ตอนที่ 60 : EP : 58 ถิงถิงเจ้าเป็นตัวผู้หรือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 216 ครั้ง
    14 พ.ค. 62





EP : 58 ถิงถิงเจ้าเป็นตัวผู้หรือ










หรงซู่จินมองอีกฝ่ายที่พยายามจะทำร้ายม่านอักขระของเธอ ดีนะที่เธอกดลมปราณของตัวเองเอาไว้แค่นี้เพราะถ้าเอาแบบตามเรื่องแล้ว คงเป็นเรื่องยากแน่ๆ ที่จะสู้กัน


เคล้ง!


ตู้ม!!


หรงซู่จินยืนมองอีกฝ่ายที่พยายามทำร้ายม่านอักขระของเธอ ก็ได้แต่ส่ายหน้า เธอไม่ได้ห่วยขนาดนี้สักหน่อย อยากจะรู้จริงๆ ว่าใครมันเป็นคนทำการทดสอบนี้


“บังอาจมาลอกเลียนพี่สาวของข้าหรือ” หรงลู่จินเอ่ยอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังภาพมายาจอมปลอมของเธออย่างรวดเร็ว


ตู้ม!!


หรงซู่จินมองหรงลู่จินที่ตามไปกระทึบภาพมายาของเธออย่างไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว  เจริญล่ะ เมื่อเห็นว่าหรงลู่จิน แย่งตัวทดสอบของเธอไปแล้วก็เลยต้องไปช่วยกงกงเสี่ยวสู้กับสัตว์อสูรวานรวายุสักหน่อย เดี๋ยวเธอจะไม่ผ่านการทดสอบเอาได้


หรงซู่จินเอากระบองออกมาจากแหวนมิติก่อนจะตวัดปลายกระบองไปที่สันคอของมันอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้นทั้งเธอและกงกงเสี่ยวต่างพากันเอากระบองมาทุบตีสัตว์อสูรวานรวายุตัวนี้จนเละไปหมด


วูบ!!


ในตอนนั้นเองร่างกายของเธอก็ถูกดูดอย่างรวดเร็ว มารู้สึกตัวเองทีก็ตอนที่มาอยู่ในลานกว้างอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันมีคนเยอะขึ้นมาหน่อยห้าสิบคนเห็นจะได้


หรงซู่จินกวาดสายตาไปมองรอบๆ ยังไม่พบกับพวกอาจารย์เลย ในขณะนั้นเอง สายตาของก็ไปหยุดอยู่ที่หนุ่มสาวสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาก็สามารถดึงดูดให้ชวนมองไปด้วย แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดเธอหรอกนะ แต่เป็นได้กระต่ายมีปีกที่มันเหมือนกระต่ายมีปีกที่อยู่ในมิติของเธอต่างหาก


เพราะตอนนี้มันกำลังนั่งกัดกินผลไม้อยู่บนไหล่ของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ใบหน้านั้นนิ่งเงียบต่างจากหญิงสาวที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้คนผู้นี้จะหล่อเหลากว่าหวางชูของเธอ แต่ว่า หวางชูหล่อที่สุดในสายตาของเธอแล้ว


“กระต่ายตัวนั้นเมื่ออยู่ใน” ก่อนที่มู่ตานจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ก็ถูกลี่เฟยปิดปากเสียก่อน จะให้ใครรู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นท่านหญิงต้องแย่แน่ๆ มู่ตานที่รู้ว่าตัวเองกำลังนำความเดือนร้อนมาให้หรงซู่จินก็ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด


“ท่านแม่ๆ เหมือนข้าจะได้กลิ่นท่านพ่อเลย” หรงลู่จินกระซิบบอกพลางทำจมูกฟุดฟิด เธอลืมไปได้อย่างไรกันว่าหรงลู่จินเป็นหมาป่าวายุสัตว์พวกนี้มันมีจมูกที่ดีอย่าบอกใคร แต่ไหนละหวางชู เธอยังมองหาเขาไม่เจอเลย


อย่าให้เจอตัวนะ! หวางชู!


