ตอนที่ 61 : EP : 59 รับศิษย์น้อง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    19 พ.ค. 62




EP : 59 รับศิษย์น้อง 1








“ข้าจะแกล้งเจ้าทำไมกันเล่า” องค์รัชทายาทแห่งแคว้นมังกรคำรามเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มอีกสามคนที่ยังไม่ไปไหน


“พวกท่านกำหนดน้ำหนักให้ข้าเท่าไรเจ้าค่ะ”


“ยี่สิบจิน” เยี่ยฟงเอ่ยตอบ เพียงเท่านั้นก็ได้รับร้อยยิ้มหวานจากหรงซู่จินพร้อมกับคำชมทันที


“ท่านนี่น่ารักที่สุด ข้าเป็นหญิงจะให้ถือของหนักๆ ได้เช่นไร” หรงซู่จินมองไปทางองค์รัชทายาทแคว้นมังกรคำรามนิดหน่อยก่อนจะไปมองสหายของตัวเองต่อ


“สิบจิน”  เธอหันไปมองชายอีกคนที่เดินมาหาเธอ พร้อมกับเอ่ยบอกแล้วยื่นให้เธอ ตายแน่ ถ้าหวางชูอยู่แถวนี้เธอตายแน่ๆ ทำไมผู้ชายมันถึงได้เข้ามาหาเยอะแบบนี้นะ แต่ละมันธรรมดาๆ ซะที่ไหนกันเล่า


“อ่า ขอบคุณเจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยบอก ยังดีที่พวกศิษย์ที่เข้ามาใหม่มีประมาณสามร้อยคนเห็นจะได้


“กิ๊ว!!” เสียงงร้องของขึ้นในตอนที่เธอกำลังจะใส่กำไลของชายคนนั้น เจ้าถิงถิงปัดกำไลนั้นออกจากมือเธอ จนเธอสงสัย ก่อนจะพบว่ามันคือกำไลสะลายลมปราณ ถ้าหากเธอใส่ไปมันก็จะไม่สามารถใช้ลมปราณได้ เธอมองชายคนนั้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยถามอีกคนไปด้วย


“ไม่ทราบว่าท่านต้องการอะไรจากข้าหรือเจ้าคะ”


“ก็แค่อยากทดสอบศิษย์น้องเฉยๆ” หรงซู่จินมองอีกคนที่ไม่มีท่าทางกลัวอะไรเลย


“เจ้าคิดจะทำร้ายผู้ช่วยชีวิตเจ้าหรือ” องค์รัชทายาทหันไปมองอีกคนนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


“จริงรึ! โอ๊ะ! เช่นนั้นข้าต้องขออภัยเจ้าด้วยจริง ข้าไม่เคยเห็นพี่ชายของน้องสนใจหญิงใดเลยก็เลย


“คิดจะข้าอย่างนั้นเถอะ” หรงซู่จินพูดส่วนกลับไปพร้อมกับจ้องน้องชายขององค์รัชทายาทเขม้นจนฝ่ายนั้นส่งยิ้มแห่งๆ มาให้เธอ


“งั้นข้าให้เจ้าแค่หนึ่งจินก็แล้ว”  ชายหนุ่มเอ่ยบอกพร้อมกับหยิบกำไลอันใหม่มาให้กับผู้ที่พี่ชายบอกว่าเป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้


“เจ้าแน่ใจ?”


“อืมๆ ไม่แกล้งแล้ว” พอเห็นชายหนุ่มพยักหน้ารับ เธอก็ใส่มันพร้อมกับพวกศิษย์พี่ที่เริ่มกับไปนั่งที่แล้ว


“พวกท่านไม่กลับไปนั่งที่หรือ” หรงซู่จิน เพราะทั้งห้ายังไม่ยอมกลับไปนั่งที่ตัวเอง ราวกับว่าจะรอให้ใครคนใดคนหนึ่งกลับก่อนฝีกฝ่ายถึงจะยอมกลับไป เธอสององค์รัชทายาทต่างแคว้นจ้องตากันไม่ยอมเลิกราเสียที่ จึงมองไปที่เยี่ยฟง ให้จัดการเรื่องให้


“กลับไปนั่งที่เถอะ”


“หึ” สององค์รัชทายาทแค่นเสียงออกมาก่อนจะเดินกลับไปยังทีของตัวเอง ก่อนที่การรับศิษย์น้องครั้งที่สองจะเริ่มขึ้น


 “หมดเวลา ต่อจากนี้ก็ไปวิ่งรอบลานประลองคนละหนึ่งรอบ” หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นลุกขึ้นตามไปทันที พลางคิดว่าแค่รอบหนึ่งจะให้วิ่งไปทำไมมันจะต้องมีอะไรมากกว่าการวิ่งเป็นแน่


