เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 45 : สิบเก้า สารภาพรัก (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    13 ก.ย. 63

ยิ่งพินิจใคร่ครวญยิ่งหัวใจยิ่งยุ่งเหยิงเพราะนางตอนนี้เกี่ยวพันกับคุณชายเยี่ยไปทั้งตัวแล้ว อี้เหวินเหอจึงส่ายหน้าเรียกสติ แล้วหันมาเค้นถามอาการของจูเก่อเยี่ยต่อ “ว่าอย่างไรคุณชายเยี่ย วันนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สายที่ใดหรือไม่”

 

“...” จูเก่อเยี่ยกุมคางครุ่นคิด ดวงตาอบอุ่นเริ่มแฝงเล่ห์ขึ้นมาหนึ่งระดับ

 

กิริยาท่าทางของจูเก่อเยี่ยมองเผิน ๆ ก็ปกติธรรมดา หาได้มีอะไรพิเศษไม่ ทว่าคนเห็นไส้ทั้งยังรู้พุง จึงรับรู้ได้ในทันทีว่าคุณชายเยี่ยท่านนี้กำลังคิดจะเล่นลูกไม้บางประการกับตนเองอีกแน่ จึงกล่าวขัดทันควัน “ห้ามตอบว่าสบายดีโดยเด็ดขาด เมื่อวานข้าเห็นท่านไออยู่” 

 

อี้เหวินเหอเห็นว่าคนผู้นี้ไอโคลกๆ แต่แอบไม่ให้นางเห็นเท่านั้น

 

ลูกไม้อันแพรวพราวถูกดักคอจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า จูเก่อเยี่ยจึงเหลือกตามองฟ้า ยกนิ้วปัดจมูกทีหนึ่งก่อนตอบออกมาด้วยความสัตย์จริง “ก็มีเหนื่อยล้าตามเดินทาง เจ็บคอ กับไออีกเล็กน้อย”

 

ฟังอาการจนครบแล้ว อี้เหวินเหอก็เงยหน้าขึ้นมอง เพ่งพิศด้วยความตั้งอกตั้งใจก็เห็นว่าถึงร่องรอยของการเจ็บป่วยจะถูกรอยยิ้มดั่งแสงตะวันบดบังไปเสียเกือบหมด แต่ก็มีให้เห็นอยู่บ้างประปราย ดังนี้นางจึงหันไปหาเสี่ยวชุน ให้เร่งออกไปตามหมอมาตรวจดูอาการเสียหน่อย “เสี่ยวชุน รบกวนเจ้าไปเชิญท่านหมอมาให้ข้าที”

 

เสี่ยวชุนยอบตัวลงก่อนเร่งรุดไปทันที “เจ้าค่ะคุณหนู”

 

ด้านจูเก่อเยี่ยได้ยินว่าต้องตามหมอใบหน้าก็บู้บี้ จนแทบขยุกเป็นก้อนเดียวกัน “อะไรกันแม่นางเหอ เหตุใดต้องตามหมอด้วย”

 

พบกับกิริยาท่าทางประหนึ่งเด็กดีตีอกชกท้องแล้วอี้เหวินเหอจึงขึงตามอง ตำหนิด้วยด้วยน้ำเสียงไม่หนักไม่เบา “ไม่ตามได้อย่างไร หากท่านเป็นอะไรแล้วข้ารับไหวหรือ กับพ่อบ้านหยวนข้ามิอาจรับมือได้หรอกนะ”

 

เอาพ่อบ้านหยวนมาอ้างทีไร สีหน้าของอี้เหวินเหอก็เศร้าหมองลงทุกที จูเก่อเยี่ยเองก็โวยวายไม่ออก เพราะใคร ๆก็รู้ว่าว่าพ่อบ้านหยวนรับมือยากเพียงใด แต่ท่ามกลางเรื่องน่าอึดใจจูเก่อเยี่ยก็สุขใจอยู่เรื่องหนึ่ง จนอดยิ้มไม่เผยฟันเสียมิได้ “ข้ามเรื่องต้องหาหมอกับพ่อบ้านหยวนไป ข้ายินดียิ่งที่แม่นางเหอห่วงใยข้า”

