ตอนที่ 64 : EP : 62 รับศิษย์น้อง 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62





EP : 62 รับศิษย์น้อง 4









“ดีใจที่พวกเจ้ารอด” เสียงนี้หรงซู่จินไม่ต้องหันไปมองเธอก็พอรู้ว่าเป็นใครหญิงสาวที่อยู่กับชายหน้านิ่งนั้นแหละ


“กิ๊ว!!” ในตอนนั้นเองหรงซู่จินก็เพิ่งจะรู้ว่าเธอลืมอะไรไป ก็ตอนที่ได้ยินเสียงของถิงถิงที่บินมาหาเธอ แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเธอดีใจสุดๆ ที่เห็นว่าถิงถิงปลอดภัยดี


“รีบไปเร็วเข้า! พวกมันแห่กันมาแล้ว” หลงเยียนตะโกนบอกทุกคนที่กำลังหยุด ก่อนจะพากันวิ่งอีกครั้ง พร้อมกับพากันหลบกองเมือกที่ถูกพ้นออกมาโจมตีตัวเองไปด้วย ไม่รู้ว่ามันมีพิษอะไรหรือเปล่า แต่ว่าเธอไม่ถูกกับมันสุดๆ


“เจ้าถูกเมือกของมันเหรอ” หญิงสาวท่าทางสดใสนั้นเอ่ยถามซีเจีย


“เจ้าค่ะ ทำไมหรือ”


“แย่แล้ว! เจ้าถูกมันนานหรือยัง” หญิงสาวคนนั้นถามพลางมองมองซีเจียใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ


“สิบลมหายใจน่าจะได้”


“ส่งมือมานี่สิ พิษของเจ้าพวกนี้มันอันตรายเอาเรื่องเลย” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยบอกพลางเอื้อมมือไปจับก่อนจะใช้ลมปราณรักษาให้กับซีเจีย


หรงซู่จินที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่กำหมัดแน่น เพราะเธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเมือกนั้นมันเป็นพิษ และไม่ได้มองซีเจียเลยสักนิดว่าใบหน้าของอีกคนเริ่มเป็นสีม่วง


หมับ!!


“นางไม่เป็นอะไรหรอก” ในตอนนั้นพี่สาวของซีเจียก็เอื้อมมือมาจับมีของหรงซู่จิน เพราะเห็นสีหน้าของอีกคนที่เหมือนกำลังโทษตัวเองอยู่


“ขอโทษที่ข้าดูแลเจ้าไม่ดี”


“ไม่ใช่ความผิดของพี่ซู่จินสักหน่อยเจ้าค่ะ” ซีเจียเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย


“เดี๋ยวข้าอุ้มนางเอง พวกเจ้ารีบวิ่งไปก่อน มันจะตามมาทันแล้ว” หลงเยียนเอ่ยบอกเพราะดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้จะไม่ไหวแล้ว


“ฝากนางด้วย” หรงซู่จินเอ่ยบอกก่อนจะรีบตามคนอื่นๆ ไปอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะไปยังด่านต่อไปซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นด่านอะไร


“ไม่ต้องห่วงนางหรอกอีกไม่นานนางก็หายแล้ว เอ๊ะ จริงสิ ข้าลู่หมิงหมิง แต่เรียกข้าว่าหมิงหมิง ส่วนนั้นคนรักของข้าลู่หยางหลินนะ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมองไปยังคนด้านหน้าของเธอที่กำลังวิ่งนำหน้าอยู่ ชายคนนี้หรงซู่จินรู้สึกว่าเหมือนกับผู้นำของทุกคนจริงๆ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากมาย


“ข้าซู่จิน” หรงซู่จินเอ่ยบอกก่อนกับมองไปด้านหน้าที่ตอนนี้มาถึงปากถ้ำแล้ว  แต่ว่ามันมีมนุษย์ยักษ์ตัวใหญ่เฝ้าอยู่ปากถ้ำทันทีที่เราไปถึงมันก็เริ่มขยับตัวทันที


คลืน!!


“อ่า ข้านึกว่ามันจะหมดแล้วเสียอีก” หรงซู่จินเอ่ยก่อนจะนึกว่าจะทำยังไงดีกับเจ้ามนุษย์ยักษ์ตัวใหญ่นี่ดี


ตู้ม!


