมด ถ้าไม่มีเสบียงฉุกเฉินเราอยู่ไม่ได้ ยังไงก็ขอบคุณนะพู่กัน เจอกันพรุ่งนี้ บ๊ายบาย ขับรถระวังๆ ด้วยนะ" ต้นหนาวยกมือโบกลาพร้อมทั้งยืนส่งจนกระทั่งแสงไฟท้ายรถหักเลี้ยวลับไปจากสายตา

     สองเท้าก้าวเข้าลิฟท์มุ่งหน้าสู่ห้องในคอนโดชั้นบนสุด คอนโดนี้เป็นโครงการของแฟนพี่ฝนนั่นก็คือพี่พายุนั่นเอง แถมยังเป็นคอนโดแฝดอีกต่างหาก พี่ฝนกับผมอยู่คนละตึกล่ะ ใช่ว่าเป็นพี่น้องต้องอยู่ใกล้กันเสมอไปมันต้องมีระยะห่างบ้าง แถมยังมีทางเชื่อมให้ที่สามารถเดินไปหาได้ตลอดเวลาอยู่แล้วด้วย นั่นแค่เหตุผลรอง

     ส่วนเหตุผลหลัก สโตกเกอร์พี่พายุ

     พี่สาวของผมช่างดูหน้ากลัวยิ่งนักในหลายๆ ความหมายรวมกันอ่ะนะ

     พูดถึงคอนโดนี้แล้วยังไม่เคยเจอคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามเลย อยากจะทำความรู้จักกันไว้ซักนิดนึงก็ยังเพราะเวลามีปัญหาจะได้ช่วยเหลือกันได้ ก็นะทั้งชั้นมีแค่สองห้องเอง

     ติ๊ง...ประตูลิฟท์เปิดออกเผยให้เห็นเส้นทางเดินที่มีบานประตูสองบานอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน โดยที่ประตูบานหนึ่งมีคนกำลังเปิดประตูเข้าไป ต้นหนาวที่เห็นแบบนั้นจึงรีบเข้าไปแนะนำตัวเพราะคิดว่าอาจจะไม่มีโอกาสเจอกันได้ง่ายๆ

     "สวัสดีครับ ผมอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามนะชื่อต้นหนาว เรียกว่าหนาวเฉยๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก" รอยยิ้มถูกส่งออกมาอย่างคนต้องการผูกมิตร

     "ยินดีที่ได้รู้จัก พี่ชื่อภูนะ" คนที่หันหลังให้ในตอนแรกจึงหันกลับมาตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ต้นหนาวถึงกับยิ้มค้างและเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นตกใจแทน

     "พ..พี่ภู"

     "ครับพี่เอง"

     ช่วยด้วยครับตอนนี้ผมกลัวใจตัวเองมากกว่าพี่สาวซะแล้วสิ



---------Talk--------
คำผิดอาจมีบ้างเนื่องจากข้าเจ้าใช้โทรศัพท์พิมพ์

ช่วงนี้ปัญหาที่ทำงานเยอะคนลาออกเพียบ งานเลยตกที่ข้าพเจ้าเพิ่ม อยากลาออกนะ แต่กลัวไม่มีอะไรกิน

ปล.ฝากผลงานเรื่องแรกนี้ด้วยนะ

ปล.อยากให้แต่งแนวไหนบอกได้นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

5 ความคิดเห็น