คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ͧ ˭ԧԷ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ย. 63 / 01:26


ห้องเรียน


"นักศึกษา วันนี้เป็นวันแรกของการเรียน ดังนั้นอาจารย์คิดว่าพวกเรามาแนะนำตัวกันหน่อยดีกว่า"


อาจารย์พูดขึ้นพอนักศึกษามากันครบ อาจารย์เป็นชาย ท่าทีเป็นกันเองอย่างมาก พูดจาสนุกสนาน

ในห้องเป็นห้องกว้างพอควร วันแรกของการเรียนมักเริ่มจากการแนะนำตัว นักศึกษาในห้องเป็นพวกปีหนึ่งที่เพิ่งจะเปิดภาคเรียน

ทุกคนเริ่มแนะนำตัว มีทั้งชายและหญิง บางคนมาพร้อมกับเรื่องเล่าของตัวเอง ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องที่ชวนให้ขำขัน

จนกระทั่งมาถึงชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่แถวกลาง

ชายคนนี้ไว้ผมรองทรงสั้น บนหลังมือขวามีรอยสักลายกะโหลก มีหนวดเล็กน้อย หน้าตาดุดันราวกับคนมากประสบการณ์ เขาดูแก่กว่าคนในห้องมากนัก

อาจารย์เห็นสีหน้าท่าทีที่ดูน่าเบื่อของเขาจึงกล่าวอย่างเป็นกันเองและติดตลกว่า


"ถึงตาเราแนะนำตัวแล้ว ชื่ออะไรเหรอพ่อรูปหล่อ ?"


ทุกคนต่างหัวเราะพออาจารย์พูดขึ้น

ชายคนนั้นยิ้มพลางกล่าวว่า


"ผมชื่อ บูม"


อาจารย์ถามเขาต่อว่า


"ไม่ทราบว่าอายุเท่าไรทำไมดูแก่จัง ?"


บูมยังคงยิ้มพลางกล่าวว่า


"ยี่สิบหก"


"มิน่าล่ะ ถึงได้ดูแก่กว่าชาวบ้าน"


อาจารย์หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ


"ไปทำอะไรมา ทำไมถึงเพิ่งมาเรียนเอาป่านนี้"


บูมเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า


"เรื่องมันอาจจะยาวไปสักหน่อย....ไม่ทราบว่าอาจารย์อยากฟังรึเปล่าครับ ?"


"ได้อยู่แล้ว วันนี้อาจารย์ยังไม่มีสอนอะไร คงมีแค่พูดคุยแนะนำตัว ดังนั้นเชิญเล่ามาเต็มที่"


อาจารย์เห็นท่าทีที่ดูเบื่อหน่ายของเขา ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้เต็มที่

บูมกล่าวว่า


"ในเมื่ออาจารย์อยากฟัง ผมก็จะเล่าให้ฟัง"


เขาหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ


"ย้อนกลับไปสมัยผมเรียนอยู่มัธยม ผมขอยอมรับว่าไม่ใช่เด็กเรียน แต่เป็นเด็กเกเรประจำห้องหรือที่เรียกกันง่ายๆว่าเด็กหลังห้อง หนึ่งวันของผมมักหมดไปกับการก่อเรื่องที่มักจบลงด้วยการเข้าห้องปกครองทุกครั้ง แน่นอนว่าคนที่หนักใจกับเรื่องนี้ที่สุดก็คือแม่ผมที่มักถูกลากเข้ามามีเอี่ยวด้วย"


อาจารย์กล่าวว่า


"หมายถึงแม่ถูกครูเรียกเข้าพบบ่อยใช่ไหม ?"


บูมยิ้มอย่างเขิลอายเล็กน้อย ก่อนจะตอบเพียงสั้นๆว่า


"ครับ"


ทุกคนในห้องเริ่มหัวเราะพอได้ฟังแบบนั้น

บูมเล่าต่อว่า


"อีกอย่างหนึ่ง เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดที่จะเข้ามหาลัยเลย"


อาจารย์ถามเขาว่า


"ทำไมถึงคิดแบบนั้น ?"


