นางร้ายกลับชาติมาเกิด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 96,830 Views

  • 595 Comments

  • 1,896 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,710

    Overall
    96,830

ตอนที่ 35 : EP : 34 เที่ยวเล่นในเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 379 ครั้ง
    31 มี.ค. 62





 


EP : 34 เที่ยวเล่นในเมือง








“จงฟังข้า นี่เป็นคำสั่งจากฮ่องเต้ เวินหานเจินได้ทำผิดร้ายแรงโดยการบังคับให้ผู้ที่ไม่ได้เข้ารวมการประลองอย่างไม่สมัครใจ และยังโจมตีผู้เข้าประลองเมื่อเวินฮวาได้พายแพ้ ในฐานนะที่เป็นเจ้าเมืองไม่ควรทำอย่างยิ่ง ฮ่องเต้ทรงเห็นว่าเวินหานเจินนั้นไม่สมควรเป็นเจ้าเมืองอีกต่อไป และต่อจากนี้ไปเวินหานเจินได้ถูกปลดออกจากการเป็นเจ้าเมืองโดยทันทีเมื่อราชโองการได้ประกาศออกไป และส่วนเจ้าเมืองคนใหม่นั้นจะมีการมาประกาศอีกครั้งเมื่อข้าเห็นผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าเมืองแห่งกิเลนสายฟ้า จากข้าผู้เป็นฮ่องเต้จากแคว้นกิเลนคลั่ง จบเพียงเท่านี้” ทันทีที่ชายคนนั้นพูดจบพลางเกิดความเงียบขึ้นทันทีนั้นก็เพราะว่ามีคนจากราชวงศ์มาดูการแข่งที่นี้ด้วยงั้นหรือ เป็นไปได้ยังไงกัน ทุกคนต่างพากันคิดให้วุ่น ก่อนจะพากันแยกย้ายกลับทันที เมื่อชายคนเมื่อกี้บอกให้แยกย้ายกันกลับ


“แยกย้ายได้”



 

“ข้าว่าเราไปเดินเล่นก่อนกลับตระกูลดีหรือไม่เจ้าค่ะ ยังไงก็ไม่ได้แข่งแล้ว” หรงซู่จินที่มาปรากฏตัวอยู่ข้างๆ กับหรงจินเฉินพร้อมกับหวางชูก็พูดขึ้นหลังจากได้ราชโองการจากฮ่องเต้จบแล้ว หรงซู่จินรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากที่ตระกูลเวินถูกลงโทษเช่นนี้ ถึงแม้จะไม่ลงโทษเป็นประหารแทนก็เถอะ เธอคิดว่าเวินหานเจินคงต้องรวมมือกับเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลของเธอคนใดคนหนึ่งเป็นแน่


“ได้สิ วันนี้พ่ออนุญาต เดี๋ยวพ่อไปไปกับโจโฉเหวยก่อน ลูกก็เที่ยวเล่นให้สบายใจเถอะ อี้เออร์ลูกก็ด้วยละ ถ้าอยากจะพักผ่อนก็ไปที่โรงเตี๊ยมคืนนี้เราจะค้างที่นี่”  หรงจินเฉินกล่าวบอกลูกสาวทั้งสอง เพราะเขานั้นมีเรื่องจะต้องปรึกษากับโจโฉเหวยเรื่องของหรงซู่จิน


“เจ้าค่ะ” ทั้งสองรับคำก่อนจะพากันเดินออกไปพร้อมกับหวางชู หรงจินเฉินมองตามหลังพร้อมกับหันมามองโจโฉเหวยด้วยความหนักใจ


“ไม่คิดว่าคนของราชวงศ์จะมาดูการประลองรั้งนี้ด้วย” หรงจินเฉินพูดขึ้นรู้สึกเป็นกังวลเพราะกลัวว่าคนของราชวงศ์จะพาตัวของหรงซู่จินไปจากเขา ถึงแม้หรงซู่จินจะไม่ได้เปิดเผยเรื่องระดับลมปราณของตัวเองในการประลองก็ตาม


“อย่าได้กังวลไปเลย ข้าจะช่วยเจ้าหรงจินเฉินไม่ว่าคนผู้นั้นจะสูงแค่ไหนในแคว้นนี้แต่ถ้าคิดจะทำอะไรซู่เออร์น้อยของข้า ข้าไม่ยอมเด็ดขาด” โจโฉเหวยพูดปลอบหรงจินเฉินอำนาจของเขาสามารถสั่งปิดตายราชวงศ์กิเลินคลั่งได้เลยทีเดียว


