เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 6 : สอง วันร่วมสกุล (4) จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

คิดอะไรเรื่อยเปื่อย หูของอี้เหวินเหอก็ได้ยินเสียงสั่งให้ลดเกี้ยวเบาๆลอยเข้ามา “วางเกี้ยว”

 

ถัดจากนั้นเพียงชั่วอึดใจ ประตูเกี้ยวก็ถูกเตะรวดเดียวสามครั้ง แต่เพราะแรงเตะมากไปกระมัง ประตูเกี้ยวถึงหลุดออกมา แล้วลงไปนอนกองอยู่กับพื้นเช่นนั้น

 

ผู้คนโดยรอบ แสดงสีหน้าตกใจ บ้างส่งเสียงกรีดร้อง บ้างยื่นหน้าซุบซิบกันอย่างสนุกปาก “ว้าย!”

 

“นั่นเตะเพราะรักหรือแค้นกันแน่นะ”

 

“ใช่ๆ หมายฆ่าคนเลยนะ” 

 

ทว่าอี้เหวินเหอกลับสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้ไม่ได้เหนือจากที่นางคาดการณ์ไว้ เซียวอีคนนี้ภายนอกคือหนุ่มรูปงามแสนสุภาพ แต่เวลาโกรธแล้วก็ไม่ต่างจากสัตว์ดุร้ายตัวหนึ่ง แม้จะมีหน้าตาของสกุลให้แบก แต่ก็มิวายเล่นงานคืนทุกทาง

 

ไม่ตกใจ!

 

เซียวอีรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่เหลือประมาณ จนคิ้วทักสองแทบจะถักกันเป็นผีเสื้อ หลังจากแกล้งเตะประตูเสียเต็มแรงแล้วมิอาจเรียกเสียงตื่นตระหนกตกใจของอี้เหวินเหอให้หลุดรอดออกมาได้แม้แต่เสียงเดียว อีกทั้งนางยังก้าวเดินออกมาได้อย่างสง่าผ่าเผยอีกด้วย “บัดซบ!”

 

แต่เดิมอี้เหวินเหอก็เป็นพวกหูตาไว เสียงสบถของเซียวอี นางย่อมได้ยินอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อนางเดินเข้าใกล้เขา จึงกระซิบกลับไปด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกัน “ขอบคุณพี่เซียวอีเจ้าค่ะ เพราะท่านข้าถึงเดินออกมาได้สะดวกยิ่ง”

 

หลังหูเซียวอีขึ้นสีแดงก่ำ เขาจ้องมองคนในชุดเจ้าสาวด้วยหัวใจที่แค้นเคือง จากนั้นก็เอื้อมมือไปกระชากแขนนางมาแล้วดึงเข้าไปในจวนอย่างไม่ถนอม เด็กบ้านี่คิดจะยั่วโทสะเขาหรือย่อมได้...

 

อากัปกิริยาเหล่านี้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก แต่อี้เหวินเหอก็คงรูปหน้าได้อย่างงดงามยิ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงร้องสักแอะ ทั้งเท้ายังก้าวตามทันได้อย่างสบายๆ เมื่อถึงแท่นพิธีก็ยอบตัวให้เล็กๆอีกด้วย “ขอบคุณเจ้าค่ะพี่เซียวอี เพราะท่านข้าถึงมาถึงแท่นพิธี โดยไม่ต้องวุ่นวาย”

 

ฟังอี้เหวินเหอพูดจบ หน้าเซียวอีก็ตึงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ ฟันทั้งบนล่างบดเข้าหากันจนเกิดเสียงข่มขวัญคน เด็กบ้าคนนี้สมควรโดนฆ่าให้ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป! “เก่งให้ตลอดล่ะ!”

 

อี้เหวินเหอเอียงหน้านิดๆ พอให้เซียวอีได้เห็นมุมปาก แล้วยิ้มอย่างยียวน “แน่นอนเจ้าค่ะ”

 

ครั้งนี้สีหน้าเซียวอีแดงเถือกไปทั้งดวง เขาขบฟันจนเกิดเสียงดังกรอดอย่างไม่ปิดบัง เพ่งมองอี้เหวินเหอที่เดินตามแม่สื่อไปทำพิธีคารวะไม่วางตา “อี้เหวินเหอ…”

 

ในที่สุดก็ถึงเวลากราบไหว้ฟ้าดิน ทั้งอี้เหวินเหอและเซียวอีต่างยืนอยู่ที่แท่นพิธี ซึ่งบัดนี้ลานเบื้องหน้าพร้อมทั้งฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวซึ่งเป็นย่า บิดาอย่างเซียวฉาน

 

“หนึ่งคำนับฟ้าดิน” สิ้นเสียงขานนี้เซียวอีและอี้เหวินเหอก็คารวะฟ้าดิน หลังจากนั้นก็หมุนตัวตามเสียงประกาศ เมื่อจบประโยคสุดท้าย อี้เหวินเซียวก็ถูกพาไปที่ห้องหอ “ส่งตัวเข้าหอ”

 

