ตอนที่ 65 : EP : 63 รับศิษย์น้อง 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62





EP : 63 รับศิษย์น้อง 5







“ก็ตามนั้นแหละเราจะใช้นกนั้นโจมตีพวกที่กำลังต่อสู้กันอยู่กัน” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับมองไปที่ฝูงอินทรีย์ที่พากันบินก็อยู่ท้องนภา


“อืม แต่ถ้าเราเลือกอยู่ฝ่ายกับอินทรีย์ แล้วประตูมันไม่ยอมเปิดให้ล่ะเจ้าค่ะพี่ซู่จิน” ซีเจียเอ่ยถามอย่างอดสงสัยไม่ได้ นางกลัวว่าถ้าหากเลือกข้างผิดจะไม่สามารถไปด่านต่อไปได้


“นั้นสิ” จินเซียพร้อมกับหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำถามของซีเจีย


“เราก็ทำลายด่านนี้ทิ้งไปก็สิ้นเรื่อง เพราะมันคงไม่เหลืออะไรเอาไว้ให้เราทดสอบแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก จริงๆ เธอไม่ได้คิดจะทำตามที่เอ่ยออกไปหรอก ก็แค่เอ่ยออกไปเฉยๆ


“เอ่อ เจ้าว่ามันไม่อันตรายเกินไปหรือ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจนักที่คิดจะใช้อินทรีย์พวกนั้น


“ก็นะ เจ้าต้องดูแลลู่หยางหลินให้ดีล่ะ ถูกพวกอินทรีย์ฆ่าตายตอนที่เจ้าไม่ระวังเอาได้นะ” หรงซู่จินเอ่ยบอก พร้อมกับกระโดดไปยังยอดไม้สูงสุด ก่อนจะกระโดดขึ้นอินทรีย์ที่บินผ่านมาทางนี้พอดี


มันตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก เพราะเธอไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไปบนตัวมันมากนัก เลยทำให้มันไม่รู้สึกตัวที่ถูกเธอขึ้นมาบนตัวของมัน


“รอด้วยสิเจ้าค่ะ” ซีเจียเอ่ยบอกในตอนที่หรงซู่จินนั้นกระโดดขึ้นหลังอินทรีย์ไปแล้ว ทั้งหมดมองไปยังหรงซู่จินที่นำทัพไปก่อนตัวเอง ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาอินทรีย์ที่ตัวเองจะต้องขึ้นไปโจมตีพวกที่อยู่ด้านล่าง


“แยกย้ายกันไปได้” หรงซู่จินเอ่ยบอกเมื่อทุกคนมาร่วมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของการต่อสู้ก่อนที่พวกเธอจะแยกย้ายกันไปทำตามแผนที่เธอได้วางเอาไว้  นั้นแยกย้ายกันไปจัดการพวกด้านล่าง


หรงซู่จินแยกตัวไปทางด้านซ้ายกับหลงเยียนและซีเจียส่วนอีกสามคนแยกตัวไปทางด้านขวาเพื่อไปจัดการตามแผน


ตู้ม!!


โครม!!


ทันทีที่ทุกคนประจำที่ของตัวเอง ก็พากันลงมือโจมตีพวกด้านล่างที่กำลังต่อสู้กันอยู่อย่างดุเดือดอย่างมาให้ทันอีกฝ่ายตั้งตัว


“เฮ้ย! เราถูกโจมตี!!” พวกด้านล่างตระโกนขึ้นมาทันทีที่ถูกพวกเธอจู่โจมโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว แต่ที่เธอไม่เข้าใจก็คือ เมื่อพวกด้านล่างที่ถูกเธอฆ่าตายก็กลับฟื้นขึ้นมาเป็นสองเท่า ถ้าเป็นแบบนี้เธอจะต้องฆ่าพวกมันทีเดียวทั้งหมดให้ตายไปพร้อมกันใช่หรือไม่


“จัดการไอ้พวกด้านบน!!” พวกด้านล่างตระโกนบอกพรรคพวกทันที ก่อนจะโจมตีพวกเธอทันที  หรงซู่จินบังคับให้อินทรีย์เบี่ยงตัวหลบ


“แผ่นสำรอง” หรงซู่จินตระโกรบอกทุกคนพลางพยายามต้อนคนพวกนี้เข้าไปอยู่ด้วยกัน โดยที่เธอไม่ได้โจมตีถูกพวกนั้น


