ตอนที่ 66 : EP : 64 รับศิษย์น้อง 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    15 ก.ค. 62







EP : 64 รับศิษย์น้อง 6









“นักรบมนุษย์หินในตำนานทั้งหมดหนึ่งแสนสี่หมื่นและฆ่าไม่ตาย” หลงเยียนเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เขาเคยอ่านเห็นในหนังสือของท่านหวางชู


“เจ้ารู้ได้อย่างไร” หรงซู่จินหันไปถามหลงเยียนอย่างสงสัยว่าทำไมถึงรู้ เพราะเธอยังมองไม่ออกเลยว่าทั้งหมดมีเท่าไร


“เคยอ่านมาขอรับ” หลงเยียนเอ่ยตอบก่อนจะนึกถึงวิธีที่จะจัดการกับนักรบมนุษย์หินพวกนี้อย่างไร


“เราจะต้องหาตัวที่เป็นหัวหน้ามันใช่หรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยเพราะถ้ามาแนวนี้ต้องหาหัวหน้ามันแล้วก็ค่อยจัดการหัวหน้ามันทุกอย่างถึงจะจบเกม


“ใช่แล้วขอรับ แต่เราต้องหาตัวที่เป็นราชาแล้วก็กำจัดทิ้ง ทุกอย่างก็จะจบ แต่เราไม่รู้ว่าราชานั้นอยู่ในกองทัพหรือว่าอยู่ในปราสาทนั้นกันแน่ เราจะต้องแบ่งเป็นสองกลุ่มขอรับ” หลงเยียนเอ่ยบอกพร้อมกับมองกองทัพนักรบมนุษย์หินในตำนานแล้วก็อธิบายถึงแผนการ


“ข้าหมิงหมิงแล้วก็หยางหลินจะเข้าไปด้านในปราสาท ส่วนที่เหลือก็รับหน้าที่ด้านนอกไป จริงสิ กำไลพวกนี้ยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า” หรงซู่จินเอ่ย ก่อนจะชูมือขึ้นแล้วก็ถามทุกคน


“คงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง” ซีเจียเอ่ยขึ้นเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเธอเลยสักนิดเดียว


“งั้นหลงเยียนเจ้าทำให้กำไลพวกนี้ขยายให้ใหญ่ขึ้นแล้วก็ใช้มันกักขังพวกนั้นเอาไว้ก่อน เอานี้ฝากพวกเจ้าด้วย” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับถอดกำไลเอาไปให้กับหลงเยียนเหลือเอาไว้เพียงวงเดียว และทั้งสองก็ทำแบบเธอก่อนจะพากันวิ่งไปเข้าไปในปราสาทอย่างรวดเร็ว


“หยุด” ไป๋หยางหลินเอ่ยบอกเมื่อเขามาในปราสาทได้ไม่นาน มันเงียบมาก แต่เพราะเขาได้ยินเสียงกลไกที่มันเริ่มทำงาน


“กับดับสินะ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นเพราะเธอได้เสียงอะไรบ้างอย่าง มีเหมือนเป็นเสียงของกลไกที่กำลังเริ่มทำงานเมื่อพวกเธอพากันเข้ามาในปราสาท


“เหมือนว่าข้าจะเหยียบกับดับเข้าแล้วสิ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยพลางทำหน้าเครียดนางไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ


“หยางหลินเจ้ามีอะไรหนักๆ หรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยถามพลางมองไปที่เท้าของลู่หมิงหมิงที่เหยียบกับดับ


“มี” ไป๋หยางหลินเอ่ยตอบก่อนจะเอาเหรียญเงินหนึ่งเหรียญพร้อมกับอัดลมปราณเข้าไปในนั้นจนมันหนัก ที่เขาทำแบบนี้นั้นก็เพราะเคยเห็นหญิงสาวคนนี้ทำมาแล้ว


หรงซู่จินยื่นมือไปรับเหรียญก่อนจะเลิกคิ้วนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าเหรียญถูกอัดลมปราณเข้าไปจนหนัก แต่ที่เธอไม่คิดก็คืออีกฝ่ายจะทำวิธีแบบเดียวกันกับเธอต่างหาก


“เอาล่ะ เจ้าค่อยยกเท้าขึ้นมาช้าๆ นะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกลู่หมิงหมิงในตอนที่เธอนั่งลงไปพร้อมกับสอดเหรียญเงินเข้าไปใต้เท้าของลู่หมิงหมิงอย่างช้าๆ  จนสำเร็จเธอก็เงยหน้าขึ้นไปเอ่ยกับลู่หมิงหมิงอีกครั้ง


“เจ้าไปยืนข้างๆ หยางหลิน” หรงซู่จินเอ่ยบอกเพราะก่อนหน้านี้ให้ไป๋หยางหลินนำหน้าแล้วก็ลู่หมิงหมิงแล้วก็ตามด้วยหรงซู่จิน


“เข้าใจแล้ว” ลู่หมิงหมิงไม่ถามอะไรต่อ ได้แต่รับคำก่อนจะก้าวเท้าไปยืนอยู่ข้างคนรักของตัวเอง


ฟิ้ว!


