PRODUCE101[WANNA ONE X YOU]Your Future ฉันนี่เเหละเเฟนรุ่นพี่!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,149 Views

  • 266 Comments

  • 1,012 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    231

    Overall
    16,149

ตอนที่ 9 : Your Future||EP08 ที่ปรึกษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

EP08
ที่ปรึกษา

      

     จากเมื่อวานที่ฉันรู้ตัวว่าโดนพี่จินยองเเกล้งหลังจากนั้นก็เกิดสงครามขนาดเล็กโดยไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะหมดเรี่ยวเเรงเเยกย้ายกลับไป เเล้วฉันก็ต้องทนกับวันหยุดสุดสัปดาห์อีกวันที่เงียบเหงาเเละนั่งคิดถึงพี่จินยองอยู่ทั้งวัน


     เเต่สมัยนี้ยังดีที่ติดต่อได้ง่ายฉันเลยส่งข้อความไปหาพี่จินยองอยู่ตลอดทั้งวัน ใช่ว่าเขาจะตอบกลับมาในทันทีหรอก ผ่านไปเป็นชั่วโมงบางทีก็ยังไม่ตอบเลยไม่รู้ว่าหายไปไหน 


     เดี๋ยวเถอะยังไม่ได้คิดค่าเสียหายที่มาจูบกันเลยนะ ถึงฉันจะจู่โจมเขาก่อนก็เหอะความเสียหายเรามีมากว่า



     ส่วนเช้าวันนี้ฉันมาโรงเรียนเองเเหละค่าาาา ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีอะไรเช่นนี้ ความจริงเเล้วขอร้องพี่จินยองไม่สำเร็จน่ะสิเลยต้องมาลำบากรอรถ กว่าจะมาถึงนี่ปาไปครึ่งชั่วโมงกว่าได้ เเล้วไหนรถจะติดอีก


     พอเดินเข้ามาในโรงเรียนก็พบกับตึกโรงเรียนที่ถูกทาสีโทนร้อนส่องมาซะเเสบตา รวมไปถึงตึกข้างๆเเละถัดไปต่างก็มีสีที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน ตอนเข้ามาใหม่ๆก็เเอบตกใจว่าสีสันจะเยอะอะไรขนาดนั้น อีกหน่อยคงได้กลายเป็นสีรุ้งเลยละมั้ง เเอบได้ยินมาว่าท่านผ.อ.กำลังจะดำเนินการในอีกไม่ช้า ถ้าทำขึ้นมาจริงๆนี่ฉันฮานะ เหมือนกำลังอยู่อนุบาลเด็กน้อยสุดๆ


     รู้มั้ยสิ่งเเรกที่ฉันมาถึงจะไปที่ไหนเป็นอันดับเเรก..


     เเท่นเเทนเเท้นน~ห้องพี่จินยองไง ก็อยากมีกำลังใจก่อนเรียนขอเเค่ให้ได้เห็นเขายิ้มมาเท่านั้นนั้นหัวใจฉันก็สดชื่นไปทั้งวันเเละ


     ตอนนี้ฉันก็ได้มาเดินถ้ำๆมองๆอยู่เเถวหน้าห้องพี่จินยองเเบบไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ จะเเกล้งเดินผ่านก็ไม่รู้ว่าพี่จินยองจะหันมาเห็นทันมั้ย เพราะกลัวว่าจะเสียโอกาสไปได้ง่ายเลยเลือกที่จะมองตรงๆเเทนเเบบนี้เเหละง่ายดี 


     ฉันชะเง้อมองเข้าไปข้างในผ่านกระจก เเละไม่รู้ว่าเพื่อนพี่จินยองคนนั้นจำฉันได้หรือเปล่าถึงได้หันมายิ้มให้ เเต่เเล้วเขาก็หันกลับไปก่อนจะสะกิดเรียกพี่จินยองให้หันกลับไปดู 


     เท่านั้นเหละจ้าพี่จินยองก็หันตามมา ต้องขอบคุณเขาจริงๆ


     พรึ่บบบบ!


