ตอนที่ 57 : EP : 55 เรื่องจริงหรือข่าวลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 259 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62




  


EP : 55  เรื่องจริงหรือข่าวลือ








“เจ้าคิดว่าท่านแม่ลงไปนานเกินไปหรือเปล่า” เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ ที่หรงลู่จินถามหรงจางหนาน เวลาผ่านไปสิบวันแล้วแต่ท่านแม่ของเขาก็ยังไม่ยอมขึ้นมาจากสระน้ำเลย เขากินนอนอยู่ตรงนี้ตลอดเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับท่านแม่ของเขา


“เจ้าไม่เชื่อใจท่านหญิงหรือ” หรงจางหนานเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางกรอกตาไปมา เมื่อได้เห็นท่าทีกระวนกระวายของหรงลู่จิน


หรงลู่จินได้ยินแบบนั้นก็รีบส่ายหน้าไปมาทันที พร้อมกับเอ่ยตอบไปด้วย


“เปล่าเสียหน่อย ข้าก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง”


“ฝึกกันต่อเถอะ” หรงจางหนานเอ่ย พลางเดินไปที่ลี่เฟยที่กำลังนอนหอบอยู่กับพื้น หรงลู่จินคงฝึกลี่เฟยหนักไม่แพ้เขาที่ฝึกกับมู่ตานเลย


“ลุกขึ้น”


“ขอรับ” ลี่เฟยเอ่ย พร้อมกับดันตัวลุกขึ้นไปด้วย วันนี้นอกจากฝึกต่อสู้แล้ว เขายังต้องนั่งดูดซับหลังจบการต่อสู้อีกด้วย


“หรงลู่จินมาฝึกกันเถอะเดี๋ยวถ้าท่านแม่ของเจ้ารู้ว่าเจ้าไม่ทำตาม ระวังถูกนางโกรธเอานะ” มู่ตานเอ่ยบอก เมื่อเห็นว่าหรงลู่จินยังคงมองไปยังใต้สระน้ำวารีสวรรค์ด้วยสายตาเป็นห่วง


หรงลู่จินเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็รีบลุกขึ้นมาทันที เขาจะไม่ทำให้ท่านแม่โกรธเด็ดขาด


“เตรียมรับมือ”


ตู้ม!


หรงลู่จินพูดจบก็พุ่งเข้าหามู่ตานทันที ทำเอามู่ตานที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวกระเด็นไปไกล ใครว่าเจ้าหรงลู่จินหน้าหล่อมันใจดีกัน โหดกว่าหรงจางหนานอีก ไม่เคยให้นางได้ตั้งตัวเลยเวลาสู้กัน


“เจ้าต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา” หรงลู่จินปากก็เอ่ยบอกไป ตัวก็เคลื่อนกายไปหามู่ตานไปด้วย


มู่ตายคิดว่านางหลบการโจมตีของหรงลู่จินได้หนึ่งกระบวนท่าถือว่าดีขึ้นแล้ว


โครม!!


ฝั่งลี่เฟยกับหรงจางหนานก็ดุเดือนไม่แพ้กัน ยังดีที่ลี่เฟยหลบการโจมตีได้ในบ้างครั้ง และป้องกันตัวเองเอาไว้ได้ในบ้างครั้งเหมือนกัน


แต่ร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บภายในเอยู่ดี ลี่เฟยได้แต่กัดฝันแน่น เมื่อหาโอกาสโต้ตอบอีกฝ่ายไม่ได้ก็ได้แต่เจ็บใจ


“สิ่งที่หรงลู่จินสอนเจ้า เอามาออกมาใช้เสีย” หรงจางหนานเอ่ยบอกในตอนที่ซัดฝ่ามือออกไปกระแทกกับไหล่ของลี่เฟย


ลี่เฟยที่ได้ยินแบบนั้นก็พยายามนึกเอากระบวนท่าที่ต่อสู้กับหรงลู่จินมาใช้ต่อสู้กับหรงจางหนาน


ตู้ม!


ในตอนนั้นเองทั้งหรงจางหนานและลี่เฟยต่างซัดฝ่ามือกระแทกกัน แต่ก็ทำอะไรหรงจางหนานไม่ได้ ดีที่เมื่อสักครู่เขากระโดดถ่อยหลังออกมาเพื่อหลบแรงลมปราณที่ถูกหรงจางหนานซัดมาด้วยลมปราณที่มากกว่า


ตู้ม!!!