เพราะนี้มันคือแผนสำรองของเธอที่พวกนั้นเอาไว้ ทุกคนต่างพากันต้อนพวกมนุษย์ด้านล่างให้ไปกองรวมกัน ที่ซอกเขาที่ถูกปิดตายเอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกนั้นสามารถหนีไปไหนได้


“หน้าที่เจ้าแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยบอก เมื่อทุกคนมาร่วมตัวกันแล้ว


“ให้ข้าทำแทนดีหรือไม่” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขัดเพราะไม่อยากให้ไป๋หยางหลินเป็นคนจัดการเอง นางเป็นห่วงกลัวว่าไป๋หยางหลินจะไม่ไหว


“ไม่” ไป๋หยางหลินเอ่ยบอก พลางดึงดาบออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะตวัดดาบเพียงครั้งเดียว ผู้คนนับพันคนก็หายไปในพริบตาเดียว

 



“เด็กนั้นทำได้อย่างไรกัน” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นไป๋หยางหลินตวัดดาบเพียงครั้งเดียวเหล่าผู้คนนับพันคนก็ได้หายไปหมดแล้ว


“เฮอะ! ระดับลมปราณเพียงเท่านั้นมันต้องใช้เล่ห์กลอะไรเป็นแน่” ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเอ่ยขัดขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจที่เห็นเด็กหนุ่มคนนั้นมาอวดฝีมือต่อหน้าทุกคน


“หึ เจ้าทำไม่ได้ก็อย่ากล่าวอะไรออกมาเลยดีกว่า” ชายหนุ่มอีกคนก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองเหยียดอีกคนที่นึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนอื่นตลอด


“เจ้า!


“หือ ทำไมหรือ ข้ากล่าวอะไรผิดหรือ” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้นมาหน้าตาย โดยไม่สนใจหน้าตาของอีกฝ่ายที่กำลังโมโหตัวเอง

 



“เด็กหนุ่มคนนี้แหละที่เราต้องการ” ซือเฟิงหลีเอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นฝีมือของเด็กหนุ่มไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายจะทำได้


“ท่านคิดจะรับเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นศิษย์หรือขอรับ” เสียนเสียนรองเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยถามเมื่อได้ยินซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยขึ้น


“อืม” ซือเฟิงหลีเอ่ยบอกสั้นๆ พลางมองไปยังเหล่าเด็กน้อยที่กำลังอยู่ในอาณาเขตทดสอบของท่านผู้นั้นด้วยสายตานิ่งสงบ

 



“เด็กคนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ท่านผู้นั้นต้องการ” ชายหนุ่มคนนั้นที่อยู่กับศิษย์คนอื่นๆ สายตาสีดำจ้องไปยังชายหนุ่มที่สามารถจัดการผู้คนนับพันตายได้เพียงดาบของของตัวเอง ซึ่งนั้นก็หมายความว่าเด็กชายคนนี้ไม่ธรรมดา


“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ” ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม


“ดูไปก่อน” ชายคนนั้นตอบสหายที่นั่งอยู่ข้างกาย โดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากชายหนุ่มคนนั้นเลยแม้แต่สักเสี้ยวลมหายใจเดียว   


“เข้าใจแล้ว”

 



“เจ้าว่าเด็กคนนั้นคุ้นๆ หรือไม่” ชายหนุ่มคนนั้นหันไปถามสหายของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างกายของตัวเอง


“อืม มันก็คุ้นอยู่หรอกน่ะ แต่ข้าคิดไม่ออก” ชายหนุ่มอีกคนทำหน้าคิดพลางเอามือลูบคางของตัวเองไปด้วย ก่อนจะเอ่ยตอบสหายของตัวเอง


“เหมือนพวกเราเคยเจอกันมาก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ พลางจ้องมองไปยังชายหนุ่มคนนั้น พร้อมกับคิดไปด้วยว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า



 

“ดูนั้นสิ” จินเซียตระโกนขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังด้านหน้าที่ตอนนี้มีแทนหินขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ขึ้นแทนหินนั้นมีดาบถูกปักเอาไว้ มันเป็นดาบที่สวยงามมาก และระดับลมปราณของมันก็แผ่ความกดดันออกมาอีกด้วย


“เจ้าไปดึงมันออกมาสิ” หรงซู่จินเอ่ยใช้ไป๋หยางหลินหรือก็ลู่หยางหลินตามที่ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกก่อนหน้านี้ ด้วยหน้าตาที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย


“ทำไม”


“ก็เจ้าเป็นคนจัดการคนพวกนี้” หรงซู่จินเอ่ยบอก พร้อมกับดันให้ไปรีบๆ ดึงดาบออกมาเร็วๆแต่เธอดันเท่าไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมขยับ นั้นทำให้เธอหรี่ตามองอีกคน อย่างบังคับ แต่อีกคนก็ไม่สนใจ จนเธอต้องหันไปมองลู่หมิงหมิง


“ถ้าให้หมิงหมิงไปดึง


“ข้าไปเอง” ไป๋หยางหลินที่รับรู้ถึงอันตรายของดาบนั้น ก็เลยต้องออกตัวเอง เพราะเป็นห่วงลู่หมิงหมิงคนรักของตัวเอง ยัยนี้มันปีศาจในคราบนางฟ้าชัดๆ ไป๋หยางหลินก่นด่าหญิงสาวไปด้วยความเจ็บใจ


“หึหึ” หรงซู่จินหัวเราะออกมา ก่อนจะมองอินทรีย์ที่กำลังบนอยู่ขึ้นท้องนภาเต็มไปหมด มันกำลังดูเชิงของพวกเธอ  


“ข้าว่าเราจัดการมันดีหรือไม่” ซีเจียเอ่ยขึ้นเมื่อพวกอินทรีย์กำลังมุ่งหน้าตรงมาที่พวกเธอ


“หมิงหมิงเจ้าก็ดูแลคนรักของเจ้าไปนะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกทำเอาลู่หมิงหมิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ใบหน้าแดงก่ำ จะว่าหรงซู่จินก็ไม่ทัน เพราะอีกฝ่ายหนีหายไปจัดการพวกอินทรีย์กันแล้วเรียบร้อย


“เราจะทำให้มันหลับไปก่อน” หลงซู่จินเอ่ยบอกก่อนจะกระโดดไปยังอินทรีย์ตัวหนึ่งที่พุ่งตรงมายังเธอ เข็มยาสลบที่เธอทำขึ้นมาถูกเธอนำมาใช้ ยังดีที่เข็มที่หวางชูทำให้มันแข็งแรงดี เพียงเธอใช้เข็มจิ้มไปยังหลังของอินทรีย์ตัวนี้มันก็สลบทันที


หรงซู่จินกระโดดออกจากอินทรีย์ตัวนั้นแล้วก็คว้าปลีกของอินทรีย์อีกตัวที่บินมาทิศทางของเธอ หรงซู่จินจิ้มเข็มไปที่ใต้ปลีกของอินทรีย์ตัวนี้ทันที ก่อนจะเหวี่ยงตัวไปยังอินทรีย์อีกตัวที่บินมาทางนี้เช่นกัน แต่เธอยังไม่ลงมือจิ้มเข็มให้มัน เพราะต้องบังคับให้มันไปยังอีกทิศทางหนึ่งที่มีอินทรีย์รวมตัวกันอยู่เป็นฝูง


“รวยแน่” หรงซู่จินเอ่ยยิ้มๆ พร้อมกับมองฝูงอินทรีย์ที่กำลังบนวนกันอยู่ หรงซู่จินจิ้มเข้มไปที่ลำคอของมัน ก่อนจะกระโดนไปยังอินทรีย์อีกตัวพร้อมกับจิ้มเข็มใส่พวกมันทีละตัวทีละตัวอย่างรวดเร็ว


ตุ้บ!!


เสียงตกกระทบกับพื้นดินดังสนั่นเนื่องจากอินทรีย์ตัวใหญ่ตกลงมายังพื้นดินราวกับว่าใบไม้ร่วง ทำให้ลู่หมิงหมิงที่หันไปมองยังทุกที่กำลังจัดการอินทรีย์อย่างทึ้งๆ  


ส่วนหลงเยียนก็ทำเพียงตวัดดาบในมือไปเพื่อสร้างกระแสลมลูกใหญ่แล้วดูดสิ่งรอบข้างให้เข้ามาอยู่ในกระแสลมอินทรีย์ที่เห็นแบบนั้นก็มองอย่างไม่ชอบที่ถูกหลงเยียนท้าทาย ก็บินไปยังพายุลูกใหญ่ที่หลงเยียนเป็นคนสร้างขึ้น ก่อนที่อินทรีย์ตัวนั้นและตัวอื่นก็จะถูกดูดเข้าไปในนั้นก่อนจะเวียนหัวแล้วก็สลบไป