“หลินหลินเจ้าห้ามอยู่ห่างจากข้านะ” เสียงของลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกในตอนที่กำลังตวัดดาบเล่มเล็กพอดีของตัวเองใส่มนุษย์ยักษ์


“อืม” ไป๋หยางหลินหรือลู่หยางหลินเอ่ยตอบพลางตวัดดาบของตัวเองไปยังหัวของเจ้ามนุษย์ยักษ์ทันที อย่างรวดเร็ว


“รีบออกไปก่อน!!”ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกพวกเธอ แต่จะให้พวกเธอไม่ช่วยอะไรหน่อยก็เกินไป ไหนๆ พวกเธอก็ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมาขนาดนี้แล้วจะมาทิ้งกันง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน


“ช่วยกันน่าจะเร็วกว่า หลงเยียนพาซีเจียออกไปรอด้านนอกก่อน” หรงซู่จินเอ่ยบอกก่อนจะดึงเอากระบองออกมา ก่อนจะกระโดดเหวี่ยงกระบองไปที่หัวของมนุษย์ยักษ์ที่มันกลับมาประกอบกันอีกครั้ง


“ข้าว่าเราไม่ต้องทำลายมันหรอก เอาแค่ผ่านไปได้ก็พอ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกก่อนจะพากันโจมตีมนุษย์ยักษ์คนละครั้งสองครั้ง ก่อนจะพากันวิ่งออกมาจากปากถ้ำ


ตู้ม!!


ทันทีที่ออกมาจากถ้ำก็พบกับป่าเหมือนพวกเธอทะลุมิติมาเลยแหะ หรงซู่จินมองไปรอบๆ ว่าต่อไปพวกเธอจะได้ทดสอบอะไรอีก


“ซีเจียเป็นอย่างไรบ้าง”


“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ” ซีเจียหันไปตอบพี่สาวของตัวเอง ก่อนจะมองคนที่กำลังอุ้มตัวเองอยู่ตอนนี้ แล้วก็หันหน้าไปมองพี่สาวอีกคนของนางที่ตอนนี้กำลังมองดูรอบๆ ราวกับกำลังจะสำรวจอะไรบ้างอย่าง

 



หรงลู่จินที่กำลังฝืนให้ร่างกายของตัวเองตื่นและขยับตัวได้ ตลอดเวลาเขารู้สึกตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย นั้นยิ่งทำให้เขาเป็นห่วงท่านแม่เป็นอย่างมาก เขาใช้แรงของเขาทั้งหมดเพื่อที่จะทำให้ตัวเองสามารถขยับตัวได้ แต่ผ่านไปไม่นาน ร่างกายของเขาก็ขยับได้ หรงลู่จินลืมตามองภาพตรงหน้าคือท้องนภาที่ฟ้าพร้อมกับดวงอาทิตย์


เมื่อรวบรวมสติได้เขาก็รีบลุกขึ้นทันที เพราะจำได้ว่าตอนนั้นเขาก็ในถ้ำ ก่อนจะถูกอะไรบ้างอย่างดูดไปแล้วก็ไม่สามารถรับขยับตัวได้เลย ภาพเบื้องหน้าของเขาก็คือบานประตูที่พวกเขาเปิดไปยังในถ้ำเมื่อครู่ ด้านข้างมีคนอื่นๆ ที่ยังนอนไม่รู้สึกตัว


“จางหนานตื่น” หรงลู่จินเขย่าตัวของหรงจางหนานที่อยู่ใกล้ตัวเอง มันเกิดอะไรขึ้นเขาไม่อาจจะรู้ได้


“เกิดอะไรขึ้น” หรงจางหนานที่เพิ่งจะรู้สึกตัวก็เอ่ยถามพลางมองไปรอบกายของตัวเองที่ตอนนี้มีคนอื่นๆ คนที่ยังไม่ได้สติอยู่ ทำไมเขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด


“ข้าก็ไม่รู้ แต่ว่าเราปลุกพวกนี้ก่อนเถอะ” หรงลู่จินเอ่ยบอกก่อนจะเดินไปปลุกคนที่เลือก


“ตื่นได้แล้วมู่ตานลี่เฟย”


“เกิดอะไรขึ้น ข้ายังไม่ตายหรือ” มู่ตานที่ตื่นขึ้นมาก็ร้องถามหรงลู่จินทันที เพราะนางนึกว่านางจะตายไปเสียแล้ว