     อ้าวเห้ยยย*0* ฉันยังไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มของพี่จินยองดี เเล้วเขาก็หันกลับไปเหมือนว่ามองไม่เห็นฉัน เเต่เมื่อกี้ฉันสบตากับพี่จินยองตรงๆเลยนะ ถ้าไม่เห็นนี่คงตาบอดไปเเล้ว ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจูนสมองตัวเองประมวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่จินยองกันเเน่

     นี่เขามีสองร่างหรือว่าเเฝดหรือเปล่า ผู้ชายคนเมื่อวานที่ขี้เเกล้งเขาหายไปไหนกัน ไม่ใช่ว่ามีผีอะไรมาสิงร่างเขาทำให้เป็นเเบบนี้หรอกใช่มั้ย ฉันคงต้องไปหาน้ำมนต์มาสาดไล่ให้มันออกไปเดี๋ยวนี้!

          "ทำไมเป็นเเบบนี้อีกเเล้ว"ฉันได้เเต่เเต่บ่นพึมพำอยู่กับตัวเอง ก็เขาชอบมาทำขรึมใส่ตอนอยูต่อหน้าเพื่อนๆ เเล้วพอไม่มีใครเหลือเเค่เราสองคนเขากลายเป็นคนขี้เล่นถึงบางทีจะดูเหนื่อยหน่ายกับฉันก็ตาม เเต่นี่เรียกว่าเมินได้เลยนะ


     "มาหาพี่หรอฟริ้ง"ฉันเขยิบถอยหลังออกเมื่อตกใจกับการโผล่มาที่ไม่ให้ซุบให้เสียงของพี่ซามูเอล เล่นทำเอาคนที่กำลังเหม่อลอยอย่างฉันถึงกับหัวใจจะวาย


          "เปล่าซะหน่อย"


          "ส่องหาพี่อยู่อ่ะเด้"


          "เฮ้อ เข้าใจผิดเเล้วค่ะ"ฉันเอื้อนเอ่ยบอกเขาด้วยหัวใจที่ไร้ชีวิตชีวา สายตาก็ยังคงมองจ้องเข้าไปข้างในเเทบจะสิงร่างพี่จินยองได้อยู่เเล้ว


     เเต่เเล้วความคิดนึงของฉันก็เเว๊บเข้ามาก่อนจะหันไปมองพี่ซามูเอลอย่างมีความหวัง เขาเป็นเพื่อนกับพี่จินยองไ ม่เเน่อาจจะรู้สาเหตุที่พี่จินยองเป็นอยู่ก็ได้ 


          "พี่ซามูเอล โซวอนมีเรื่องอยากจะปรึกษา มาคุยกันก่อนเเป๊บนึงได้มั้ยคะ" 


     พี่ซามูเอลพยักหน้าทันทีที่ฉันขอ นั่นเลยทำให้ฉันดีใจรีบลากเขามาอีกทาง ตรงเเถวๆที่คนไม่ค่อยผ่านเเล้วเปิดใจถามเขาไปอย่างตรงๆกับสิ่งที่อยากจะรู้ เพราะคิดว่าเขาเป็นคนที่น่าไว้ใจได้อีกคนนอกเหนือจากพี่จีฮุน


          "พี่จินยองเคยพูดอะไรเกี่ยวกับโซวอนบ้างมั้ยคะ"

     ฉันมองพี่ซามูเอลอย่างจดจ่อรอคำตอบที่จะได้ยิน เเต่เขากลับส่ายหน้า


     "ก็ไม่ได้พูดถึงอะไรมาก เเค่บ่นว่ารำคาญ"


     จุกสิคะงานนี้T^T ไอ้เรื่องที่รำคาญฉันก็พอรู้ตัวเองดีอยู่หรอก เเต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงทำไมถึงได้ดูสองมาตรฐานอย่างนี้ล่ะ


          "เเต่ตอนอยู่กับโซวอนสองคนพี่จินยองเค้าไม่เป็นเเบบนี้นะ"ไม่ได้ถึงกับเข้าข้างตัวเอง เเต่ฉันคิดเเบบนั้นจริงๆถึงได้เถียงเขาออกไป


          "เเล้วเป็นเเบบไหน ตอนอยู่กับเธอสองคน"

     ทำไมพอฉันโดนพี่ซามูเอลถามมาเเบบนี้ถึงได้รู้สึกขนลุกวูบวาบบ เสียงที่เปล่งออกมาก็ดูเย็นชาไม่เหมือนก่อนหน้านี้ ฉันไปพูดอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่านะ


          "ก็พูดจากันดีๆบ้าง ไม่ทำขรึมมากเท่ากับตอนอยู่กับเพื่อน พี่ซามูเอลต้องมาเห็นว่าพี่จินยองยอมมาง้อเพื่อจะให้โซวอนยอมกลับบ้านกับเขาเลยนะ ถึงเเม่จะสั่งมาก็เหอะ เเต่ถ้าไม่ใช่เพราะเเม่วันหยุดที่ผ่านมาโซวอนคงไม่ได้ใช้เวลากับพี่จินยองเเบบสองต่อสองล่ะ"