“ขอบใจเจ้ามาก” หรงจินเฉินกันไปพูดกับโจโฉเหวยอย่างซาบซึ้งน้ำใจที่อีกคนมีให้เขามาตลอดยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือ


“หึ เจ้าจะกลัวไปทำไม่กัน มีข้าอยู่ทั้งคน ข้าไม่ยอมให้ใครมาทำซู่เออร์ได้เด็ดขาด” จุนอี้เวินพูกขึ้น ก่อนจะหายตัวไปจากกตรงนั้นทันที


“ข้าว่าเจ้าสองคนคงดีกันได้แล้วล่ะมั้ง ตอนนี้หรงซู่จินน่าเป็นห่วงที่สุด” โจโฉเหวยกระซิบบอกหรงจินเฉินที่ยังไม่ยอมคืนดีกับจุนอี้เวิน จะพูดให้ถูกคือ ทั้งสองคนนี้ไม่ยอมคืนดีกันสักทีนั้นแหละ


“ข้าขอคิดดูก่อน”


 “พวกเจ้าจะไปเดินเล่นในเมืองงั้นหรือ” เยี่ยเฟิงกล่าวถามเมื่อพวกเขาก็พากันมาหยุดที่หน้าประตูของลานประลองเพราะไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรกันต่อ และเมื่อกำลังปรึกษากันอยู่นั้น ก็เจอกับหรงซู่จินและหรงอี้จินแล้วก็หวางชูพอดีก็เลยถาม


“ใช่แล้วพวกเราวาจะไปเดินเล่นกันนะเจ้าค่ะ” หรงอี้จินตอบ ส่วนเยี่ยเฟิงก็พยักหน้ารับพลางชักชวนอีกไปด้วย ซึ่งมันก็ถูกใจชายหนุ่มอีกสี่คนที่ยืนอยู่ด้วย


“งั้นเราไปเดินเล่นด้วยกันดีหรือไม่”


“ดีเจ้าค่ะ ไปหลายคนก็สนุกดี” หรงอี้จินตอบอีกครั้ง ส่วนหรงซู่จินนั้นที่แรกว่าจะมาเดินเล่นให้มีความสุข แต่ตอนนี้กับรู้สึกว่ามันไม่สนุกเสียแล้วสิ ก็ดูสายตาของสามสหายของเธอแล้วไหนจะกงกงเสี่ยวอีก เอ่อ เอาเข้าไป เธอรู้สึกซึ้งถึงคำพูดนี้เสียแล้วละสิ ความสวยมาพร้อมกับความซวยนะ ความรู้สึกของเธอมันบอกว่าไม่ค่อยจะดีเท่าไร


“งั้นเราจะไปร้านไหนกันก่อนดี” กงกุ้ยเสี่ยวถามเมื่อทุกคนรวมตัวว่าจะไปด้วยกันแต่ว่าไม่รู้จะเริ่มไปที่ไหนก่อนดี


“ร้านอาหาร” หวางชูพูดขึ้น ซึ่งนั้นก็ไม่มีใครโต้แย้งอะไรอีกเลย ได้แต่พยักหน้ารับ สงสัยว่าหวางชูจะหิวเพราะใช้แรงต่อสู้ไปเมื่อกี้เป็นแน่ ส่วนหรงซู่จินนั้นยิ้มนิดๆ เมื่อรู้ว่าหวางชูนั้นทำตัวเหมือนเป็นเด็กและพอจะรู้ด้วยว่าคงอยากจะทานเนื้อย่างเป็นแน่ อาหารโปรดของเขาเลยนี่น่า


“กลับไปข้าทำเนื้อย่างให้ท่าน” หรงซู่จินกล่าวบอกหวางชูเบาๆ ส่วนหวางชูพอได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับนิ่งๆ แม้ในใจอย่างจะยิ้มแค่ไหนก็ตาม แต่มันมีคนมองมาที่พวกเขาเยอะไป เขาไม่ยิ้มหรอก ยิ้มให้หรงซู่จินเห็นคนเดียวก็พอ


“ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารในเมืองกิเลนสายฟ้า ดูจากผู้คนที่เข้ามาทานอาหารร้านนี้เยอะแค่ไหน” กงกุ้ยเสี่ยวบอกด้วยความภาคภูมิใจที่ได้แนะนำอาหารร้านนี้ให้กับทุกคน จนหรงซู่จินนั้นอดไม่ได้ที่จะแขวะอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้


“พี่กุ้ยเสี่ยวคงพาสาวๆ มาบ่อยสินะถึงได้รู้ดีนะเจ้าค่ะ” พอกงกุ้ยเสี่ยวได้ยินหรงซู่จินพูดแบบนั้น ก็รีบปฏิเสธทันทีพร้อมกับมองไปที่หรงอี้จินที่ไม่ได้มองหน้าเขาเลยสักนิด นางงอนเขาหรือเปล่านะ


“เปล่านะซู่เออร์ พี่เคยมาท่านกับท่านพ่อกับท่านแม่แล้วกงกุ้ยเสี่ยวเท่านั้นเอง” ส่วนกงกงเสี่ยวที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวด้วยก็รีบพูดบอกความจริงทันทีเพราะไม่อยากจะยุ่งเรื่องของผู้เป็นพี่ชายของตัวเอง


“ข้าไม่เคยมากับท่านเสียหน่อย” กงกงเสี่ยวบอกก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น ส่วนกงกุ้ยเสี่ยวที่ได้ยินแบบนั้นก็มองน้องชายตัวเองตาค้าง ไม่คิดว่าจะถูกอีกฝ่ายหักหลังแบบนี้ เจ้าไม่ช่วยพี่ชายของเจ้าเลยสักนิดเลยหรืออย่างไร


“ช่างเถอะๆ เราเข้าไปในร้านกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวเราไม่มีโต๊ะนั่งกันพอดี” หรงซู่จินกล่าว พร้อมกับเดินเข้าไปในร้านเป็นคนแรกตามด้วยหวางชูแล้วก็คนอื่นๆ ที่เดินตามมา


“รับอะไรดีขอรับ” เสี่ยวเอ๋อร์น้อยถามทันทีเมื่อลูกค้าเข้ามานั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่หวางชูนั้นนั่งด้านในเหตุเพราะว่าไม่อยากจะนั่งใกล้กับหรงอี้จิน เลยให้เธอมานั่งกันหรงอี้จินเอาไว้ ดีจริง ทำไมเธอรู้สึกว่าหวางชูใช้เธอเป็นไม้กันหมากันนะ


“เอาเนื้อกวางย่างสองที่ น้ำชาเก๊กฮวยหนึ่งกา” หรงซู่จินไม่รอช้ารีบสั่งทันที และเธอเห็นรายชื่อเมนูก็เลยอยากลองนำชาเก๊กฮวยดูบางและเมื่อเห็นว่าหวางชูไม่พูดอะไร แปรว่าหวางชูอยากลองเหมือนกัน


“ข้าก็เอาเนื้อกวางย่างเหมือน”


“ข้าด้วย เจ้าเอาด้วยหรือเปล่าเยี่ยฟง” เมื่อองค์รัชทายาทพูดขึ้นมีหรือเยี่ยเฟิงจะยอมแพ้รีบสั่งตามทันทีพร้อมกับหันไปถามพี่ชายฝาแฝดตัวเองทันที ซึ่งเยี่ยฟงก็พยักหน้ารับ ส่วนที่เหลือนั้นพากันงงนิดหน่อย ที่อาหารมีมากมายทำไมต้องสั่งเหมือนกันด้วย


“แล้วท่านหวางชูไม่สั่งหรือเจ้าค่ะ” หรงอี้จินถามเพราะยังไม่เห็นหวางชูสั่งอะไรเลยสักนิด เห็นอยากมาที่ร้านอาหารแต่ไม่สั่งอะไรเลย แถมยังนั่งนิ่งอีกด้วย หรือหวางชูจะยังเลือกอาหารไม่ได้หรือเปล่านะ แต่ความคิดของหรงอี้จินก็สะดุดลงหรงซู่จินพูดขึ้น 


“ข้าสั่งให้เขาแล้วเจ้าค่ะ”


“เป็นเช่นนี้เอง งั้นข้าเอาด้วยแล้วกัน อยากจะลองดูบ้างนะ” หรงอี้จินพยักหน้ารับ พร้อมกับสั่งอาหารตามเพราะอยากจะรู้เหมือนกันมามันจะอร่อยแค่ไหนถึงทำให้มีแต่คนสั่งเมนูนี่นัก ส่วนสองพี่น้องที่เหลือก็สั่งมาแบบนั้นเดียวกับทุกคนเพระอยากจะลองเหมือนกัน


