เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 7 : สาม คนใจอำมหิต (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

สาม

คนใจอำมหิต

รถม้าออกมาบริเวณประตูหลังของจวนสกุลเซียวก็วิ่งกรุกกรักไปตามท้องถนนเส้นหนึ่ง ถนนสายนี้ยามตะวันตื่นพลุ่กพล่านไปด้วยผู้คนเพราะเป็นทำเลทองในการค้าขาย ทว่าเมื่อยามค่ำมาเยือนก็เงียบสงัดจนน่าใจหาย

 

“คุณหนูถึงที่หมายแล้วขอรับ” เสียงของบ่าวรับใช้ชายซึ่งทำหน้าที่เป็นคนบังคับม้าลอยเข้ามาชุดหนึ่ง หลังจากรถม้าที่แล่นกึกกักมาเกือบสองเค่อหยุดตัวลง

 

อี้เหวินเหอซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาตั้งแต่ครั้งก้าวเท้าออกจากประตูห้องหอ จึงเริ่มขยับตัวขณะเดียวกันก็เปล่งเสียงขานรับเบาๆ “ข้ารู้แล้ว”

 

ครั้นอี้เหวินเหอโผล่หน้าออกมาจากรถม้า ประตูใหญ่ของบ้านหลังหนึ่งก็ตั้งเด่นสง่าอยู่เบื้องหน้า ความโอ่อ่าบ่งบอกถึงสถานะอันมีจะกินของเจ้าของบ้านอยู่ไม่น้อย

 

บ้านหลังนี้ คือบ้านหลังหนึ่งที่สกุลเซียวปลูกเอาไว้

 

สกุลเซียวเป็นขุนนางมาหลายช่วงอายุคน ทั้งทายาทแต่ละช่วงอายุก็ทำความดีความชอบเอาไว้อย่างไม่ขาดสาย ดังนั้นบนที่ดินพระราชทานจึงมีรายชื่อของสกุลเซียวอยู่ไม่ใช่น้อย ที่ดินอยู่นอกเมืองบางจุดก็ปล่อยให้ชาวบ้านเช่าทำไร่ทำนาหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ส่วนที่ดินในตัวเมืองแถบย่านการตลาด สกุลเซียวก็แบ่งสรรปันส่วนปล่อยให้เช่าบ้าง บ้างก็สร้างบ้านไว้ตามประสาคนมีที่ดินเหลือเฟือ

 

ด้วยจำนวนบ้านที่สกุลเซียวถือเอาไว้ในมือ แน่นอนว่าไม่ง่ายเลยที่อี้เหวินเหอจะตามตัวของเซียวอีพบโดยง่าย ทว่านางก็อาศัยความสนิทชิดเชื้อมาตั้งแต่เด็ก สามารถล่วงรู้ได้ว่าเซียวอีจะใช้บ้านหลังใดเป็นรังรักกับเสิ่นเซียงมี่

 

“คุณหนู ข้าว่า...ข้าว่าเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ” แม้จะถึงที่หมายแล้ว เสี่ยวชุนก็ยังคงแสดงท่าทีลังเลไม่เห็นด้วยกับอี้เหวินเหอ “ข้าว่าหากท่านเข้าไป จะเป็นการแตกหักกับท่านรองเจ้ากรมคลังนะเจ้าคะ”

 

อี้เหวินเหอช้อนตามองเสี่ยวชุนนิดๆ ก่อนตอบด้วยเสียงกึ่งสุขกึ่งเศร้า “ข้ากับเขาก็แตกหักกันมานานแล้วไม่ใช่หรือ” แต่เดิมถึงอี้เหวินเหอจะสนิทกับเซียวอี แต่ความชิดเชื้อกันก็ถูกทลายลงตั้งแต่นางถูกเลื่อนสถานะให้เป็นคู่หมั้นของเขาแล้ว ดังนั้นต่อให้วันนี้เกิดเรื่องนองเลือดขึ้นมา ก็นับว่าไม่แตกหัก เพราะสัมพันธ์ของเซียวอีและอี้เหวินเหอเลยจุดนั้นมาเนิ่นนานแล้ว

 

เสี่ยวชุนรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาท้วมท้น แล้วตัดสินใจเดินไปเคาะประตูเรียก อย่างไรก็เดินทางมาถึงแล้ว นางเองก็ไม่อยากให้คุณหนูเสียหน้าที่สามีไม่ร่วมหอด้วยเช่นกัน “ก็ได้เจ้าค่ะ เสี่ยวชุนจะทำตามที่คุณหนูสั่งทุกประการ”

 

คล้อยจากเสียงเคาะประตูของเสี่ยวชุนไม่นาน หูอี้เหวินเหอก็ได้ยินเสียงดึงกึกกักดังแว่วมาจากด้านใน เพียงชั่วอึดใจก็มีบ่าวชายหน้ากลมท่าทีงัวเงียโผล่หน้ามาพร้อมโคมไฟ “ผู้ใด มีเรื่องอะไรหรือ”

