นางร้ายกลับชาติมาเกิด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 97,412 Views

  • 595 Comments

  • 1,900 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,292

    Overall
    97,412

ตอนที่ 29 : EP : 29 ท้าประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 337 ครั้ง
    20 พ.ค. 62





EP : 29 ท้าประลอง








“ท่านพ่อ การประลองไปถึงไหนแล้วเจ้าคะ” เมื่อมาถึงหรงซู่จินก็เอ่ยปากถามหรงจินเฉินพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ทันที


ไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมายังตัวเอง พลางมองไปลานประลองที่มีกงกุ้ยเสี่ยวประลองอยู่กับตระกูลเวิน


“ต่อจากกุ้ยเสี่ยวมีอีกสองคู่นะ” หรงจินเฉินหันไปตอบผู้เป็นลูกสาวพร้อมกับจ้องเขม้นไปที่จุนอี้เวินที่ตามติดลูกสาวของเขาไม่ปล่อยเลย ยังดีที่มีหวางชูอยู่ยังพอทำให้เขาวางใจได้บ้าง


“ดูเหมือนจะจบแล้วนะคะ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นมาเมื่อกงกุ้ยเสี่ยวตวัดดาบไปที่ลำคอของคนตระกูลเวิน ที่ตอนนี้ในมือนั้นไร้ซึ่งอาวุธ


“นั้นสิ พ่อแปลกใจนะ ที่ปีนี้กุ้ยเสี่ยวลงประลองเพราะทุกปีกงกุ้ยเสี่ยวจะไม่ลงประลองเลยสักครั้ง” หรงจินเฉินเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังกงกุ้ยเสี่ยวอย่างแปลกใจ เพราะไม่ว่าจะประลองครั้งไหนๆ กงกุ้ยเสี่ยวจะไม่ลงประลองเลย


“เอาละครับตระกูลเวินจะท้าตระกูลไหนก่อนดีขอรับระหว่างตระกูลหรงและตระกูลกุน” เสียงของกรรมการดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ประกาศว่าใครเป็นคนชนะไปแล้ว


หรงซู่จินรู้ไม่ชอบสายตาที่คนอยู่ในลานประลองมาที่เธอเลยสักนิด เหมือนจะมีเรื่องซวยๆ มาหาเธอยังไงก็ไม่รู้


“ตระกูลเวินขอท้าสู่ตระกูลหรงและจะต้องเป็นคุณหนูหรงซู่จินเท่านั้น” เวินฉวาเอ่ยขึ้นเสียงดัง


และทั่วทั้งลานประลองก็พากันเงียบลงทันที เพราะรู้ดีว่าคุณหนูหรงซู่จินนั้นนอกจากจะเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของแผ่นดินนี้แล้วคุณหนูหรงซู่จินก็ไม่ได้ฝึกวรยุทธ อย่างที่หญิงสาวคนอื่นๆ เป็นกัน


“ข้าต้องขอโทษท่านด้วยจริงๆ พอดีข้าไม่ได้ลงประลองในครั้งนี้ด้วย จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะประลองกับเจ้าได้หรอกเจ้าค่ะคุณหนูเวินฉวา” หรงซู่จินกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้มีความเกรงกลัวอีกฝ่ายที่จ้องมองมาที่เธอเหมือนจะตอกย้ำว่าเธอนั้นอ่อนแอแค่ไหน


“แต่ข้าอยากจะประลองกับเจ้าคุณหนูหรงซู่จิน!” เวินฮวาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ใบหน้างามของเวินฮวานั้นมองดูมาที่หรงซู่จินแสดงออกมาอย่างชัดเจนวาดูถูกหรงซู่จินขนาดไหนถึงแม้เจ้าตัวจะไม่เอ่ยอะไรออกมาก็ตาม


หรงจินเฉินมองเห็นถึงความวุ่นวายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เพราะความงามของหรงซู่จินแท้ๆ เลยทำให้หญิงสาวส่วนใหญ่พากับอิจฉานางจนทำให้เกิดเรื่องบ่อยๆ


“เฮ้อ เจ้าจะท้าสู้อะไรกับคนอ่อนอย่างข้าทำไมกัน” หรงซู่จินถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ พร้อมกับเอ่ยขึ้น


ซึ่งทุกคนที่ไม่รู้ว่าหรงซู่จินนั้นเริ่มฝึกวรยุทธ์แล้ว ต่างพากันตามสิ่งที่หรงซู่จินพูด แต่คนอื่นที่รู้เรื่องของหรงซู่นั้นต่างพากันคิดว่าไม่จริงเลยสักนิดเดียว


