เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 8 : สาม คนใจอำมหิต (2) จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

อิมเมจ ซ่งเว่ยหลง

ตาเซียวอีกระตุกนิดๆ เพ่งพิศท่าทียิ้มแย้มของอี้เหวินเหอแล้วรู้สึกอึดอัดจนแทบอยากจะบีบคอให้ตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด สตรีผู้นี้นี่...ช่างไร้ยางอายเสียจริง “ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าข้าไม่อยากร่วมห้องกับเจ้า ไม่รู้จักมียางอายบ้างรึ”

 

อี้เหวินเหอยังคงยิ้มสวย ราวกับไม่ยี่หระต่อคำต่อว่าต่อขานของเซียวอี “เช่นนั้นข้าก็ขอถามท่านกลับ ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันแต่งงานของเราแท้ๆ แต่ท่านกลับมาอยู่กับหญิงอีกผู้หนึ่ง ท่านมียางอายหรือไม่เจ้าคะ”

 

อันที่จริงแล้วอี้เหวินเหอก็ไม่อยากจะทำลายความสุขใคร แต่นางขอแค่วันนี้วันเดียว วันที่นางแต่งเข้ามา ให้เขาไว้หน้านางบ้าง

 

เรื่อนร่างของเซียวอีสั่นสะท้าน ก้าวยาวๆเพียงสามก้าวก็เข้าประชิดตัวอี้เหวินเหอ กระขากท่อนแขนเรียวเลาแล้วบีบเต็มแรง “ก็หากไม่ใช่เพราะกั๋วกงปู่เจ้ากับเจ้า คนที่ควรจะอยู่ในห้องหอนั้นก็ควรจะเป็นข้ากับเซียงมี่”

 

แม้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงเช่นนี้ แต่สีหน้าของอี้เหวินก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัก นางยังสามารถระบายยิ้มสวยออกมาได้ “นี่คือข้ออ้างของคนทำผิดหรือเจ้าคะ”

 

ทั้งๆที่ชี้แจงไปอย่างชัดเจนแล้ว แต่อี้เหวินเหอยังลอยหน้าลอยตาได้ โทสะของเซียวอีก็พวยพุ่ง “อี้เหวินเหอ! สตรีใจอำมหิต! เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดรึ ว่าข้าเกลียดเจ้า เกลียดไม่อยากจะเห็นหน้า หรือหายใจร่วมห้องกับเจ้า”

 

อี้เหวินเหอพยักหน้า ขานรับชื่อของตัวเอง ด้วยท่าทีที่ดุดันไม่แพ้กัน “ใช่ ข้าคืออี้เหวินเหอ และท่านควรสำเหนียงไว้ด้วยว่าท่านคือเซียวอี ท่านได้ยินหรือไม่ คำนำหน้าชื่อเราคือ อี้เหวิน และเซียว ไม่ใช่แค่เหอและอี”

 

ท่อนสุดท้ายของประโยค คล้ายน้ำเย็นที่ราดรดลงกลางศีรษะของเซียวอี ท่าทีดุดันขึงขังจึงลดลงไปกว่าค่อน อี้เหวินเหอพูดถูก นามของเขาไม่ใช่แค่อี แต่เป็นเซียวอี สกุลเซียวจารึกอยู่บนชื่อเขา ดังนั้นเมื่อเขาทำสิ่งใด สกุลเซียวย่อมมีผลกระทบโดยตรง

 

เห็นท่าทีชะงันงัก อี้เหวินเหอก็ย้ำเตือนเซียวอีอีกนิด “ท่านรู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าข้ามาด้วยเพราะเหตุใด ข้ารู้ว่าท่านเกลียดข้าจนสุดหัวใจ ใช่! ท่านสามารถทำลายหน้าตาศักดิ์ศรีของข้าได้ แต่ข้าจะไม่ยินยอมให้ท่านทำลายศักดิ์ศรีและหน้าตาของสกุลอี้เหวิน หรือแม้สกุลเซียว ที่ท่านย่าเซียวรักยิ่งชีพ!”