“ตามมา” หรงซู่จินเดินตามผู้ที่คาดว่าจะเป็นอาจารย์ แต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ฝ่ายไหน ไหนตอนนั้นเองที่กำไรเริ่มหนักขึ้น แต่ขอโทษทีนะ พอดีน้ำหนักแค่นี้นะ ทำอะไรเธอไม่ได้เหรอ


“นึกว่าจะหนักว่านี้” เธอได้ยินหรงลู่จินที่เดินตามหลังของเธอเอ่ยเบาๆ เธอยิ้ม สำหรับคนอื่นคงหนักมาก และสำหรับพวกเธอแล้ว น้ำหนักแค่นนี้ มันเล็กน้อยมาก


“เร็วเข้าสิ” ท่านอาจารย์คนนั้นตะโกนบอกพวกที่เดินตามหลังพวกเธอมา เธอแอบเห็นมุมปากของท่านอาจารย์คนนั้นยิ้มด้วย แสร้งทำเป็นหน้าดุ ที่แท้ก็มีแผนแกล้งพวกเธอชัดๆ แผนเด็กๆ แบบนี้ไปเรียนมาใหม่นะ


“ทำไมมันหนักแบบนี้เนี่ย”  เสียงบ่นและเสียงโวยวายก็เริ่มทันที เธอเริ่มวิ่งช้าๆ ไม่รีบมาก เพราะอาจารย์ไม่ได้เร่งก็เลยไม่ต้องรีบ เมื่อวิ่งออกตัวมาได้ไม่นาน ก็มีการเปลี่ยนแปลง เริ่มจากพื้นดินด้านหลังที่ค่อยทรุดตัวลงทำให้บางคนต้องออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกดูดลงไปด้านล่าง


มีบางคนที่พลาดแล้วตกลงไปด้านล่างพร้อมกับเสียงร้องโวยวายและขอความช่วยเหลือ แต่เธอไม่ได้สนใจ เพราะเธอก็ต้องวิ่งให้เร็วขึ้นไปอีก


วิ่งมาได้อีกหน่อยก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเป็นคลื่นยักษ์ที่กำลังก่อตัวสูงขึ้นแล้วกำลังไล่ตามหลังพวกเธอมาใครช้าก็จะถูกคลื่นน้ำนั้นดูดหายเข้าไป


และเมื่อวิ่งไปสักก็เริ่มมีไฟลูกไล่ตามหลังของพวกเธอด้านนี้ทำเอาหลานคนหายไปในกองไฟ เหลือไม่ถึงห้าสิบคนด้วยซ้ำแล้วตอนนี้


แล้วเธอก็วิ่งมาได้สักพักกองไฟเมื่อครู่ก็หานไปก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นพายุที่หมุนวนเป็นวงกลมแถมยังดูดสิ่งรอบๆ เข้าไปในคลื่นพายุนั้น ด้านนี้เอาคนไปสามสิบคนเลยทีเดียว


ด้านหลังของเธอมีสองหนุ่มสาวคู่นั้นที่ฝ่ายหญิงเอาแต่ชวนคุย ถึงแม้อีกคนจะหน้านิ่งแค่ไหน แต่ก็เหมือนจะตั้งใจฟังไปด้วย แต่ตอบแบบนับคำได้


และก็มีสองพี่น้องงามล่มเมืองอีกกลุ่มที่วิ่งตามหลังพวกเธอมา เธอไม่ได้วิ่งทิ้งระยะห่างจากคนอื่นมากนัก แรกๆ ก็มีพวกที่วิ่งนำพวกเธอแต่สักพักก็เริ่มหมดแรงแล้วไปอยู่ด้านหลังของเธอแทน แต่เพราะไม่อยากถูกพายุดูดก็เลยต้องพยายามวิ่งให้เร็วมากขึ้น เพื่อที่จะได้รอด


และแล้วพายุลูกนั้นก็หายไปพร้อมกับหนามขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นจากดินไล่ตามหลังพวกเธอมมากอย่างกระชัดชิดยังทีที่พากันวิ่งสุดแรงเพื่อไม่ให้ถูกหนามพวกนั้นเสียบ ตอนนี้ทุกคนวิ่งมาอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอหมดแล้ว มีทั้งหมดสิบเอ็ดคนที่รอดจากด่านนี้


ตอนนี้พวกเธอวิ่งยังไม่ถึงครึ่งทางเลยด้วยซ้ำ ผ่านไปสี่ด่านแล้วด้านต่อไปเป็นอะไรอีกละเนี่ย