“ท่านหวางชูอยู่ที่นี่หรือ ข้าจับกลิ่นอายของนายท่านไม่ได้เลย” หลงเยียนเอ่ย ขนาดหลงเยียนยังสัมผัสอะไรไม่ได้เลย แล้วเธอล่ะจะรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่ไหน ขนาดเธอใช้สัมผัสตรวจดูรอบๆ แล้วเธอยังหาหวางชูไม่พบเลย


“ระดับเขาแล้วเราคงหาเขาไม่เจอหรอก” หรงซู่จินเอ่ย เพราะถ้าเขาอยากจะให้เธอเจอจริงๆ ละก็เขาคงจะปรากฏตัวต่อหน้าของเธอไปแล้ว นั้นก็หมายความที่นี่ไม่ปลอดภัยหวางชูเลยไม่ยอมมาปรากฏตัว


“ท่านพ่ออยู่ใกล้ๆ พวกเราแน่” หรงลู่จินพึมพำเบาๆ เพราะเขามั่นใจในการได้กลิ่นของตัวเอง


“ดูท่าทางสำนักยังไม่หมดการทดสอบเราสินะ” หรงซู่จินเอ่ย บอกมองไปรอบๆ ส่วนมากพวกที่รอดมาได้ก็มีลมปราณระดับปฐพีขั้นต้นขึ้นไปจนถึงระดับนภาขั้นปลาย ซึ่งให้เธอเดาคนพวกนี้คงจะเป็นพวกลูกหลานตระกูลใหญ่หรือไม่พวกขุนนางไม่พวกราชวงศ์เป็นแน่ เพราะไม่อย่างนั้นระดับไม่สูงแบบนี้หรอก


“เฮ้ ดูนั้นสิ” ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องบอกพร้อมกับมีการเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือสระน้ำขนาดใหญ่ที่ดูแล้วน่าจะลึกพอสมควร อย่าบอกนะว่าให้พวกเธอลงไปในสระน้ำนั้นนะ


“คงไม่ใช่ว่าให้ว่ายลงไปในน้ำนั้นหรอกนะ” มู่ตานเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคดี ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงไปแล้ว


ตู้ม!!


“เฮ้ย เจ้าบ้านั้น รอกันหน่อยก็ไม่ได้” ชายที่คาดว่าจะเป็นสหายตระโกนว่าเพื่อนของตัวเอง ก่อนจะกระโดดตามลงไปอย่างรวดเร็ว


ตู้ม!!


“พวกเจ้าไม่ไปหรือ เดี๋ยวจะไม่ทันพิธีรับศิษย์น้องหรอก” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยบอกให้ขณะที่วิ่งผ่านหน้าพวกเธอไป เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีอะไรแบบนี้ด้วย


“พวกเราก็ไปกันเถอะ พี่ข้าเคยบอกว่าถ้าไปช้าก็อดเข้าสำนัก” กงกงเสี่ยวที่พอจะจำได้ว่าพี่ชายของเขาเคยพูดเอาไว้ หลังจากว่ายน้ำเพื่อวัดความแข็งแกร่งก็จะต้องเข้าพิธีรับศิษย์น้องต่ออีก


“เจ้าน่าจะบอกให้เร็วกว่านี้นะ” หรงซู่จินเอ่ยบอก พลางมองผู้คนที่เพิ่งจะมาถึงต่างพากันกระโดดลงสระน้ำไปแล้ว เหลือก็แต่หนุ่มสาวคู่นี้กับกระต่ายมีปีกอีกตัวที่ยังยืนนิ่งอยู่


หรงซู่จินเดินไปจนถึงบริเวณสระน้ำก็เอ่ยถามโดยไม่ระบุบว่าเป็นใคร


“พวกเจ้าว่ายน้ำไหวนะ”


“ข้ากลัวว่าจะหายใจในน้ำได้ไม่นานเจ้าค่ะ” มู่ตานเอ่ยบอกเพราะไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงของใคร เพราะนางไม่รู้ว่าสระน้ำนี่ลึกขนาดไหน


“ดูเหมือนจะกางม่านอักขระไม่ได้ด้วยสิ งั้นเอาโอสถนี่ไปทานก่อนมันช่วยให้หายใจใต้น้ำได้” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นให้มู่ตาน