เมื่อมาถึงเตียงนอนในห้องหอ อี้เหวินเหอก็ถูกประคองให้นั่งลงบนเตียง รอการมาของสามีอย่างเซียวอี ส่วนด้านข้างถัดไปนั้นมีเสี่ยวชุนและสาวใช้ แต่ละนางถือถาดซึ่งบรรจุของสำหรับคืนมงคลเอาไว้คนละอย่าง

 

“...” อี้เหวินเหอ มองโดยไม่พูดอะไร นางหันไปสนใจมองของมงคลจำพวกธัญพืชที่วางอยู่บนเตียง เอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆ ใจนางยามนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ด้านหนึ่งดีใจที่ได้แต่งกับคนที่รัก อีกด้านหนึ่งก็ทุกข์ใจ เพราะคนที่นางรักสุดหัวใจ กลับเกลียดนางจนสุดหัวใจเช่นกัน

 

และนางก็รู้ว่าค่ำคืนนี้ การจะรั้งตัวเจ้าบ่าวไว้ที่เรือนหอนี้คงเป็นเรื่องยาก แต่แล้วอี้เหวินเหอก็ส่ายหน้า นางคงคาดผิดไป คำคืนนี้แม้แต่เงานางก็เกรงว่าจะไม่ได้เห็นเลยต่างหากเล่า “เห้อ...เสี่ยวชุน เจ้าพนันกับข้าสักตาดีหรือไม่”

 

เสี่ยวชุนแปลกใจยิ่ง จึงเดินเข้าใกล้ก้าวหนึ่ง “พนันอะไรเจ้าคะคุณหนู ไม่สิฮูหยิน”

 

อี้เหวินเหอยิ้มละมุน ทว่าแววตากลับทุกข์ตรมยิ่ง ดีหน่อยที่ผ้าคลุมหน้า นางจึงไม่เผยความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นเข้า “พนันว่าคืนนี้พี่เซียวอีจะมาเข้าหอกับข้า หรือหนีไปอยู่กับสตรีผู้นั้น”

 

ทางเสียวชุนได้ยินอี้เหวินเหอพูดก็ตกใจ “คุณหนู ไม่สิ ฮูหยินพูดอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ คืนนี้ท่านรองเจ้ากรมคลังต้องมาเข้าหออยู่แล้วเจ้าค่ะ”

 

เป็นอีกครั้งที่อี้เหวินเหอเหยียดยิ้มอย่างเยาะหยัน ที่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าหยันตนเองหรือผู้ใดกันแน่ “ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”

 

อี้เหวินเหอหวังให้นางคิดผิด คิดผิดที่พี่เซียวอีจะเลือกอยู่กับนาง มิใช่ผู้หญิงคนนั้น ทว่าสวรรค์เหมือนจะเป็นใจให้คำทำนายทายทักของนางแม่ราวจับวาง  เพราะค่ำคืนนั้น แม้ยามจื่อมาเยือนแล้ว ก็ยังไร้เงาเจ้าบ่าวมาเยือนห้องหอ

 

“ฮ่าๆ” อี้เหวินเหอหัวเราะน้อยๆ เมื่อเหลียวตามองกาน้ำหยดก็พบว่าเป็นเวลาดึกมากแล้ว นางค่อยๆลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ปลดผ้าคลุมหน้าตามด้วยเครื่องประดับออก บรรจงวางแต่ละชิ้นไว้ยังปลายเตียงอย่างพิถีพิถัน คลายประวิงเวลารอคนผู้หนึ่ง เมื่อไร้วี่แววจึงเดินตรงไปยังหีบข้าวของ หยิบเสื้อคลุมสีทึบขึ้นมาแล้วหมุนตัวเดินออกไปด้านนอก

 

บ่าวรับใช้อย่างเสี่ยวชุนเห็นเข้าก็ตกใจ รีบวิ่งไปขวางทันที “ฮูหยิน ฮูหยินจะไปที่ใดกันเจ้าคะ ออกจากห้องหอมิได้”

 

อี้เหวินเหอหันมองสาวใช้ด้วยรอยยิ้ม “ขนาดเจ้าบ่าวยังไม่ย่อมเข้าร่วมหอ ข้าทำอะไรเช่นนี้คงไม่ผิดอะไรกระมัง”

 

เสี่ยวชุนก้มหน้า รู้สึกเห็นใจคุณหนูขึ้นมาอย่างยิ่งยวด แต่ก็ยังหาข้ออ้างให้เซียวอี “ท่านรองเจ้ากรมคลังอาจจะยังอยู่ในงานเลี้ยงก็ได้เจ้าค่ะ”

 

“งานเลี้ยงหรือ” อี้เหวินเหอทวนเสียงเศร้า “ข้ารู้ว่าเจ้าปลอบใจข้า แต่เสี่ยวชุน ข้าไม่ได้โง่ หูข้าก็ไม่พิการ งานเลี้ยงนั่นเลิกไปตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้ว”

 

