นางร้ายกลับชาติมาเกิด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 97,413 Views

  • 595 Comments

  • 1,900 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,293

    Overall
    97,413

ตอนที่ 48 : EP : 46 เมืองกิเลนวายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    16 เม.ย. 62





EP : 46 เมืองกิเลนวายุ








“ข้าต้องขอโทษด้วยขอรับคุณหนู” หรงฟางหยงเอ่ยบอกแก่หรงซู่จินอย่างรู้สึกผิดเราเพราะเขานั้นสืบข่าวจนลืมเรื่องเล่นพนันไปหมดเลย แถมยังเสียเงินให้กับเจ้ามืออีกด้วย ยังดีที่ตอนนี้หวางชูเป็นเจ้าของบ่อนถึงยังไงคุณหนูของเขาก็ต้องได้เงินคืนแน่ๆ แต่เขาก็ยังเสียใจอยู่ดี เพราะมีเขาคนเดียวที่เสียเงินไปจนหมดต่างจากเพื่อนๆ ที่เหลือของเขาที่พากันได้เงินมาเยอะสุดๆ


“ช่างมันเถอะท่านได้ข้อมูลมาก็ถือว่าแลกกันก็แล้วกัน” หรงซู่จินบอกเพราะข้อมูลที่หรงฟางหลงให้มานั้นมันมีประโยคกับเธอมากจริงๆ


“ขอบคุณครับคุณหนู”


“หรงเฉาเฉาเห็นหรงเฉียงบอกว่าท่านอยากได้อาวุธหรือ” หรงซู่จินถามเพราะเธอได้ยินหรงเฉียงกับหรงจ้าวคุยกันว่าจะซื้ออาวุธใหม่ให้กับหรงเฉาเฉาเป็นอะไร เพราะเห็นว่าหรงเฉาเฉาเก็บเงินเพื่อจะไปซื้ออาวุธใหม่และอีกอย่างก็ใกล้กับวันเกิดของหรงเฉาเฉาอีกด้วย


“เอ่อ ขอรับ” หรงเฉาเฉากล่าวตอบพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำเพราะไม่รู้ว่าคุณหนูหรงซู่จินจะว่าอะไรเขาหรือเปล่า เมื่อคืนเขาต้องใจทำหน้าที่เขาตัวเองอย่างมากข้อมูลของเขาไม่มีอะไร เพราะโต๊ะที่เขาไปเล่นนั้นไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาต้องการจะสืบเลยสักคน แต่เขาก็ได้เงินมาเยอะมากจากการเล่นพนันแต่ว่ายังไงเงินนี่ก็เป็นของคุณหนู มันไม่ใช่เงินของเขาอยู่ดี


“วันนี้ข้าจะไปเมืองกิเลนวายุกันเขากลุ่มงานเมื่อคืน ส่วนพวกที่เหลือรอสืบข่าวที่นี่ต่อไป” หรงซู่จินบอกพร้อมกับไปมองหวางชูที่นั่งดื่มชาเงียบๆ ตอนนี้เขาได้เป็นเจ้าของบ่อนแล้วนี่ และมันทำให้เธอหมั่นไส้หวางชูนิดหน่อยที่หวางชูได้เป็นเจ้าของบ่อน


“ขอรับคุณหนู”


“ไปเตรียมของให้พร้อมเราจะรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด” เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เธอต้องเปลี่ยนแผนในการเข้าไปในมิติของตัวเองใหม่ เมื่อคืนหลังจากกลับมาที่เรือนหวางชูก็บอกว่าเราต้องไปที่เมืองกิเลนวายุเพราะดูเหมือนที่นั้นจะมีการจัดงานประลองเหมือนกัน และมันมีเป้าหมายของเธออยู่ที่นั้น