ในตอนนั้นเอง สระนำวารีสวรรค์ก็ระเบิดขึ้นอย่างรุ่นแรง ทำเอาทุกคนต้องถ่อยออกมาอยู่ห่างๆ เกลียวคลื่นน้ำที่หมุนวนไปมาอย่างรุ่นแรง ก่อนจะระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง


ตู้ม!!!


“อะไรนะ ทำไม่มันรุ่นแรงแบบนี้” มู่ตานเอ่ยขึ้นอย่างหวาดกลัว เมื่อเห็นเกลียวคลื่นที่ก่อตัวหมุนวนเป็นวงกลมอย่างเกรี้ยวกราดแบบนี้ ราวกับว่าเป็นคลื่นพายุอย่างไรอย่างนั้น


“อย่าบอกนะว่าท่านหญิงทะลวงเลื่อนระดับสองขั้นในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้นะ” หรงจางหนานพึมพำเบาๆ บ้าไปแล้ว มันจะไปมีคนแบบนั้นได้อย่างไรกัน  ยิ่งเป็นการทะลวงเลื่อนขั้นระดับขั้นที่ใหญ่แบบนั้นก็ยิ่งอันตรายมากขึ้น


โอ๊ย เขาจะถูกท่านหวางชูลงโทษหรือไม่เนี่ย ที่ดูแลท่านหญิงไม่ดีเยี่ยงนี่


“โอ้โห ท่านแม่สุดยอดไปเลย” หรงลู่จินที่ได้หรงจางหนานพูดแบบนั้นก็ร้องขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะเขายังไม่สามารถทำได้เลย


ทั้งสี่มองไปยังเกลียวคลื่นที่ยังไม่ยอมสงบลงง่ายๆ พร้อมกับเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าลงมากลางเกลียวคลื่น


เปรี้ยง!!


คลืน!!!


มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีฟ้าร้องฟ้าผ่าเพราะตั้งแต่มาอยู่ในนี้ หรงลู่จินยังไม่เคยเห็นฟ้าร้องฟ้าผ่าเลยสักครั้ง แม้แต่ฝนตกสักเม็ดก็ไม่เคยมี


หรงลู่จินเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนที่มีก้อนเมฆที่ท่านพ่อของเขาไปหามาให้ท่านแม่ พลางหรี่ตามองบ้างอย่างที่อยู่ด้านบนนั่นอย่างสงสัย มังกร มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน เพียงแค่หรงลู่จินกระพริบตาเพียงแค่ครั้งเดียวมันก็หายไปเสียแล้ว


“หายไปไหนแล้ว”


“อะไรหาย” หรงจางหนานที่ได้ยินหรงลู่จินพึมพำ ก็เอ่ยถามทันที


“ข้าตาฝาดนะ” หรงลู่จินเอ่ยตอบ ก่อนจะมองภาพเบื้องหน้าที่เหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลง  และไม่นานหลังจากนั้น ภายในมิติก็สั่นสะท้านขึ้นมา ทำให้พวกเขาทั้งสี่ต้องรีบเข้าไปในเรือน เพราะที่นั้นปลอดภัยที่สุด


“เกิดอะไรขึ้น” มู่ตานเอ่ยถามเมื่อครู่เธอยังไม่มีสติพอ เลยถูกลี่เฟยอุ้มเข้ามาในเรือนอย่างงุนงง


“ภายในมิติกำลังเปลี่ยนแปลง” หรงลู่จินเอ่ยบอก หลายครั้งแล้วที่เขาสังเกตเห็นว่าเวลาท่านแม่ทะลวงเลื่อนขั้นทีไร ก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในมิติ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปมากทีเดียว


“แล้วท่านหญิงจะไม่เป็นอะไรหรือ” ลี่เฟยเอ่ยถามอย่างสงสัย พวกเขาน่าจะพาหรงซู่จินเข้ามาในบ้านด้วย

“มิตินี่เป็นของท่านแม่มันคงไม่เป็นอันตรายต่อท่านหรอก” ลี่เฟยพยักหน้ารับ ที่หรงลู่จินเอ่ยมาก็ถูก เพราะถ้าหรงซู่จินเป็นอะไรไป มิตินี่ก็คงถูกทำร้ายไปด้วย


คลืน!!


แผ่นดินไหวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหายไป ทำให้ทั้งหมดที่อยู่ในเรือนต่างพากันเปิดประตูออกไปด้านนอก


ตู้ม!!