 

อี้เหวินเหอและเซียวอีมีความคล้ายคลึงกันอยู่บางประการ ตัวอี้เหวินเหอนั้นสูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่แบเบาะ คนเลี้ยงดูนางจึงเป็นกั๋วกงอี้เหวินเจียง ส่วนเซียวอีนั้นไร้มารดา แม้จะยังมีบิดา แต่ก็ทุ่มชีวิตวุ่นวายอยู่กับราชสำนัก คนเลี้ยงดูจึงเป็นฮูหยินผู้เฒ่าเซียว

 

มือของเซียวอีตกลงข้างลำตัว คล้ายจำนนต่อคำพูดของอี้เหวินเหอ แต่ทิฐิของเซียวอีก็มีมากเกินไป จึงยอมตกลงโดยง่ายไม่ได้ “ได้ วันนี้ข้าจะรับไปกลับเจ้า แต่หลังจากที่ข้าอยู่กับเซียงมี่จนพอใจแล้ว ส่วนเจ้าถ้าอยากจะรอที่นี่ก็ตามใจ”

 

พูดจบเซียวอีกก็สะบัดชายเสื้อหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเรือน

 

ตาอี้เหวินเหอเพ่งพิศมองแผ่นหลังที่ค่อยๆห่างออกไป ก่อนจะเหลือเพียงเงาสีจางๆหลังบานประตูถูกปิดลง แล้วเสียงทุ้มแสนอ่อนโยนที่มีไว้เพียงสำหรับเสิ่นเซียงมี่ก็ดังขึ้น “เซียงมี่ เซียวอีคนนี้ต้องผิดสัญญากับเจ้าอีกแล้ว”

 

เสิ่นเซียงมี่ดึงมือของเซียวอีมาแนบแก้มเช่นเดียวกับเมื่อครู่ก่อน “ท่านกลับเถอะเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจดี”

 

ใจเซียวอีชื้นขึ้นมาไม่น้อย หลังเห็นว่าเสิ่นเซียงมี่ไม่กล่าวว่าจาตัดรอนหรือแสดงท่าทีปั้นปึงต่อเขา “แน่นอนว่าข้ากลับ แต่ข้าจะอยู่กับเจ้าต่ออีกสักครั้ง”

 

ส่วนด้านนอกนั้น หลังจากอี้เหวินเหอได้ยินประโยคนี้ เงาที่นางเห็นลางๆก็แนบโน้มเข้าหากัน เงาอรชรว่าแสดงท่าทีบ่ายเบี่ยง พร้อมเสียงขัดขืนเบาๆ “ไม่ได้นะเจ้าคะ น้อง...เอ่อ...คุณหนูอี้เหวินเหออยู่ด้านนอก”

 

“ช่างนาง! นางอยากยืนรอก็ตามใจนางสิ มาเถอะ ให้ข้าได้รักเจ้า”

 

สุ้มเสียงขัดขืนยังคงมีอยู่อีกเล็กน้อย แต่ไม่นานก็แผ่วเบาและเลือนหายไปจนสิ้น เหลือแต่การให้ความร่วมมือและเสียงวาบหวามไปด้วยความรัก “พี่เซียวอี อะ อื้อ อย่า อะ พี่ ซะ..เซียว พี่...”

 

ยามนี้อี้เหวินเหอไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือสมเพชตัวเองก่อนดี ที่ต้องมารับฟังอะไรเช่นนี้ แต่เพราะนางเป็นอี้เหวินเหอ สตรีที่ใครๆก็ต่างเรียกว่านางมารน้อย จึงร้องไห้ไม่ได้ แม้แต่สีหน้าเศร้าก็ยังแสดงออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงยืนหันหลังให้ภาพเงากอดกระหวัดของคนทั้งสอง

 

 