ปัก!!


“ได้ยินเสียงอะไรหรือไม่” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถาม เสียงมันคุ้นๆ มาก


“วิ่ง!!” ไป๋หยางหลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับคว้ามือของลู่หมิงหมิงไปด้วย ก่อนจะพากันวิ่งทันทีเมื่อลูกธนูกำลังไล่จี้ตามหลังพวกเขาอยู่


หรงซู่จินที่ตามหลังก็ได้แต่วิ่งหนีเหมือนกัน เพราะถ้าเธอใช้กระบองแล้วเผลอปัดไปถูกกลไกตัวอื่นเข้ามาจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่


“ระวัง!!


หมับ!!


“เกือบไปแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยเพราะเธอเกือบจะตกลงไปยังหลุมด้านล่างแล้ว ถ้าสองคนนี้ไม่คว้าตัวของเธอเอาไว้ หรงซู่จินมองไปยังด้านซ้ายมือที่มีทางขึ้นไปยังด้านบนแต่เพราะว่าทางมันแคบและลานชั้นเกินไปจนดูเหมือนว่าจะอันตราย


“ทางขึ้นน่ากลัวเป็นบ้า” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับขยับตัวนิดหน่อย เมื่อนางมองไปยังอีกด้านที่เป็นหลุมลึก และทางด้านหน้าที่เป็นทางลานชั้น



 

“เฮ้อ เกือบตกลงไปแล้ว ข้าละตกใจแทบแย่” เยี่ยเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ ก้นของเขาแทบไม่ได้กับที่นั่งเลย เมื่อมองไปยังหรงซู่จินที่เกือบจะตกลงไปในหลุมลึกนั้น


“ยังดีที่สองคนนั้นคว้าตัวนางเอาไว้ทัน”  เยี่ยฟงเอ่ยเมื่อครู่เขาตกใจแทบแย่ที่หรงซู่จินวิ่งหนีลูกธนูจนเกือบจะตกลงไปในหลุมลึกนั้น


“ฉินหลงเจ้าว่านางจะผ่านไปถึงด่านสุดท้ายหรือไม่” องค์รัชทายาทเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย เพราะขนาดเขายังได้มาถึงด่านที่ห้าเอง


“หึหึ เจ้าอย่าได้ดูถูกนางเป็นอันขาด ลืมไปแล้วหรือไง นางฝึกวรยุทธเพียงสามสี่วันก็มาถึงระดับลมปราณปฐพีขั้นกลาง เจ้าคิดว่ามันเป็นกันได้ง่ายๆ หรือไง” ฉินหลงเอ่ยขึ้นเพราะดูจากที่นางได้ทำพันธะสัญญาหวางชูสัตว์อสูรศักดิสิทธิ์ระดับสูงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด


“แล้วเด็กสองคนนั้นล่ะ” องค์รัชทายาทเอ่ยถามเพราะดูอย่างไรสองคนนี้ต้องซ้อนอะไรเอาไว้เป็นแน่ ไม่อย่างนั้นไม่มาตอนด่านที่เก้าได้หรอก


“อืม ดูเหมือนสองคนนี้ก็เป็นพวกที่พิเศษเหมือนกันไม่ต่างจากสามคนที่เหลือ” ฉินหลงเอ่ยตอบเพราะระดับลมปราณของเด็กชายคนนั้นต่ำเกินไปที่จะมาถึงด่านนี้ได้


นั้นต้องเป็นเพราะเด็กชายคนนี้ปกปิดระดับลมปราณที่แท้จริงก็เป็นไปได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงคนอื่นๆ มันคงไม่ต่างกันหรอก ปีนี้มีแต่เด็กน่าสนใจทั้งนั้นที่เข้ามาเรียนในที่นี้