 

อี้เหวินเหอก้าวออกมาก้าวหนึ่ง เพื่อให้แสงจากโคมไฟส่องดวงหน้าให้ชัดเจนขึ้น “ข้าเอง ส่วนมีเรื่องอะไรเจ้าน่าจะรู้ได้เอง”

 

“ข้าเอง ใครกัน” บ่าวรับใช้ชายชูโคมไฟในมือให้สูงขึ้น เวลาเดียวกันก็ยกมือขยี้ตาไปด้วย

 

เพียงแสงสีส้มเลียใบหน้าของอี้เหวินเหอให้ชัดเจนขึ้น บ่าวรับใช้ก็มีสีหน้าแตกตื่นลนลาน จนหวิดทำโคมไฟตกพื้น เรียกชื่ออี้เหวินเหอราวกับเพิ่งพบเจอญาติที่ตายจากกันไปนาน “คุณหน...ฮูหยินนะ...”

 

“หลีกไปซะ” อี้เหวินเหอไม่รอให้บ่าวรับใช้ค้นหาเสียงของตัวเองเจอ สืบเท้าเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

 

บ่าวรับใช้ยังอยู่ในห้วงของความตกตะลึง จึงปล่อยให้อี้เหวินเหอผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ทว่าเมื่อแผ่นหลังของอี้เหวินเหอหายไปกับตัวเรือนบ่าวรับใช้ก็พลันได้สติ รีบตบหน้าตัวเองทีหนึ่งแล้ววิ่งออกไปโดยไว “เพ้ย! นี่ใช่เวลาที่เจ้าจะแตกตื่นอยู่หรือ ต้องรีบไปบอกแจ้งข่าว ต้องรีบ!”

 

คุณหนูอี้เหวินเหอบุกมาถึงที่นี่ เขาจะมั่วเอ้อระเหยตกตะลึงอยู่ได้อย่างไร!

 

ด้วยอาศัยทางลัดและความชำนาญเป็นทุนเดิม บ่าวรับใช้ชายจึงมาถึงเรือนที่รองเจ้ากรมคลังอยู่ก่อนอี้เหวินเหอ เห็นเรือนนอนของรองเจ้ากรมคลังอยู่รำไร บ่าวรับใช้ชายคนนี้ก็ออกปากตะโกนเรียกอากู้เสียงดัง “อากู้ อากู้ แย่แล้ว!”

 

อากู้กำลังเอนตัวพิงเสาหินหลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะเสียงเรียกโหวกเหวก ตอนแรกก็สับสนงุนงงอยู่บ้าง ครั้นพอนึกขึ้นได้ว่าจะไปรบกวนรองเจ้ากรมคลังกับคุณหนูเสิ่นเข้า ก็รีบเดินพลางแสดงท่าทางให้คนส่งเสียงเอะอะให้ลดเสียงลง “เจ้าเงียบลงหน่อย ท่านรองเจ้ากรมคลังกับคุณหนูเสิ่นกำลังพักผ่อนอยู่ แล้วเจ้ามีอะไรถึงเอะอะ”

 

พูดไปแล้วอากู้ก็รู้สึกกระดากปาก อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่ที่ท่านรองเจ้ากรมคลังมาที่แห่งนี้ ก็ยังไม่ได้หลับใหลกันเลยแม้แต่ตื่นเดียว ทั้งสองพรอดรักด้วยความรักและความคิดถึง เสียงความวาบหวามกำซาบซ่านนั้นเพิ่งจะจางไปเมื่อประมาณสองเค่อก่อนนี้เอง

 

บ่าวรับใช้ลดความตื่นตระหนกลงทว่ายังคงลุกลนไม่หาย รีบยื่นหน้าไปกระซิบบอกอากู้ “คุณหนูอี้เหวินเหอ ไม่สิฮูหยินน้อยมา!”

 

ตาอากู้เบิกเบิกขึ้นจนกลมดิก ขณะเดียวกันก็อุทานออกมาเสียงดัง ก่อนรีบอุดปากตัวเองเอาไว้แน่น เนื่องจากเกรงว่าเสียงของตนจะลอยไปถึงหูของรองเจ้ากรมคลังเข้า

 

ทว่าอากัปกิริยานี้ก็สายเกินไป เพราะเซียวอีที่เริ่มเคลิ้มหลับหลังจากจบการบรรเลงบทเพลงรักกับเสิ่นเซียงมี่ ตาสว่างขึ้นราวกับดวงจันทร์เสียแล้ว เขารีบลุกขึ้นคว้ากางเกงขึ้นมาสวม