เธอไม่รู้ว่าหวางชูรู้ได้อย่างไร เพราะเขาไม่ได้บอก หวางชูบอกเขาจะได้อยู่กันแค่วันนี้เท่านั้นเพราะเขาต้องไปพบกับหลงเยียนตามที่นัดกันเอาไว้ ซึ่งเธอก็ห้ามให้เขาไม่ได้ เพราะเขาเองก็มีหน้าที่ต้องปกป้องเผ่าพันธุ์ของเขาเช่นกัน เธอเองก็มีนาทีต้องปกป้องตระกูลของเธอเช่นกัน เราทั้งสองต่างก็มีหน้าที่กันทั้งนั้น ถึงแม้เธอยากจะอยู่กับหวางชูมากเท่าไร แต่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จก่อน ไม่แน่เรื่องของหวางชูกับเรื่องของเธออาจจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกันอยู่แน่ๆ เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรก็เท่านั้นเอง



 

“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ลูกจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพราะทางนี้ท่านพ่อก็ต้องจัดการมากพอแล้ว ลูกอยากจะช่วยท่านพ่อให้มากที่สุดเจ้าค่ะ” หรงซู่จินมาลาหรงจินเฉินเพราะเมื่อคืนเธอได้บอกเรื่องทั้งให้กับผู้เป็นพ่อของเธอ หมดแล้ว และนั้นก็ทำท่านพ่อของเธอนั้นโกรธผู้อาวุโสที่สิบมากกว่าตอนที่รู้ว่าผู้อาวุโสที่สิบโกงเงินของตระกูลเสียอีก


“อย่าได้หวงทางนี้ ลูกไปไกลถึงเมืองกิเลนวายุก็ดูแลตัวเองด้วยนะ” หรงจินเฉินบอกหรงซู่จินพลางเอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาวตัวน้อยของเขาไปด้วย


“ไปเถอะ” หวางชูเอยบอกพร้อมกับพาหรงซู่จินหายตัวไปยังเรือนพักของลูกน้องก่อนจะพากันไปจากตระกูลโดยอาศัยรถม้าธรรมดาโดยให้หรงจ้าวไปเป็นคนเตรียมเอาไว้เพราะจะได้ไม่เป็นที่สะดุดสายตาของใคร หรงฟางหลงอาสาเป็นคนบังคับม้าเอง โดยมีเพื่อนอีกคนที่ขอมันนั่งเป็นทั้งคู่สวมใส่เสื้อมิดชิดเพื่อปกปิดตัวเองไม่ให้คนเห็นใบหน้าตัวเอง


การเดินทางครั้งนี้ไม่ช้ามากนักเพราะว่าเมื่อออกจากเขตที่ไร้ผู้คน หรงซู่จินก็ให้หวางชูพาพวกเธอทั้งเจ็ดคนมาปรากฏตัวใกล้กับหน้าประตูเมืองกิเลนวายุ


“ค่าผ่านทางคนละสองเหรียญทอง” คนเฝ้าประตูร้องบอกทันทีเมื่อมีรถมาขี้เข้ามาใกล้ประตูเมือง ยิ่งช่วงนี้ต้องเก็บค่าผ่านทางแพงหน่อยเพราะมีคนอยากจะมาดูการประลองที่เมืองกิเลนวายุมากกว่าปกติ


หรงซู่จินยังไม่ได้ควักเงินจ่าย หวางชูสะบัดมือเบาๆ เพื่อให้คนทั้งสองที่เฝ้าหน้าประตูคิดว่าเขาจ่ายเงินไปแล้ว ก่อนจะเอ่ยสั่งหรงฟางหลงให้บังคับม้าเข้าไปด้านในเมืองทันที


“เข้าไป” หรงฟางหลงรีบบังคับม้าเข้าไปด้านในทันที เมื่อเห็นท่าทางของยามเฝ้าประตูเมืองไม่ค่อยมีสติมากนัก ทันทีที่สองเข้ามาอยู่ในเมืองกิเลนวายุ ก็พากันมุงตรงไปยังทางเมืองหลวงทันที พร้อมกับหรงเฉาเฉาที่ไปจัดเรื่องโรงเตี๊ยมให้กับคุณหนูของเขา


