ตอนที่ 30 : EP : 30 ผู้ชนะได้แก่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 412 ครั้ง
    24 พ.ค. 62








EP : 30 ผู้ชนะได้แก่







หรงซู่จินมองต้นสมุนไพร พลางมองไปยังเวินฮวาที่ดูจะมีความสุขเหลือเกิน เวินฮวาใช้ลมปราณให้เปลี่ยนเป็นไฟให้เกิดขึ้นที่ฝ่ามือของนาง


แต่หรงซู่จินจะทำแบบนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายไม่ได้ คงต้องหลอมโอสถแบบดั่งเดิมที่หรงซู่จิน คนก่อนเคยหลอมแล้ว เอาเป็นสูตรโอสถใหม่ดีหรือไม่นะ เพราะการคิดโอสถสูตรใหม่ได้นั้นยังไงก็ดีกว่าการสู้กับเวินฮวาที่ใช้ไฟลมปราณในการหลอมโอมสอยู่ดี แต่ถ้าเธอหลอมโอสถสูตรใหม่ออกมายังไงเธอก็ชนะอยู่ดี


 หรงซู่จินเลือกสมุนไพรแล้วก็ทำการจุดไฟแบบธรรมดาเพื่อหลอมโอสถ หรงซู่จินใส่น้ำเปล่าไปในหม้อหลอมโอสถแล้วจะเอาสมุนไพรไปล้างแล้วก็รอให้น้ำเดือด เธอทำไปอย่างช้าๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร เพื่อให้เวินฮวาที่กำลังมองดูเธออยู่ ได้ใจเรื่องที่เธอไม่สามารถใช้ลมปราณได้


เมื่อถึงเวลาน้ำเดือดหรงซู่จินก็ค่อยๆ ใส่สมุนไพรลงไป บางต้นต้องใส่ลงไปเป็นต้น บ้างต้นเธอใช้แค่ลากของมันเท่านั้น และต้นสมุนไพรบ้างต้นเธอต้องสับมันให้ละเอียดแล้วใส่ลงไปในหม้อหลอมโอสถ ทุกคนที่เห็นต่างพากันสงสัย ว่าหรงซู่จินนั้นจะหลอมโอสถแบบใดกันแน่

 



“ข้าไม่เคยเห็นการหลอมโอสถแบบนี้มาก่อนเลย” ชายผู้นี้เป็นนักหลอมโอสถที่มาจากสำนักดาราจุติพูดขึ้นเมื่อเห็นการหลอมโอสถของหรงซู่จินที่มันเป็นแบบผู้ที่ไม่มีลมปราณ แต่วิธีการต่างๆ ของหรงซู่จินต่างหากที่ดึงดูดความสนใจของเขา อยากจะรู้เรื่องๆ ว่ามันคือโอสถอะไรกัน วิธีหลอมแปลกใหม่ของเด็กสาวคนนี้ทำให้เขาอยากจะพานางเข้าไปเป็นลูกศิษย์ของเขาเสียงจริงๆ


“มันเป็นโอสถสูตรใหม่หรือเปล่าท่านซานโฉ” ผู้เป็นรองเจ้าสำนักดาราจุติถามขึ้นเพราะเขานั้นมีความรู้ในด้านนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเก่งเท่าขนาดซานโฉ


“โอ้ จริงของท่าน ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร ขอบคุณท่านเสียนเสียนมากรอขับ” ซานโฉที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ในตอนที่ได้ยินเสียนเสียนกล่าวก็คิดได้ทันที ก่อนจะหันไปขอบคุณเสียนเสียนที่เป็นรองเจ้าสำนักดาราจุติ ใครมารู้เข้า ซานโฉต้องรู้สึกอับอายเป็นแน่ที่ลืมเรื่องง่ายๆ แบบนี้ไปได้


“ท่านก็พูดเกินไป พอเถอะเรารอดูต่อไปดีกว่า ว่าโอสถที่เด็กสาวผู้นี้หลอมออกมาจะใช้การได้หรือเปล่า” เสียนเสียนๆ พูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังหรงซู่จินที่สามารถดึงดูดสายตาของเขาได้มากกว่าเวินฮวายิ่งหนัก

