ไอยดาผูกรัก

ตอนที่ 6 : 5/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

ร่างบางลุกขึ้นทันควันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องที่ชายหนุ่มมาหาเธอคงหนีไม่พ้นเรื่องนครินทร์เธอพร้อมจะเผชิญหน้าเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะมาไม้ไหนอีกจะเอาอะไรมาเล่นกับเธออีก

 

“มีอะไรรีบๆ พูดมาค่ะ” ปาริษาเอ่ยขึ้นทันทีที่พบเจอหน้าชายหนุ่มท่านั่งรอเธออยู่ที่โซนนั่งเล่นของห้างดังที่เพื่อนเธอเปิดร้านขนมอยู่

 

“นั่งลงคุยกันดีไหมครับเดี๋ยวคุณทราบแล้วจะได้ไม่ต้องทรุดนั่ง” ชายหนุ่มกวนโมโหหญิงสาว เธอบอกให้เขาไปหาหลักฐานการเป็นพ่อของนครินทร์เขาหามาได้แล้วเขาอยากเห็นหน้านวลจริงว่าจะทำหน้ายังไง “นี่ครับหลักฐานที่คุณอยากได้นักหนา”

 

ร่างบางนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามเขาพร้อมรับเอกสารบางอย่างที่ชายหนุ่มยื่นมาตรงหน้า ปาริษาเปิดอ่านด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำเธอกวาดตาอ่านเอกสารในมืออย่างละเอียด ดวงตาเบิกโพลงมันคือเอกสารการตรวจ DNA เขาตรวจ DNA งั้นหรือเขาตรวจมันทั้งๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเธองั้นหรือ

 

“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง” ปาริษาถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิวร่างเล็กสั่นเทาเพราะผลตรวจมันออกมาชัดเจนว่าลูกชายของเธอเป็นลูกของเขาจริงๆ “คุณตรวจ DNA โดยไม่บอกฉันได้ยังไง” ปาริษากำเอกสารในมือแน่น

 

“ก็คุณร่ำร้องหาหลักฐานเองไม่ใช่หรือไง...ตอนแรกผมคิดว่าเราจะตกลงกันได้แต่เปล่าเลยคุณดูคุยยากกว่าที่คิด” คราแรกเขาคิดว่าปาริษาจะยอมอ่อนข้อให้เขาง่ายๆ แต่วันนั้นที่มีปากเสียงกันเขาจึงตัดสินใจที่จะทำ จริงๆ เขาได้ดีเอนเอจากเด็กชายตั้งแต่วันแรกจากเส้นผมของเด็กชายที่เขาอบดึงตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้าหาสองแม่ลูกได้

 

“คุณทำแบบนี้ไม่ได้ทำไม่ได้” ปาริษาคุมสติตัวเองไปอยู่ ตอนนี้นครินทร์เป็นคนเดียวที่เธอเหลืออยู่เธอยอมเสียนครินทร์ไปไม่ได้ “รู้แล้วยังไง คุณเป็นพ่อแล้วยังไงตั้งกี่ปีคุณถึงพึ่งโผล่มาตอนนี้ ตอนที่พี่สาวฉันเจ็บปวดคุณไปอยู่ที่ไหน” ปาริษาพูดเสียงเข่นเขี้ยวเขาไม่เคยที่จะอยู่ข้างไอยดาในวันที่เธออ่อนแอ ในวันที่ไอยดาท้องจนคลอดและจบชีวิตลงเขาไม่อยู่

 

“แล้วคุณล่ะหายไปไหนตอนที่ไอยดาต้องการคุณ อย่ามาพูดว่าไอยดาคือพี่สาวทั้งๆ ที่คุณเองก็ไม่แทบจะติดต่อกับเธอ...ที่คุณหวงลูกนักหนาเพราะสมบัติที่ไอยดาทิ้งไว้ให้หรือเพราะคุณรักลูกกันแน่ปาริษา” พีรกรตอบกลับเสียงแข็ง เธออยู่เพราะเงินของไอยดาหรือรักลูกกันแน่ปาริษา

 

“ฉันอยู่เพราะเรื่องอะไรมันก็เรื่องของฉันคุณไม่ต้องมายุ่งถ้าอยากได้ลูกนักคุณก็ไปฟ้องร้องเอา...เพราะฉันก็จะสู้ยิบตาเหมือนกัน” หญิงสาวลุกขึ้นพร้อมวางกระดาษในมือไม่เบานัก

 