 

“ดูเหมือนเด็กรุ่นนี้จะเหลือเยอะเป็นพิเศษ”


“อืม”


“ขนาดรุ่นเรายังมาตายด่านนี้เจ้าว่าเด็กพวกนี้จะผ่านไปได้หรือไม่” ชายคนนั้นยังคงถามพร้อมกับมองไปยังกลุ่มเด็กๆ ที่ยังเหลือรอดเพียงสิบเอ็ดคนหญิงสาวห้าคนและชายหนุ่มอีกหกคน


“อาจจะ” ชายคนนั้นตอบแค่นั้นพลางมองดูเหล่าเด็กน้อยพวกนั้นด้วยสายตานิ่งงัน เพราะเขาไม่อยากจะยอมรับนักที่เด็ดพวกนี้มีแววจะผ่านด้านนี้ เพราะไม่เคยผ่านมันมาก่อนแม้แต่คนเดียว


แล้วเด็กพวกนี้จะผ่านไปได้อย่างไรกัน ระดับลมปราณต่ำขนาดนั้น


หรงซู่จินยังคิดไม่ทันจบดี ก็มีลูกธนูลอยมาเสียแล้ว มันไม่ก็หนึ่งแต่เป็นร้อยเลยต่างหาก ตอนนั้นเองที่เธอเอากระบองออกมาเพื่อพัดลูกธนูออกไปพร้อมกับวิ่งไปด้วย ตอนนี้ทุกคนต่างพากันปัดลูกธนูออกไป แต่เพราะวิ่งเรียงเป็นหน้ากระดานแบบนี้มันลำบาก เธอเลยจำเป็นตั้งสั่งคนอื่นๆ ให้ทำตาม


“เรียงเป็นสองแถว ถิงถิงเข้ามาหลบในเสื้อก่อน” เอ่ยบอกพร้อมกับวิ่งไปอยู่ด้านหน้าคนอื่น และนี้ดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจในสิ่งที่เธอเอ่ยบอกแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันจำเป็นต้องร่วมมือกัน เลยต้องทำแบบนี้



 

“ว้าวๆ นางมีความเป็นผู้นำสุดๆ เจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น อย่างตื่นเต้น ก่อนจะหันไปพูดคุยกับคนข้างๆ


“ใช่แล้วๆ นางช่างเหมาะที่จะเป็นแก่การเป็นแม่ของลูกเสียจริงๆ” ชายคนนั้นเอ่ยพลางทำหน้าลามกพร้อมกับเลียริมฝีปาก พร้อมกับมองไปยังรูปร่างของหรงซู่จินที่ถูกซ้อนเอาไว้ใต้ชุด



 

“เราจัดการมันดีหรือไม่” เยี่ยเฟิงเอ่ยถามกับองค์รัชทายาททันที เมื่อได้ยินชายคนนั้นพูด ช่างกล้ามาพูดถึงนางในดวงใจของเขาอย่างนี้มันไม่ได้ตายดีแน่


“หลังรับศิษย์น้องจักการมันเสีย” ทันทีที่ได้ยินองค์รัชทายาทเอ่ยแบบนั้น เยี่ยเฟิงก็ยิ้มเหี้ยมออกมาอย่างอดไม่ได้


เยี่ยฟงที่มองดูน้องชายตัวเองก็รู้อยู่แล้วว่าถึงองค์รัชทายาทไม่เอ่ยปากออกมา เขาก็มั่นใจว่าน้องชายของเขาจะทำเช่นไร



 

“นางวางแผนได้ดี” เจ้าสักนักพลางมองไปยังสิบเอ็ดคนที่เหลือรอดมาถึงด้านนี้ได้ เพราะตั้งแต่เปิดสำนักมายังไม่เคยมีใครผ่านด่านสุดท้ายเลยอย่าได้พูดถึงด่านสุดท้ายเพียงแค่ด่านนี้ก็ยังไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียวเลย


“ข้าอยากจะเด็กน้อยพวกนี้ทำลายสถิติของทุกปีจังเลยขอรับ” รองเจ้าสำนักเอ่ยขึ้น เพราะเขาหวังว่าปีนี้ต้องมีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นเป็นแน่ กับพวกศิษย์พี่ที่กลัวพวกศิษย์น้องของตัวเองจะแกร่งขึ้นกว่าตัวเอง