“เจ้าก็ยังอยู่ดีนี่” หรงลู่จินเอ่ยบอกพร้อมก็จ้องไปยังประตูที่ปิดสนิทเหมือนเดินนั้นหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถเปิดมันได้อีก


“ข้าจำได้ว่าข้าจับอะไรสักอย่างจากนั้นข้าก็ถูกอะไรบ้างอย่างดูดจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย” กงกงเสี่ยวที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เอ่ยพลางมองมือทั้งสองข้างของตัวเองอย่างไม่อย่างจะเชื่อ เพราะตอนนั้นเขานึกว่าตัวเองจะเสียมือไปเสียแล้ว


“เราออกจากที่นี่ไม่ได้ด้วยสิ” หรงจางหนานเอ่ยขึ้น เพราะนี่มันเป็นอาณาเขตของการทดสอบ มันมีกฎของมันในแต่ละด่านไม่ต้องเอ่ยถึงผู้ที่สร้างอาณาเขตทดสอบเลยว่าต้องมีความสามารถระดับไหนถึงได้สร้างอาณาเขตนี้ได้อย่างหาช่องโหวงไม่ได้เลย คนผู้นั้นจะต้องเป็นคนที่เก่งกาจมากอย่างแน่นอน

 



“เด็กพวกนั้นรู้สึกตัวแล้ว” เสียนเสียนรองเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยบอกอย่างดีใจที่เห็นเด็กพวกนั้นฟื้นขึ้นมาพร้อมกับที่พวกเขาสามารถเห็นเหล่าเด็กที่เหลือกำลังอยู่ในด่านต่อไป


“อืม” ซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติรับคำ พลางลอบถอนหายใจเบาๆ ยังดีที่เด็กพวกนั้นรู้สึกตัวแล้ว เขาคงต้องรอในเด็กที่เหลือผ่านด่านทดสอบจนหมดทุกคนถึงจะมาสามารถออกมาจากลานประลองนั้นได้


“ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรสินะขอรับ” ซานโฉนักหลอมโอสถสำนักราดาจุติที่เดินเข้ามาก็เอ่ยขึ้น เพราะเขาเพิ่งจะออกจากตำหนักของเขา ที่เขามาสายนั้นก็เป็นเพราะเขาเพิ่งจะหลอมโอสถสูตรใหม่สำเร็จ


“โอ้ ซานโฉเจ้าหลอมโอสถสำเร็จแล้วหรือ” เสียนเสียนรองเจ้าสำนักราดาจุติเอ่ยถามซานโฉที่เพิ่งจะมาร่วมงาน


“อืม แต่ยังไม่สมบูรณ์เท่าไร” ซานโฉเอ่ยตอบพลางมองไปยังลานทดสอบ ก่อนจะพบกับบุคคลที่เขาอยากจะเจอมาตลอด นางมาด้วยหรือเนี่ย 



 

“หึ คิดจะแทรกแซงข้าหรือ ยังอ่อนนัก” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เมื่อถูกอีกฝ่ายเข้ามาแทรกแซงอาณาเขตที่เขาสร้างเอาไว้เพื่อทดสอบความสามารถของเหล่าเด็กน้อยของเขา เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะช่วยโลกใบนี้ได้


“นายท่าน เราจะทำยังไงกับมันดีขอรับ” ชายที่ยืนอยู่มุมห้องเอ่ยถามขึ้น


“ปล่อยให้เด็กมันได้ใจไปก่อน” เสียงราบเรียบเอ่ยบอก พลางวางหมากลงกับกระดาษ ก่อนจะนึกถึงเด็กๆ ของเขาที่จะเป็นผู้ชวยโลกใบนี้


รุกฆาต


 


“ชิ นึกอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ” ชายที่อยู่ในเงามืดเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อถูกขัดขวางแผ่นการ


“นายท่านอย่าฝืนตัวเองสิขอรับ ท่านเพิ่งจะฟื้นมันไม่ได้ต่อร่างกายของท่านนะขอรับ” ชายผู้เป็นลูกน้องเอ่ยเตือน เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายของเขากำลังทำอะไรเกินตัว