“เราจะไปที่สมานประลองข้าว่าคงเริ่มประลองกันไปได้สักพักแล้ว เราต้องทำเป็นไม่รู้จักกันถ้ามีเรื่องอะไรให้จุดพลุสงสัญญาณเข้าใจหรือไม่” หรงซู่จินเอ่ยบอกรายละเอียดกับทุกคน ก่อนจะเดินแยกย้ายกันไปนั่งดูการประลอง วันนี้เธอแต่งตัวมิดชิดใส่ผ้าคลุมตัวใหญ่เพื่อปกปิดตัวตนของเธอไปด้วย และหวางชูก็ไม่ต่างกัน จริงๆ แล้วเธอให้หวางชูปลอมตัวให้เธอเป็นผู้ชายนะ แต่เพราะหน้าตาเธอหล่อเหล่าเกินไปหวางชูกว่าจะไปสะดุดสายตาใครเข้าแล้วเธอจะแย่ เธอเลยต้องใส่ผ้าคลุมปกผิดใบหน้าหล่อเหลาของเธอเอาไว้


บ้างครั้งเธอก็คิดนะว่า ไม่ว่าเธอจะสวยหรือหล่อ เธอที่อยู่ดีๆ ก็มีเรื่องมาให้ซวยตลอด วันนี้เธอมาสืบข่าวไม่ได้จะมาสู้กับใครทั้งนั้น


“พี่ชายที่ตรงนี้ว่างหรือไม่ขอรับ” หรงซู่จินว่าชายที่กำลังมองดูการประลองอย่างลุ้นๆ ชายหนุ่มผู้นั้นหันมาบอกนิดหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองดูการประลองต่อ


“เชิญๆ”


“ขอบคุณขอรับ” หรงซู่จินบอกพร้อมกับนั่งลงทันทีพลางมองไปรอบตัวลานประลองว่ามีใครพอจะเป็นเป้าหมายของเธอบ้าง


ตู้ม!!


โครม!!


หรงซู่จินไม่ได้สนใจการต่อสู้มากนักเพราะสายตามองหาเป้าหมายของเธอ แต่ผู้คนในลานประลองมันมีเป็นหมื่นๆ คนมันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะหาเจอ


“โห้  คุณหนูมู่ตานต้องชนะอีกเป็นแน่” ชายผู้นั้นกล่าวขึ้นมาเพราะดูยังไงคุณหนูมู่ตานก็ต้องชนะอยู่เพราะอีกฝ่ายมีระดับลมปราณที่ต่ำกว่ามากนัก


“ข้าว่าไม่แน่นะขอรับ เพราะอีกฝ่ายเล่นปกปิดลมปราณที่แท้จริงเอาไว้ เด็กหนุ่มผู้ชายนั้นอาจจะอยากเล่นกับคุณหนูมู่ตานก็เป็นไปได้นะขอรับ” หรงซู่จินหันไปบอกชายคนนั้น เพราะเด็กหนุ่มผู้นั้นกดข่มลมปราณเอาไว้ และดูจากการที่ถูกเด็กสาวโจมตีแล้วหลบได้ทุกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าที่มันเดจาวูหรือเปล่า


“จริงหรือ แต่เด็กคนนั้นร่างกายไม่ค่อยแข็งกายนะ” ชายผู้นั้นหันมาถามผู้มาใหม่อย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะใครๆ ก็รู้ว่าเด็กชายผู้นั้นเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอมาก


“จริงเหรอเนี่ย ท่านพอจะเล่าเรื่องของเด็กชายผู้นั้นให้ข้าฟังได้หรือไม่” หรงซู่จินถามอย่างสนใจขึ้นมาทันที เพราะถ้าเด็กคนนี้ที่ใครๆ ต่างพากันบอกว่าเป็นเด็กที่มีร่างกายไม่แข็งแรงแต่ในความเป็นจริงแล้วมีระดับลมปราณสูงเกินกว่าปกติ


“เด็กชายผู้นี้ถูกเก็บมาเลี้ยงนะ เป็นเพียงลูกของบุญธรรมของตระกูลลี่เขาเก็บเด็กคนนี้มารับเคราะห์แทนผู้เป็นลูกชายแท้ๆ ของเจ้าของตระกูลลี่ ร่างกายก็เลยไม่แข็งแรงอย่างที่เห็น” หรงซู่จินพยักหน้ารับ มองชายหนุ่มที่มีร่างกายที่ผอมไปนิดหน่อย แต่หน้าตาพอใช้ได้ แต่ถ้ามองดีๆ ก็หน้าตาหล่อเหมือนกัน