เจ็บ...อี้เหวินเหอเจ็บเหลือเกิน แต่หากถามว่าความรู้สึกนี้เป็นเรื่องใหม่หรือไม่ อี้เหวินเหอกลับส่ายหน้าตอบได้อย่างทันท่วงที ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย นางแอบซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของคำว่าน้องสาวมานานแล้ว ดังนั้นเรื่องรักของคนทั้งสอง นางจึงรับรู้มาโดยตลอด

 

คิดถึงเรื่องนี้แล้ว อี้เหวินเหอก็ได้แต่ยิ้มหม่นเศร้า แล้วพึมพำออกมาด้วยเสียงแผ่ว “ท่านปู่ คนที่ท่านคิดว่าจะดูแลข้า กลับใจร้ายกับข้าที่สุด”

 

จะว่าไป นางจะโทษเซียวอีฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะนางรู้ดีมาโดยตลอดว่าเขารักมั่นต่อเสิ่นเซียงมี่ และมองนางเป็นเพียงแค่น้องสาว ผิดกับนางที่รักเพียงเขา จนทำให้ไม่สามารถรักผู้อื่นได้ สุดท้ายจึงต้องแสดงท่าทีร้ายกาจต่อบุรุษทุกผู้ทุกนามที่เฉียดกลายเข้าใกล้ตน

 

อี้เหวินเหอแหงนหงายใบหน้ามองท้องฟ้า ค่ำคืนนี้พระจันทร์เหลือเพียงครึ่งใบ ดวงดาวจึงเปล่งแสงได้มากกว่าที่เคย เสียงนั้นระยิบระยยับบาดตา มิต่างจากเสียงพร่ำพรอดรักของคนสองคนที่บาดใจ

 

จะว่าไป ข้าเริ่มรักพี่เซียวอีตั้งแต่เมื่อใดนะ

 

อ้อ...คงจะเป็นตอนนั้น วันที่พบกันครั้งแรกและเขาช่วยเหลือนางให้รอดพ้นจากการจมน้ำ

 

เซียวอีกับนางก็รู้จักกันมาตั้งแต่ครั้นเยาว์วัย นางและเขาพบกันครั้งแรกในงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดปีหนึ่งของท่านปู่ จำได้ว่าวันนั้นนางพลัดตกสระ

 

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” อี้เหวินเหอในตอนนั้นตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ร้องเรียกเท่าไรก็ไร้ผู้คนมาช่วยเหลือ เป็นเพราะตอนนั้นนางเบื่อหน่ายผู้คนมากหน้าหลายตา จึงหลบออกมาจากงานเลี้ยงอันแสนเอิกเกริก ใครไหนเลยจะคิดว่าขณะข้ามสะพานอยู่ดีๆ จะเหยียบเข้ากับตะไคร่น้ำลื่นตกลงไปในสระ

 

“ช่วยด้วย อั๊ก”

 

ขณะที่คิดว่าชีวิตจะหาไม่แล้ว จู่ๆก็มีเด็กผู้หนึ่งกระโดดลงสระน้ำอย่างไม่หวาดกลัว แล้วช่วยเหลือนางจนรอดขึ้นมาได้ อี้เหวินเหอในตอนนั้นไม่เห็นหน้าของเด็กที่มาช่วยเหลือ แต่จำได้นางเผลอตะกายมือกระชากสร้อยจนเด็กคนนั้นได้เลือด และหลังจากนั้น อี้เหวินเหอก็ไม่รู้สึกตัวอะไรอีกเลย “ช่วยด้วย ช่วยข้า ช่วย...”