“ขอบคุณเจ้าค่ะ”


“ไปกันเถอะ”


“กิ๊ว!!” ในตอนที่เธอกำลังจะกระโดดลงสระน้ำ ก็ได้มีเจ้าสัตว์สีขาวบินพุ่งมาชนเธอเต็มแรง หรงซู่จินมองมันพร้อมกับกอดมันเอาไว้ทันก่อนที่มันจะตกลงกับพื้น หรงซู่จินมองมันที่ส่งเสียงร้อง แต่เธอก็ฟังมันไม่ออก


“เจ้าอยากจะไปกับข้าหรือ”


“กิ๊วๆๆ” เจ้ากระต่ายน้อยตัวสีขาวร้องบอกพร้อมกับพยักหน้าเล็กๆ นั้นขึ้นลง หรงซู่จินมองท่าทางน่ารักๆ ของมันก่อนจะยิ้มออกมา


“ถิงถิง เจ้ามันลำเอียง ข้าเป็นเจ้าของเจ้าทำไมเจ้าไม่ให้ข้าแตะต้องตัวเจ้าบ้างเลยสักนิด” หญิงงามคนนั้นร้องขึ้นพลางหน้าตาน้อยใจ ก่อนจะหันไปฟ้องคนตัวสูงที่มองมาที่เจ้ากระต่ายถิงถิง


“หลินหลินดูสิ ถิงถิงมันทิ้งข้าแล้ว”


“ถิงถิงเจ้าเป็นตัวผู้หรือ”


“กิ๊วๆๆ” หรงซู่จินมันถิงถิงที่กำลังหันไปเถียงกับชายหนุ่มคนนั้นใช้ขาหน้าของตัวเองชี้ไปยังชายหนุ่มด้วยท่าทางเหมือนจะไม่พอใจ บอกเลยรอบตัวของชายคนนี้แม้จะมีความหล่อเหลามากกว่าผู้อื่น


แต่ไม่สามารถปกปิดความโหดเหี้ยมและทรงอำนาจของเขาได้เลย หรือว่าชายคนนี้เป็นองค์รัชทายาทกัน แต่แคว้นไหนเธอไม่รู้หรอก


และดูเหมือนชายคนนี้จะเพิ่งรู้ว่าเจ้าถิงถิงตัวนี้มันเป็นตัวผู้ เอ่อ เจริญละ ตกลงว่าอยู่ด้วยกันมานี้ไม่รู้อะไรเลยหรือยังไง


“หลินหลินมันใช่เวลาหรือ” หญิงสาวหันไปถามพร้อมกับมุ่ยหน้าอย่างไม่ชอบใจ


“เดี๋ยวค่อยไปทะเลาะกันทีหลัง ตอนนี้ต้องรีบลงไปก่อน เดี๋ยวไม่ทันพิธีรับศิษย์น้อง” เธอเอ่ยบอกพร้อมกับกอดเจ้าถิงถิงเอาไว้แนบอกของตัวก่อนจะพากระโดดลงไปด้วย


ตู้ม!


พอลงมาได้เธอให้เจ้าถิงถิงอยู่ในเสื้อของตัวเอง ก่อนจะรีบว่ายน้ำอย่างรวดเร็วทันที เธอใช้ลมปราณไปที่แขนขาและสะโพกของเธอเอาไว้ เธอว่ายไปเรื่อยๆ ก็เจอกับพวกที่มาก่อนหน้านี้ก็เต็มไปหมดดูเหมือนจะเริ่มหมดแรงแล้วสินะ


หรงซู่จินไม่ได้สนใจคนพวกนั้นเธอว่ายไปเรื่อยๆ ก็พบกับแสงที่ส่อง หรงซู่จินว่ายไปตามแสงนั้นก็จะพบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องโถงใหญ่


“ว้าว นั้นมาแล้ว โอ้ เป็นหญิงงามเสียด้วยสิ คนนี้ข้าจอง” ทันทีที่เธอขึ้นมาได้ ก็พบกับมีผู้คนมากมายกำลังจ้องมาที่เธออยู่ ไม่เว้นแม้แต่หรงหลานอี้ที่มองมาที่เธอเหมือนกัน