 



“ของข้าเสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เวินฮวาพูดขึ้นพลางหันไปยิ้มให้กับผู้เป็นพ่อของตัวเอง ชายหนุ่มกรรมการเคลื่อนกายเข้าไปหาก่อนจะให้กรรมการอีกคนที่เป็นได้รับหน้าที่มาเป็นกรรมการในการตัดสินแพ้ชนะในครั้งนี้ เพราะเป็นนักหลอมโอสถอันดับหนึ่งของเมืองหลวงกินเลนสายฟ้าแห่งนี้


“อืม เจ็ดเต็มสิบส่วน ถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ สำหรับโอสถขับพิษแมงมุม” ชายที่เป็นนักหลอมโอสถพูดพลางหยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ และที่เขากังวลก็คือหรงซู่จิน


แม้พวกเขาทั้งสองคนจะสนิทกันมากเพราะหรงซู่จินนั้นเคยให้เขาสอนในการหลอมโอสถบ่อยๆ และถึงแม้ว่าหรงซู่จินจะมีพรสวรรค์ในด้านนี้ยังไง แต่เพราะหรงซู่จินนั้นใช้ลมปราณไม่ได้ ก็ยอมเป็นรองเวินฮวาอยู่ดี


เวินฮวาเมื่อได้ยินคำชมก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ก่อนจะหันไปมองหรงซู่จินที่กำลังใส่ท้อนฝืนเพื่อเร่งไฟให้แรงขึ้นหลังจากที่ใส่สมุนไพรลงไปในหลอมโอสถหมดแล้ว


วิธีหลอมโอสถแบบนั้นมันจะไปสู้การหลอมโอสถแบบใช้ลมปราณที่ทำให้กลายเป็นไฟได้ยังไง ถึงเธอจะไม่เก่งเรื่องด้านนี้เท่าไรก็ตาม แต่ถ้าหากเทียบกับหรงซู่จินแล้วยังไงก็ชนะอยู่ดีนั้นแหละ

 



หรงซู่จินมองไฟที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของมันเปลวไฟกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เหมือนกับเวลาของตัวเองตอนนี้ที่กำลังจะหมดลง หรงซู่จินมองไฟที่มอดดับสนิทลงไปแล้ว ก่อนจะเดินตรงไปยังหม้อหลอมโอสถพร้อมกับเปิดฝาหม้อออก ดีที่การหลอมโอสถแบบที่ไม่ใช้ลมปราณมันช่วยให้เธอไม่เหนื่อยแต่มันทำให้เธอเสียเวลามากกว่าปกติก็เท่านั้น


เมื่อหรงซู่จินเปิดฝ่าหม้อออกควันก็ลอยออกมาก่อนจะค่อยๆ จางหายไป จนมองเห็นโอสถเม็ดกลมขนาดนิ้วมือของนิ้วโป้งเป็นสีส้มใสๆ น่าตาน่าทาน เหมือนเป็นขนมลูกกวาดมากกว่าที่จะเป็นโอสถ ด้านในของเม็ดโอสถเม็ดนี้นั้นมีน้ำอยู่ในนั้นด้วย


“ของข้าเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”


“มันคือโอสถอะไรกันทำไม่ถึงได้แปลกตาเช่นนี้หรือหรงซู่จิน” มาต้วนผู้เป็นนักหลอมโอสถถามหรงซู่จินอย่างสงสัย เขารู้ว่ามันต้องเป็นโอสถใหม่แน่ๆ เพราะโอสถนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน


“มันคือโอสถที่ข้าคิดค้นขึ้นมาได้นะเจ้าค่ะ ข้าคิดค้นโอสถสูตรนี้ขึ้นมาเพื่อให้กับเด็กๆ ที่ไม่ชอบทานโอสถขมๆ เจ้าค่ะ โอสถของข้ามันเหมือนลูกกวาดที่เป็นขนมของเด็กๆ อีกมันก็มีรสชาติหวานอีกด้วยนะเจ้าคะ โอสถของข้าสูตรนี้นั้นมันมีประโยชน์อยู่สองอย่างเจ้าค่ะ มันรักษาผู้ที่ชอบป่วยจนไม่อยากอาหารมันจะช่วยให้คนคนนั้นให้จากอาหารนั้นแถมยังเป็นโอสถบำรุงร่างกายอีกด้วยเจ้า แต่น่าเสียดายที่ข้านั้นใช้ลมปราณไม่ได้ ไม่อย่างนั้นโอสถเม็ดพวกนี้คงจะได้สิบส่วนพอดีเป็นแน่ ” หรงซู่จินพูดพร้อมกับเก็บโอสถทั้งหมดสิบเม็ดที่มีความบริสุทธิ์เก้าเต็มสอบส่วนเข้าไปในแหวนมิติของตัวเอง ก่อนจะเอาอีกห้าเม็ดไปให้กับมาต้วนที่มองดูอย่างพิจารณา ตรวจสอบความบริสุทธิ์ไปด้วยเมื่อรู้ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ


“งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการโกหกข้าจะให้คนไปหาเด็กที่มีอาการป่วยแบบนี้มาเพื่อทดสอบก็แล้วกัน” มาต้วนพูดอย่างเป็นกลางๆ แม้อยากจะตัดสินใจให้หรงซู่จินชนะก็ตาม แต่เพราะไม่อยากให้ใครมาว่าหรือดูถูกหรงซู่จินที่อ้างว่าสนิทกับเขาได้ ก็เลยต้องทำแบบนี้


“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบกลับไปก่อนจะยิ้มนิดๆ เธอยังไม่ได้ไปหามาต้วนเลยตั้งแต่กลับมาอยู่ที่ตระกูลเพราะด้วยอะไรๆ ที่มันวุ่นวายไปหมด


เวินฮวาที่เห็นแบบนนั้นก็ได้แต่คิดว่าหรงซู่จินก็ทำเป็นพูดไปอย่างนั้นแหละ เพื่อจะได้ข่มนาง อย่างหรงซู่จินจะไปคิดสูตรโอสถใหม่แบบนั้นได้อย่างกัน


“ท่านมาต้วนคะ ถ้าเราให้เด็กทาน แล้วถ้าเกิดว่าเด็กคนนั้นตายขึ้นมาจะทำยังไงละคะ” เวินฮวาพูดขึ้นเพราะไม่อยากให้เสียเวลา ไม่ว่ายังนางก็ชนะหรงซู่จินอยู่ดี


“ข้าจะรับผิดชอบเอง” มาต้วนกล่าวบอกเวินฮวา พลางยืนรอลูกน้องของตัวเองด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ และไม่นานเกินรอ ลูกน้องของเขาก็มาพร้อมกับเด็กชายและเด็กหญิงมา


“มาแล้วขอรับนายท่าน พอดีว่าพ่อแม่ของเด็กบอกว่าอยากให้ลูกทั้งสองหายเลยอาสาให้เด็กทั้งสองเป็นคนพิสูจน์โอสถเพื่อจะมีโอกาสหายป่วยนะขอรับ” ชายที่พาเด็กๆ ทั้งสองมากล่าวบอกพูดเป็นเจ้านาย มาต้วนพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหาเด็กทั้งสองที่มีท่าทางหวาดกลัวนิดหน่อย


หรงซู่จินที่เดินตามหลังมาต้วนมาก็ส่งยิ้มให้กับเด็กทั้งสองแล้วก็พูดขึ้นให้เด็กทั้งสองหายหวาดกลัว


“ไม่ต้องกลัว พวกเจ้าจะหาย อีกอย่างโอสถเม็ดนี่ไม่ขมด้วยมันหวานเหมือนลูกกวาดเลยละ”


“ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าค่ะ” เด็กหญิงวัยเก้าขวบหน้าใบซีดๆ และมีร่างกายซูบผอม เงยใบหน้าขึ้นไปถามอย่างสงสัย และกลัวว่าจะถูกหลอก


“ข้าเคยทานมาแล้ว รสชาติมันหวานมาก อีกอย่างนะมันทำให้เจ้าทั้งสองมีร่างกายแข่งขึ้นด้วยนะ ไม่ดีหรือ เจ้าจะได้ฝึกวรยุทธอย่างคนอื่นๆ เขานะ” หรงซู่จินพูดพลางลูบหัวของเด็กหญิงไปด้วย


“ข้าจะทานขอรับ” เด็กชายที่เงียบมานานพูดขึ้น เมื่อได้ยินว่าตัวเองจะแข่งแรงขึ้นแล้วก็สามารถฝึกวรยุทธได้ เขานั้นอิจฉาเพื่อนคนอื่นๆ ที่สามารถฝึกวรยุทธได้


“รับไปสิ” มาต้วนยื่นเม็ดโอสถไปให้เพื่อให้เด็กน้อยเอื้อมมือมาหยิบไปทาน ซึ่งเด็กชายตัวน้อยก็รีบหยิบไปท่านทันที เพราะด้วยเม็ดโอสถนี้นั้นน่าตาน่าทานเหมือนลูกกวาดมากๆ


“เจ้าควรอมโอสถเอาไว้ก่อนสักพักหนึ่ง เพื่อให้เปลือกของเม็ดโอสถแข่งๆ ละลายออก แล้วมันจะมีน้ำหวานๆ ไหลออกมา” หรงซู่จินรีบบอกเด็กชายที่ดูรีบร้อน เม็ดโอสถใหญ่แบบนั้นให้กลืนลงไปเลยไม่ได้หรอก ต้องอมเอาเท่านั้นถึงจะละลายโอสถเม็ดขนาดใหญ่แบบนั้นได้


“รอข้าด้วยสิ” เด็กหญิงพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบเข้าปากตัวเองพลางทำตามที่หรงซู่จินบอกเมื่อกี้ มันหวานจริงๆ ด้วย พี่สาวคนนี้ไม่ได้โกหกนาง


“ข้ารู้สึกหิวจังเลยขอรับ” เด็กชายหลังที่กลืนน้ำโอสถหวานลงไปได้สักพัก เด็กชายก็ร้องบอกทุกคน มาต้วนที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา พลางถามอาการของเด็กชายว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง


“ข้ามีของให้เจ้าทานเยอะแยะ แต่เจ้าต้องตอบข้าก่อนว่าตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรแล้วก็โอสถเมื่อรถชาติเป็นอย่างไร” เด็กชายขมวดคิ้วนิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยตอบมาต้วยเสียงใส่


“ตอนนี้ร่างกายของข้ารู้สึกหิวมากๆ เลยขอรับ แถมยังรู้สึกดีกว่าก่อนหน้านี้อีกด้วยขอรับ แถมโอสถยังหวานเหมือนกับลูกกวาดอย่างที่พี่สาวบอกเอาไว้เลยขอรับ” เมื่อได้รับคำตอบแบบนั้นมาต้วนก็พยักหน้ารับ พร้อมกับเอื้อมมือไปตรวจชีพจรของเด็กชายว่าหายขาดไปจริงๆ หรือเปล่า


“อืม หายแล้ว ต่อไปนี้เจ้าก็คงฝึกวรยุทธได้แล้วละ” มาต้วนกล่าวบอกยิ้มๆ พร้อมกับมองเด็กหญิงอีกคนที่มีท่าทางดีใจอย่างมาก


“ข้าก็หายเจ้าค่ะ เย้! ข้าจะได้ฝึกวรยุทธแล้วก็ไปเล่นกับเพื่อนๆ ได้แล้ว” เด็กหญิงร้องบอกพร้อมกับกระโดดไปมาอย่างดีใจ ทำไมให้พวกที่ดูอยู่พากันตกตะลึงไปเลย โอสถที่ดูธรรมดาๆ ทำไมถึงทำได้ขนาดนี้ ช่างเป็นโอสถที่วิเศษยิ่งนัก


“เอาละข้าได้ผู้ที่ชนะแล้วละ” มาต้วนกล่าวขึ้นมาเพื่อที่จะประผล ทุกคนต่างพากันรอฟังผลประกาศว่าใครจะเป็นผู้ที่จะชนะ


“ผู้ชนะได้แก่ หรงซู่จิน~


“เฮ้!!