“ถ้าเจ้าไม่สู้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้านั้นอ่อนแอ”  เวินฮวายังไม่ยอมหยุดลามือที่จะได้เหยียบย้ำอีกฝ่ายให้จมดิน พร้อมกับพูดจาหวาดล้อม ให้หรงซู่จินนั้นเชื่อนางแล้วก็ลงมาประลองกับนางเสียที


“ข้าไม่ชอบการต่อสู้นะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินปฏิเสธพร้อมทั้งทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจเวินฮวาอีก


“เจ้าจะให้ทุกคนคิดว่าเจ้านั้นเป็นคนอ่อนแออย่างนั้นหรือ” เวินฮวาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นท่าทางของหรงซู่จินที่ไม่อยากจะพูดกับนาง พร้อมกับเอ่ยตอกย้ำความอ่อนแอของอีกฝ่ายให้ทุกคนได้ยินไปทั่ว


“อ้าว ไม่ใช่ว่าทุกคนก็คิดแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือเจ้าค่ะ คุณหนูเวินฮวาแม้แต่เจ้าก็ยังคิดว่าข้าอ่อนแอไร้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ”  หรงซู่จินที่ได้ยินเวินฮวากล่าวแบบนั้นก็ทำตาโตพร้อมกับพูดขึ้นมา


ก่อนที่ประโยคสุดท้ายหรงซู่จินจะใช้น้ำเสียงเรียบเฉย ทั้งๆ ที่ใบหน้ายังยิ้มแย้ม


จนบางคนสงสัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปมาของหรงซู่จิน


“เจ้า! ข้าก็แค่หวังดีอยากให้ทุกคนรู้ว่าเจ้านั้นไม่ได้อ่อนแออย่างที่ทุกคนคิด” เวินฮวาถึงกับโมโหที่ได้ยินหรงซู่จินเอ่ยแบบนั้น พร้อมกับเรียกอีกฝ่ายเสียงดังกว่าเดิน


ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งแล้วพูดเกลี้ยกล่อมหรงซู่จินที่ไม่มีทีท่าจะยอมทำตามสิ่งที่นางต้องการง่ายๆ


“ให้ข้าลงไปเพื่อที่ท่านจะได้ทุบตีข้าต่อหน้าทุกคนอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถามอีกฝ่ายที่ดูจะไม่ยอมแพ้ที่จะให้เธอลงไปประลองกับตัวเอง


ส่วนเวินฮวาที่ได้ยินแบบนั้นก็มีอาการคิ้วกระตุกทันที เมื่อหรงซู่จินนั้นกล่าวจี้จุดพอดี


“เจ้าอย่าคิดแบบนั้นสิ เราแค่ประลองกันเท่านั้น” เวินฮวาแก้ต่างเพื่อให้ทุกคนรู้ว่านางไม่ได้มีความคิดแบบนั้นเลยสักนิด


แต่ใครมันจะเชื่อกัน ในเมื่อไปท้าประลองกับคนที่ไม่ได้ฝึกวรยุทธ


“เจ้ากล่าวแบบนี้เพื่อให้ข้าไปประลองกับเจ้าให้ได้ใช่หรือไม่”


“ใช่” เวินฮวาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว


“ทำไมเจ้าไม่คิดที่จะประลองกับคนที่เก่งๆ เพื่อพิสูจน์ดูละว่าเจ้านั้นเก่งกาจแค่ไหน ไม่ใช่มาท้าประลองกับคนที่อ่อนแอเช่นข้า มาสู้กับข้าท่านจะได้ประโยชน์อันใดกัน นอกจากนี้ทุกคนจะมองว่าเจ้านั้นอ่อนแอขนาดไหนที่มาท้าสู้กับคนธรรมดาเช่นข้า” หรงซู่จินเอ่ยยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่เนิบๆ อย่างเอือมระอากับความที่เวินฮวาไม่ยอมแพ้ที่จะให้เธอลงไปประลองกับตัวเองให้ได้


“ข้าก็แค่หวังดีต่อเจ้าเท่านั้นเอง ใดเหตุเจ้าถึงคิดเช่นนั้นกันเล่า” หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่กรอกตาไปมา หวังดีอะไรกัน แม่คุณก็ช่างคิดคำพูดมาได้นะ กะจะให้เธอขายหน้าต่อคนอื่นๆ ละสิ