 

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าอยู่ที่ห้องของตัวเอง จำได้ว่าตอนนั้นท่านปู่รวบตัวนางเข้าไปกอดด้วยความยินดี ก่อนพร่ำสอนเสียยกใหญ่

 

“เด็กโง่ เจ้าเดินอย่างไรถึงพลันตกสระ เจ้าไม่มีตาหรืออย่างไรกัน นี่หากไม่ได้คนช่วยไว้ เจ้าคงตายไปแล้ว”

 

ท่านปู่พูดเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้บอกออกมาว่าใครเป็นคนที่ช่วยเหลือ จนไปสอบถามจะสาวใช้ จึงได้ทราบว่า พี่เซียวอีเป็นคนที่ช่วยเหลือ เขาคือคนอุ้มนางที่ตัวเปียกปอนมาส่งข่าวในงานเลี้ยง “คนที่ช่วยท่านหรือเจ้าคะ ในงานเลี้ยง ข้าเห็นคุณชายเซียวอุ้มคุณหนูที่ตัวเปียกปอนเจ้าค่ะ ต้องเป็นเขาที่ช่วยเหลือคุณหนู”

 

หลังจากหายดี อี้เหวินเหอก็แวะเวียนไปขอบคุณเขา ถึงพี่เซียวอีจะบอกว่าไม่ได้ช่วยนางก็ตาม แต่จากคำบอกเล่าของผู้คนก็มีเพียงเซียวอีเท่านั้นที่จะช่วยนางตอนนั้นได้ ดังนั้นอี้เหวินเหอจึงขอบคุณไปแล้วเริ่มเข้าใกล้เซียวอี ยิ่งได้ร่วมเรียนในสำนักศึกษาหลวงด้วยกันด้วยแล้ว นางก็สนิทชิดเชื้อกับเขาได้อย่างรวดเร็ว ท่าทีปั้นปึงห่างเหินเริ่มจางลง ก่อนจะมีความเชื่อใจกันอย่างที่สุด

 

นางทำหน้าที่เป็นน้องสาวที่ดีของพี่เซียวอี แม้กระทั่งเมื่อไม่กี่ปีให้หลัง เขาพบรักกับเสิ่นเซียงมี่ นางก็ยังคงรักษาท่าทีและความสัมพันธ์อันดีเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าอี้เหวินเหอเจ็บปวดกับเรื่องทำนองนี้มานานแล้ว

 

“นี่สินะ ความรู้สึกของข้า”

 

อี้เหวินเหอกลืนก้อนแข็งๆที่จุกแน่นอยู่บริเวณลำคอลงท้อง แล้วหลุบตาลงมองถนนกรวดมน นางใช้ปลายเท้าเขี่ยมันเบาๆ นึกย้อนไปถึงวันที่ทำให้ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของตนและเซียวอีแตกหัก วันที่ท่านปู่บอกว่าจะให้นางแต่งกับพี่เซียวอี

 

ทีแรกอี้เหวินเหอก็แสดงท่าทีต่อต้าน เพราะนางไม่อยากจะทำลายความสุขของเขา แต่หลังจากถูกคำพูดของท่านปู่เกลี่ยกล่อม ด้านมืดที่อยากครอบครองพี่เซียวอีก็แสดงออกมา

 

...นางเริ่มคล้อยตาม

 

“ท่านปู่ ข้าไม่อยากแต่งกับพี่เซียวอี ข้าไม่ได้รักเขา”

 

“หลานปู่ ตั้งแต่บิดามารดาเจ้าจากไป ปู่ก็เลี้ยงเจ้ามากับมือ มีหรือจะไม่รู้ได้จริงของเจ้า คิดให้ดีว่าเจ้ารักเซียวอีหรือไม่ แล้วเจ้าจะปล่อยโอกาสดีๆเช่นนี้ไปหรือ”

 

“แต่ว่าข้า...ข้า...”