“โอ้ เจ้ามาคนแรกเลยหรือ สมแล้วๆ ที่เป็นน้องสาวของอี้จิน” ชายคนหนึ่งร้องขึ้น พร้อมกับส่งมือมาให้จับเอาไว้ ดูท่าทางแล้วชายคนนี้อาจจะเป็นอาจารย์ของที่นี่ก็เป็นไปได้


“ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ”  หรงซู่จินเอ่ยบอก พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของอีกคนที่ยื่นมาให้จับ


“กิ๊ว!” เสียงร้องของเจ้าถิงถิง ทำให้เธอหันมาสนใจมันอีก ทำให้เธอถึงรู้สึกว่าถูกเจ้าถิงถิงนี้มันมองเธออย่างดุๆ กันนะ


“สัตว์เลี้ยงของเจ้าน่าสนใจดี” ชายคนนั้นเอ่ยบอกเธอด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะพาเธอไปนั่งเก้าอี้ที่มีไว้สำหรับเด็กที่เข้ามาใหม่


“โอ้มาอีกแล้ว ว๊าย รุ่นน้องปีนี้หล่อเหลาเป็นบ้า” หรงลู่จินหันไปมองก็พบว่าเป็นหรงลู่จินและหรงจางหนานก่อนจะตามด้วยที่เหลือร่วมทั้งหนุ่มสาวคู่นั้นด้วย


“พี่สาว” ทันทีที่เห็นเธอหรงลู่จินก็รีบวิ่งมานั่งข้างเธอทันที พลางเอ่ยเรียกเธอไปด้วย


“เจ้าเก่งมากเลย” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับยกมือไปลูบหัวของหรงลู่จินเบาๆ ก่อนจะนั่งหลังตรงเพราะตรงหน้ามีพวกเด็กเก่าพูดง่ายๆ ก็คือพวกศิษย์พี่นั้นแหละ ที่กำลังพากันมองมาที่พวกเธออยู่บ้างคนก็พยายามจะข่มเธอ บ้างก็มองเธอด้วยสายตาหยาดเยิ้มจนเธอขนลุก


หรงซู่จินมองไม่เห็นพวกองค์รัชทายาทเลย นั้นคงเป็นเพราะอาจจะไม่ว่างก็เป็นไปได้เพราะไม่กี่วันที่วังก็จะมีการจัดงานเลี้ยง


“พี่ใหญ่ เราเกือบมาไม่ทันแล้ว” หญิงสาวตัวเล็กน่ารักเอ่ยบอกและนั้นมันก็ทำให้เป็นจุดของทุกได้อย่างดี เพราะสองสาวที่มาเป็นคนสุดท้ายนั้นราวกับนางเซียน


“เอาน่า เรามาทันแล้วนี่ไง” เป็นเพราะท่านแม่ของนางนั่งบอกถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนั่งบ่นพวกนางนั้นแหละ


“มานั่งก่อนสิสาวน้อยเดี๋ยวพิธีการรับน้องจะรับขึ้นแล้ว” ชายที่ให้เธอจับมือขึ้นจากสระน้ำเอ่ยบอกสองสาวที่มีใบหน้าแตกต่างกัน แต่มีนัยน์ตาที่เหมือนกัน


“เจ้าค่ะ” เด็กสาวขานรับพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มน่ารักสดใส พลางดึงพี่สาวของตัวเองไปไปนั่งเก้าอี้ทันที


หรงซู่จินมองดูสองพี่น้องนั้นอย่างละสายตาไม่ได้ จนกระทั้งผู้ที่บอกว่าตัวเองเป็นเจ้าสำนักเอ่ยขึ้น ทำให้เธอจำเป็นต้องละสายตาออกจากสองพี่น้องคนนั้น


“ยินต้อนรับพวกเจ้าทุกคน ในสำนักนี่เจ้าจะเลือกเรียกด้านในก็ได้ และภายในหกเดือนจะมีการแข่งขันเพื่อทดสอบความสามารถพวกเจ้าและนั้นจะทำให้พวกอาจารย์บางท่านจะรับพวกเจ้าเป็นลูกศิษย์” หรงซู่จินนั่งฟังเงียบๆ พลางลูบหัวของเจ้าถิงถิงไปด้วย