“ข้าไม่ชอบการใช้กำลัง ข้าชอบการหลอมโอสถมากกว่า เพราะมันดูมีความรู้มากว่าเจ้าค่ะ แถมยังได้ช่วยชีวิตของคนอื่นได้ด้วย” หรงซู่จินบเอ่ยอกอย่างหาทางปฏิเสธเวินฮวาให้ได้


และมันก็ทำให้เวินฮวาสะอึกไปเลยทันที เมื่อได้ยินหรงซู่จินเอ่ยแบบนั้น แต่ด้วยความที่นางไม่อยากจะยอมแพ้ให้กับหรงซู่จินและอยากจะเหยียบย้ำหรงซู่จินให้จมดินก็เลยเอ่ยขึ้น


“เจ้าไม่ต้องมาหาข้ออ้างหรอก เจ้าลงมาประลองกับข้าเสีย อย่าได้ให้คนอื่นรอนานอีกเลย” เวินฮวาเอ่ยเพราะใกล้จะหมดความอดทนกับหรงซู่จินที่ยังคงเล่นลิ้นกับนางไม่หยุด


“ท่านไม่กลัวเสียชื่อเสียงของท่านหรืออย่างไรกันคุณหนู” หรงซู่จินกล่าวพลางเอ่ยปากเตือนเป็นนัยน์ๆ แต่อีกคนก็โง่เกินไปที่จะรับรู้ในสิ่งที่เธอพูดเตือนไปก่อนหน้านั้น


“จะกลัวทำไมเล่า ข้าก็แค่อยากจะประลองกับเจ้าเล่นๆ เท่านั้นเอง”  เวินฮวาเอ่ยอย่างหยิ่งผยองที่หรงซู่จินเอ่ยออกมาแบบนั้นก็คงเพราะกลัวนางเป็นแน่ ทำทีเป็นพูดหาข้ออ้างที่จะไม่ประลองกับนาง เพราะจริงๆ แล้วหรงซู่จินก็กลัวแพ้นางเท่านั้น


ทั่วทั้งรอบด้านลานประลองทุกคนที่ยังไม่รู้ว่าหรงซู่จินนั้นไม่ได้ฝึกวรยุทธก็ได้แต่คิดว่านี้มันเป็นการข่มขู่และการรังแกหรงซู่จินให้พวกเขาดูเสียเปล่าๆ


เวินหานเจินที่เป็นเจ้าเมืองของกิเลนสายฟ้ามองลูกสาวของตัวเอง พลางแอบยิ้มเยาะในใจ ที่วันนี้ตระกูลหรงคงจะได้ขายหน้าบางแล้ว


เขาจึงไม่คิดจะห้ามในสิ่งที่เวินฮวาพูดเลยสักนิด แถมยังสนับสนุนเสียอีกด้วยเพราะมันเป็นโอกาสของเขาที่จะได้เหยียบย้ำตระกูลหรงต่อหน้าแขกบ้านแขกเมืองทั้งหลายแล้วก็ชาวบ้านที่มาชมการประลองอีกด้วย


“เฮ้อ ท่านฟังไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร ก็บอกอยู่ว่าข้าไม่ได้ลงประลองด้วย ข้าไม่ชอบใช้กำลังข้าชอบใช้สมองมากว่าอีกอย่างมันผิดกฎด้วย” หรงซู่จินถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้กับความดื้อด้านของเวินฮวา เธออุตส่าห์เตือนไปแล้วแท้ๆ ยังจะมาหาเรื่องเธออีก


“งั้นข้าจะอนุญาตให้เจ้าเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน” เสียงของเวินหานเจินดังขึ้นมา


ทำเอาคนรอบด้านต่างพากันส่งเสียงร้องอย่างไม่พอใจเท่าไร เพราะมันเหมือนกับว่าให้เวินฮวาทุบตีหรงซู่จินฝ่ายเดียวมากกว่า อีกอย่างพวกเขาไม่อยากจะดูการละเล่นของเด็กๆ อีกด้วย


“ข้าบอกไปแล้วนะเจ้าค่ะว่าไม่ชอบใช้กำลัง” หรงซู่จินกล่าวขึ้นเมื่อได้ยินเวินหานเจินกล่าวแบบนั้น เธอก็เอ่ยบอกไปแล้วนี่ว่าไม่ชอบใช้กำลัง ยังจะมาอนุญาตให้ประลองอยู่ได้ พ่อลูกคู่นี้ฟังไม่รู้เรื่องเลยหรืออย่างไรกัน