“งั้นพวกข้าก็เอาด้วยแล้วกัน”


“งั้นรอสักครู่นะขอรับ” เสี่ยวเอ๋อร์บอกก่อนก้มหัวให้หนึ่งครั้งก่อนจะเดินหายออกไป เพื่อเอาน้ำชามาให้ก่อน เพื่อจะไม่ให้ลูกค้าอารมณ์เวลารออาหาร


“ซู่เออร์ เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่หรือไม่” กงกุ้ยเสี่ยวถาม หลังจากที่เสี่ยวเอ๋อร์จากไปแล้ว ถึงจะมองด้วยตาเปล่าว่าหรงซู่จินไม่เป็นอะไรแต่ว่ามันก็ไม่แน่เสมอไป อาจจะได้รับบาดเจ็บแต่นางไม่บอกใครก็เป็นไปได้


“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” หรงซู่จินบอกพร้อมกับยิ้มให้กงกุ้ยเสี่ยวนิด มันทำให้เธอชอบคิดถึงถังฟูที่ชอบถามเธอแบบนี้เป็นประจำ บ้าจริง ทำไมต้องไปคิดเรื่องที่มันผ่านไปแล้วด้วยนะ


“อย่าทำหน้าแบบนั้น” หวางชูบอกเมื่อหน้าสีหน้าเศร้าๆ ของหรงซู่จิน หวางชูเอื้อมมือไปจับมือของหรงซู่จินเขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรหรงซู่จินถึงทำหน้าเศร้าเวลาอยู่กับกงกุ้ยเสี่ยวแม้ว่าบ้างอย่างครั้งจะยิ้มแย้มแต่นัยน์ตาสีดำอมน้ำเงินของหรงซู่จินนั้นมันบ่งบอกถึงความเศร้า ซึ่งเขาไม่ชอบให้หรงซู่จินเศร้าเลยจริงๆ


“คะ ข้า” หรงซู่จินหันไปมองหวางชูอย่างไม่เข้าใจ พอจะพูดหวางชูก็ส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องพูด เธอก็เลยต้องเงียบลง พลางซึมซับความอบอุ่นจากฝ่ามือของหวางชูที่กุมมือของเธอเอาไว้ มันทำให้เธอลืมความเศร้าใจไปได้บ้าง


“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลย” เยี่ยเฟิงถามทันทีเมื่อเห็นทาทางของหรงซู่จินจะร้องไห้ หรือนางบาดเจ็บตรงไหนแล้วโกหกพวกเขากัน


“เอ่อ ข้าแค่หิวนะเจ้าค่ะ พอดีข้าใช้แรงเยอะไปหน่อย แหะๆ” หรงซู่จินไม่รู้จะอ้างอะไร เลยยกเอาเรื่องการประลองก่อนหน้านี้มาอ้างแทน เยี่ยเฟิงพยักหน้ารับ แม้จะยังไม่หายค้างตาใจก็ตามที


“งั้นทานนี้ก่อนก็แล้วกัน” กงกุ้ยเอาผลไมลมปราณออกมาจากแหวนมิติยื่นให้หรงซู่จินที่มองอย่างงุนงง เฮ้ๆ อย่าบอกนะว่ากงกงเสี่ยวจะจีบเธอด้วยอีกคนนะ โอ๊ย ปล่อยเธอไปเถอะ


“เอ่อ ขอบใจมาก” หรงซู่จินไม่มีทางเลือกมานัก เลยต้องเอื้อมมือไปรับผมไม้ลมปราณมา แต่ยังไม่ทันทีได้ทาน หวางชูก็พูดขึ้นมาเสียก่อน


“เดี๋ยวก่อน ภายในร่างกายของเจ้าปั่นป่วนจากการถูกโจมตีเมื่อกี้อยู่ อย่าเพิ่งทานสาลีตอนนี้” กงกงเสี่ยวที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเสียนิดหน่อย เพราะไม่รู้ว่าหรงซู่จินได้รับผลกระทบจากการโจมตีเมื่อครู่นี้


“ข้าขอโทษ”