“เด็กคนนี้ถูกผลึกลมปราณเอาไว้” หวางชูก้มลงมากระซิบบอกหรงซู่จินทันเมื่อเห็นว่าหรงซู่จินสนใจเด็กคนนี้ มิน่าเด็กคนนี้ถึงต่อสู้ได้ไม่เต็มที


“ขอบคุณมากขอรับพี่ชาย” หรงซู่จินพร้อมกับมองไปยังการต่อสู้ที่จะน่าเบื่อสำหรับเธอ ก่อนจะมองไปยังยัยคุณหนูมู่ตานที่กำลังใช่เข็มที่มีพิษโจมตีอีกฝ่ายๆ จริงแล้วกฎของการประลองประจำเมืองจะไม่อนุญาตให้พิษต่างๆ ให้ใช้เพียงแค่ลมปราณและวิชาต่อสู้แล้วก็อาวุธเท่านั้นในการต่อสู้ การที่ยัยคุณหนูมู่ตานใบหน้าน่ารักนั้นใช้พิษนั้นถือว่าผิดกฎ แต่กรรมการไม่ประกาศหรือห้ามปามอะไรเลยเป็นไปได้ว่ามีคนอยากจะฆ่าเด็กคนนี้ เพื่อจะทำลายตระกูลลี่เป็นแน่


“โอ้ มีการใช้เข็มพิษด้วย” หรงซู่จินร้องไม่ได้ดังมากนัก แต่คนรอบตัวของเธอก็ได้ยิน และพากันมองตามในสิ่งที่หรงซู่จินเอ่ย ก่อนจะพบว่าคุณหนูมู่ตานใช้เข็มโจมตีคุณชายลี่เฟย และการใช้พิษในการประลองมันคือการผิดกฎ แล้วทำมันกรรมการถึงไม่ห้ามกัน เหล่าผู้ดูต่างพากันงุนงงและสงสัยไม่ต่างกัน


“คุณหนูมู่ตานจะโกงนะหรือ”



 

เคล้ง!!


ลี่เฟยใช้ดาบปัดเข็มที่อยู่ในมือของมู่ตานออกมาเพราะรู้ดีว่านั้นคืออะไร ไอ้พวกบ้านี่เล่นสกปรกไม่เลิกจริงๆ กรรมการผู้นี้คงถูกซื้อตัวมาแน่ๆ ถึงได้ไม่เข้ามาหยุดการประลอง


“เจ้า” มู่ตานร้องเพราะงานของนางมันเกิดความผิดพลาดแล้ว เพราะนางถูกลี่เฟยปัดเข็มพิษของนางทิ้งไป ให้ตายสิ ทำไมต้องเป็นนางด้วยเนี่ย ทำไมไม่ใช้ลูกสาวตัวเองด้วยก็ไม่รู้ นางไม่ได้อยากจะฆ่าลี่เฟยเด็กชายอ่อนแอผู้เสียหน่อย


“ท่านคิดจะฆ่าข้าอย่างนั้นหรือ” ลี่เฟยกล่าวถามพลางมองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจที่คิดจะฆ่าเขา ลี่เฟยจำได้ว่าเขาไม่เคยทำให้นางบาดเจ็บหรือขายหน้ามาก่อน อีกอย่างเขาไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อนอีกด้วย


“เจ้าพูดเรื่องอะไร” มู่ตานกลบเกลื่อนความผิดและความกลัวของตัวเอง นางไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายเลยจริงๆ เพราะลี่เฟยนั้นไม่มีส่วนรู้เห็นอะไร และลี่เฟยไม่เคยทำร้ายนางมาก อีกอย่างนางถือคติประจำใจเอาไว้ว่าดีมาดีตอบ เฮ้อ ทำไมนางจะต้องมาเจอเรื่องหนักใจและขัดต่อคติประจำใจของนางด้วยเนี่ย นางจะหนีออกจากตระกูลดีหรือไม่นะ แต่นางไม่รู้ต้องไปจากเมืองนี้ยังไงนะสิ และนางทำแบบนั้นไม่ได้เพราะติดสัญญาทาสกับลุงของนาง


“เข็มนั้นมีพิษ” ลี่เฟยกล่าวบอกก่อนจะตั้งรับการโจมตีของอีกฝ่ายที่พุ่งตรงมาหาเขา แม้จะไม่รวดเร็วมากนัก แต่เพราะร่างกายของเขามันค่อนข้างจะอ่อนแน่นิดหน่อย แต่ไม่รู้ทำไมเขาต้องถูกกส่งมาประลองในครั้งนี้ด้วยก็ไม่รู้


เคล้ง!!