เขาทำกับเธอเกินไปเขาดูถูกเธอ การที่เธอเลี้ยงดูนครินทร์มาคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่าย เธอมีแค่นครินทร์เธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวเธอไม่เคยมีลูกเธอศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเองเธอทุลักทุเลมากแค่ไหนเขาไม่เคยได้รับรู้แล้วเขากล้าดียังไงมาบอกว่าเธอหวังเงินจากนครินทร์ เขาไม่เคยมาสอนนครินทร์เดินแบบเธอเขาไม่เคยต้องดูแลนครินทร์ตอนไม่สบาย เขาไม่เคยต้องอดหลับอดนอนจนล้มป่วย เขาไม่เคยได้รับรู้เลยว่านครินทร์เติบโตมายังไงเขามีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเธอ เขามีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเธอไม่รักลูกมีสิทธิ์อะไร

 

 

 

“เป็นอย่างไรลูกพี เอาผลตรวจให้เขาดูเขาว่ายังไงบ้าง” คุณหญิงพิญญาเอ่ยทันทีที่ลูกชายก้าวเข้ามาในบ้าน เธอฟังอย่างใจจดใจจ่อตั้งแต่ลูกชายบอกว่าจะไปหาผู้หญิงที่เลี้ยงหลานสาวของเธอ ไม่ต่างจากสามีของเธอที่นั่งกุมมือเธออย่างให้กำลังใจเขารู้ดีว่าภรรยาเขาอยากเจอหลานมากแค่ไหนแต่ดูเหมือนทางนู้นก็จะหัวแข็งพอสมควร

 

“คงต้องฟ้องร้องครับ...เขาไม่ยอมท่าเดียว” พีรกรเอ่ยบอก

 

“ถึงกับต้องฟ้องร้องกันเลยหรือเจ้าพี เรื่องมันชักจะใหญ่โตเกินไปคุยกันดีดีไม่ได้หรือ” ผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้น

 

“แม่ก็ว่าอย่างนั้นนะลูกอย่าลืมว่าทางนั้นเขาก็เลี้ยงของเขามานานหลานปีเขาจะรักจะหวงก็ไม่แปลกนะลูก”

 

“รักลุกหรือรักทรัพย์สมบัติที่ไอยดาทิ้งไว้ให้กันแน่ครับ” พีรกรเอ่ยขึ้น

 

“พี่อย่าดูถูกคนแบบนี้แม่ไม่ชอบ..ลูกไม่ควรดูถูกใครจำคำแม่ไว้นะลูกเพราะคนที่จะรู้สึกผิดตลอดไปคือตัวเรานะลูก” ผู้เป็นแม่เอ่ยปราม

 

 

หมายศาลในมือเธอบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาฟ้องร้องเธอจริงๆ อย่างที่เธอท้าทายเหอะพีรกรเขาทำอะไรเหนือความคาดหมายที่เธอต้องการจริงๆ เขาไม่คิดถึงใจของนครินทร์เลยว่าหากเด็กตัวแค่นี้หาต้องขึ้นศาลจะเป็นอย่างไร เด็กอายุยังไม่ถึง 4 ขวบดีต้องขึ้นศาลเขามันใจดำจริงๆ

 

วันนี้ชุดสูทสีดำที่เธอหยิบมาใส่มันทำให้ร่างระหงดูภูมิฐานชวนมองไม่น้อยแต่คงไม่เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้เธอกับเขาต้องฟ้องร้องกันเรื่องเด็กชายตัวน้อย ใบหน้านวลที่เคยอิ่มเอิบดูซีดเซียวดวงตาบวมแดงจนเห็นได้ชัด ในมือจับจูงเด็กชายในหัวข้อฟ้องร้องเข้ามา เธอมากับลูกชายเขาแค่สองคนพร้อมทนายไม่เห็นแม้แต่เงาของคนสนิททั้งสอง

 

ปาริษามองคู่กรณีที่มาพร้อมทนายและชายหญิงสูงอายุคงจะเป็นพ่อแม่เขาไม่ผิดแน่วันนี้พันแสงและแก้วกาญไม่ว่างที่จะมาเป็นเพื่อนเธอ หลังจากที่เธอได้รับหมายศาลเธอเครียดอย่างมากแม้เธอจะเลี้ยงดูนครินทร์มาแต่ในความเป็นจริงแล้วเธอไม่สามารถสู้อะไรกับชายหนุ่มได้เลย

 

ในพินัยกรรมของไอยดาไม่ได้ระบุให้เธอเป็นผู้ดูแลเพียงระบุให้เธอเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้น หากเทียบกับเขาที่มี DNA ที่ยื่นต่อศาลว่าเป็นบิดาอย่างไรเธอก็คงแพ้อย่างราบคาบยิ่งฐานะทางการเงินของเธอกับเขาเธอเทียบไม่ได้เลยสักนิด