“ไม่เป็นไรๆ ข้าเองก็เพิ่งรู้” หรงซู่จินรู้ว่ากงกงเสี่ยวไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่ผิดอะไรด้วย เลยได้แต่พูดขึ้นเพื่อไม่ให้กงกงเสี่ยวรู้สึกผิด


“น้ำชาเก๊กฮวยมาแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ๋อร์ร้องบอกพร้อมกับวางแก้วทั้งแปดใบก่อนจะเดินออกมาเพื่อไปเอาอาหารมาให้กับโต๊ะของหรงซู่จินต่อ วันนี้คนคึกคักเพราะว่าเป็นวันประลอง ลูกค้าก็เลยเยอะหน่อย แถมวันนี้ตอนกลางคืนก็ยังมีงานอีกด้วยเทศกาลอีกด้วย ผู้คนเลยเยอะเป็นพิเศษ


“เอ่อ จริงสิ ข้าได้ยินว่าตอนกลางคืนจะมีเทศกาลจุดพลูด้วยพวกเราไปดูกันรอหรือไม่” เยี่ยเฟิงพูดขึ้นพริอมกับมองหน้าหรงซู่จิน ซึ่งหรงซู่จินพอรู้ว่าเยี่ยเฟิงตั้งใจจะชวนเธอก็เลยได้แต่พยักหน้ารับ


“อืม ข้าก็ว่าจะไปดูเหมือนกัน” หรงซู่จินบอกเพราะว่าจะค้างที่โรงเตี๊ยมคืนหนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับตระกูลพร้อมกับท่านพ่อของเธอ เพราะยังไงท่านพ่อของเธอก็ต้องพูดคุยธุระกับโจโฉเหวยไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน


“ดีเลยไปเดินกันเยอะๆ จะได้สนุก” เยี่ยเฟิงดีใจที่ได้รับคำตอบแบบนั้น ก็เลยพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปขยิบตาให้พี่ชายตัวเอง แต่พอเห็นสายตาขององค์รัชทายาทมองมาก็หันไปทางอื่นทำเป็นมองไม่เห็น


“ดูเหมือนว่าเจ้าจะแพ้เยี่ยเฟิงแล้วนะ” ฉินหลงพูดบอกองค์รัชทายาทที่ตอนนี้ไม่มีโอกาสที่จะได้พูดกับหรงซู่จินเลยเหตุเพราะเยี่ยเฟิงคนเดียว


“หึ ข้าไม่แพ้หรอก” องค์รัชทายาทตอบกลับไป ก่อนจะหลบสายตาที่หรงอี้จินมองมาที่ตัวเอง ก่อนจะปะทะเข้ากับนัยน์ที่ดำอมน้ำเงินคู่หนึ่งที่กำลังมองมาที่กลุ่มของเขาอยู่พอดี แต่เขาไม่รู้คนผู้นั้นเป็นใครเพราะว่าคนผู้นั้นปกปิดตัวตนเอาไว้แทบจะมองไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง และไม่นานคนผู้นั้นก็หายตัวไปอย่างไรล่องรอยใด อะไรกัน คนผู้นั้นเป็นใครกัน ทำไมเขารู้สึกคุ้นเคยกับนัยน์ตาคู่นั้นอย่างไรก็ไม่รู้


“มองอะไรของเจ้านะเยี่ยหยวน” กงกุ้ยเสี่ยวที่เห็นว่าสหายตัวเองหันไปมองอีกด้านอยู่นานสองนานก็ถามขึ้น ด้วยความสงสัย หรือว่าจะเจอคนรู้จักกัน


“เปล่า” องค์รัชทายาทพูดแค่นั้นก็หันหลับมามองใบหน้างามของหรงซู่จินต่ออีกนิดหน่อย เหมือนเหลือเกิน ทำไมเหมือนกันแบบนี้นะ องค์รัชทายาทปัดความคิดว้าวุ่นออกไปก่อนจะหันมาสนใจอาหารที่ถูกเสี่ยวเอ๋อร์วางเอาไว้ให้ตรงหน้า กลิ่นหอมๆ ของเนื้อกวางย่างทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมานิดหน่อย ทุกคนลงมือท่านอาหารเงียบๆ แต่องค์รัชทายาทนั้นไม่ง่ายเพราะต้องฟังเสียงของฉินหลงที่บ่นว่าคิดถึงหรงซู่จินทำเอาเขานั้นคิ้วกระตุกไปหลายครั้ง