“หุบปาก!” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ พร้อมกับปัดข้าวของที่อยู่ใกล้มือทิ้งไปให้หมดอย่างไม่สบอารมณ์ ที่ร่างกายของเขายังไม่ฟื้นกลับมาเสียที



 

“ได้ยินเสียงอะไรหรือไม่” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อผ่านไปได้สักพักหลังจากที่พากันพักอยู่หน้าปากถ้ำ


“อืม เหมือนจะมีการต่อสู้นะ” หรงซู่จินเอ่ยตอบหลังที่ได้ยินเสียงระเบิดของเสียงอาวุธกระทบกัน และมีเสียงโห่ร้องของผู้คนจำนวนมากอีกด้วย


“สงคราม” ไป๋หยางหลินเอ่ยขึ้น พลางคิดว่าด่านนี้มันจะให้พวกเขาทำอะไรกันแน่ เขามองไปยังข้างหน้าที่มีกองไฟลุกขึ้น และควันที่เหม็นไหม้ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือเนื้อของมนุษย์


“อย่าบอกนะว่า


“ให้เราร่วมต่อสู้” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นเมื่อแน่ใจแล้วว่าด่านนี้ต้องการในพวกเธอทำอะไร เธอหันไปสบตากับลู่หมิงหมิงที่หันมามองเธอ


“คนพวกนั้นเท่าไร” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถาม


“พันกว่าคน” จินเซียพี่สาวของซีเจียเอ่ยบอก นัยน์ตาของจินเซียเปล่งประกายก่อนจะยิ้มที่มุมอย่างชอบใจ มีของเล่นมาให้อีกแล้ว


“งานยาก” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดพลางกันไปมองไป๋อย่างหลินที่ยืนเงียบอยู่ข้างนางและกำลังมองไปยังด้านหน้า


“เราไปดูห่างๆ ก่อนก็แล้วกัน” หรงซู่จินเอ่ยบอกทุกคน พร้อมกับพากันลุกขึ้นแล้วมุ่งตรงไปยังจุดที่มีการต่อสู้


“ไปซ้อนตัวที่ตรงนั้น” หลงเยียนเอ่ยบอก ก่อนจะพากันไปซ้อนตัวที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่สามารถมองเห็นจุดที่มีการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน


“เราจะเลือกฝั่งไหน” จินเซียเอ่ยถามเมื่อมองไปยังผู้คนที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย


“พวกเจ้าเห็นอินทรีย์ที่บินอยู่ข้างบนหรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยถามพลางชี้ไปยังฝูงอินทรีย์ตัวใหญ่ที่บินไปมาอยู่บนท้องนภา


“เห็นทำไมหรือ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยตอบหลังจากที่มองไปตามที่อีกคนบอก


“เจ้าว่าเป็นของจริงหรือภาพลวงตา” หรงซู่จินเอ่ยถามก็ความอยากรู้ นัยน์ตาสีน้ำเงินอมม่วงนั้นจ้องมองฝูงอินทรีย์ด้วยความดีใจที่เจอของดี


“ของจริง” ไป๋หยางหลินเอ่ยตอบ ซึ่งหรงซู่จินก็ไม่คิดเหมือนกันว่าชายคนนี้จะเป็นคนตอบเธอ นั้นทำให้ลู่หมิงหมิงแปลกใจที่เห็นไป๋หยางหลินเอ่ยตอบ


“ถ้าเอาพวกมันไปขายเราจะรวยหรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยถามต่อ พลางคำนวณเงินเอาไว้แล้วเรียบร้อย เพียงเท่านั้นเธอก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขแล้ว


“เจ้าจะเอามันไปขายหรือ” จินเซียเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก


“ใช่แล้ว จะเอาด้วยหรือไม่” หรงซู่จินหันไปตอบจินเซียก่อนจะมองหน้าคนอื่นๆ ที่กำลังมองมาที่เธอ


“เอาด้วยอยู่แล้ว” ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกเพราะตอนนี้พวกนางก็ต้องการเงินมากๆ เหมือนกัน ถึงแม้ตอนนี้พวกนางจะมีเงินมากอยู่แล้ว


“งั้นก็ยินดีที่ได้ร่วมทำธุรกิจด้วย” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นมือไปจับมือลู่หมิงหมิงแล้วเขย่าไปมา ก่อนจะมองคนอื่นที่พากันพยักหน้ารับ