"ก็คนมันไม่มีใจจะเรียน จะไปคิดเรื่องเข้ามหาลัยได้อย่างไรกันครับ วันๆเอาแต่โดดเรียนไปสูบบุหรี่อยู่ในห้องน้ำ ถึงเรียนไปก็ไม่รู้เรื่อง"


"แล้วอะไรดลใจให้เราเข้ามหาลัย ?"


บูมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า


"ก็....ผู้หญิง"


อาจารย์พอได้ฟังแบบนั้นก็หัวเราะ คนในห้องก็เช่นกัน

สิ่งที่สามารถดลใจชายหนุ่มได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นผู้หญิง

อาจารย์ถามเขาต่อว่า


"ผู้หญิง....ไม่ทราบว่าเธอเป็นใครแล้วใช้วิธีอะไรดลใจให้เด็กหลังห้องคนหนึ่งที่ไม่เคยสนอะไรเลยอยากเข้ามหาลัยขึ้นมา ?"


บูมกล่าวว่า


"ผมขอไม่เอ่ยชื่อ เอาเป็นว่าเธอเป็นคนที่สำคัญมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตผม รองจากแม่"


"เธอคนนั้นเป็นใคร ?"


"เธอเป็นแฟนผม ก่อนที่เราจะรู้จักกันเธอเป็นเพียงแค่สาวข้างบ้าน"


"แหม ไม่ธรรมดาเลยนะเรา"


บูมหัวเราะ

อาจารย์ถามเขาต่อว่า


"แล้วไปชอบกันตอนไหน ?"


"ผมคิดว่าที่เราชอบกันน่าจะมีสาเหตุมาจากที่บ้านเราอยู่ใกล้กันและเราก็เรียนที่เดียวกัน แต่เรียนคนละห้อง"


"จะบอกว่าเห็นหน้ากันบ่อยแล้วเกิดชอบกันก็พูดมาเถอะ จะเล่าให้ยืดยาวทำไม"


"ฮ่าๆๆ ขออภัย"


บูมเล่าต่อว่า


"เราคบกันตอนนั้นผมอยู่ ม.สาม จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นอายุเท่าไร พอดีผมเข้าเรียนช้ากว่าชาวบ้านเขา"


"แล้วใครเป็นฝ่ายจีบก่อน ?"


"แน่นอนว่าผมเป็นฝ่ายจีบเธอก่อน เธอสวยแล้วก็น่ารักมาก ร่าเริงอยู่ตลอดเวลา พอเราตกลงว่าจะคบกัน ชีวิตผมก็เปลี่ยนไปนับแต่นั้น"


อาจารย์ถามเขาว่า


"เปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?"


"มันเริ่มจากตอนที่เราจูบกันครั้งแรก ตอนนั้นเราเพิ่งคบกับได้เดือนกว่า"


ผู้หญิงคนหนึ่งในห้องกล่าวขึ้นว่า


"แหม ร้ายนะเรา"


ทุกคนหัวเราะกับคำพูดของเธอที่มาแบบถูกจังหวะ ผู้ชายที่นั่งข้างๆเธอกล่าวว่า


"ชิ้มฮัวอย่าขัดตอนเขาเล่าสิ"


บูมยิ้มก่อนจะเล่าต่อว่า


"ผมยอมรับว่าตอนนั้นใจร้อนไปหน่อย ก็คนมันอดใจไม่ไหว"


อาจารย์ถามว่า


"แล้วหลังจากจูบเป็นยังไงต่อ ?"


"หลังจากจูบ เธอบอกผมว่าปากผมรสชาติเหมือนบุหรี่....เธอพูดแค่นั้น แต่กลับสามารถชักจูงผมให้เลิกบุหรี่ได้"


"นานไหมกว่าจะเลิกได้ ?"


"ก็นานพอควร"


"แล้วมีอะไรที่เปลี่ยนไปอีกไหม ?"