     พอได้ทีฉันก็ร่ายยาวให้พี่ซามูเอลฟังพลางนึกไปถึงเรื่องวันนั้น เเต่พอเงยหน้าไปมองพี่ซามูเอลกลับไม่ได้ยิ้มดีใจอะไรไปกับฉันเลย


          "อ่อ ดีมากขนาดนั้นเลยใช่มั้ย ลับหลังเพื่อนเป็นเเบบนี้เองสินะ"

------------------------------


          "กะ..ก็ประมาณนั้นค่ะ"ฉันตอบเสียงสั่นพลางลอบมองท่าทีของพี่ซามูเอลที่ดูเหมือนพยายามเก็บอารมณ์ที่คละครุ้งอยู่ภายในใจ เเต่ฉันคงคิดมากไปเพราะในพริบตาพี่ซามูเอลก็กลับมายิ้มให้ฉันเหมือนเดิม


          "งั้นพี่ขอไลน์เธอหน่อยได้มั้ย เผื่อเราจะได้คุยกันง่ายขึ้น ถ้าข้องใจอะไรไอ้จินยองมันก็บอกพี่มาได้เลยนะ พร้อมฟังเสมอ"


     เห็นมั้ยเล่าฉันคงคิดมากไปจริงๆนั่นเเหละ ไว้ใจถูกคนเเล้วยัยโซวอนเอ้ย ฉันได้เเต่พร่ำบอกตัวเองเเล้วยื่นมือไปหยิบสมาร์โฟนของพี่ซามูเอลทันที ก่อนจะเข้าไปในโปรเเกรมสีเขียวเเล้วจัดการพิมพ์ไอดีไลน์ของตัวเองไปให้เเล้วส่งคืนเขา


          "เเอดไปเเล้วนะ อย่าลืมไปกดเฟบพี่ไว้ด้วยล่ะ"พี่ซามูเอลว่าพร้อมกับหันมือถือมาให้ฉันดูเป็นหลักฐาน

          "โทษทีค่ะพื้นที่เต็มเเล้ว"ฉันเเลบลิ้นใส่พี่ซามูเอลอย่างหยอกล้อเเละเพราะเขาทำหน้างงอยู่ ฉันถึงต้องพูดเฉลยเขาไป"เพราะฟริ้งเก็บไว้ให้พี่จินยองคนเดียวไง"


          "อ่อ"


      “โซวอนขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ เดี๋ยวเข้าห้องสายแล้วจะโดนว่าเอา”เสียงออดที่ดังขึ้นทำให้ฉันมองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเองว่าได้เวลาแล้วจึงบอกกับเขา



          “โซวอน”



     ฉันที่กำลังเดินออกไปก็ถูกพี่ซามูเอลเรียกไว้ซะก่อนจึงต้องหยุดหันมาฟังว่าเขาจะพูดอะไร



          “นอกจากมันแล้วไม่คิดจะเปิดใจให้คนอื่นบ้างหรอ”



     'มัน'ที่เขาหมายถึงคงจะเป็นพี่จินยองสินะ ฉันยืนคิดสักพักนึงก็ต้องส่ายหัวตอบไป



          “ตอนนี้ยัง แต่ข้างหน้าก็ไม่แน่ อ่า โซวอนต้องไปจริงๆแล้วไว้คุยกันนะคะ”



          “งั้นก็เร็วๆหน่อยล่ะ พี่รออยู่”



     ฉันพยักหน้างึกๆไม่ได้คิดอะไร ยังไงไว้ว่างๆค่อยทักเขาไปถามเรื่องพี่จินยองก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ฉันคงต้องรีบวิ่งกลับไปที่ห้องเรียนให้ทันคาบของครูเฉินที่สอนวิชาพระพุทธศาสนา ขืนไปช้าฉันคงต้องโดนนางบ่นพร้อมเสริมแทรกข้อคิดหลักธรรมต่างๆมากมายเข้าใส่แน่ๆ



          “วันนี้มาสายแหะ”เสียงแรกที่ทักฉันขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องเรียนไม่ใช่เยริ แต่กลับเป็นผู้ชายคนเมื่อวันก่อนที่ให้ฉันยืมเสื้อกันหนาวแล้วยังจะช่วยให้ฉันหลบพ้นจากพี่ซามูเอลอีกต่างหาก



          “นาย!”