ทั้งสองมองไปยังสระน้ำวารีสวรรค์ทันที เมื่อได้ยินเสียงพร้อมกับร่างบางที่พุ่งขึ้นมาจากใต้สระน้ำวารีสวรรค์นั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนเทพเซียนอยู่ดี ผิวที่ตกกระทบกับแสงแดดอ่อนๆ พร้อมกับร่างกายที่มีน้ำเกาะตามร่างกายนิดหน่อย ทำให้ดูระยิบระยับอย่างสวยงาม


“ท่านแม่!!” หรงลู่จินร้องเรียกพร้อมกับเคลื่อนกายไปหาหรงซู่จิน ด้วยความดีใจ


หมับ!!


“ข้านึกว่าท่านจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว”  ใบหน้าหล่อเหลาของหรงลู่จินเบ้ปากทันที พลางกระชับอ้อมกอดแน่น หากใครไม่รู้แล้วมาเห็นฉากแบบนี้ คงคิดว่าเป็นคู่รักกันเป็นแน่


“เจ้าโตแล้วยังจะร้องเป็นเด็กๆ ไปได้” หรงซู่จินเอ่ยพลางอมยิ้มกับท่าทางของหรงลู่จิน มือบางเอื้อมไปโอบอีกคนพร้อมกับตบหลังเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบ


ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าเธอจะทำได้ เธอทั้งใช้ผลึกแก้วปฐพีและผลึกแก้ววารีสวรรค์พร้อมกับแล้วในจะดูดเอาลมปราณจากสระน้ำวารีสวรรค์อีก เมื่อครู่นี้เธอก็เกือบจะไม่รอดแล้ว ร่างกายของเธอร้อนมาก โดยเฉาะแผ่นหลังของเธอมันร้อนไปหมด  พอเธอทะลวงเลื่อนขั้นระเซียนได้ความรู้สึกร้อนๆ พวกนั้นก็หายไปทันที


“ข้าเปล่าเสียหน่อย” หรงลู่จินปฏิเสธพร้อมกับหันหน้าหนีไปด้วย


“โอ๊ะ! ครั้งนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างล่ะ” หรงซู่จินมองรอบๆ ตัว ก่อนจะร้องขึ้นมาเมื่อเห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนไปมากเลยที่เดี๋ยวพวกปลาคราฟก็มีเยอะขึ้นสัตว์เลี้ยงธรรมดาๆ ก็เปลี่ยนไปมา ขนาดกระต่ายจะมีปีกบินได้เลย บ้าไปแล้ว


ทั้งสี่คนที่ได้ยินแบบนั้นก็พากับมองรอบๆ ตัว พร้อมกับตกใจไปด้วย ขนาดสัตว์และพีชพันธ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าสถานที่แห่งเป็นดินแดนแห่งเทพสวรรค์ชั้นฟ้าเลยทีเดียว


“สวรรค์ นี่มันสวรรค์ชัดๆ” มู่ตานเอ่ยพลางมองรอบตัวด้วยความตื่นเต้น


“หิวจัง” หรงซู่จินเอ่ยเบาๆ แต่มีหรือที่หรงลู่จินที่กำลังกำลังกอดท่านแม่ของตัวเองเอาไว้อยู่จะไม่ได้ยิน


“ข้าจะไปทำให้ขอรับ ท่านแม่นั่งปรับสมดุลลมปราณไปก่อนจะขอรับ” หรงลู่จินเอ่ยบอกเพราะทุกครั้งหรงซู่จินมักจะลืมปรับสมดุลลมปราณหลังจากที่ทะลวงเลื่อนระดับ


“ได้สิจ๊ะลูกรัก” หรงซู่จินรับคำพร้อมกับยิ้มหวาน ก่อนจะผละตัวออกแล้วไปนั่งใต้ต้นไม้เพื่อปรับสมดุลลมปราณต่อไปอีกนาน


ส่วนหรงลู่จินก็หน้าแดง พร้อมกับรีบพุ่งเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็วเพื่อไปทำอาหารให้ท่านแม่ทันที โดยไม่ได้มองดูทั้งสามที่พากันยืนแข็งทื่อเมื่อเจอกับรอยยิ้มหวานของหรงซู่จินไปแล้ว

 



หรงซู่จินลืมตาขึ้นมาพร้อมกับได้รับกลิ่นหอมของเนื้อ เดาได้ว่าหรงลู่จินคงทำบาร์บีคิวเป็นแน่  ร่างบางลุกขึ้นทันที เมื่อปรับสมดุลลมปราณเรียบร้อยแล้ว พลางมองทั้งสามคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ นี่ว่างขนาดยืนเฝ้าเธอเลยหรือ