 

มาอีกแล้วรอยยิ้มนี้ อี้เหวินเหอมองยิ้มชวนให้หัวใจรู้สึกคันยิบๆนั่นเพียงปราดหนึ่งแล้วไม่มองอีก ยิ้มนี้จะว่าไปก็อธิบายได้ยากนัก จะว่าเขาเสแสร้งแกล้งกันเล่นก็ใช่ จะว่าจริงใจจากใจก็ใช่อีก แต่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากสร้างความสับสนให้แล้ว ยังทำให้หัวใจของอี้เหวินเหอเต้นในจังหวะแปลกพิกลอีกด้วย ดังนี้นางจึงเลี่ยงไม่มอง แล้ววกกลับเข้าเรื่องเดิม “มันเป็นหน้าที่ของข้า ข้าต้องดูแลท่าน หากไม่ทำแล้วก็ควรถอยออกไป”

 

ถึงจูเก่อเยี่ยจะทราบดีว่าอี้เหวินเหอทำไปเพราะภาระหน้าที่แต่ก็อดดีใจเสียไม่ได้ จึงแกล้งยกมือกุมอกด้วยสีหน้าตระหนกตกใจเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด โดยมีเป้าหมายลองใจและให้นางมาพะเน้าพะนอดูแล “อะ”

 

เห็นท่าทีไม่ดีแล้วของจูเก่อเยี่ย กอปรกับในเมื่อครู่ก่อนนั้นเขาได้สารภาพอาการที่แท้จรงออกมา อี้เหวินเหอก็สะท้านสะเทือนไปทั้งกายใจรีบก้าวประชิดแล้วถามไถ่อาการด้วยเสียงห่วงใย ครั้นพบว่ายิ่งนานเข้าสีหน้าจูเก่อเยี่ยยิ่งเจ็บปวดเหลือแสน จึงตะโกนเรียกผู้คนด้วยท่าทีตระหนกลนลาน “คุณชายเยี่ยคุณชายเยี่ย ท่านเป็นอันใดหรือ เสี่ยวชุน ไม่สิ องครักษ์เฉา องครักษ์เฉา”

 

ระหว่างที่อี้เหวินเหอแตกตื่นจนลนลานอยู่นี้เอง จูเก่อเยี่ยก็ล้มตัวลงนอนหนุนตักของอี้เหวินเหอแล้วหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข ทั้งยังเย้าแหย่ได้อย่างไร้ท่าทีเจ็บปวดเจียนตายอย่างเมื่อครู่อีกด้วย “ไหนว่าทำตามหน้าที่กัน แท้จริงเจ้าก็ห่วงใยข้านี่นา”

 

น้ำเสียงของจูเก่อเยี่ยกลับมาเป็นดุจเดิมแล้ว ทั้งยังล้มตัวลงนอนทับตักของนางอีกด้วย อี้เหวินเหอก็ฉุนจนแสบจมูกไปหมด อ้าปากพะงาบ ๆพูดอะไรไม่ออก หมายจะยื่นมือบิดไปที่เนื้อข้างเอวอย่างเช่นเคย แต่ครั้งนี้จูเก่อเยี่ยกับยุดมือนางไว้ได้ แล้วพูดเรื่องที่ทำให้อี้เหวินเหอแทบหยุดหายใจ “แม่นางเหอ ข้ามาคิดๆดูแล้ว ข้าน่ะหลงรักเจ้าไปแล้วล่ะ”

 

คำกล่าวนี้ทำให้สีหน้าอี้เหวินเหอเปลี่ยนวูบ รีบเอ่ยเตือนให้เขาเลิกล้อกันเล่นเสียที “คุณชายเยี่ย ท่านชักจะเล่นเกินไปเสียแล้ว ท่านก็รู้”