          “เออฉันเอง”



     ฉันที่ยืนชี้หน้าเขาอยู่ด้วยความแปลกใจผสมกับตกใจว่าเขาเข้ามาอยู่ในห้องเรียนนี้ได้ยังไง หรือว่าเขาจะมาทวงบุญคุณที่ช่วยเหลือเอาไว้กันน่ะ



          “มาพอดีเลย โซวอนนี่จุนฮเวนะ เค้าจะมาอยู่กลุ่มเดียวกับเรา”



          “กลุ่มอะไร นายนี่เนี่ยนะ”ฉันหันไปถามเยริที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับใบงานที่ถือไว้ก่อนที่เธอจะแนะนำผู้ชายหน้าเหวี่ยงคนนี้ให้ฉันได้รู้จัก



          “กลุ่มโครงงานน่ะ แล้วนี่จะตกใจอะไรนักหนา จำเพื่อนในห้องตัวเองไม่ได้ไง๊”



     เพื่อนในห้องงั้นหรอ นั่นก็หมายความว่าเราเป็นเพื่อนที่อยู่ห้องเรียนเดียวกันแต่ฉันดันจำไม่ได้ ก็ว่าอยู่ทำไมต้องมองเราแปลกๆ



          “ยินดีที่ได้รู้จักนะจุนฮเว”



     ฉันเอื้อนเอ่ยอย่างกระดากอายรู้สึกขายขี้หน้าจังเลย เขาจะมองฉันยังไงว่าอยู่ร่วมห้องกันมาเป็นอาทิตย์แล้วดันจำหน้าเพื่อนไม่ได้อีก



          “เออ”



     เขาบอกส่งๆแล้วนั่งลงที่โต๊ะตัวเองแถวหลังฉัน ซึ่งมันคือข้างหลังฉัน‼ โอ้วตายแล้วเขาอยู่ใกล้ขนาดนี้แต่ดันไม่คุ้นเลย สงสัยว่าตาฉันมันจะโฟกัสอยู่กับพี่จินยองคนเดียวล่ะมั้ง



     11.57 น.



     หลังจากที่เรียนมานานก็ถึงช่วงพักที่ใครๆต่างก็รอคอย มันเป็นช่วงเวลาที่ชุลมุนสุดๆ สำหรับฉันล่ะนะการที่ต้องรีบลงมาจองโต๊ะทานอาหารก่อนที่มันจะเต็มไปหมด



     บางทีก็อยากจะให้ผ.อได้ไตร่ตรองสักนิด เอาเวลาไปทาสีตึกมาเพิ่มจำนวนโต๊ะในโรงอาหารเพิ่มดีกว่ามั้ย เรื่องกินน่ะมันเรื่องใหญ่จริงๆนะ



          “เยริกับจุนฮเวไปซื้อกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราจองโต๊ะให้”



     ฉันบอกกับทั้งสองคนแล้วนั่งลงบนเก้าอี้รอ ส่วนวันนี้ก็คาดว่าน่าจะได้เพื่อนใหม่อย่างจุนฮเวมากินข้าวด้วยอีกคน เพราะตอนที่เรากำลังลุกออกมาก็เห็นว่าจุนฮเวนั่งอยู่คนเดียว เยริเลยเข้าไปถาม



     สรุปเลยได้คำตอบว่าไม่มีใครอยากจะสุงสิงกับจุนฮเวสักเท่าไหร่เพราะหน้าตาของเขามันดูหาเรื่องตลอดเวลา ก็นั่นแหละขนาดฉันเรียกเขาครั้งแรกยังแอบกลัวเลย



     สุดท้ายฉันก็เลยชวนจุนฮเวให้มาด้วยกันไ หนๆเขาก็โดนจับกลุ่มโครงงานกับฉันและเยริแล้ว ยังไงเราก็ต้องมีปฎิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วย



     ระหว่างที่ฉันนั่งรอพวกเขาทั้งสองคนอยู่ก็ดันไปเห็นพี่จินยองเดินมากับพี่จีฮุนพอดีเลยโบกมือเรียกเพราะเห็นว่าเขากำลังมองหาที่นั่ง แต่กลับพบว่าเต็มไปหมด ฉันเลยฉวยโอกาสนี้ชวนให้พวกเขามานั่งด้วยกันซะเลย