 

ส่วนเสิ่นเซียงมี่รู้สึกถึงการขยับตัวของเซียวอีก็อดลุกขึ้นมามิได้ เมื่อครู่นางก็ได้ยินเสียงตะโกนของอากู้เช่นกัน แต่ทว่านางก็แสร้งหลับตาข้างหนึ่ง ทำเป็นไม่ได้ยินถามออกไปด้วยท่าทีใสซื่อ “เกิดอะไรหรือเจ้าคะ พี่เซียวอี”

 

เซียวอีส่งยิ้มให้เสิ่นเซียงมี่ แล้วลูบแก้มนางเบาๆ “เจ้านอนต่อเถอะ ข้าออกไปจัดการสักครู่”

 

“เดี๋ยวเจ้าคะ” เสิ่นเซียงมี่คว้ามือของเซียวอีไว้ แล้วนับมาแนบแก้มทั้งสองข้างอย่างเทิดทูน “ข้ารักท่านมากนะเจ้าคะ พี่เซียวอี”

 

เซียวอีผงกศีรษะยิ้มละมุน โน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากของเสิ่นเซียงมี่เบาๆด้วยความรัก “ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน รักเจ้าเพียงคนเดียว”

 

เรียวปากของเสิ่นเซียงมี่คลี่เป็นยิ้มสวย ก่อนแสดงท่าทีเอียงอายอย่างที่สตรีพึงมี นางไม่รู้ว่าประโยคนี้อี้เหวินเหอจะได้ยินหรือไม่ แต่ถ้าได้ยินเด็กคนนั้นคงจะเจ็บปวดมิใช่น้อย “ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่เซียวอีที่รักข้า”

 

ด้านนอกเรือนนอนนั้น อี้เหวินเหอยืนฟังคำพร่ำพรอดบอกรักกันด้วยสีหน้าเงียบสงบ นางไม่รู้ว่าเสิ่นเซียงมี่จงใจหรือไม่ เพราะอี้เหวินเหอรู้ดีว่าเสิ่นเซียงมี่ระแคะระคายมานานแล้วว่านางมีใจให้กับพี่เซียวอี

 

ไม่สิ ต้องจงใจเป็นแน่

 

ทนฟังคำพร่ำพรอดบอกรักอยู่อีกพักหนึ่ง ในที่สุดพี่เซียวอีก็ปรากฏตัวออกมา อี้เหวินเหอส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนเข้าประเด็นในประโยคเดียว “พี่เซียวอี ข้ามาตามท่านกลับเรือนหอของเราเจ้าค่ะ”

ตอนนี้มีสองพาร์ทย่อย พาร์ทที่สองจะเฉลยว่าเป็นไง ว่าไงกันแน่ ว่าทำไมอี้เหวินเหอกับเซียวอีถึงต้องมาแต่งกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #511 echoesofsilence (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:36
    คิดว่าเขียนบทให้นางร้ายทำตัวผิดกับยุคสมัยไปนิดนะคะ เข้าใจว่าต้องการเขียนให้ดูไม่รักนวลสงวนตัว แต่ว่ายังไงนางก็เป็นลูกขุนนาง มีการศึกษาลูกคุณหนูคนนึง อย่างน้อยถ้าให้รังรักเป็นบ้านข้างนอกน่าจะเป็นไปได้กว่าถึงขนาดมานอนกกอยู่ในจวนผู้ชาย มันดูไม่ค่อยเป็นไปได้อ่ะค่ะ
    #511
    0
  2. #150 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:57

    น่าจะถือกระบองมาด้วยน้า

    #150
    1
    • #150-1 Ratphak(จากตอนที่ 7)
      17 พฤษภาคม 2563 / 19:06
      เอาไว้ฟาดใช่มั้ยคะ 555
      #150-1
  3. #139 orn2515 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:51
    ตามกลับเรือนหอของเรา
    #139
    1
    • #139-1 Ratphak(จากตอนที่ 7)
      17 พฤษภาคม 2563 / 19:03
      ต้องอาผู้ชายหลับมาา
      #139-1
  4. #130 krathi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:29
    เซียวอีกับคนรักยังไม่ได้แต่งงานกันไม่ใช่เหรอ ทำไมนางถึงมานอนค้างบ้านคนอื่นได้ ทำไมถึงไม่ถนอมคนที่ตัวเองเลย ยิ่งอ่านยิ่งไม่ชอบเซียวอี เหวินเหอน่าจะเปลี่ยนใจเนอะ แต่ก็นะคนมันรักเข้าใจอยู่ ขอบคุณค่ะ
    #130
    1
    • #130-1 Ratphak(จากตอนที่ 7)
      17 พฤษภาคม 2563 / 18:59
      แหวกประเพณีค่ะ ชิงสุกก่อนห่าม
      #130-1