"เธอไม่ชอบที่ผมชอบไปหาเรื่องคนในห้อง เพราะไม่อยากให้ผมเจ็บตัว เมื่อก่อนผมเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ก็ดีขึ้นเพราะเธอ"


เขาหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ


"เธออยากให้ผมเรียนต่อมหาลัย ทีแรกผมบอกเธอไปว่าไม่อยากเรียนต่อ หลังจบมัธยมจะหางานทำ แต่เธอก็ชักจูงผมจนผมยอม เราเลยตกลงกันว่าจะเข้าเรียนมหาลัยที่เดียวกัน จะได้ไม่ห่างกันมาก แถมเธอยังบอกเรื่องนี้กับแม่ผม แม่ผมตกใจมากพอเธอบอกเรื่องนี้"


อาจารย์หัวเราะเล็กน้อยพลางกล่าวว่า


"แสดงว่าตอนนี้ก็เรียนอยู่ที่เดียวกัน แต่เรียนคนละคณะสินะ"


บูมก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า


"น่าเสียดาย....ที่ตอนนี้เธอไม่สามารถลุกขึ้นมาเรียนที่เดียวกับผมได้...."


คำพูดของบูมเริ่มสะกิดความสงสัยของทุกคนในห้อง

อาจารย์ถามเขาว่า


"หมายความว่าไง ?"


"เธอเป็นเจ้าหญิงนิทรา...."


ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงกับคำตอบของเขาที่ตอบกลับอาจารย์

บูมกล่าวต่อว่า


"ตอนนั้นเราอยู่ ม.หก เธอถูกรถชนระหว่างที่กำลังข้ามถนน ไอ้รถบ้านั่นมันมาเร็วเสียจนเธอไม่ทันสังเกตเห็น....ผมเลยได้เห็นเธอถูกชนต่อหน้าต่อตา....ผมยังจำภาพนั้นได้ดี จำได้แม้กระทั่งเลือดของเธอที่เปื้อนมือผม....ดีที่คนขับรถคันนั้นไม่ได้ชนแล้วหนี ทีแรกผมเดือดจนเลือดขึ้นหน้าตั้งใจจะฆ่าเขาด้วยซ้ำ....แต่แล้วก็คิดได้ว่าถ้าแฟนผมฟื้นขึ้นมา เธอคงไม่ต้องการให้ผมทำแบบนั้น ดังนั้นผมจึงระงับความโกรธ แล้วบอกให้เขาโทร.เรียกรถพยาบาล"


เขาหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ


"พอมาถึงโรงพยาบาล ผมคิดว่าเรื่องมาถึงมือหมอแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น....แต่ไม่เลย หมอบอกผมว่าเธอเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รู้ว่าต้องหลับไปนานแค่ไหน...."


ทุกคนในห้องต่างสงบเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น แต่ละคนต่างตกตะลึงและคาดไม่ถึงกับเรื่องเล่าของบูม

หากเราต้องพบเจอเรื่องแบบเดียวกับบูม เราจะยังเล่าเรื่องน่าเศร้าที่ไม่มีน้ำตาสักหยดได้หรือไม่ ?

อาจารย์กล่าวว่า


"อาจารย์เสียใจด้วย....แล้วเรื่องเป็นยังไงต่อ ?"


บูมกล่าวว่า


"หลังจากนั้น พ่อแม่ของเธอก็มาถึงโรงพยาบาลรวมถึงแม่ผมด้วย พ่อแม่เธอเสียใจมากพอรู้ว่าลูกสาวเป็นเจ้าหญิงนิทรา....พวกท่านถามผมว่า จะยังคบกับเธอต่ออีกไหม...."


"แล้วเราตอบไปว่าอะไร ?"


"ผมตอบพวกท่านไปว่า ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงจะฟื้นหรือไม่ผมก็จะยังคบกับเธอต่อไป....จะอยู่ดูแลเธอตลอดไป แม้รู้ว่าเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกก็ตาม...."


"แล้วเรามีไปเยี่ยมแฟนบ้างไหม ?"


บูมยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจบรรยายความรู้สึกได้ ก่อนจะกล่าวว่า


"ผมไปเยี่ยมเธอทุกวัน....เพราะผมอยากเป็นคนแรกที่เธอเห็น หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมา"


ความหวังแม้มีน้อยนิด แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้หวัง ถึงจะเล็กน้อยแต่กับใครบางคนมันกลับมีค่ามาก


โรงพยาบาล

ห้องห้องหนึ่ง เตียงเตียงหนึ่ง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนหลับไหลอยู่บนเตียง

ไม่ว่าเธอจะหลับไปนานแค่ไหนเขาก็จะรอ....จะรอจนกว่าจะถึง....วันที่เขาและเธอได้ยิ้มและหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง


ผลงานอื่นๆ ของ พิรุณ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น