“งั้นเรามาประลองการหลอมโอสถกันก่อน แล้วค่อยประลองต่อสู้กันดีหรือไม่” ด้วยความที่เวินฮวานั้นอยากจะประลองกับหรงซู่จินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็แค่หลอมโอสถนางก็ไม่ได้ไร้ความสามารถขนาดนั้นเสียเมื่อไร เผลอๆ นางอาจจะชนะหรงซู่จินทั้งสองอย่างก็เป็นไปได้ เพราะนางได้เปรียบหรงซู่จินหลายๆ อย่างเลยทีเดียว


“แล้วทำไมข้าจะต้องประลองด้วยเล่า” หรงซู่จินเอ่ยบอกอย่างไม่ยอม เรื่องอะไรจะมาบังคับให้เธอทำตามง่ายๆ กัน เธอไม่ยอมหรอกนะ ถ้าไม่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ หึหึ


“เจ้าอย่าดื้อด้านเลยหรงซู่จินเจ้าลงมาประลองเสีย ข้าใจดีอนุญาตให้เจ้าประลองทั้งอย่างเลยนะ เจ้าควรจะดีใจสิ” เวินหานเจินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความกดดัน แต่หรงซู่จินสนที่ไหนกันเล่า


“ท่านเจ้าเมืองเวินหานเจิน ข้าได้เอ่ยบอกไปแล้วว่าไม่ประลอง ท่านจะบังคับข้าให้ได้อะไรขึ้นมากันเจ้าคะ หรือว่าหัวของท่านมีปัญหา เอ๊ะ หรือว่าหัวของท่านนั้นมีดีแค่” หรงซู่จินพูดเรียบราบไม่แพ้กันแถมยังแฝงความดูถูกเวินหานเจินไปในประโยคนั้นอีกด้วย ก่อนจะหยุดประโยคสุดท้ายเอาไว้ให้อีกฝ่ายถามเธอกลับมา


“เจ้า! หึ้ย เจ้าควรรู้จักเคราภพผู้หลักผู้ใหญ่เสียบ้าง ไม่ใช่เอ่ยตามใจปากตัวเองแบบนี้ แล้วประโยคสุดท้ายเจ้าจะพกล่าวว่าอะไร” เวินหานเจินโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอ่ยวาจาสั่งสอนหรงซู่จินเท่านั้น แล้วก็เพิ่งนึกมาได้ว่าหรงซู่จินนั้นยังไม่ได้เอ่ยประโยคสุดท้ายก็เลยต้องถามออกไปด้วยความสงสัยว่าหรงซู่จินนั้นจะพูดว่าอะไร


ส่วนหรงซู่จินนั้นก็ยิ้มเยาะในใจเมื่อเห็นว่าเวินหานเจินถามกลับมาแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อจากประโยคเดิมให้จบ


“มีดีแค่เอาไว้กั้นหูเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบด้วยในหน้าใส่ซื่อ


ทำเอาบางคนที่ได้ยินแบบนั้นพากันอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้จริงๆ แต่ก็แสดงอาการออกมามากไม่ได้ ด้วยอีกคนเป็นถึงเจ้าเมือง เดี๋ยวจะพากันเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว


“เจ้า! บังอาจนัก!!” เวินหายเจินเมื่อได้ยินคำพูดของหรงซู่จินก็ทนไม่ไหวถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับมองหรงซู่จินอย่างไม่พอใจที่ถูกเด็กรุ่นลูกกล่าวาจาแบบนี้กับตัวเอง


“อย่าเอ่ยแบบนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้ามันก็แค่เด็กที่ไม่รู้ความ อาจจะทำให้ท่านไม่พอใจ ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย” หรงซู่จินพูดจานอบน้อมพร้อมกับลุกขึ้นก้มหัวขอโทษให้กับอีกฝ่าย พลางแอบยิ้มอย่างสะใจที่ทำให้เวินหานเจินโมโหได้ขนาดนี้


“ได้! แต่เจ้าต้องมาประลองกับเวินฮวาเสียก่อน ข้าถึงจะหายโกรธเจ้า” เวินหานเจินเอ่ยพลางแอบยิ้มเมื่อหรงซู่จินนั้นพูดเปิดโอกาสให้ตัวเขาขนาดนี้มีหรือที่เขาจะปล่อยโอกาสนั้นไปกัน


“เฮ้อ ก็ได้เจ้าค่ะ แต่ต้องเป็นอย่างที่ท่านพูดก่อนหน้านี้นะเจ้าคะ ประลองทั้งสองอย่าง ข้าข้อประลองหลอมโอสถก่อนเป็นอันดับแรกนะเจ้าค่ะ หวังว่าท่านจะให้ข้าได้นะเจ้าค่ะท่านเจ้าเมือง” หรงซู่จินแสร้งถอนหายใจก่อนจะกล่าวขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินลงไปช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไร


แต่ทุกคนที่เห็นต่างพากันมองว่าหรงซู่จินคงจะกลัวจนต้องถ่วงเวลาเอาไว้เป็นแน่


เวินหานเจินยิ้มไม่ได้สนใจคำพูดของหรงซู่จินสักนิดเพราะไม่ว่าอย่างไรหรงซู่จินนั้นก็แพ้ให้กับเวินฮวาลูกสาวของเขาเป็นแน่ เขาสั่งลูกน้องให้ไปเตรียมของทุกอย่างไปไว้ที่ลานประลองเพื่อให้ทั้งสองประลองกันที่นั้น ทุกคนจะได้เห็นว่าตระกูลหรงนั้นช่างอ่อนแอยิ่งนัก


“แล้วท่านจะให้พวกข้าหลอมโอสถอันใดกัน” หรงซู่จินถามเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมกำหนดมาว่าจะให้หลอมโอสถอะไร ถึงสมุนไพรที่อีกฝ่ายเตรียมเอาไว้ให้นั้นจะสามารถหลอมโอสถได้มากมายนักก็ตาม แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่บอกว่าจะให้หลอมโอสถอะไรเธอก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าคนพวกนี้เล่นตลกอะไรกับเธอ


“พวกเจ้าทั้งสองอยากจะหลอมโอสถอะไรก็ได้ ข้าได้เตรียมสมุนไพรที่สามารถหลอมโอสถได้หลายหลายรูปแบบนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้าจะมีความสามารถมากขนาดไหนเท่านั้น”


“เริ่มได้” ชายหนุ่มผู้เป็นกรรมการกล่าวขึ้นเมื่อเวินหานเจินพูดจบ เขาคิดว่าเรื่องมันจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่หรงซู่จินจะชนะ เพราะสมุนไพรแต่ต้นนั้นแพงๆ ทั้งนั้น


และนั้นก็หมายความว่าการหลอมโอสถนั้นจะต้องยากเป็นแน่ แถมไม่ใช่ผู้ฝึกวรยุทธนางจะหลอมโอสถสู้กับเวินฮวาที่เป็นผู้ฝึกวรยุทธได้ยังไงกัน แพ้! ยังไงหรงซู่จินก็แพ้เป็นแน่


มีทางเดียวที่นางจะชนะ นั้นก็คือหรงซู่จินจะต้องหลอมโอสถสูตรใหม่ขึ้นมา นั้นเป็นเพราะว่าการที่คนคนหนึ่งจะคิดสูตรโอสถขึ้นมาได้สูตรหนึ่งนั้นมายากมาก ยากกว่าการที่ต้องหลอมโอสถให้ได้ตามสูตรที่มีเอาไว้ในตำราเสียอีก

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 337 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #580 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 12:45
    รำคาญการพูดมาก เยิ่นเย้อ
    #580
    0
  2. #376 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:41

    ไม่ต่อรองซะหน่อยรึว่าถ้าชนะแล้วจะให้อะไร

    #376
    0
  3. #193 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 20:14

    คค้างคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-03.png

    #193
    0
  4. #190 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 16:53
    รอๆๆค่ะ
    #190
    0
  5. #181 กาแฟยามบ่าย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 09:06

    พ่อลูกตระกูลเวินนี่ดื้อด้านจริงเน้อะ คนพ่อเป็นตั้งเจ้าเมือง แต่ไม่รู้จักรักษากฏกติกา การกระทำเป็นอันธพาลแท้ๆ เป็นเจ้าเมืองได้ไง จับฉลากได้ตำแหน่งมาหรือไง แล้วจะปกครองเมืองแบบไหนกันละนี่ คนลูกก็สะท้อนให้เห็นการขาดการอบรมเลี้ยงดูที่ดีจริงๆเลย ต้องโดนสั่งสอนให้เข็ด

    #181
    0
  6. #179 ismepound (@ismepound) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 04:59
    สนุกมากค่ะไรท์รีดรอติดตามนะค่ะ
    #179
    0
  7. วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 03:01

    รอจ้าาาาาาาาาาาาาา เเสบดีคะ

    #178
    0
  8. #177 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:50

    จัดหนักกกกกกกกกกกกกก

    #177
    0
  9. #175 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 22:59

    สะใจมากโดนด่าแบบต่อหน้าคนทั้งเมืองเลย55
    #175
    0