“พวกเจ้าไม่หิวหรือ” หรงซู่จินเอ่ยถามพลางเดินผ่านหน้าทั้งสามไปในเรือน พร้อมกับที่หลงเยียนเขามาในมิติพอดี แถมยังนำสัตว์มากมายมาด้วย


“ท่านเจ้าสาวดีใจกับท่านด้วยขอรับ” หลงเยียนที่รู้ว่าหรงซู่จินทะลวงเลื่อนระดับสำเร็จแล้ว


“เจ้าเอาสัตว์ไปไว้ในครัวเลย แล้วออกมาทานอะไรลองท้องไปก่อน” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับนั่งลงกับพื้นโดยมีหรงลู่จินที่กำลังเอาอาหารมาวางตรงหน้า


“คงจะอร่อยมากๆ เป็นแน่” หรงลู่จินที่ได้ยินคำชมก็ยิ่งยิ้มรับพร้อมกับไปน้ำชามาให้ท่านแม่ของตัวเองไปด้วย


“ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง” หรงซู่จินเอ่ยถามหลงเยียนทันที


“ผู้อาวุโสที่ห้าที่หกถูกคนพรรคทมิฬจัดการไปแล้วขอรับ” หรงซู่จินพยักหน้ารับ ทำไมรวดเร็วแบบนี้นะข้างนอกน่าจะผ่านไปแล้วหนึ่งวัน ถือว่าจุนอี้เวินทำงานได้รวดเร็วนัก


“อืมๆ เดี๋ยวข้าจะออกไปข้างนอกวันนี้” หรงซู่จินพยักหน้าก่อนจะเอ่ยบอกหลงเยียนไปด้วย


“ท่านแม่ข้าออกไปด้วยได้หรือไม่ขอรับ” หรงลู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบนั่งลงข้างกับหรงซู่จินทันที พลางกอดแขนหรงซู่จินไปด้วย ก่อนจะเอ่ยถามพลางทำหน้าตาอย่างออดอ้อน


“อืม ไปหมดนี่แหละ”


“เย้ ข้าจะได้ไปหาท่านตาแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปหาของขวัญให้ท่านตาเสียหน่อย” หรงลู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ร้องขึ้นมาอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว


“ยังมีอีกเรื่องขอรับ” หลงเยียนทำหน้าเครงขรึมขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงเรื่องที่จะเอ่ย


“ดูเหมือนพวกที่คิดจะทรยศจะรู้แล้วว่าใครคือผู้ครอบครองแหวนและผู้ที่เป็นผู้สืบทอดขอรับ” หลงเยียนเอ่ยบอก โดยที่ไม่ได้พูดขยายความมาก หรงซู่จินก็รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร


“ผู้สืบทอดคือใคร” หรงซู่จินหน้ายังคงเรียบนิ่ง


“บอกว่าเป็นคนของตระกูลไป๋ที่อยู่แคว้นมังกรคำรามขอรับ เมื่อคืนมีข่าวว่าตระกูลไปถูกฆ่าล้างไปหมดทั้งตระกูลเลยขอรับ” มือที่ถือไม้บาร์บีคิวชะงักทันที ตระกูลไป๋ มันคุ้นๆ แหะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน


“อืม” หรงซู่จินจิบน้ำชา ก่อนจะเอ่ยเบาๆ


“แต่ไม่รู้ว่าจริงเรื่องหรือข่าวลือขอรับ เพราะอาจจะมีการปล่อยข่าวเพื่อหลอกล่อศัตรูก็เป็นไปได้ขอรับ” หลงเยียนไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่ได้ไปสืบมาเอง แต่เป็นเพราะเขาไปได้ยินมาโดยบังเอิญเท่านั้นเอง


เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผู้สืบทอดจ้าวจักรพรรดิมังกรคงไม่รอดแน่ เฮ้อ แต่ว่ามีนายท่านอยู่ด้วยเสียอย่าง พวกนั้นก็คงทำอะไรผู้สืบทอดจ้าวจักรพรรดิมังกรไม่ได้หรอก

 



“ออกไปข้างนอกแล้วพวกเจ้าคือคนของข้า” หรงซู่จินเอ่ยบอกแค่นั้นก็จะจับทุกคนแล้วพากับมายังเรือนของเธอ


พรึบ!