“เอาล่ะ ถึงเวลาที่พวกศิษย์พี่จะต้องรับศิษย์น้องแล้ว” เมื่อเจ้าสำนักเอ่ยจบ หรงซู่จินก็คิดว่ามันจะเป็นการรับศิษย์น้องแบบไหนกันละ ทำไม่หน้าของแต่ละคนมันดูชั่วร้ายนัก


“เริ่มได้” ทันทีที่เจ้าสำนักเอ่ยจบเหล่าศิษย์พี่กว่าพันคนก็พากันมาล้อมรอบพวกศิษย์ของตัวเองทันที


ในตอนนั้นหรงซู่จินก็รู้ว่าหนังตาของเธอกระตุกไม่หยุด สงสัยจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอเป็นแน่ ไม่ผิดจากที่เธอคิดเอาไว้ เพราะตอนนี้หรงหลานอี้ได้มาอยู่ตรงหน้าของเธอพร้อมกับเหล่าสหายของหรงหลานอี้อีกสองคน


“พี่คิดว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว” หรงหลานอี้เอ่ยถามพร้อมกับยิ้มส่งหวานมาให้เธอ


“น้องจะไม่มาได้อย่างไรเจ้าค่ะ ที่นี่น่าจะมีอะไรสนุกๆ ให้เล่น” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับส่งยิ้มหวานกลับไป


“ที่นี่ไม่ใช่ตระกูลของเราหรอกนะ เจ้าจะมาเล่นๆ ไม่ได้” หรงหลานอี้เอ่ยบอกเธอด้วยรอยยิ้ม คำพูดของหรงหลานอี้นั้นมันเหมือนจะเป็นการสั่งสอนสอนเธอ แต่จริงๆ แล้วยัยยี่มันกำลังหลอกด่าเธออยู่ต่างหาก


“โธ่ ท่านพี่ข้าไม่ได้คิดแบบนั้นเสียหน่อย” เธอเอ่ยบอกกลับไปพลางมุ่ยหน้าใส่อีกคนไปด้วย


“เจ้าอยู่นี่เอง” หรงซู่จินหันไปมองเจ้าของเสียงพลางส่งยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยถามสามสหายของตัวเองทันที


“ข้านึกว่าพวกท่านไม่อยู่เสียอีก”


“ติดธุระมา” องค์รัชทายาทเอ่ยบอก ก่อนจะเอากำไรยื่นให้เธอ หรงซู่จินมองมาใครๆ ก็ได้รับกำไรเหมือนกัน ก็เลยยื่นมือไปรับมาแล้วเอามาใส่


“เอาของพวกข้าด้วยสิ” เยี่ยเฟิงเอ่ยบอกพร้อมกับคว้าเอากำไรของผู้เป็นพี่ชายตัวเองมาแล้วยื่นไปให้กับหรงซู่จิน


“ขอบใจ อย่าบอกนะว่าให้ใส่ข้อมือกับข้อเท้านะ” หรงซู่จินเอ่ยบอก ก่อนจะถามกลับไปโดย


“ใช่แล้ว” เยี่ยเฟิงบอกพลางสงยิ้มแปลกๆ มาให้กับเธอ วางแผนอะไรเอาไว้เนี่ยเจ้าพวกนี้


“พวกท่านรักข้าเกินไปหรือเปล่าเนี่ย” หรงซู่จินกันไปมองหรงลู่จินที่กำลังโวยวายเพราะตอนนี้กำลังถูกชายหนุ่มเอากำไรให้อย่างมากมายไม่ต่างจากคนในกลุ่มของเธอ


“แน่นอนสิ” ชายคนหนึ่งบอกพร้อมกับยิ้มให้หรงลู่จินไปด้วย ทำเอาหรงลู่จินเบ้หน้าทันทีอย่างไม่ชอบใจ