     ฉันอยากจะเดินไปลากพวกเขามาแทนซะเหลือเกิน เห็นจะๆเลยว่าพี่จินยองหันมาเห็นแต่เขาทำเมินมองข้ามหัวฉันไป



          “อ่ะโซวอนฉันซื้อมาเผื่อให้แล้วจะได้ไม่ต้องไปต่อแถวยาว”



     ฉันที่มองพวกพี่จินยองอยู่ก็ต้องหันมาสนใจจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า มาก็ดีเลยฉันจะได้เดินไปหาเขาง่ายๆหน่อย



          “เดี๋ยวฉันมานะ”



     เยริที่นั่งลงได้ไม่ทันไรก็ต้องมองตามหลังฉันที่ลุกออกไปก่อนจะสบตาเข้ากับจุนฮเวพอดี ร่างสูงที่ยืนมองอยู่ใบหน้าที่เหวี่ยงๆพร้อมหาเรื่องอยู่ตลอดเวลาก็พูดขึ้นตามประสาของเขา



          “มองไร กินไปดิ”



     ตึก ตึก ตึก ตึก



     พรึ่บบ



          “ไปทานเข้าที่โต๊ะโซวอนมั้ยคะ ที่ยังว่าง”ฉันเดินเข้าไปจับแขนพี่จินยองก่อนจะส่งยิ้มให้เพื่อนเขาอีกสองคน แต่พอมองไปข้างหลังก็พบว่าเพื่อนบางส่วนของเขาไม่ได้ลงมาด้วยรวมไปถึงพี่ซามูเอล ไปไหนกันนะ



          “ดีเลยพวกพี่กำลังหาอยู่”



          “น้องเค้าชวนแต่จินยองมั้ยล่ะอูจิน”



     ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาผิวขาวออร่ากระจายอย่างมินฮยอนเน็ตไอดอลที่ผู้หญิงครึ่งค่อนประเทศหลงไหลไปกับใบหน้าเรียบนิ่งนั้นพูดขึ้นปรามเพื่อนตัวเอง



          “พวกพี่ๆด้วยค่ะ โซวอนคงไม่เสียมารยาทขนาดนั้น ดีซะอีกมีคนหล่อๆมานั่งเต็มโต๊ะอิ่มทั้งกายทั้งใจเลยค่ะ”ว่าแล้วก็มองไปยังพี่จินยองที่ยังคงขรึมเช่นเคย



          “อิ่มอกอิ่มใจกับมันคนเดียวล่ะสิ ที่เหลืออย่างพวกเราก็แค่ตัวประกอบ”



     ฉันหันไปส่งสายตายจิกกัดพี่จีฮุนอย่างไม่พอใจ พูดซะฉันเสียหายหมด



          “ถัดไปสองสามโต๊ะตรงนั้นแหละค่ะ เดี๋ยวโซวอนกับพี่จินยองไปซื้อน้ำให้ก่อนนะคะ”



     ไม่รอไม่พี่จินยองได้พูดพล่ำทำเพลงอะไรก็ลากเขามาต่อแถวซื้อน้ำด้วยกันเสียแล้ว พอเขาตั้งตัวได้ก็รีบจับมือฉันออกจากแขนของเขา



          “เป็นอะไรไปคะ ทำไมต้องทำนิ่งเก๊กขรึมทั้งๆที่วันก่อนยังดีๆอยู่เลย โซวอนไปทำอะไรให้พี่จินยองไม่พอใจหรอ”



          “เปล่า”



          “จะมาเปล่าอะไรก็เห็นๆกันอยู่ บอกได้มั้ยคะที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร”


          

          “พี่จะเป็นแบบไหนนั่นมันก็เรื่องของพี่ป่ะ”



          “แต่พี่จินยองทำมันกับโซวอนนั่นถือว่าเป็นเรื่องของโซวอนเหมือนกันค่ะ”



     ฉันจะคาดคั้นคำตอบของเขาออกมาให้ได้ ถ้ายังปากแข็งแบบนี้คงต้องใช้กลยุทธสุดท้ายที่มีอยู่



          “ช่างเหอะ ไม่ได้สำคัญอะไรนักหรอก”



          “จะไม่บอกใช่มั้ยคะ ถ้าอย่างนั้นโซวอนะพูดเสียงดังให้คนเขารู้ว่าพี่จินยองจูบโซวอนไปเลยดีมั้ย”



          “ใครจะไปเชื่อเธอ”



          “ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก”ฉันเชิดหน้าท้าทายใส่พี่จินยองพร้อมถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว



          “ฟังไว้นะคะ เมื่อวันก่อนโซวอนกับพี่จินยองเราได้จูบกันด้วยค่ะ”



     ฉันพูดออกมาไม่ได้เสียงดังมากถึงกับขั้นตะโกนให้คนต่างพากันหันมาสนใจ ก็แค่บริเวณนี้เท่านั้นเป็นบางส่วนที่น้อยนิดที่หันมาสนใจแล้วก็ต้องหันกลับไปซุบซิบกัน



          “หึ คิดว่าพูดไปแบบนี้แล้วจะช่วยอะไร ถ้าพี่จูบเธออีกครั้งต่อให้ไปบอกใครเค้าคงไม่เชื่อหรอก”



          พี่จินยองยกยิ้มที่มุมปากถามฉันพร้อมกับพูดบางอย่างพลางมองไปข้างๆคนที่ได้ยินกลับหัวเราะกันอย่างสนุก แต่จุดประสงค์ของฉันไม่ได้ตั้งใจพูดให้คนพวกนี้มารับรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วต่างหากล่ะ



          “จูบกับโซวอนจริงๆหรอวะจินยอง”



     นี่ไงคนที่ฉันต้องการให้เขาเข้ามาช่วยซึ่งตอนนี้ก็เดินมาอยู่ด้านหลังของพี่จินยองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกอย่างพี่จินยองก็พูดออกมาเเบบนั้นเอง 


     คราวนี้ก็เเค่ให้พี่ซามูเอลไปสอบถามจากปากพี่จินยองว่าต่อหน้าเพื่อนทำไมเขาต้องทำขรึมใส่ฉันไงล่ะ พอเสร็จจากนั้นฉันก็จะได้รู้สักที



          “จริงค่ะพี่ซามูเอล ไม่ได้จู่จู๊บกันแบบเด็กๆด้วยนะ”



------------------------------



     ผมพรูลมหายใจออกก่อนจะหันหน้าไปเผชิญกับไอ้ซามูเอลที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเคืองผมสุดๆเมื่อได้ยินสิ่งที่โซวอนพูดออกมา



          "เปล่า"ผมปฏิเสธได้หน้าตาเฉยรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของเธอที่ผมพูดปดทั้งๆที่มันเป็นความจริง



     ที่ผมพูดอย่างนั้นก็เพราะอยากจะรักษาความเป็นเพื่อน ไม่อยากให้มันเเตกหักกับเรื่องเเค่นี้ อีกอย่างผมก็บอกกับมันไปเเล้วด้วยว่าไม่ได้สนใจอะไรในตัวโซวอน



     ถ้าผมยอมรับนั่นก็ถือว่าผมกำลังหักหลังเพื่อน สิ่งที่ผมคิดได้ตอนนี้คือพูดอะไรออกไปยังไงให้มันสบายใจเเล้วเราก็ไม่ต้องมาอึดอัดซึ่งกันเเละกันเหมือนช่วงเมื่อเช้าที่ผ่านมา



          "นั่นพี่จินยองจะไปไหนคะ"



     ผมตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาเเต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงเธอตะโกนตามหลังมา ผมไม่ได้หันกลับไปดูสักนิดว่าต่อจากนั้นไอ้ซามูเอลมันจะยังรู้สึกโกรธหรือว่าไม่กันเเน่



     เเละถ้ายังยืนอยู่ตรงนั้นมีหวังได้โดนคาดคั้นคำตอบ ไม่ก็โดนยัยตัวเเสบที่คอยหาเรื่องมาใส่ตัวให้เต็มเปา



          "พี่จินยองรอโซวอนด้วย!"



     หลังจากที่ผมเดินออกมาจากโรงอาหารผู้หญิงที่ผมคิดว่าเป็นตัวปัญหาที่สุดในยามนี้ก็ยังคอยตามรังควานไม่ยอมหยุดเสียที เสียงฝีเท้าที่ได้ยินด้านหลังค่อยๆเคลืบคลานเข้ามาใกล้ทำให้ผมต้องเร่งฝีเท้าตัวเองเข้าไปอีก



          "อย่าเดินหนีกันเเบบนี้สิ โอ๊ย~"



     จากที่เดินๆอยู่เธอก็ตะโกนขึ้นเเล้วเปลี่ยนมาวิ่งเเทน เเต่ไม่รู้ไปวิ่งอีท่าไหนถึงได้ไม่ดูทางเเล้วล้มกองลงไปกับพื้นเเบบนั้นซะได้ พอได้ยินเสียงร้องของเธอผมเลยยอมหยุดเเล้วหันไปดูอาการของเธอเเทน