ดาบของมู่ตานและลี่เฟยปะทะกันอย่างรุ่นแรงทำให้ทั้งสองต่างก็ต้องกระโดดถอยออกมาสามสี่ก้าวเพื่อเว้นระยะห่างซึ่งกันและกัน


“ข้าก็ไม่อยากจะทำนักหรอกนะ” มู่ตานกล่าวบอกลี่เฟยก่อนจะโจมตีอีกฝ่ายอีกครั้ง เพราะอยากจะจบการประลองในครั้งนี้อยู่แล้วเพราะรับรู้สึกถึงสายตาของท่านลุงของนางที่กำลังกดดันนางอยู่


“ไม่มีใครบังคับเจ้าได้หรอก”  ลี่เฟยเอ่ยขึ้นในขณะที่มู่ตานกระโดดขึ้นอยู่เหนือหัวของเขา ลี่เฟยยกดาบขึ้นไปรับก่อนตวัดเหวี่ยงไปด้านซ้ายเพื่อเบี่ยงทิศทางดาบของมู่ตาน


“เจ้าจะไปรู้อะไร” มู่ตานตวัดสายตาไปมองลี่เฟยและเอ่ยขึ้น นัยน์ของนางเริ่มแดงขึ้น เพราะอยากจะร้องไห้ขึ้นมานั้นเป็นเพราะจิตใต้สำนึกมันกำลังขัดแย้งกันไปมา และคำสาปนั้นจะทำงานทันทีถ้าเธอฆ่าลี่เฟยไม่สำเร็จ ใช่แล้วล่ะ ลุงของนางทำสัญญาตราทาสและถ้านางทำงานไม่สำเร็จ สัญญาทาสก็จะเริ่มทรมานเธอทันที


“เจ้า!” ลี่เฟยตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเหมือนจะร้องไห้ บ้าจริง แล้วจะมาร้องไห้อะไรกับตอนที่คิดจะฆ่าเขาด้วยเนี่ย ลี่เฟยคิดอย่างสับสนป่นหงุดหงิดใจตัวเอง


“อย่ามองข้าแบบนั้น” มู่ตานเอ่ยขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปโจมตีลี่เฟยอีกครั้ง เมื่อเห็นสายตาที่ลี่เฟยมองมาที่นาง


ตู้ม!!



 

การโจมตีที่รุ่นแรงจนทำให้คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นสิ่งด้านในได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หรงซู่จินและหวางชูก็สามารถมองเข้าไปข้างในได้


“นึกว่าจะจบแล้ว” หรงซู่จินพูดเบาๆ  เมื่อเห็นว่ามู่ตานไม่สามารถโจมตีลี่เฟยได้เลยสักนิดดาบของลี่เฟยเกิดกระแสลมพัดเอาร่างของมู่ตายลอยไปไกลจนกระแทกกับมานอักขระ


โครม!!


“นางถูกทำสัญญาทาส” หวางชูกล่าวขึ้นนั้นทำให้หรงซู่จินหันไปมองหวางชูอย่างต้องการทำอธิบายเพราะไม่รู้ว่าหวางชูรู้ได้ยังไง


“ความสามารถพิเศษ” หวางชูบอกแค่นั้นเพราะสายตาของเขามาสามารถเรื่อการมองเห็น ถ้าเกิดว่าเขาบอกว่าเขาสามารถมองเห็นทะลุเสื้อผ้าได้ หรงซู่จินจะต้องโกรธเขาเป็นแน่ และถ้านางรู้ว่าเขามีความสามารถพิเศษอื่นๆ อีกมากมายคงจะต้องโมโหเขามากแน่ ที่เขามีความสามารถพิเศษแต่ไม่คิดจะใช้ จริงๆ ขาจะเพิ่งคิดขึ้นมาได้ก็ตอนที่ไปเล่นการพนันนั้นแหละ