 

“เก็บไปคิดนะหลานปู่ เจ้ารักเขา รักเซียวอี นี่เป็นโอกาสดี”

 

เพลานั้นอี้เหวินเหอรู้สึกสับสนไปหมด ถึงนางอยากจะแต่งกับพี่เซียวอีมากเพียงใด แต่ก็ไม่อยากให้สัมพันธ์อันดีจบลง เพราะตอนนั้นพี่เซียวอีกำลังเตรียมตัวไปสู่ขอเสิ่นเซียงมี่ และนางก็เป็นคนช่วยพี่เซียวอีเลือกของหมั้นกับมือ

 

หากอี้เหวินเหอตกปากรับคำ พี่เซียวอีที่เคยรักและเอ็นดูจะเปลี่ยนเป็นเกลียดนางในที่สุด คนที่เชื่อใจมาก มาหักหลังกันมีใครบ้างเล่าที่ไม่โกรธเกลียดเคียดแค้น “ไม่ข้าทำไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ข้ายังได้รับรอยยิ้มจากเขา แต่หากแต่งกันไป ข้าต้องได้รับแต่ความเกลียดชังโดยแน่”

 

นางในตอนนั้นได้ขอสรุปว่ายอมทุกข์ทนกับความเจ็บปวดในสถานะน้องสาว ดีกว่าให้พี่เซียวอีเกลียดนางซึ่งหน้า

 

ดังนั้นอี้เหวินเหอจึงเอ่ยปากปฏิเสธไป ทว่าท่านปู่ก็ยืนยันหนักแน่นไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องแต่งให้เซียวอี

 

“ท่านปู่ ข้า..จะไม่แต่งให้พี่เซียวอี”

 

“ไม่ได้ เจ้าต้องแต่งให้เขา ตอนนี้ข้าให้คนผูกดวงชะตาไปแล้ว เหลือแค่ทางเลือกเดียว เจ้าต้องแต่ง!”

 

นับว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ท่านปู่บังคับให้อี้เหวินเหอทำตามใจ นางได้แต่ประท้วงเงียบๆด้วยการอดข้าวอดน้ำ ก่อนภายหลังจากล่วงรู้ว่า ทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไปและมีสาเหตุ

 

แท้จริงแล้วท่านปู่ซึ่งเป็นกั๋วกง กำลังถูกเพ่งเล็งจากฮ่องเต้เฒ่าขี้หวาดระแวง ด้วยบรรดาศักดิ์ที่สูงเกินจะมอบตำแหน่งอะไรให้แล้ว รวมการเรืองอำนาจมากขึ้นของท่านปู่กำลังจะเป็นภัย

 

“ฝ่าบาท เพ่งเล็งข้ามากขึ้นแล้ว พวกเจ้าจะทำสิ่งใด ต้องรู้จักระมัดระวัง”

 

“ขอรับกั๋วกง”

 

“ตอนนี้ก็จัดการได้ไปหลายส่วนแล้ว ที่ข้ากังวลที่สุดยามนี้ คงเป็นเหอเจี๋ยเอ๋อร์[1]

 

เสียงของท่านปู่อัดแน่นไปด้วยความกังวลใจ อี้เหวินเหอแอบฟังอยู่เงียบๆแล้วจึงได้ทราบสาเหตุ เพราะถูกเพ่งเล็งนี้เอง ดังนั้นท่านปู่จึงรีบหาทางให้หลานสาวหลานชายออกห่างที่สุด หลานชายก็ส่งไปทำงานแถวบ้านนอก ส่วนหลานสาวก็แต่งออกไปกับคนไม่โดดเด่น แต่กลับอี้เหวินเหอที่ท่านปู่เลือกให้แต่งกับพี่เซียวอี ถึงจะโดดเด่นสะดุดตา แต่ก็เพราะท่านย่าเซียวมีสัมพันธ์อันดีกับไทเฮาเพราะเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่ยังเยาว์ ดังนั้นจึงสามารถรับประกันได้ว่า หากเกิดเรื่องราวร้ายแรง อี้เหวินเหอจะยังมีชีวิตรอดต่อไปได้

 

และนั่นคือหนทางที่ผลักให้อี้เหวินเหอเดินเข้ามาสู่เส้นทางอันเจ็บปวดยากจะทานทนนี้

 

ยืนขบคิดถึงเรื่องราวแต่หนหลังได้สามเที่ยวกระมัง พี่เซียวอีก็กลับออกมา อี้เหวินเหอเหลียวมองทางเขาช้าๆ ก่อนเอ่ยปากสนทนาก่อนด้วยรอยยิ้ม “กลับกันเถอะเจ้าค่ะ”