“น่าอยู่จังเลยเจ้าค่ะ” ทันทีที่ได้ออกมาข้างนอก มู่ตานก็ร้องขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ การตกแต่งเรือนที่ลงตัวแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลย


“ท่านแม่ๆ คืนนี้ข้านอนกับท่านแม่นะขอรับ” หรงลู่จินเอ่ยขึ้นมาอย่างเต้นตื่น พลางกอดแขนเล็กของผู้เป็นแม่ของตัวเองอย่างอ้อนๆ


“ลูกแหง่” หรงจางหนานเอ่ยเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ที่เห็นหรงลู่จินอ้อนหรงซู่จิไม่หยุด


“เจ้าก็อยากจะนอนกับท่านแม่ด้วยละสิ” หรงลู่จินหันไปว่าหรงจางหนานทันทีที่ตัวเองถูกว่าแบบนั้น หรงจางหนานหันหน้าหนีไปอีกทางทันที เมื่อถูกหรงลู่จินสวนกลับมาแบบนั้น


“เอาน่าๆ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว แม่จะออกไปด้านนอกแล้วนะลู่จิน” หรงซู่จินส่ายหน้ามา ก่อนจะเอ่ยขัดทั้งสอง แล้วเดินออกจากเรือนไปก่อนคนอื่น


“เราจะไปไหนหรือขอรับ” ลี่เฟยถามอย่างสงสัย พลางเดินตามหรงซู่จินต้อยๆ ตอนนี้หรงซู่จินรู้สึกว่าตัวเหมือนมีลูกน้อยอย่างไรอย่างนั้นแหละ


“ตามมาก็รู้เอง” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับเดินไปที่เรือนของท่านพ่อของเธอ แต่พอรับรู้ได้ว่าพ่อของเธอกำลังดูดซับลมปราณอยู่ก็เลยเปลี่ยนเป้าหมาย ไปยังเรือนพักของลูกน้องของตัวเองที่กำลังพากันฝึกซ้อมกันอยู่ จริงๆ เธอก็แปลกใจนะ ทำไมที่ตระกูลของเธอถึงไม่ผู้หญิงเลยนอกจากเธอและหรงหลานอี้เพียงเท่านั้น


“หือ น่าแปลกใจจริงๆ” หรงซู่จินเอ่ยเบาๆ เมื่อสัมผัสระดับลมปราณของแต่ละคนได้ว่าทุกคนขั้นต่ำอยู่ในระดับลมปราณจักรพรรดิขั้นต้นไม่เสียแรงที่เธออุตสาห์หลอมโอสถให้กับลูกน้องของตัวเอง


“คุณ


“ชู!” หรงซู่จินที่เห็นว่ามีคนกำลังจะเรียกตัวเอง เธอยกมือส่งสัญญาณให้เงียบลงไม่ให้ทุกคนรู้ตัวว่าเธอกำลังมองดูอยู่ ชายคนนั้นเมื่อเห็นว่าเธอส่งสัญญาณให้เงียบก็ได้แต่พยักหน้ารับ แล้วก็กลับไปฝึกซ้อมต่อ


หรงซู่จินยืนมองอยู่นานจนทุกคนพากันหยุด และในตอนนั้นเองที่ทุกเพิ่งจะรู้ว่าคุณหนูของพวกเขานั้นแอบมาดูตัวเองฝึกซ้อม จะมีเพียงชายคนนั้นที่รู้ว่าเธอมาดูทุกคนฝึกซ้อม ชายคนนั้นทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้และไม่ยอมสบตาเธอเลยด้วยซ้ำ


“คุณหนูมานานหรือยังขอรับ” หรงจ้าวที่กลับมาเป็นผู้ชายเหมือนเดิมแล้ว พวกเขาเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี่เอง ก็เอ่ยถามคุณหนูทันที เพราะเมื่อกี้เผลอโวยวายตอนฝึกซ้อม คุณหนูเห็นแน่ๆ


“หนึ่งธูปก้านดอก”


เมื่อทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจทันที เพราะรู้ว่าคุณหนูมายืนดูพวกตัวเองตั้งนาน

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 259 ครั้ง

733 ความคิดเห็น

  1. #562 tonkawsaw (@tonkawsaw) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 16:42
    ค่าตัวแพงมาเลยพระเอกเรา...คิดถึงมาก
    #562
    0
  2. #538 Nuengsupasit (@Nuengsupasit) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 19:33
    รอหวางชู อิอิ
    #538
    0
  3. #537 พชร (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:27

    สนุกถูกใจจริงๆ

    #537
    0
  4. #536 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:18

    ชอบมาก

    #536
    0
  5. #535 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:32

    สนุกมากกก..
    #535
    0
  6. #534 weworone (@weworone) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    ติดตามค่ะสนุกมาก
    #534
    0
  7. #533 chutikan3734 (@chutikan3734) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:05
    ดีต่อใจจริงๆนิยายเรื่องนี้
    #533
    0