 

เมื่อคืนเธอร้องไห้จนไม่ได้นอนเธอคิดทบทวนว่าเธอจะอยู่อย่างไรหากไม่มีนครินทร์ แต่คิดซ้ำๆ เธอก็คิดได้ว่ามันดีต่อนครินทร์เองที่จะได้ไปอยู่ในครอบครัวที่พร้อมขนาดนั้น นครินทร์จะได้ทุกอย่างที่เขาควรได้มันคือสิ่งที่ดีสำหรับลูกเธอบอกตัวเองแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืน

 

“นี่หรือหลานย่าน่ารักน่าชังจริงๆ” หญิงสูงวัยเอ่ยทักหลานชายพร้อมรับไหว้จากหญิงสาวตรงข้ามอย่างนึกสงสารดวงตาบวมแดง

 

 

หลานชั่วโมงที่ในการพิจารณาคดีศาลก็ตัดสินให้นายพีรกรได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูเด็กชายนครินทร์ทรัพย์สมบัติของเด็กชายนครินทร์จะถูกผู้เป็นบิดาดูแล อย่างที่เธอคาดการณ์ไว้น้ำตาที่เธอกักเอาไว้ลงอย่าทันทีที่ได้รับคำตัดสินว่าลูกชายที่เธอเฝ้าถนอมจะต้องถูกแยกจากออก

 

เด็กชายที่นั่งฟังการตัดสินอยู่ด้วยแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดและกระทำในวันนี้แต่เขารับรู้ได้ว่าแม่ของเขาเสียงใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนร่างเล็กที่กำลังเดินมาหาผู้เป็นแม่ถูกมือหนาของผู้ที่บอกว่าเป็นพ่อคว้าไว้อย่างรวดเร็ว

 

“ลุงพีปล่อยผมฮะ ผมจะไปหาแม่” เด็กชายดิ้น ไม่เข้าใจว่าคุณลุงผู้ใจดีคนเดิมเหตุใดถึงไม่มีวี่แววของการหยอกล้อเหมือนเก่าเหตุใดถึงห้ามไม่ให้เข้าไปหาแม่ผู้เลี้ยงมา

 

“ฮึก ฮือ แม่ฮะ มาหาพี่หน่อยฮะ ลุงไม่ให้พี่ไป แม่มาหาพี่หน่อยฮือ “เสียงลูกชายร้องอย่าน่าเวทนาเรียกให้เธอก้าวเท้าเข้าไปหา เด็กชายดิ้นหลุดจากอ้อมแขนผู้เป็นพ่อหลุดมาหาผู้เป็นแม่อย่างรวดเร็ว

 

“ไม่ นิลอย่าไปกลับมาหาพ่อ” พีรกรเอ่ยเสียงดัง แต่แทนที่จะวิ่งตามเขากลับถูกมือของผู้เป็นแม่และบิดาห้ามปรามไว้

 

เด็กผู้หญิงคนนี้ที่กอดปลอบประโลมหลานชายเธอไว้เข้มแข็งมากเกินว่าที่เธอคิดเธอตัวคนเดียวเพราะแม้แต่การที่ต้องมาต่อสู้เพื่อคนคนเดียวที่เหลืออยู่ยังมาเพียงคนเดียวไม่มีแม้แต่คนให้กำลังใจปาริษามีแค่นครินทร์ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยว เธอเลี้ยงนครินทร์มาคนเดียวได้ยังไงกันคุณหญิงพิญญานึกอย่าเวทนา หลานชายเธอไม่ใช่แม่สายเลือดของเธอด้วยซ้ำเธอกลับเลี้ยงเด็กชายโตมาได้อย่าสมบูรณ์แบบ

 

“ฮึอ พี่นิล ฮึก แม่ไม่ร้อง พี่นิลไม่ร้องฮึก “เด็กชายกอดปลอบประโลมผู้เป็นแม่ด้วยน้ำตา

 

“ฮึก ฮึก” ปาริษาไม่พูดอะไรเธอพูดไม่ออก เธอรู้แค่เพียงว่าแค่แรงจะยืนตอนนี้ของเธอยังไม่มากพอ น้ำตาที่ไหลรินมันบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอไม่ได้ฝันลูกชายของเธอกำลังจะโดนพรากจากอก เธอเหมือนจะขาดใจ ร่างบางทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเธอกอดนครินทร์แน่นราวกับมันคือกอดสุดท้าย

 

 

 

 

 

 

รีดเม้นกันเยอะนะคะติชมกันได้น้า ถือว่านึกเอ็นดูพี่นิลนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น