“ข้าอยากจะให้หรงซู่จินทำเนื้อย่างให้ข้าทานเสียจริง” เสยงคร่ำครวญของฉินหลงดังตลอดเวลาที่องค์รัชทายาทนั้นทานเนื้อกวางย่าง แม้มันจะไม่อร่อยเท่าที่หรงซู่จินทำให้พวกเขาทาน แต่ว่ามันก็พอดีใช้ได้


“หุบปากไปเลย” องค์รัชทายาทตอบเฉินหลงกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ที่ฉินหลงเอาแต่พูดชื่อของหรงซู่จินอยู่ตลอดเวลา

 

“นี่ เราเข้าไปร้านอาวุธนั้นดีหรือไม่” หลังจากที่ออกมาจากร้านอาหารแล้วกงกุ้ยเสี่ยวก็พูดขึ้น เพราะว่าจะไปดูอาวุธใหม่ๆ เสียหน่อย


“อืม ดีเหมือนกัน” เยี่ยเฟิงรับคำก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ ว่าจะเอายังไง หรงซู่จินที่ว่าจะแยกตัวไปยังร้านสมุนไพรนิดหน่อย ก็เลยพูดขึ้น


“ท่านจะไปร้านนั้นใช่หรือไม่ งั้นเดี๋ยวข้าไปซื้อสมุนไพรแล้วจะตามไปนะเจ้าค่ะ” หรงซู่ถามพลางชี้ไปยังร้านชายอาวุธ พอกงกุ้ยเสี่ยวพยักหน้ารับ หรงซู่จินก็พูดต่อทันที


“ทำไมไม่รอไม่พร้อมกันละ” เยี่ยฟงถามอย่างไม่เข้าใจ


“อ๋อ พอดีข้าไม่อยากเดินไปเดินมานะ อีกจะได้ประหยัดเวลาด้วย ไปนะ แล้วเจอกัน” หรงซู่จินบอกเหตุผลก่อนจะมองหวางชูแล้วพากันเดินออกมาทามกลางผู้คนมากมาย หวางชูจับมือของหรงซู่จินแล้วพากันหายตัวไปก่อนจะไปปรากฏตัวที่หน้าร้านขายสมุนไพร





มาแล้ววๆ เมื่อวานพิมพ์เสร็จแล้วแต่ไม่ได้อัพ พี่หวางชูใช้หรงซู่จินเป็นไม้กันหมาหรือไม่ดีเลยน่า รู้สึกสงสารกงกงเสี่ยวที่ถูกหวางชูขัดขวางไม่ให้จีบหรงซู่จินเลย ฮ่าๆๆ กำลังพิมพ์ตอนต่อไปอยู่จร้า ตอนหน้าหวานอุ๊ป 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 379 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #295 koogchan (@koogchan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 15:58
    ทำไมผู้เยอะจังคะหรือว่าฮาเร็ม
    #295
    1
    • #295-1 Rensaki (@Rensaki) (จากตอนที่ 35)
      31 มีนาคม 2562 / 21:21
      เปล่าจร้า
      #295-1
  2. #294 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 11:41
    รอตอนหน้าค่ะ
    #294
    0
  3. #290 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 01:15
    รอติดตามนะคะ
    #290
    0
  4. #287 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:10
    เอาอีกกกกก
    #287
    0
  5. #286 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:01
    หวางชูคือสามีแห่งชาติจริงๆเลยขอให้นางเอกตั้งหมั่นอยู่ในความมั่นคงต่อหวางชูนะเอาแบบความรักที่มั่นคงและไม่มีใครสามารถมาทำให้สั่นคลอนได้และกลายเป็นรักนิรันดิ์อ่ะแบบถ้านางเอกได้แต่งกับมังกรแล้วก็จะได้เป็นกึ่งอมตะเหมือนมังกรไงถึงจะมีใครเข้ามาจีบนางเอกก็จะยังให้ความสำคัญกับหวางชูเสมอ
    #286
    0
  6. #285 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 20:48

    แม่นางเอกหรือเปล่านะ?
    #285
    0
  7. #284 Harmony18 (@Harmony18) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 20:25
    'เขาไม่ยิ้มหรอก เข้าจะยิ้มให้หรงซู่จินคนเดียว' ตายค่ะตายแค่อ่านประโยคนี้ก็สามารถตายได้แล้วค่าท่านนนน
    #284
    0