จินเซียกับซีเจียใช้ผงโอสถนิทราโปรยไปตามกระแสลมทำให้พวกนางไม่ต้องเปลืองแรงสักเท่าไร เพราะมันจะทำให้อินทรีย์ที่สูดดมเข้าไปก็จะหลับสนิททันที ไม่ใช่เฉพาะอินทรีย์เท่านั้นแต่ถ้าใครเพื่อสูดดมเข้าไปก็จะหลับสนิททันที มันเป็นโอสถที่อันตรายมาก แถมยังใช้ในการฆ่าคนอื่นอยู่บ่อยๆ

 


“เด็กสองคนนั้นมีผงโอสถนิทราด้วย” ซานโฉเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตาตื่นให้ มีไม่มากนักที่ใครจะได้ครอบครองมันได้ง่ายๆ


“ของหายาก” ซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยพลางสองสองพี่น้องอย่างสนใจ ก่อนหน้านี้เขามองไปยังเด็กหนุ่มที่สร้างพายุที่มีอยู่ในด่านทดสอบ ก็แน่ใจว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา และมองดูหรงซู่จินเด็กสาวที่เป็นที่จับตามองอีกคนหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวที่รวดแล้วเขามองไปทันนักว่านางใช้อะไรถึงทำให้อินทรีย์ยักพวกนั้นแน่นิ่งลงไป


“ดูนั้นสิขอรับ” เสียนเสียนรองเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยบอกพลางมองไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังดึงดาบที่ปักอยู่บนแทนหิน



 

ตู้ม!!


เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อไป๋หยางหลินนั้นพยายามดึงดาบที่ฝั่งอยู่กับแทนหินนั้น แสงสว่างจ้าทำให้มีผลต่อการมองเห็นของทุกคน เลยมองไม่เห็นว่าตอนนี้นั้นไป๋หยางหลินได้ดึงดาบออกมาสำเร็จแล้ว


“หลินหลิน” เมื่อแสงสว่างหายไปแล้ว ลู่หมิงหมิงร้องเรียกไป๋หยางหลินเสียงดังทันที พร้อมกับรีบเคลื่อนกายไปหาทันทีด้วยความเป็นห่วง


“ไม่เป็นไร” ไป๋หยางหลินเอ่ยบอกเมื่อเห็นสายตาห่วงใยจากลู่หมิงหมิง ก่อนจะมองดาบที่อยู่ในมือ พร้อมกับคิดว่าดาบเล่มนี้มันมีอะไรบองอย่างที่เหมือนกับดาบที่ท่านปู่ของเขาให้เอาไว้เลย  หรือว่านี้ก็ชิ้นส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่ท่านปู่บอกว่าให้ตามหากัน


“เฮ้ พวกเจ้าไม่เป็นอะไรกันนะ”  หรงซู่จินที่ตามมาทีหลังก็เอ่ยถาม ไม่ได้สนใจสายตาเย็นยะเยือกของไป๋หยางหลินที่มองมาที่ตัวเอง


“ได้ของดี” จินเซียที่ตามมาติดๆ ก็เอ่ยขึ้น ก่อนจะมองไปยังอินทรีย์ตัวใหญ่กว่าห้าสิบตัวที่นอนกับกับพื้น ดีที่มันไม่ใช่สัตว์อสูรไม่อย่างนั้นพวกนางคงเก็บซ้อนความสามารถที่แท้จริงไม่ได้เป็นแน่


“ที่หลังเจ้าไม่ต้องทำนะ เดียวข้าจะทำเอง” ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอก นางรู้ว่าไป๋หยางหลินนั้นแข็งแกร่ง แต่ระดับลมปราณแค่นี้ของเขามันทำให้นางรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ


“อืม” ไป๋หยางหลินรับคำ ก่อนจะเก็บดาบเข้าไปในแหวนมิติของตัวเอง ก่อนจะมองไปยังอินทรีย์กว่าห้าสิบตัวที่นอนนิ่งอยู่


“มีแหวนมิติที่เอาไว้กับสัตว์พวกนี้หรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยถาม พลางจ้องมองไปยังหลงเยียนอย่างบอกว่าต้องมีให้ได้