“ความลับเยอะ” หรงซู่จินบอกแต่ไม่คิดจะถามเพราะถ้าเขาจะบอกเธอเดี๋ยวเขาก็บอกเอง เหมือนกับเธอนั้นแหละที่พร้อมเมื่อไรเธอก็จะบอกเขาเอง


“หึหึ เรามาดูกันต่อเถอะ” หวางชูหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นใบหน้าบึดบึ้งของหรงซู่จินในร่างผู้ชาย แต่เพราะตอนนี้ใช้ชุดคลุมเพื่อปกปิดใบหน้าหล่อเหลานั้นเอาไว้ตามที่เขาบอก ทำให้ไม่มีใครเห็นใบหน้าของหรงซู่จินในตอนนี้


“ข้าสงสัยว่าทำไมกรรมการถึงไม่ห้ามคุณหนูมู่ตาน” ชายคนนั้นหันมาถามเธอหลังจากที่มองดูมาพักสักแล้ว เธอก็หันไปบอกชายผู้นี้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง


“นั้นอาจจะเป็นเพราะกรรมการผู้นั้น อาจจะถูกซื้อตัวมาเพื่อเป็นกรรมการโดยเฉพาะ เพื่อการนี้ก็เป็นไปได้” หรงซู่จินเอ่ยบอกทำให้ชายคนนั้นเก็บเอาไปคิดเอง


“หรือว่าตระกูลมู่คิดจะกำจักตระกูลลี่กัน” ชายคนนั้นเอ่ยทำให้ชายอีกคนที่นั่งใกล้เอ่ยขึ้นมาบ้าง


“เจ้าก็รู้นี่ว่าสองตระกูลนี้ไม่ถูกกันเท่าไร ทำแบบนี้ไม่เห็นจะแปลก”  


หรงซู่จินนั่งนิ่งไม่พูดอะไรอีกเพราะกำลังคิดว่าจะเอายังไงกับเด็กลี่เฟยดี แล้วไหนจะยัยคุณหนูมู่ตานที่มีใบหน้าน่ารักนั้นอีก เฮ้อ นี่เธอมาสืบเรื่องของเธอนะ ทำไมมีเรื่องพวกนี้เข้ามาในตอนนี้ด้วยนะ แล้วทำไมเธอต้องต้องเป็นคนดีช่วยเหลือคนอื่นด้วยก็ไม่รู้




อ้าวๆ ไม่ใช่ว่ามาเมืองกิเลนครั้งนี้น้องซู่จินจะได้คนติดไม้ติดมือไปนะ  ตามฉากตู้มต้ามมาฝากแล้วน่าฮ่าๆๆ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #468 CarelyPaweena (@CarelyPaweena) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 13:51
    รอค่ะ รีดขอเดาว่าหรงอี้จินคนนี้ไม่ใช่พี่สาวที่แท้จริงของหรงซูจินแน่เลย เพราะงั้นจะลุ้นค่ะว่าใช้ไหม และอีกอย่างรีดไม่ชอบหรงอี้จินคนนี้อยู่แล้วด้วยเลยไม่อยากให้เป็นพี่สาวของหรงซูจิน อ่านตอนที่ผ่านมานึกว่าจะมีNCนิดๆสะแล้วอ่าาาไรท์แต่งแบบติดเรทไม่เก่งไม่เป็นไรค่ะแค่ เกริ่นนำสักนิดแล้วรีดก็จิ้นเองค่ะ
    #468
    0
  2. #466 aomshbly (@aomshxx) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 12:26

    รออ่านยุเน้อ
    #466
    0
  3. #465 ริยา (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 09:50

    ยินดีต้อนรับมู่ตานและลี่เฟยเข้าสู่ชมรมคนหน้าตาดีของซู่จิน 555

    #465
    0
  4. #464 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 05:20
    จัดเลยยยย
    #464
    0