          "พี่จินยอง โซวอนเจ็บอ่ะT^T"



     เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับทำท่าทางออดอ้อน จากที่โกรธเธออยู่นิดๆกลับต้องมาใจอ่อนให้ง่ายๆ



          "ลุกขึ้นมา"ผมพูดเสียงเเข็งไร้การเเสดงสีหน้าออกไปเเบบทื่อๆ-_-



          "เจ็บจริงๆนะ ช่วยหน่อยไม่ได้หรอ"เธอยังคงไม่ลดละเว้าวอนผมต่อจนต้องยอมยื่นมือลงไปเพื่อช่วยให้เธอจับยึดไว้



          "ถ้าไม่รีบลุกขึ้นมาจะปล่อยให้นั่งเเช่ตากเเดดอยู่เเบบนั้นเลยดีม่ะ"



     พอได้ยินเเบบนั้นเธอก็หน้างอขึ้นมาทันที ไม่นานก็ยอมยื่นมือมาจับเเล้วพยุงตัวเองลุกขึ้น จากนั้นผมจึงปล่อยมือออกเเล้วมองดูเธอที่กำลังปัดเศษฝุ่นออกจากกระโปรง



      โซวอนปัดมาเรื่อยๆจนถึงช่วงเข่าที่สุดท้ายทำให้ผมที่หันไปมองเเว๊บๆพบว่ามีเเผลถลอกเเถวนั้นกับเนื้อที่ถูกขูดกับพื้นหินจึงเป็นรอยสีเเดงขึ้นมาเเล้วยังมีเลือดซึมนิดหน่อย



           "เเล้วจะไปไหนคะเนี่ย โซวอนไปด้วยได้ป่ะอ่ะ"



      เธอถามผมขณะที่ผมกำลังให้ความสนใจกับเเผลนั่น เเต่เธอกลับถามผมไม่สนใจว่าตัวเองนั้นจะเจ็บจากการล้มนั่นหรือไม่



          "ไปห้องพยาบาล"



          "พี่จินยองไม่สบายหรอคะ ไปทำอะไรมาถึงได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นเจ็บไข้ได้เนี่ย"



          "ถ้าบอกว่าเธอเป็นคนทำให้พี่ป่วยจะว่าไง"



         "ป่วยใจเเน่เลย^^"



         "ปวดหัวว-_-+++"



         "เเหมพี่จินยองก็.."



     เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะพูดเข้าข้างตัวเองผมเลยรีบดึงข้อมือเธอให้ตามมาด้วยกัน เเละเหมือนการกระทำนั่นจะยิ่งเพิ่มเข้าทวีคูณเมื่อสายตาหวาดเยิ้มจ้องมองมาอย่างเขินอาย คงกำลังคิดอะไรไปเองอีกเเน่ๆ



          "จะนอนพักก็นะได้ เดี๋ยวโซวอนนั่งเฝ้ารอ สัญญาจะไม่ลวนลาม"



          "คิดไปเรื่อย"โซวอนที่ชูนิ้วทั้งสามขึ้นมาเหมือนกำลังสาบานกับคำพูดนั่นจริงๆ ผมเลยเข้าไปตะคลุบให้นิ้วเธอหุบลงด้วยมือข้างเดียวของตัวเองจนกลายเป็นว่าตอนนี้ผมได้กำมือกำปั้นของเธออยู่



         "เเหนะ!หลอกเเตะอั๋งอีก"



     ผมส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจพอกันทีกับเด็กคนนี้ ไม่รอให้เสียเวลาผมก็ไปหยิบอุปกรณ์อย่างเเอลกอฮอล์เเละสำลีในตู้ออกมา



          "มานั่งนี่จะล้างเเผลให้"

     


     เธอเบิกตากว้างอย่างสงสัยว่าผมจะเรียกเธอไปทำไมถึงได้ทำหน้างง สงสัยว่าจะยังไม่รู้ตัว ผมเลยดึงให้เธอนั่งลงบนเตียง




          "โอ๊ยๆ ซี๊ดด..เจ็บนะเบาๆหน่อยดิ"



          "อดทนหน่อย เเผลเเค่นี้เเหกปากดังไปถึงนิวยอร์กเเล้วมั้ง"



         "ก็พี่จินยองมือหนัก"