“มีขอรับ” หลงเยียนที่เห็นสายตาของหรงซู่จินก็เอ่ยตอบทันที ก่อนจะเอาแหวนมิติที่ตัวเองสร้างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ออกมาจากถุงผ้าที่ห้อยเอาไว้ข้างเอวของตัวเอง ก่อนจะยื่นไปให้กับหรงซู่จิน


“ฝากเจ้าจัดการด้วย” หรงซู่จินไม่รับ แถมยังโยนงานไปให้หลงเยียนไปด้วย ก่อนจะมองหาทางออกไปด้วย


“ทำไมยังไม่มีด่านต่อไปอีก” จินเซียเอ่ยขึ้น เมื่อมองไปรอบๆ แล้วก็ยังไม่มีทางออก


“เจ้าลองเอาดาบเล่มนั้นมาตวัดสักครั้งสิ” หรงซู่จินสั่งอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ ไม่รู้ทำไม เธอถึงได้รู้สึกว่าเธอกับชายคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง ยิ่งอยู่ด้วยเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเธออาจจะเคยรู้จักกับคนผู้นี้มาก่อน


พรึบ!


ตู้ม!!


ไป๋หยางหลินยอมทำอย่างไม่มีทางเลือกเพราะเดี๋ยวนางจะดึงลู่หมิงหมิงของเขาเข้ามาเกี่ยวข้างด้วยเป็นแน่ ถ้าเขาไม่ยอมทำตาม


“อืม! ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย” หรงซู่จินเอ่ยขึ้น แล้วไอ้ด่านนี้มันต้องการให้เธอทำอะไรล่ะเนี่ย ไม่เห็นมีคำใบ้ให้เลยสักนิด


“เดี๋ยวนะ! ดูนั้นสิเจ้าคะ!” ซีเจียร้องขึ้นเสียงดัง พร้อมกับมองไปยังซอกเขาที่มันเคยเป็นทางตันแต่ปัดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมันกลายเป็นช่องทางที่คาดว่าจะเป็นด่านต่อไป


“เดี๋ยวนะ ด่านนี้มันต้องการให้พวกเราทำแค่นี้เองหรือ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจนัก


ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันคิดตาม เพราะด่านนี้มันไม่ได้อะไรปริศนาก็ไม่มีให้หาคำตอบ จริงๆ แล้วก็ตั้งแต่ด่านก่อนหน้านี้และยังมาด่านนี้อีก ไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรกันแน่


“อาจจะแค่อยากให้ของวิเศษกับพวกเราก็เลยต้องทดสอบก่อนก็เป็นไปได้นะขอรับ” หลงเยียนเอ่ยขึ้น นั้นทำให้คนอื่นๆ คิดตาม


“ไปแล้วเดี๋ยวก็รู้เอง” ไป๋หยางหลินเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำหน้าคนอื่นๆ ไปยังช่องเขาที่ถูกดาบในมือของเขานั้นทำลายไป


แกร๊กๆ


พรึบ!!


“อย่าบอกนะว่าพวกเราจะต้องสู้กับเจ้าพวกนี้นะ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขึ้นมา เมื่อได้เห็นสิ่งตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังเริ่มขยับตัวขึ้นมาแล้วเมื่อเท้าของพวกนางเหยียบย้ำเข้ามาในด่านที่เก้า






มาแล้วจร้า ใครรออ่านขอเสียงหน่อยยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

734 ความคิดเห็น

  1. #625 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:37

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะเจ้าค่ะ^_^
    #625
    0
  2. #622 wanwansweety (@wanwansweety) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:50

    รออยู่จ้ะหนุกมากจ้ะ
    #622
    0
  3. #621 Earnza2534 (@Earnza2534) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 02:23
    สนุกๆๆๆ
    #621
    0
  4. #620 MuM_ (@MuM_) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:45

    รออ่าน+1
    #620
    0
  5. #619 Tan (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:02

    รออยู่ค้าอิอิ ขอบคุณค่ะไรท์

    #619
    0
  6. #618 praewapraow (@praewapraow) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:31

    อ่าาา ตื่นเต้นสุดๆ
    #618
    0
  7. #617 pattyfig (@pattyfig) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 20:23
    มาต่อค่าา มาต่อเร็วๆเลยค่า เราไปเสียเหรียญในfictionlog แล้วมาตามอ่านต่อในเด็กดี มาไวๆๆ
    #617
    0