“เจ้าจงดูให้ดีล่ะ” เจ้าสำนักเอ่ยพลางมองไปยังผู้ที่เหลือรอด แถมยังมีวิธีรับมือจากลูกธนูหลายร้อยดอก ซึ่งด่านทดสอบพวกนี้ทำให้รู้ว่าแต่ละคนจะมีวิธีการอย่างไรถึงจะทำให้ตัวเองสามารถผ่านด้านนี้ไปได้ และด่านทดสอบด่านนี้คือกางที่ผู้เหลือรอดนั้นต้องสามัคคีกันถึงจะผ่านไปได้


“ดูเหมือนจะมีหวังสินะขอรับ” รองเจ้าสำนักเอ่ยยิ้มๆ พลางมองไปยังเด็กทุกคนที่เหลือรอด อย่างชอบใจ ถ้าเด็กพวกนี้ผ่านเขาจะให้รางวัลแก่เด็กพวกนี้ก็แล้วกัน เขาอยากจะเห็นด่านต่อไปจะแย่อยู่แล้วว่าด่านต่อไปเด็กพวกนี้จะผ่านมันไปได้หรือไม่



 

เคล้ง!!


ตอนนี้เธอได้วิ่งมาอยู่ด้านหน้าทุกคนเหตุเพราะต้องยืนกันเป็นคู่ เธอเลยต้องวิ่งมาอยู่ด้านหน้าคนเดียว คู่ที่หนึ่งเป็นมู่ตานกับลี่เฟยคู่สองกงกงเสี่ยวกับหรงลู่จินคู่สามสองพี่น้องงามล่มเมืองคู่สี่เป็นหนุ่มสาวคู่นั้นและคู่สุดท้ายเป็นหรงจางหนานกับหลงเยียนที่ต้องค่อยป้องกันทุกคน


คลื่น!!


เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้หรงซู่จินจำต้องหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ ก็จะสบถในในอย่างหงุดหงิดที่มันยังมีอีกเหรอ


หรงซู่จินที่เห็นว่าข้างหลังนั้นเป็นอยู่ดีๆ พื้นดินก็ยกตัวสูงขึ้นและกำลังไล่ตามหลังพวกเธอมาเรื่อยๆ  วิ่งเร็วเกินไปก็ไม่ได้เพราะต้องค่อยปัดลูกธนูนี่ออกไป



 

“นางเป็นอะไรกับองค์รัชทายาทนะ” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยอย่างอดไม่ได้ เพราะนางเป็นคนในลูกขุนนางที่ชอบแอบรักองค์รัชทายาท และไม่เคยเคยเขาเข้าร่วมพิธีรับศิษย์น้องมาก่อนและยิ่งไปกว่านั้นองค์รัชทายาทผู้นี้ไม่เคยข้องแวะกับหญิงสาวคนไหนมาก่อนเลยด้วยซ้ำ


“หึ เราต้องสั่งสอนนาง” หญิงสาวคนหนึ่งแค่นเสียงออกมาก่อนจะเอ่ยบอกกับสหายของตัวเอง นางไม่มีทางให้ใครมาแย่งองค์รัชทายาทของนางหรอก สายตาโหดเหี้ยมฉายแววออกมาครู่เดียวก่อนจะหายไป สายตามองยังหญิงที่องค์รัชทายาทที่เหมือนจะให้ความสำคัญกว่าคนอื่นๆ


“ใช่ๆ ต้องสั่งสอน” หญิงสาวเอ่ยพลางคิดแผนการต่างๆ เอาไว้ในหัว ก่อนจะยิ้มออกมาไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าใกล้องค์รัชทายาทนางจะกำจัดออกไปให้หมด



 

“ดูเหมือนนางจะทำได้ดีกว่าตอนที่พวกเราถูกรับเป็นศิษย์น้องนะ” เยี่ยเฟิงเอ่ยพร้อมกับมองไปยังหรงซู่จินที่ตอนนี้กำลังหมุนกระบองไปมาเพื่อปัดลูกธนูออก ตอนที่เขาถูกรับเป็นศิษย์น้องเขาอยู่ที่แค่ด้านที่เอง ยิ่งนึกถึงตอนนั้นเขาก็ยิ่งสยอง เพราะเขาถูกหนามเสียบตามร่างกายจนนึกว่าเขาจะตายไปเสียแล้ว


“นางเป็นคนพิเศษ” องค์รัชทายาทเอ่ยบอก พร้อมกับจ้องไปอีกด้านที่เขาจำได้ว่าเป็นลูกของพวกขุนนาง ฉินหลงบอกว่าพวกนางกำลังว่าแผนจะกลั้นแกล้งหรงซู่จิน ฝันไปเถอะว่าเขาจะยอม