 

เห็นท่าทีของอี้เหวินเหอแล้ว เซียวอีก็มีสีหน้าเขียวคล้ำ เขาหยามนางถึงเพียงนี้ นางยังสามารถยิ้มแย้มได้ กลับกันเสิ่นเซียงมี่กลับนอนร้องไห้เงียบๆ “หญิงไร้ใจ สตรีใจอำมหิต”

 

“...” อี้เหวินเหอไม่ได้กล่าวสิ่งใด นางทำเพียงยิ้มแล้วเดินตามเขาไปเงียบๆ

 

ขณะเดินไปด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว สายลมยามดึกพัดเบาๆ เพราะอี้เหวินเหอเดินช้ากว่าเข้าก้าวหนึ่ง สายลมจึงหอบกลิ่นหายของเซียวอีมาด้วย ปกติแล้วตัวของเซียวอีจะหอมเย็น ทว่าวันนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นใคร่กามา

 

ตาอี้เหวินเหอหมองเศร้าลง รู้ดีว่าเซียวอีจงใจไม่ชำระกาย เพื่อหมายจะหยามเกียรตินางให้ย่อยยับ

 

เขาเรียกนางว่าสตรีใจอำมหิต แต่แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่อำมหิตยิ่งกว่านาง!

 

[1] เจี๋ยเอ๋อร์ คำต่อท้ายชื่อลูกสาว ใช้เรียกในทำนองเอ็นดู

แต่งบทนี้ไปแล้ว อันที่จริงอี้เหวินเหอแค่ให้เซียวอีอยู่กับตนในวันแต่งงานแค่วันนี้วันเดียว

แต่เซียวอีกลับมุ่งมั่นที่จะหยามหน้าของอี้เหวินเหอให้ได้

ส่วนเซียวอีกับเสิ่นเซียงมี่ ฟลล์นี้นักอ่านคงดูออก เซียวอีมันหลง และเสิ่นเซียงมี่อยู่เป็น นางรู้จุดว่าจุดไหนผู้ชายต้องการ ผู้ชายชอบ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #512 echoesofsilence (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:39
    ถ้าจะรับบทเป็นนางมารก็ต้องมารให้สุดนะลูก ถีบประตูเข้าไปดูมันซะเลย ดูสิจะกล้าเล่นหนังสดให้ดูไหม ยังไงก็แต่งกันแล้วมีสิทธิ์โดยกฎหมายจ้า
    #512
    0
  2. #369 Pujeap (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 10:47
    อ้างเรื่องชื่อเสียงของตระกูล แต่จริงๆนางก็อยากได้ผู้ของผู้อื่น รู้อยู่แล้วว่าเขามีคนรัก ก็ยังไม่ยอมตัดใจ อีปู่ก็ไม่รู้เรื่องอะไร ไปบังคับให้เขาแต่งงานด้วยอีก เห็นแก่ตัวกันทั้งบ้านเลย

    ก็ต้องทนอยู่กับคนที่เขาไม่รักไป จนกว่านางจะตาสว่างเอง
    #369
    0
  3. #364 Only Exception (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:44
    อาเหอตัวเอกของเรื่องนี้จริงๆต้องเรียกว่านางร้าย แต่สนุกดี แย่งของคนอื่นก็ต้องรับกรรมไป
    #364
    0
  4. #259 NatchooratNan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:40
    เกลียดนางเอก
    #259
    1
    • #259-1 Ratphak(จากตอนที่ 8)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:52
      ต้องจับโขกหัววว
      #259-1
  5. #131 foreverafter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:36
    น่าจะเป็นคนอื่นที่ช่วยแต่นางคงเข้าใจผิด นางก็ยึดติดไปนะ หาทางออกให้ได้เนอะ ดีกว่าต้องอยู่ร่วมกับคนแบบนี้เหนื่อยตาย ขอบคุณค่ะ
    #131
    1
    • #131-1 Ratphak(จากตอนที่ 8)
      17 พฤษภาคม 2563 / 18:59
      มาลุ้นกันค่ะ
      #131-1
  6. #35 สงสารผู้ร้าย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 12:41