     นี่สรุปคิดผิดคิดถูกวะที่มานั่งใจดีทำเเผลให้ยัยเด็กขี้บ่นเถียงคำไม่ตกฟากเเบบนี้



         "ทำให้เเล้วยังบ่นอีก คราวหลังไม่ต้องมาเรียกร้องไรเลยนะ"



          "ไม่บ่นเเล้วค่าา ขอโทดด"



     ผมถอยออกมาเก็บของบางส่วนเข้าที่เเล้วนำขยะไปทิ้งให้เรียบร้อย



          "บอกโซวอนหน่อยได้มั้ยทำไมอยู่ด้วยกันเเบบนี้พี่จินยองถึงได้ดูใจดี ต่างกับตอนอยู่ต่อหน้าเพื่อนๆพี่จินยองก็เมินตลอดเลย"



     ผมที่หันหลังอยู่ก็ต้องหยุดลงไม่ได้คิดจะหันหลังไปมองเเล้วฟังเธอพูดอยู่อย่างเงียบๆ



          "ไม่รู้สิ"



          "อย่าตอบเลี่ยงดิ โซวอนจะได้เดาทางออกว่าต้องรู้สึกเเบบไหนกันเเน่"



          "เเบบไหนก็ได้ที่ไม่ต้องคิดว่าพี่มีใจให้"



          "ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพราะโซวอนลุยหน้าเกินที่จะถอยออกมาเเล้ว"



     ผมยอมหันหน้าเข้าหาเตียงพร้อมกับพิงตัวกับโต๊ะที่อยู่ตรงข้ามเเทน



          "ลองให้โอกาสโซวอนดูบ้างสิ วันนึงก็ยังดี นะพี่จินยอง.."



     เธอยังคงพยายามตื้อผมให้ได้ ไม่คิดจะยอมล้มเลิกให้ผมชอบเธอจนได้ ผมก็อยากจะทำอยู่หรอกถ้าไม่ติดว่ามันคือสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง



          "ถ้าพี่จินยองไม่รู้สึกอะไรถึงตอนนั้นโซวอนจะยอมเเพ้เอง"



          "จริงหรอ"ผมถามเธอเพื่อความเเน่ใจ ถ้าหากว่าผมตอบเธอว่าไม่ได้รู้สึกอย่างนั่นจริงๆ เธอก็จะยอมจบลงง่ายๆอย่างนั้นหรอ เเละถ้าเกิดว่าผมเผลอใจไปนิดนึงก็เเค่โกหกออกไปเท่านั้นเป็นอันว่าจบเรื่อง:)



          "อื้ม"เธอตอบเสียงอ่อน เชื่อว่าเธอก็คงไม่อยากจะพูดเสนออะไรเเบบนี้หรอก เเต่มันคงจนหนทางเเล้วจริงๆสินะ



          "ก็ได้ๆ พี่จะลองเปิดโอกาสให้วันนึง เเต่ถ้าไม่ก็ถือว่าจบกันนะ"



          "ตะ..ตกลงค่ะ"

Image result for kim sae ron
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #100 NK_Bua (@Gdragon_bigbang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 00:56
    รออออออออออออ~
    #100
    0
  2. #99 YongJunbts (@YongJunbts) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 00:50
    พิจินยองต้องชอบโซวอนน่ะคะㅠㅠ555
    #99
    0
  3. #98 yugyeomi (@yugyeomi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:53
    รออออ อิพี่จินยองต้องชอบน้องโซวอนเซ่! ยังไงก็มาต่อเร็วๆไฟท์ติ้งงงง!!!
    #98
    0
  4. #97 Srirat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 19:01
    โอ๊ย!!!คือตื่นเต้นแท้หนอ...แต่ลึกๆมันต้องดราม่าอยู่แล้วอยากรู้จังว่าจินยองจะเปิดโอกาสให้โซวอนยังไงมาต่อเร็วๆนะคะไรท์สู้ๆนะคะ
    #97
    0
  5. #96 YongJunbts (@YongJunbts) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:13
    รอคะ ฮืออพิจินยองชอบน้องแล้วชั่ยมั่ยชั่ย
    #96
    0
  6. #95 Markjaega (@Markjaega) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 17:06
    เจิมมมม รอเลยค่ะ
    #95
    0
  7. #94 yugyeomi (@yugyeomi) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 08:53
    ไฟท์ติังงงงง รอเด้ออออ
    #94
    0
  8. #93 zingerjj (@BGBT) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 00:25
    ฮืออ รอค่ะะ ไฟติ้งง
    #93
    0