“นางอาจจะเก่งกว่าเราแล้วก็ได้” เยี่ยฟงเอ่ยขึ้นเพราะดูแล้วน่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะมีหวางชูเป็นอาจารย์อาจจะเก่งขึ้นกว่าพวกเขาทั้งสามคนแล้วก็เป็นไปได้ แต่เขาไม่คิดจริงๆ ว่านางจะมาที่นี่ ยังดีที่องค์รัชทายาทสืบข่าวของหรงซู่จินมา ก็เลยได้รู้ว่านางจะมาเข้าสำนักงานดาราจุติ นั้นทำให้พวกเขาที่พากันอยู่ที่วังต้องรีบกลับมาหาหรงซู่จินทันทีไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้ว


“นั้นสินะ” เยี่ยเฟิงเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหันไปมองกงกุ้ยเสี่ยวที่มองไปยังน้องชายตัวเอง ด้วยท่าทีลุ้นละทึก เห็นขมุบขมิบปากไปมาเห็นแล้วก็อดจะขำไม่ได้


“เจ้าต้องผ่านไปให้ได้นะกงเสี่ยว”


“กุ้ยเสี่ยว” เพียงแค่เยี่ยเฟิงเอ่ยเรียก กงกุ้ยเสี่ยวก็สะดุ้งแล้ว นั้นทำให้เห็นว่าเจ้าหมอนี่มันไม่ได้สนใจอะไรนอกจากน้องชายของตัวเอง


“มีอะไร”


“เปล่า” เยี่ยเฟิงตอบหน้าตาย ก่อนจะหันไปมองผู้ที่เหลือต่อ พลางยกยิ้มที่มุมปากไปด้วยอย่างชอบใจที่ได้แกล้งกงกุ้ยเสี่ยว



 

หลังจากนั้นไม่นานลูกธนูก็หมดไป พร้อมกับพื้นดินที่ไล่ตามเขาพวกเธอมาก็เร็วขึ้น นั้นทำให้พวกเธอต้องออกแรงวิ่งเร็วขึ้น ตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดน่าจะเป็นกงกงเสี่ยวเพราะดูเหมือนจะแบ่งรับนำหนักของกำไลไม่ไหวแล้ว


“เจ้าไปเถอะ ทิ้งข้าเอาไว้ตรงนี้แหละ” กงกงเสี่ยวเอ่ยบอก ตอนนี้เขารู้สึกแรงแทบจะหมดอยู่แล้ว ไม่คิดว่าการรับเป็นศิษย์มันจะโหดร้ายแบบนี้


“ข้าไม่ชอบทิ้งสหาย” หรงซู่จินเอ่ยบอกพลางเอาโอสถฟื้นฟูลมปราณให้กับกงกงเสี่ยว พลางดึงเอากำไลของกงกงเสี่ยวมาใส่ไว้กับตัวเอง


“เอ่อ” กงกงเสี่ยวกล่าวอะไรไม่ออกเมื่อเห็นการกระทำอันรวดเร็วของหรงซู่ แต่เวลานี้มันไม่ควรจะเอ่ยอะไรออกไป


“รีบวิ่งเร็วเข้า” บอกพรางรีบดึงให้กงกงเสี่ยววิ่งตามมาด้วยเพราะคนอื่นๆ วิ่งนำไปหมดแล้ว



มาแล้ววววว มาช้าหน่อยเพราะตอนนี้กำลังแก้คำผิดแล้วก็แก้เนื้อหาไปด้วย เพราะมีบ้างตัวละครที่เราเอามาโยงผิดนะ ต้องขอโทษด้วย

อีกสองวันน่าจะแก้คำผิดหมด





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

737 ความคิดเห็น

  1. #595 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:37

    โหโห ลุ้นมากๆเลย แต่น้องขององค์รัชทายาทเปนคนเดียวกันกับน้องที่ถูกพิษรึป่าวนะ

    #595
    0
  2. #593 Earnza2534 (@Earnza2534) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 00:01
    รอนะค่ะ
    #593
    0
  3. #592 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 11:25
    ดูแลสหายดีเดี๋ยวไหน้ำส้มกระต่ายแตกหรอก อิอิ
    #592
    0
  4. #591 khanthongtandee (@khanthongtandee) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 06:33
    ขอบคุณค่ะ รอนะคะ
    #591
    0
  5. #590 Sudrarat (@Sudrarat) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:17

    ตอนนี้ก็ต้องแก้ด้วยนะค่ะ คำตกหล่นเยอะมาก คำเกินก็เยอะ สู้ๆค่ะ

    #590
    0
  6. #589 Nooviewmju76 (@Nooviewmju76) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:41
    พากันวิ่งจนเหนื่อย อิอิ
    มาให้กำลังใจนะไรท์ สู้ๆจ้า
    #589
    0