“ทำไมล่ะเจ้าคะ” เวินฮวานั้นที่ไม่รู้ว่าทำไมหรงซู่จินถึงชนะนางได้ จึงร้องถามอย่างต้องการคำอธิบาย เพราะนางนั้นยอมรับไม่ได้จริงๆ กับคำตัดสินของมาต้วน เพราะนางคิดว่าโอสถของนางจะต้องดีว่าของหรงซู่จินอยู่ดี


“หือ เจ้าไม่รู้หรือว่านี้เป็นโอสถสูตรใหม่ มันก็สมควรแล้วที่หรงซู่จินนั้นจะชนะ เพราะไม่ค่อยมีใครคิดโอสถสูตรใหม่ นั้นก็เป็นเพราะว่ามันยากมากอย่างไรเล่า แถมยังต้องใช้เวลาในการหลอมโอสถนั้นนานแล้วยังสิ้นเปลืองสมุนไพรไปไปมากมาย” มาต้วนบอกเพราะเขานั้นยังคิดขึ้นมาได้แค่สามสูตรเอง


“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ งั้นเราเตรียมตัวเพื่อประลองครั้งต่อไปดีหรือไม่หรงซู่จิน เจ้าเลือกอาวุธอะไรก็ได้นะ” เวินฮวาพยักหน้ารับ ถึงจะไม่ชอบใจที่หรงซู่จินชนะตัวเอง แต่ก็ยังมีการประลองต่อสู้อยู่อีก ค่อยดูเถอะหรงซู่จิน ข้าจะเหยียบย้ำเจ้าให้จมดินไปเลย


“งั้นข้าขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้หรือไม่ พอดีข้าไม่อยากให้เสื้อผ้าสวยๆ ของข้าต้องเสียหายนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินยกมือขึ้นพร้อมกับพูดบอกเวินฮวา ด้วยใบหน้าที่นิ่งสุดๆ


“ตามใจ แต่รีบๆ เข้าล่ะ” เวินฮวามองหรงซู่จินก่อนจะบอกอีกฝ่ายที่เหมือนจะกลัวการที่จะต่อสู้กับนาง ก็เลยต้องการที่จะถ่วงเวลาเอาไว้ ซึ่งเวินฮวาก็ได้แต่ทำใจให้เย็นลง เพราะอีกไม่นานนางก็จะได้เหยียบย้ำหรงซู่จินอยากใจอยากแล้ว


หรงซู่จินยิ้มพร้อมกับเดินกลับไปยังที่นั่งของตระกูลตัวเอง และหวางชูก็เมื่อจะรู้หน้าที่ดีร่างสูงเดินตรงมาที่เธอก่อนจะโอบเอวของเธอไปแนบชิดกับตัวเองก่อนจะพาหายตัวออกไปจากตรงนั้น ทุกที่เห็นก็พากันคิดว่านั้นต้องเป็นคนรักของหรงซู่จินเป็นแน่ เพราะก่อนหน้านี้หรงซู่จินก็ออกไปกับชายหนุ่มหล่อเหลาคนนั้นโดยที่หรงจินเฉินไม่ได้ว่าอะไร


พรึบ


“เจ้าอยากได้เสื้อผ้าแบบใด” หวางชูเอ่ยถามเมื่อพากันเข้ามาในมิติของหรงซู่จินไม่ได้ไปไหน หรงซู่จินนั้นที่คิดเอาไว้แล้วก็พูดขึ้น