“ว่าแต่เจ้าคิดวิธีที่จะปกปิดใบหน้าของตัวเองได้หรือยัง” ฉินหลงเอ่ยถามเพราะองค์รัชทายาทอยากจะปกติใบหน้าของตัวในงานที่จะจัดในอีกสามวันข้างหน้า เพราะวันนั้นจะมีพวกต่างแคว้นเข้ามายังวังหลวงอีกด้วย


“มีแล้ว” องค์รัชทายาทเอ่ยตอบก่อนจะมองไปยังหรงซู่จินที่กำลังเดินขึ้นไปยังบันไดที่ลานชั้น ที่เดินได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ด้านขวามือเป็นหลุมลึกด้านซ้ายมือเป็นกำแพงหิน

 



“ทางตันแล้ว” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขึ้นเมื่อพวกนางเดินกันมาตั้งนานแต่ก็พบเจอกับทางตัน หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเพราะเธอมองไปข้างหน้าไม่เห็น เพราะสองคนด้านหน้าบังเธอไปหมดแล้ว


“ลองมองหาอะไรที่แปลกๆ แถวกำแพงดูสิ” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับมองหาอะไรแปลกตามกำแพงไปด้วย แต่ก็ไม่มี จนเธอรู้สึกว่ามีบ้างที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังเคลื่อนไหว


กึก!


พรึบ!


ไป๋หยางหลินกดมือลงไปที่หินที่นูนออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงกลไกลที่เริ่มทำงานแต่เพราะทุกอย่างรวดเร็วเกินไป ทำให้พวกเขาตั้งตัวไม่ทัน กำแพงพวกนั้นหมุนกลับด้านทำให้พวกเขาทั้งสามเข้าไปด้านในทันที พร้อมกับเสียงธนูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโจมตีพวกเขาตามหลังมาด้วย


ฟิ้ว!!


ปัก!!


ตู้ม!!


“เกือบไปแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยเบาๆ เพราะเมื่อครู่ลูกธนูเฉียดใบหน้าของเธอไปนิดเดียวเอง อย่าให้เธอรู้นะว่าใครมันบังอาจคิดจะทำร้ายใบหน้าของเธอนะ เธอไม่เอาไว้แน่


“จริงสิ ข้าไม่ได้ยินเสียงของถิงถิงนานแล้ว” ลู่หมิงหมิงหันมาถามเธอ และนั้นก็ทำให้หรงซู่จินเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองลืมเจ้าถิงถิงนั้นไปเลย


“นอน” ไป๋หยางหลินเอ่ยบอกไม่ได้หันไปมองทั้งสองสาว เขามองภาพเบื้องหน้าที่เป็นเป็นห้องลับ และมองดูแผนผังต่างๆ ตามผนังห้อง


หรงซู่จินก้มลงไปที่หน้าอกของตัวเองเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังขยับไปมาอยู่ที่หน้าอกของตัวเอง ก่อนจะรู้ว่าเจ้าถิงถิงมันนอนที่ไหน สบายจังนะ เลือกนอนถูกที่เสียด้วยสิ


“กิ๊ว!” ไม่ต้องร้องตอบรับก็ได้นะ


“ถิงถิงเจ้ามันลามก” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าถิงถิงกำลังโผล่หัวออกมาจากหน้าอกของเธอด้วยใบหน้างุนงง จ้องมองทุกคนด้วยแววตาไร้เดียงสา เฮ้ย อย่ามากเลียนแบบพฤติกรรมน่ารักๆ แบบนี้ของเธอไปใช้สิ

 



“ข้าอิจฉาเจ้ากระต่ายบินนั้นเป็นบ้า”  ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเจ้ากระต่ายบินนั้นโผล่หัวของมาจากหน้าอกของหญิงงามของแคว้นกิเลนคลั่ง 


“จัดการเจ้ากระต่ายบินเสีย” องค์รัชทายาทแคว้นมังกรคำรามเอ่ยสั่งคนข้างๆ อย่างไม่ชอบใจเท่าไร ก่อนจะมองไปยังหรงซู่จินที่กำลังจ้องตากับเจ้ากระต่ายนั้น


“ขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ ก่อนจะนั่งมองภาพเบื้องหน้าต่อไปเงียบๆ

 



“เยี่ยเฟิงหลังจากนี้เจ้าไปจัดการเจ้ากระต่ายนั้นด้วย” องค์รัชทายาทเอ่ยบอกหลังจากเห็นเจ้ากระต่ายบินนั้นโผล่หัวออกมาจากหน้าอกของหรงซู่จิน