 

จูเก่อเยี่ยส่ายหน้าแล้วมองอี้เหวินเหอด้วยแววตาหนักแน่นจริงใจ ปราศจากแววล้อกันเล่นโดยสิ้นเชิง “ใครว่าข้าพูดเล่นกัน ข้าชอบเจ้าจริง ๆ หรือตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี้แม่นางเหอไม่ล่วงรู้ถึงการกระทำของข้ากัน”

 

ตัวจูเก่อเยี่ยคิดว่าตนเปิดเผยยิ่งนัก จนเกรงว่าต่อให้คนสมองบวมมาพินิจพิเคราะห์ก็รู้ซึ้งถึงความนัย

 

ฟังชายหนุ่มกล่าวจบแล้วอี้เหวินกสวนกลับทันทีทันใดอย่างคนปิดกั้นหัวใจแล้ว สตรีแต่งงานแล้วเช่นนางไม่คู่ควรกับผู้ใดอีก “แต่ข้าแต่งงานแล้ว ข้าคือสตรีมีมลทิน มิควรดึงบุรุษผู้ใดมาแปดเปื้อนด้วยอีก”

 

อี้เหวินเหอรู้ตัวของนางดี ลำพังใจนางที่ยังคงรักและคะนึงหาเซียวอีนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่คนอย่างนางไม่เหมาะสมกับคุณชายเยี่ยอย่างยิ่ง ถึงที่มาของเขาจะดูลึกลับไปบ้าง แต่ทุกย่างก้าวการกระทำล้วนบ่งบอกว่าเป็นคือคนสูงส่งจนนางยากจะอาจเอื้อมถึงผู้หนึ่ง เช่นนั้นแล้วอี้เหวินเหอจึงทั้งตระหนักและสำเหนียกตัวตนได้เป็นอย่างดี

 

ดูก็รู้ว่าอี้เหวินเหอไม่โอนอ่อนผ่อนตามโดยง่าย สีหน้าจูเก่อเยี่ยพลันปรากฎความหมองเศร้าปนทุกข์ระคนกัน รู้แก่ใจดีว่าอี้เหวินเหอยังคงรักมั่นในเซียวอีไม่เสื่อมคลาย “เหตุใดเจ้าถึงยังคงยึดติดกับคนผู้นั้นนัก จนมองข้ามความจริงใจต่อข้าที่มีให้เจ้า”

 

ยิ่งสนทนายิ่งย้ำบาดแผลเก่าให้ลึกขึ้น อี้เหวินเหอจึงกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงติดตลก กลบเกลื่อนความรู้สึกไขว่เขวบางประการที่เริ่มกัดกินจนเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมาทีละน้อย “คุณชายเยี่ย ครั้งนี้ท่านแสดงละครได้แนบเนียนนัก ทำเอาข้าเริ่มกลัวท่านขึ้นมาจริง ๆแล้ว เอาล่ะๆ ไม่เล่นแล้วลุกขึ้นเถิด”

 

ทว่าครานี้จูเก่อเยี่ยเหมือนจะจริงจังจนน่าใจหาย กล่าวแย้งทันควันเช่นกัน “ข้ามิได้แสร้งแสดง ทั้งหมดล้วนเอ่ยออกมาจากใจจริงทั้งสิ้น”

 

ความหนักแน่นแน่วแน่นี้ ทำให้อี้เหวินเหอจึงกับชะงักงันไป ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างไร้ทางเลี่ยง คนผู้นี้คล้ายภาพสะท้อนของนางในวันวานยิ่งนัก ต่างกันเพียงแค่ว่า นางไร้ความกล้าที่จะแสดงตัวตนให้เขาผู้นั้นรับรู้

 

ขณะกำลังครุ่นคิดว่าทำสิ่งใดต่อไปนี้ดี เสียงเอะอะก็ดังมาจากด้านนอก ก่อนตามมาด้วยผู้คนอีกโขยงหนึ่ง “คุณชายเยี่ยเป็นอะไรหรือ คุณชายเยี่ย อะ นี่”