    -หยา นี่อ่านแล้วสงสารผู้ชายกับผู้หญิงคู่รักนี้มากๆ

    แพ้ความเห็นแก่ตัวของบ้านนางเอก

    เขาจะเอาคืนบ้างก็สมควรแล้ว


    นางเอกเอง ปากอย่างใจอย่าง ทำพูดว่าจะรักษาหน้าตาตระกูล
    ทั้งที่ตัวเอง เอาแต่ใจสุดขีดมาตลอด ที่ผ่านมาหยาบคายชื่อเสียงเหลวแหลก ไม่เคยแคร์
    แต่เพื่อจะรั้งผู้ชายไว้กับตัว ก็เอาชื่อเสียงครอบครัวมาอ้าง ดึงผู้ชายไว้


    สงสารคู่รักที่โดนพราก และโดนด่าว่า เพราะนางเอกทำร้ายเอา

    #35
    1
    • #35-1 Ratphak(จากตอนที่ 8)
      9 พฤษภาคม 2563 / 13:45
      รู้สึกดีใจนะคะ ที่นักอ่านเข้าใจตัวละครที่ไรต์สร้าง เรื่องนี้อยู่ที่มุมมองจริงๆนะ ถามว่าเสิ่นเซียงมี่ คือนางร้ายเหรอ ไม่ค่ะ ผู้หญิงเวลามีเรื่องบุรุาเข้ามาดุร้ายทุกคน
      อี้เหวินเหอที่เป็นนางเอกดีร้อยมั้ย ก็ไม่ค่ะ แต่เพราะนางเป็นนางเอก นางจึงค่อนข้างมีเหตุผลอันชอบธรรมคือ ปู่นางบังคับอยากให้แต่ง เพราะรู้ว่าหลานรักอยู่แล้ว ส่วนนางเอกกับเซียวอี จริงๆนางเอกยอมตามติดเซียวอีจริง แต่ก็เป็นแค่สถานะน้องสาว นางไม่ได้อยากจะออกหน้าตา ไรต์บรรยายว่านางไขว้เขวบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยินยอมเลยเสียทีเดียว จนกระทั่งนางได้ยินว่าถ้านางไม่แต่งปู่จะทุกข์ใน นางจึงยอม ข้อนี้สามารถมองได้หลายมุมมองมาก หนึ่งไม่แต่งปู่เครียดเศร้าทุกข์ใจ แต่เมื่อนางแต่ง ได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากับเซียวอีก็จริง แต่ผลที่ตอบกลับมา คือนางถูกตราหน้าจากผู้คนว่าแย่งคนรักของคนอื่น (ซึ่งนี่คือผลที่อี้เหวินเหอต้องยอมรับ) นอกจากนี้ยังต้องทุกข์ตรมจากการกระทำของเซียวอีอีกด้วย
      ส่วนเซียวอี ตัวตนของผู้ชายคนนี้ยังออกมาไม่หมดค่ะ แต่บอกได้คำเดียวว่า บุรุษน้อยคนนักที่จิตใจจะไม่โลเล
      .
      .
      . ที่อธิบายมายืดยาวนี่ อธิบายมุมมองตัวละครนะคะ ชอบความเห็นของนักอ่านที่ตีตัวละครละเอียดมาก
      #35-1
  7. #9 ANGELBABYZZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 17:24
    หลัวเลวๆๆๆแบบนี้
    ขอให้น้องหย่าได้หย่าไวไว
    #9
    1
    • #9-1 Ratphak(จากตอนที่ 8)
      7 พฤษภาคม 2563 / 11:36
      รอชมเลยค่ะ เซียวอีคนเขลา
      #9-1