“ขอรับ” เยี่ยเฟิงเอ่ยรับทันที


เยี่ยฟงได้แต่ส่ายหน้าไปมากับทั้งสองที่ยังไม่ยอมรับความจริงอย่างเหนื่อยใจ


“เจ้าคิดจะจัดการสัตว์เลี้ยงของมังกรงั้นหรือ” ฉินหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ขำๆ ที่เจ้าสองคนนี้หึงหวงไม่เข้าเรื่อง แต่เขาสงสัยว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ปกติพวกมังกรคงไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองมายังโลกของมนุษย์ได้หรอก เอ๊ะ! หรือว่าสองคนนั้นจะเป็นมังกรที่มายังโลกมนุษย์กัน

 



ตู้ม!!


“หลงเยียนเร็วเข้า” ซีเจียตระโกนบอกหลงเยียนเมื่อถูกพวกนักรบมนุษย์หินโจมตีใส่พวกนางตอนนี้ซีเจียกำลังต้อนพวกมันแยกออกจากกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อจะใช้กำไลกักขังพวกมันเอาไว้


“กำลังไป” หลงเยียนเอ่ยตอบ ในใจก็แอบเป็นห่วงหรงซู่จินไปด้วย ถ้าเกิดหวางชูรู้เข้ามีหวังเขาถูกลงโทษเป็นแน่ที่ปล่อยให้หรงซู่จินอยู่ห่างจากเขา


“ซีเจียต้อนมันไปทางนั้น” จินเซียเอ่ยบอกพร้อมกับไล่ต้อนนักรบมนุษย์หินอีกกลุ่มไปอีกทาง นางไม่สามารถโจมตีให้ถูกพวกมันตรงๆ ได้


“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” ซีเจียเอ่ยตอบ ก่อนจะไล่ต้อนไปตามทางที่พี่สาวของนางบอก พร้อมกับหันไปเร่งหลงเยียน


“พร้อมแล้ว” หลงเยียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหวี่ยงกำไลไปทางซีเจีย กำไลขนาดเล็กที่ถูกเหวี่ยงออกไปก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นในตอนนี้ที่ตกไปยังเป้าหมาย ทำให้นักรบมนุษย์หินต่างพากันงุนงงเพราะไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี


“ทางนี้บ้าง” จินเซียตระโกนบอกเมื่อเห็นว่าหลงเยียนจัดการฝั่งนั้นเรียบร้อยแล้ว


“เข้าใจแล้ว” หลงเยียนเอ่ยตอบพร้อมกับเหวี่ยงกำไลขนาดเล็กก่อนจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นขนาดพอดีกับกลุ่มของนักรบมนุษย์หินที่จินเซียไล่ต้อนไปพอดี


“หลงเยียนๆ ทางนี้” ซีเจียตระโกนบอกเมื่อตัวเองไล่ต้อนนักรบมนุษย์ได้อีกกลุ่มแล้ว


“เข้าใจแล้ว” หลงเยียนเอ่ยตอบพลางเหวี่ยงกำไลออกไปอีกครั้งอย่างแม่นยำ

 



“หายไปแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าสัญญาลักษณ์พันธะสัญญาของเธอกับหวางชูได้หายไปแล้ว ได้อย่างไรกัน มันหายไปตอนไหนทำไมเธอถึงไม่รู้เลยล่ะ


“เหม่ออะไรอยู่ซู่จิน” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวยืนเหม่อ


“เปล่า” หรงซู่จินเอ่ยตอบพร้อมกับเดินตามคนทั้งสองไปเงียบ ในใจก็คิดเรื่องสัญญาลักษณ์ที่มันได้หายไปแล้ว


“อย่ามัวแต่เหม่อสิ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยพร้อมกับแตะที่ไหล่ของหรงซู่จินที่กำลังเดินไปแล้วก็เหม่อไปอีกด้วย ลู่หมิงหมิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องกลุ้มใจอะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเหม่อ เพราะในสถานที่แห่งนี้ไม่ปลอดภัยนักที่จะมาคิดเรื่องอื่น


“ขอบใจ” หรงซู่จินเอ่ยเท่านั้น ก่อนจะมองหาทางออกไปด้วยและหาตัวของราชาในด่านนี้ไปด้วย


“ไม่มีทางออก” ไป๋หยางหลินเอ่ยขึ้นเมื่อเขาสำรวจทุกทีแล้วก็ไม่พบหรือเจออะไรเลยสักนิดพอจะเป็นเบาะแสที่จะทำให้เจอตัวราชาหรือว่าทางออก