 

คนที่เข้ามาคือหัวหน้าเผ่าหม่าน หม่านเสวี่ยที่เผอิญเดินมาทาง ด้วยหมายจะพาคนผู้หนึ่งมาแนะนำตัวให้จูเก่อเยี่ยรู้จัก ครั้นได้ยินเสียงเอะอะเอ็ดอึงของเสี่ยวชุนก็เร่งร้อนเข้ามาจนลืมมารยาท พอเห็นว่าจูเก่อเยี่ยกำลังอยู่ในท่วงท่าสนิทสนมกับอี้เหวินเหอ หม่านเสวี่ยก็ถึงกับตะลึงงันไป ก่อนหมุนตัวหันหลังให้ ส่วนในอกนั้นก็สั่นสะท้านไปหมดเพราะ คาดไม่ถึงว่านอกจากจะได้เห็นรอยยิ้มแล้ว ยังได้เห็นท่าทีสนิทชิดเชื้อกับอิสตรีเช่นนี้อีก ซึ่งก็นับว่าเป็นบุญตาโดยแท้ “คุณชายเยี่ย ข้า...ลุง...ขอโทษเจ้าด้วยแล้วกัน”

 

แต่ไหนแต่ไรจูเก่อเยี่ยเป็นคนแบ่งหน้าที่กับเรื่องส่วนตัวออก มีไม่บ่อยนักที่จะลากทั้งสองเรื่องมาเกี่ยวพันกัน เห็นว่าท่านลุงพาสตรีรูปงามหยาดเยิ้ม ทุกกิริยาท่วงท่าดูชดช้อยงดงามผู้หนึ่ง ก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาจากตักของอี้เหวินเหออย่างเสียดาย แล้วหยุดการสารภาพต่ออี้เหวินเหอเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน ทว่าก็ไม่ลืมที่จะให้คำมั่นต่ออี้เหวินเหอ “แม่นางเหอโปรดนำคำที่ข้าเอ่ยในวันนี้ไปใคร่ครวญให้ดี และถึงว่าเจ้าจะปฏิเสธ ข้าคุณชายเยี่ยผู้นี้จะไม่มีทางปล่อยมือไปเจ้าเป็นอันขาด” 

 

ถ้อยคำของจูเก่อเยี่ยทำให้จิตใจของอี้เหวินเหอสั่นคลอนอีกครั้ง นางสบตาเขาปราดหนึ่ง ก่อนโดนกระแสความรู้สึกไม่ซ่อนเร้นปิดบังเข้าเล่นงาน พลันในใจก็บังเกิดกลุ่มก้อนของลูกไฟชวนให้ร้อนๆหนาวๆ จึงตัดสินใจลุกขึ้นผลุง หลังโค้งศีรษะให้ผู้อาวุโสกว่าอย่างหม่านเสวี่ย และสตรีงดงามน่าค้นหาตามแบบฉบับของคนเผ่าหม่านที่มาด้วยกันแล้ว ก็ด่วนจากไปทันที ส่วนในใจก็ได้แต่นึกขอบคุณกลุ่มคนเมื่อครู่ยิ่งนัก เพราะพวกเขานับว่าผู้ช่วยชีวิตที่ทำให้นางก้าวออกสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ได้ “ข้าขอตัวก่นนะเจ้าคะ ท่านหัวหน้าเผ่า แม่นางท่านนี้”

 

 

เอ่ยจบแล้วอี้เหวินเหอก็เร่งร้อนจากมา หลังจากออกมาจากกระโจมของจูเก่อเยี่ยแล้วก็มุดกลับเข้ากระโจมโดยเร็ว และขังตนเองให้อยู่ภายในนั้น ครั้นอยู่เพียงลำพังใบหน้าที่พยายามข่ให้สงบนิ่งอย่างสุดความสามารถก็พังทลายลง เสี่ยวชุนตามมาหลังจากนั้นรีบเข้าไปกอบกุมมือแล้วซักถามว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร เพราะจำได้ว่าตอนนางเร่งร้อนออกจากกระโจมมาคุณหนูของนางก็ยังดี ๆ อยู่ “คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้”