ปากเสี่ยวชุนขบเม้มเข้าหากัน จริงอย่างที่คุณหนูพูด งานเลี้ยงมงคลเลิกไปตั้งนานแล้ว แต่ท่านรองเจ้ากรมคลังก็ไม่ปรากฏตัวที่เรือนหอ “แล้วคุณหนูจะไปที่ใดเจ้าคะ”

 

ปลายนิ้วอี้เหวินเหอเท้ากับสะเอว แสดงสีหน้าครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก็เสนอข้อคิดเห็นออกมา ข้อคิดเห็นที่ชวนให้บ่าวไพร่ตกตะลึง “ข้าควรจะไปที่ไหนดี อ้อ...ไปตามสามีข้ากลับเรือนหอดีหรือไม่”

 

“คุณหนู!” ครั้งนี้เสี่ยวชุนร้องเสียงหลง คุณหนูรู้ทั้งรู้ว่าตอนนี้รองเจ้ากรมคลังอยู่กับเสิ่นเซียงมี่ หากไปตามตอนนี้ มิเจ็บช้ำใจแย่หรือ

 

แม้เสี่ยวชุนไม่พูด อี้เหวินเหอก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของสาวใช้ตอนนี้ “ข้าสบายดีเสี่ยวชุน ทว่าหากข้าไม่ไป ข้าก็มิใช่อี้เหวินเหอ”

 

อย่างไรเสียอี้เหวินเหอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนางมารมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และนางมารเช่นนาง ยามถูกแย่งชิงสามี จะอยู่เฉยได้อย่างไร

เกร็ด

การแต่งงานของจีนสมัยก่อน ตอนเจ้าสาวลงจากเกี้ยว จะให้เจ้าบ่าวเตะที่เกี้ยวสามครั้ง เพื่อเป็นการวัดว่า ผู้หญิงที่แต่งงานด้วยจะกรีดร้อง หรือส่งเสียงเอะอะหรือไม่ ถ้าเผลอร้องออกมา ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีเท่าไหร่

ข้อข้องใจ : ถ้าเกิดผู้หญิงร้องขึ้นมาจริงๆ แล้วจะให้ยกขบวนกลับไปเลยเหรอ (อันนี้หาข้อมูลไม่ได้เลยค่ะ)

พูดคุย

ตอนนี้หน่วงทั้งตอน เช้าบั่นเดี๋ยวบั่นคอไก่ ไล่ให้คนไปตามสามีมาร่วมพิธี  ตกดึกเปลี่ยนชุดออกไปตามสามีมาเข้าห้องหอ 

เห้อ! ชีวิตของอี้เหวินเหอไม่ง่ายเลย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #510 echoesofsilence (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:33
    สงสารนางเอก จะสุขก็ไม่สุด จะทุกข์ก็ไม่สุดหรอกแต่งกับคนคนนี้ คิดว่าคงมีเบื้องลึกที่ต้องแต่งกัน ไม่น่าใช่เพราะนางเอกอยากแต่งหรอก
    #510
    0
  2. #368 Pujeap (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 10:28
    ไปตามสามี(คนอื่น)คืน
    #368
    0
  3. #276 สายหมอกในเมืองร้อน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 11:17

    เออ โง่แบบนี้ก็ต้องทนต่อไปเถอะนะ หาดีกว่านี้ไม่ได้ก็จรงอยู่รับผลกรรมที่ได้เลือกเอาไว้ อามิตตาพุท

    #276
    1
    • #276-1 Ratphak(จากตอนที่ 6)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:45
      ใช่ค่ะเลือกแล้วต้องยอมรับ
      #276-1
  4. #138 orn2515 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:46
    ตามหาสามีคืนมา
    #138
    1
    • #138-1 Ratphak(จากตอนที่ 6)
      17 พฤษภาคม 2563 / 19:03
      สงสารน้องมากค่ะ ต้องตาม
      #138-1
  5. #7 พราว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 14:24

    รักหรือหลงเอาจริงๆ

    #7
    1
    • #7-1 Ratphak(จากตอนที่ 6)
      7 พฤษภาคม 2563 / 11:35
      รักและหลงมีแค่เส้นบางๆกั้นเท่านั้นเอง สำหรับเซียวอี หลงลมปากของเสิ่นเซียงมี่
      #7-1
  6. #6 galaxy_6188 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 03:37
    ปล่อยเขาไปเถอะ เค้าไม่รักเรา
    #6
    1
    • #6-1 Ratphak(จากตอนที่ 6)
      7 พฤษภาคม 2563 / 11:35
      อีกไม่นานก็จะถึงจุดที่อี้เหวินเหอจะปล่อยมือ
      #6-1
  7. #5 2531 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 20:12
    นางเอกไม่น่าสงสารทำตัวเองทั้งนั้นแต่รออ่านว่าจะทำตัวไรค่าไปจนถึงไหน
    #5
    1
    • #5-1 Ratphak(จากตอนที่ 6)
      7 พฤษภาคม 2563 / 11:35
      ไรต์ตอบไม่ออก เพราะเนื้อเรื่องยังออกมาไม่หมด แต่ขอบคุณมากๆค่ะที่เข้ามาอ่านนิยายของไรต์
      #5-1