“เจ้าเคยเล่นหมากรุกหรือไม่” หรงซู่จินมองไปยังโต๊ะที่มีกระดานหมากรุกว่างเอาไว้อยู่หน้าโต๊ะ มองดูก็รู้ว่าเล่นไปแล้วครึ่งหนึ่ง แถมอีกฝ่ายก็ได้จะแพ้แล้วด้วย


“ก็พอได้” ไป๋หยางหลินตอนก่อนจะมองตามสายตาของหญิงสาว เขาลืมสังเกตตรงจุดนี้ไปได้อย่างไรกันนะ


ดูเหมือนว่าฝั่งนี้จะเป็นของพวกเราใช่หรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยถามพร้อมกับมองหมากรุกที่เป็นสีขาวที่ถูกพวกสีดำกินไปเกือบหมดแล้ว ฝั่งของเธอเหลือแค่หกตัวเท่านั้นองครักษ์สองตัวเรือหนึ่งม้าสองแล้วก็ขุนหนึ่ง


“ยากเอาเรื่องแหะ” ลู่หมิงหมิงที่เดินตามดูทีหลังก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับเงยหน้าไปมองไป๋หยางหลินที่กำลังมองดูกระดานหมากรุกนิ่งๆ


“เรือหรือม้า” ไป๋หยางหลินเอ่ยขึ้นมาพลางจ้องไปยังสองสาวที่กำลังมองมาที่เขาอย่างกดดัน


“ม้า!!” สองสาวตอบพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายก่อนจะมองหน้ากันทันทีอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะตอบเหมือนกัน


“อืม” ไป๋หยางหลินรับคำกำลังจะเอื้อมมือไปจับม้ามาเดิน แต่เจ้าถิงถิงก็พุ่งออกมาแล้วตีมือของเขาทันที


“กิ๊ว” (ไม่ได้) ถิงถิงหรือหวางชูมองไป๋หยางหลินอย่างไม่ชอบใจ เจ้าบ้านี่เกือบให้ทุกคนตายแล้ว ไหนบอกว่าเล่นเป็นอย่างไรเล่าแค่นี้ก็มองไม่ออก


“อะไร” ไป๋หยางหลินหยุดชะงักมือก่อนจะเอ่ยถามกับเจ้ากระต่ายลามกที่ตื่นขึ้นมาก็มาทำร้ายเขาทันที มันน่าตีนัก เห็นหญิงสาวดีกว่าเขาได้อย่างไรกัน


“กิ๊วๆ” (เจ้าโง่) หวางชูด่าไป๋หยางหลินไปครั้งหนึ่งก่อนจะบนไปที่เรือก่อนจะเลื่อนไปกินอีกตัวหนึ่งพร้อมกับป้องกันขุนเอาไว้ด้วย


“ดูเหมือนว่าเราคงต้องปล่อยให้ถิงถิงเล่นเองแล้วละ” หรงซู่จินเอ่ยบอก เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก ตอนที่ตอบออกไปนั้นก็มั่วเอาทั้งนั้น


“ดูนั้นสิ” หรงซู่จินมองไปตามมือของลู่หมิงหมิงที่ชี้ไปยังภาพขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวไปยังด้านซ้าย ก่อนจะพบว่าเป็นทางเดิน


“เจ้าเก่งมาก” หรงซู่จินเอ่ยชม ก่อนจะคว้าตัวเจ้าถิงถิงมากอดเอาไว้ ก่อนจะเดินตามทั้งสองที่ประตูที่เปิดออก

 




หวางชูเจ้ากลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรกัน




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

732 ความคิดเห็น

  1. #702 นัทจัง (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 01:55

    สรุป..เยหวางชูเป็นมังกรลามก อปลงกสยเป็นกระต่ายบินซบิกนางเอก..หลิกกินเต้าเกางจริงๆนะหุหุ

    #702
    0
  2. #630 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 15:34

    น่ารัก

    #630
    0
  3. #629 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 10:41

    มีแต่คนจ้องฆ่ากระต่ายบิน (นึกถึงยาธาตุ) อิอิ

    #629
    0
  4. #628 MuM_ (@MuM_) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:45
    หวางชูท่านหาที่นอนดีจัง
    #628
    0
  5. #627 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:05

    หวางชูเจ้าช่างร้ายกาจนัก!

    ปล.รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ^_^
    #627
    0
  6. #626 Nuengsupasit (@Nuengsupasit) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:14

    สนุกค่าา
    #626
    0