“งั้นนี่ของพวกพี่ให้เจ้าก็แล้วกัน โชคดีนะน้องพี่” หรงหลานอี้เอ่ยบอกเธอด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับวางกำไรทั้งสามวงลงที่ฝ่ามือของเธอ


แต่ประโยคสุดท้ายนี่สิทำเอาเธอแทบจะปากำไรนี้ใส่หรงหลานอี้ทันที โชคดีกับผีนะสิ เหอะ คงคิดว่าไอ้กำไรพวกนี้จะทำอะไรเธอได้หรือ


หรงซู่จินจัดการใส่กำไรข้อเท้าข้างละสองวงใส่ข้อมือข้างละหนึ่งวง ในตอนที่เธอใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีกำไรวงหนึ่งยื่นมาตรงหน้าของเธอ หรงซู่จินเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของกำไรวงนี้ว่าเป็นใคร ยอมรับว่าตกใจนิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่


ชายหนุ่มผู้นี้เธอจำได้ว่าเป้าหมายของเธอ องค์รัชทายาทแห่งแคว้นมังกรคำรามนั้นเอง เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่สำนักแห่งนี้


“ไม่คิดว่าข้าจะได้พบกับหญิงงามแห่งเมืองกิเลนสายฟ้า” คำพูดขององค์รัชทายาทผู้นี้ทำเอาบางคนที่อยู่ใกล้ถึงกับหยุดชะงักแล้วมองมาที่เธอทันที


“ท่านก็กล่าวเกินจริงไปได้” หรงซู่จินยิ้มตอบอีกฝ่ายราวกับว่าไมรู้จักกัน เธอลูบหัวของเจ้าถิงถิงไปด้วย เมื่อเห็นสายตาไปชอบใจของถิงถิงที่มองมายังเธอ


“หวังว่าท่านคงไม่คิดที่จะแกล้งข้านะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม


ฝ่ายองค์รัชทายาทแห่งแคว้นมังกรคำรามก็ยิ้มตอบ พลางคิดว่าไหนเจ้าบ้านั้นบอกว่านางไม่ได้ฝึกวรยุทธไง แล้วนี่อะไรกันระดับลมปราณนภา แล้วเจ้าบ้านั้นก็หายไปเลยก็ไม่รู้ติดต่อก็ไม่ได้




มาแล้วจร้า เป็นไงเขาได้เจอกันแล้วววว ฮ่าๆๆๆ ยังไม่ถึงเวลาที่หวางชูจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะคะ

 อ่า หลินหลินนายอยู่ด้วยกันตั้งมาเพิ่งรู้ว่าถิงถิงเป็นตัวผู้นะ

เรายังแก้คำผิดไม่หมดน่า พอดีช่างนี้เราต้องหาที่ฝึกงานไปด้วยก็เลยช้า ตอนนี้ยังหาไม่ได้เลยอ่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 216 ครั้ง

738 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 11:18

    กำไล (ข้อมือ ข้อเท้า) สะกด กำไล ล ลิง นะคะ

    ถ้า กำไร ร เรือ คือ ผลกำไร-ขาดทุน

    #587
    0
  2. #585 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:38

    รู้สึกแปลกๆเวลาอ่านชื่อ ถิงถิง เพราะมันเป็นชื่อเราแถมไปตั้งให้หวางชูอีก แถบกระอักเลือดเจ้าค่ะแต่ก็ไม่เป็นอะไรค่ะเราเข้าใจว่าชื่อนี้คนใช้เยอะ^_^

    ปล.รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ^_^
    #585
    0
  3. #584 khanthongtandee (@khanthongtandee) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    สนุกดีค่ะ รอนะคะ
    #584
    0
  4. #583 ^_^ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:59

    เอ่อ ถิงถิง งานอ่ะงาน พอเจอเมียเอ้ย ว่าที่ภรรยานี่ไม่ทำเลยเนอะ รีบมานั่งเฝ้าเชียวน่ะพี่ชู

    #583
    0
  5. #573 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:15
    จะรู้ไหมนะว่าที่รักอยู่ใกล้ขนาดนี้
    #573
    0
  6. #572 Earnza2534 (@Earnza2534) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 23:24
    รอนะค่ะ
    #572
    0