“เอาด้วยก็แล้วกัน” จินเซียเอ่ยตอบ ถึงแม้เงินจะไม่ได้สำคัญกับนางมากนัก แต่นางเอาด้วยเพราะเห็นว่ามันน่าจะมีเรื่องอะไรสนุกๆ ให้ทำต่างหาก


“ถ้าหวางชูอยู่ด้วยก็คงดี” หรงซู่จินพึมพำกับตัวเอง เพราะถ้ามีเรื่องแบบนี้หวางชูก็คงจะทำให้เธอได้โดยที่เธอไม่ต้องลงแรงสักนิด พูดแล้วก็คิดถึงเขาจังเลย


“หวางชูคือใครหรือ” ซีเจียเอ่ยถามอย่างสงสัย


“คนรัก” หรงซู่จินตอบกลับหน้าตาย


“ห้ะ!!” ทุกคนยกเว้นหลงเยียนต่างพากันร้องขึ้นมาทันที


“ตกใจอะไรกัน” หรงซู่จินที่ยังไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเอ่ยอะไรออกไป ก็ถามทุกกลับด้วยความสงสัย


“เจ้ามีคนรักแล้วหรือ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ


“เอ่อ อืม” หรงซู่จินเอ่ยตอบ ที่จริงแล้วมันก็ไม่เรื่องที่ต้องปิดบังอะไรหรอก แต่ว่ามันแปลกหรือไงที่เธอจะมีคนรักนะ


“โล่งอก” ลู่หมิงหมิงเอ่ยเบาๆ


“เจ้าคิดว่าข้าชอบลู่หยางหลินหรือไง ข้าไม่ชอบผู้ชายแบบเขาหรอก เขาแกล้งไม่สนุก” หรงซู่จินตอบเหลือพลางมองไปที่ชายหนุ่มก่อนจะส่ายหน้าไปมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจสุดๆ


“เอาเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เราจะทำอย่างไรดีต่างหาก” หลงเยียนเอ่ยบอกเพราะดูสองสาวจะพากันออกนอกเรื่องไปเสียแล้ว


“มีแผนหรือไม่” หรงซู่จินหันไปถามทุกคน ที่จริงแล้วเธอวางแผนเอาไว้แล้ว แต่ต้องถามคนอื่นๆ ก่อนว่าจะเอาอย่างไร


“ข้าคิดไม่ออก” ลู่หมิงหมิงเอ่ยตอบ ก่อนที่สายตาทุกจะจ้องไปยังหรงซู่จิน


“เอ่อ หยางหลินข้าคิดว่าเจ้ามีแผนนะ” ที่เธอเอ่ยเช่นนี้นั้นเป็นความรู้สึกของเธอมันบอกว่าชายคนนี้คิดแผนเอาไว้แล้วเรียบร้อย


“ข้าก็คิดว่าเจ้าก็มีเช่นกัน” น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาเอ่ยตอบกลับมา นี่สินะพวกเดียวกันย่อมมีนิสัยเหมือนกัน


“มันอาจจะไม่ดีเท่าไร” หรงซู่จินเอ่ยตอบพลางยักไหลไปด้วย พลางกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อเธอนึกถึงเรื่องสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น


“ลองเล่ามาสิ” ไป๋หยางหลินเอ่ยเพราะอยากรู้ว่าหญิงสาวนางนี้จะคิดแผนแบบเขาหรือไม่






มาแล้วจร้า พอดี ไม่มีเงินไม่จ่ายค่าเน็ต ก็เลยถูกตัดเน็ตไป ส่วนที่เรามาอัพได้ตอนนี้เพราะให้เพื่อนแชร์เน็ตให้  ต้องขอบคุณเพื่อนเราจริงๆ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

733 ความคิดเห็น

  1. #615 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:44
    รอติดตามนะคะ
    #615
    0
  2. #614 Nuengsupasit (@Nuengsupasit) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 08:33

    สนุกกค่าาา
    #614
    0
  3. #613 Phonnipa2 (@Phonnipa2) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 08:13

    เย้ สนุกมากค่ะ -เราก็ตั้งแต่รอดูเข้ามากดดูว่าอัพยัง พอเห็นดีใจจะแย่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้อัพทุกวันนู้น555

    #613
    0