“เอาเสื้อแบบที่เวลาฝึกวรยุทธแล้วกัน” หวางชูไม่พูดอะไรมากก็สะบัดมือเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับหรงซู่จิน ก่อนจะดึงเส้นผมของตัวเองออกมาแล้วก็ทำให้กระบองขนาดเท่าตัวของหรงซู่จินพอดี


“อันนี้ข้าให้เจ้าเป็นของขวัญที่เจ้าประลองชนะ” หวางชูกล่าวบอกเพระเขารู้ว่าหรงซู่จินนั้นใช้กระบองเก่งไม่แพ้กระบี่หรือดาบเลย


“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หรงซู่จินกล่าวบอกพร้อมกับส่งยิ้มไปให้หวางชูไปด้วย เพราะกำลังคิดอยู่ว่าจะเอาอาวุธอะไรไปสู้กับเวินฮวาดี เพราะเอากระบี่ที่องค์รัชทายาทให้นั้นเอาไปสู้ด้วยก็คงจะไม่ได้


“เดี๋ยวก่อน” หวางชูบอกเมื่อหรงซู่จินกำลังจะกลับออกไปข้างนอก หวางชูคว้าข้อมือของหรงซู่จินเอาไว้ ก่อนจะไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของหรงซู่จินพลางดึงเส้นผมตัวออกออดมาหนึ่งเส้นพร้อมกับทำให้มันเป็นริบบิ้นผูกผมสีฟ้า ก่อนจะรวบผมนุ่มสสวยของหรงซู่จินขึ้นมาแล้วมัดขึ้นสูงก่อนจะใช้ริบบิ้นมัดผมให้กับหรงซู่จินไปด้วย


หรงซู่จินนั้นรู้สึกใจเต้นแรงไม่หยุด ทำไมเธอต้องเป็นแบบนี้กับหวางชูด้วยนะ ขนาดกับถังฟูเธอยังไม่เป็นขนาดนี้มาก่อนเลย หรือเพราะว่าถังฟูไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้เธอกัน


แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น สัมผัสแผ่วที่จูบลงมาที่หัวของเธอก็ทำให้เธอสะดุ้งขึ้นมาทันที ก่อนจะหาคำพูดไปออกไปไม่เจอ ก่อนจะใช้สมองที่มึนๆ ของตัวเองคิดหาคำพูด พอนึกขึ้นมาได้หรงซู่จินก็พูดบอกหวางชูทันที


“ขอบคุณเจ้าค่ะ”


“ริบบิ้นนี้สามรถช่วยเจ้าได้ยามมีอันตราย” หรงซู่จินพยักหน้า คิดว่ามันจะช่วยเธอได้ยังไงนะ แต่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้เธอนั้นไม่กล้าถามหวางชู


“แฮ่” หรงลู่จินที่เห็นว่าพ่อกับแม่ตัวเองกำลังจูจี้กันอยู่ก็เลยยืมมองอยู่เงียบๆ และเมื่อทั้งสองกำลังจะไปแล้ว ก็เลยเดินเข้าไปหาทั้งสองพลางเอาหัวถูไถไปมาเอวของหรงซู่จิน


“เจ้าโตขึ้นมากเลย” หรงซู่จินร้องทักแก้อาการเขินอายที่ถูกหวางชูทำแบบนั้นต่อหน้าต่อตาหรงลู่จิน เธอเอามือลูบหัวของหรงลู่จินเบาๆ


“ตอนนี้แม่เจ้าต้องไปต่อสู้ก่อน ไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอก” หวางชูบอกเมื่อรู้ว่าหรงลู่จินนั้นต้องการอะไร พอหรงลู่จินได้ยินแบบนั้นก็ทำท่าจะออกไปต่อสู้ด้วย ก่อนจะถูกหวางชูก้มลงไปกระซิบเบาๆ ที่หูของหรงลู่จิน


“ถ้าแม่ของเจ้าได้รับอันตรายเดี๋ยวเจ้าค่อยออกไปตกลงหรือไม่” หรงลู่จินเมื่อได้บินแบบนั้นก็พยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ


“ไปก่อนนะหรงลู่จิน” หรงซู่จินไม่รู้ว่าทั้งสองพูดอะไรกัน แต่เหมือนว่าทั้งสองจะตกลงอะไรกันบ้างอย่าง เธอก็เลยเอ่ยลา เมื่อเห็นว่าทั้งสองตกลงกันเสร็จแล้ว ทั้งสองจับมือกัน


ถึงแม้หวางชูอยากจะโอบเอวของหรงซู่จินเหมือนตอนเข้ามาในมิติก็ตาม แต่ก็เหมือนหรงซู่จินจะไม่ยอมให้ทำ เขาก็เลยต้องยอม


พรึบ!


ทั้งสองกลับออกมาแต่ไม่ใช้ที่เดิม หวางชูพาหรงซู่จินมาส่งที่ทางเข้าไปยังลานประลอง ซึ่งการปรากฏตัวของทั้งสองนั้นเป็นที่สนใจมากขึ้น เพราะการไปเปลี่ยนเสื้อผ้าของหรงซู่จินนั้นไปแล้วกลับมาเพียงแค่สามลมหายใจเท่านั้น




มาแล้วจร้าา ตอนนี้มีหลายฉากเลยที่เราชอบ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า  ชอบก็เม้นหรือจะกดให้กำลังใจก็ได้ค่ะ


 อ่อ พรุ่งนี้ไม่ได้กับนิยายนะคะ อาจจะไม่ได้อัพสามวันเลย เพราะต้องกลับบ้านไปเลือกตั้ง พอดีบ้านเราอยู่ต่างจังหวังด้วยก็เลยต้องใช้เวลาในการเดินทางมากหน่อย แต่ถ้าวันอาทิตย์กลับมาถึงหอแล้วไม่เหนื่อย อาจจะได้พิมพ์นิยายให้แล้วอัพให้ แต่อาจจะดึกหน่อยน่า ไปละ ขอบใจสำหรับเม้นและกำลังใจน่า 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 412 ครั้ง

738 ความคิดเห็น

  1. #423 El Dorado Bz (@loli-bee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:49

    มีความหวานละมุนลไม
    #423
    0
  2. #260 mai0867827216 (@mai0867827216) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 08:51
    แอบหวานชอบหวางซู
    #260
    0
  3. #218 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 21:58

    มาอัพเถอะนะไรท์ไม่ได้อัพมา2-3วันแล้ว
    #218
    0
  4. #215 happyMin889 (@happyMin889) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 13:13
    รอเลยคะ สนุกมาก....มาต่อเร็วๆนะ
    #215
    0
  5. #214 UL001 (@UL001) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 12:02

    สนุกมากๆ รอค่าาาาาา
    #214
    0
  6. #212 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 21:50
    สนุกค่ะ ชอบๆ
    #212
    0
  7. #210 104139116 (@104139116) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 17:04

    หวางชูน่ารัก
    #210
    0
  8. #209 naka805 (@naka805) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 14:32
    ชอบมากเลยเร็วๆๆๆนะ
    #209
    0
  9. #204 SomlitKhamsao (@SomlitKhamsao) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:56

    ต่ออออออออ
    #204
    0
  10. #201 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 10:27
    รอค่ะๆ
    #201
    0
  11. #199 Pannita6701 (@Pannita6701) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 06:54
    อย่าเครียดนะค่ะไรท์ มาเหนื่อยๆยังไม่ต้แงอัพก็ได้ค่เ หลีดรอได้ แต่กลัวว่าไรท์จิ่มั้ยสำบายย
    #199
    0
  12. #198 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:47
    ต่อๆๆๆๆ อยากเห็นคนหน้าแตก
    #198
    0
  13. #197 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:41
    รอติดตามนะคะ
    #197
    0
  14. #196 honeybee (@honerybee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:34

    รถชาติ คำที่ถูก รสชาติ

    #196
    0
  15. #195 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:45
    เอาอีกกกก
    #195
    0