 

เดิมจิตใจของอี้เหวินเหอก็เรียกได้ว่าไม่สงบสุขอยู่แล้ว ครั้นถูกถามเช่นนี้ก็ นิ่งอยู่นานทีเดียว ถึงจะเอ่ยปากตอบเสี่ยวชุนไปตามตรง “...คุณชายเยี่ยสารภาพรักต่อข้า”

 

ดวงตาเสี่ยวชุน เบิกกว้างขึ้นจนกลมดิกในที่สุด เผลอกำมือองอี้เหวินเหอแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว อันที่จริงแล้ว เสี่ยวชุนอยากจะตบเข่าฉาดเสียด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่นางแอบคิดมาตลอดเวลาเป็นจริงขึ้นมาเสียแล้ว “สารภาพรักหรือเจ้าคะ?”

 

“อืม” อี้เหวินผงกศีรษะ ดวงตาเกลื่อนไปด้วยความสับสนยากอธิบาย

 

“...” เสี่ยวชุนเห็นแล้วพอจะคาดการณ์เรื่องราวต่อไปเองได้จึงเงียบเสียงลง ตัดสินใจไม่ซักถามอะไรให้หงุดหงิดหรือสะกิดบาดแผลที่ยังไม่หายดีของคุณหนูอีก คนนอกเช่นนางถึงรู้เห็นทั้งหมดอยู่ตำตาก็พูดไม่ได้ นางรู้ว่าคุณชายเยี่ยจริงใจต่อคุณหนูของนางนัก ส่วนคุณหนูถึงจะได้คุณชายเยี่ยช่วยเหลือเอาไว้มากจึงสนิทชิดเชื้อกันอย่างหาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเปิดใจรับบุรุษอื่นเข้ามาโดยง่าย

 

เพราะจิตใจของคุณหนูนั้นหยั่งรากฝังลึกกับรักครั้งแรกในวัยเยาว์กับรองเจ้ากรมคลังเซียวอีมานานเกินไป เวลาหนึ่งปีอาจจะมากสำหรับคนผู้หนึ่ง แต่กับคุณหนูของนางแล้ว ชั่วระยะเวลาหนึ่งปีเมื่อเอาไปเทียบกับความสัมพันธ์ครั้นยังเยาว์ที่ผูกพันธ์กันมานาน นับว่ามิอาจเทียมได้โดยแท้จริง แล้วไหนจะความลึกลับซับซ้อนของคุณชายเยี่ยนั่นอีก ถึงใจจะมีไขว้เขวบ้าง แต่ข้อกังขาที่มากเกินไปนี้ก็เป็นตัวขวางกั้นอีกชนิดหนึ่ง

มาแบบต่อเนื่องกันเลยทีเดียว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #541 and4 (@and4) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 19:22
    เข้าใจแหละความผูกพันกับคนเก่าก็คงยังมีมากเพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งเล็ก ให้เวลาอาเหออีกหน่อยแล้วกัน อาเหอต้องตัดใจได้แน่ คุณชายเยี่ยก็พยายามหน่อยนะเอาชนะใจอาเหอให้ได้ตอนนี้เริ่มสั่นคลอนความรู้สึกที่มีต่อฝั่งนั้นบ้างแล้ว พยายามต่อไปสักวันอาเหอจะหลุดพ้นความรู้สึกนี้ได้
    #541
    0
  2. #540 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 08:14

    คุณชายเยี่ยสารภาพรักแล้วแต่เบื้องหลังเขาไม่แจ่มชัด น้องเหอเรายังรักสามีเก่าอยู่ด้วย เลยตัดสินใจลำบาก ขอบคุณค่ะ

    #540
    0