เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 44 : สารภาพรัก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

ด้านจูเก่อเยี่ยก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจึงหันไปยกโค้งมุมปากให้นิดๆ จนผู้คนโดยรอบได้แต่หลบเลี่ยงสายตา “วางใจเถอะ เพราะนางทำให้ข้าเปลี่ยนไปเยอะเลยทีเดียว”

 

หม่านเสวี่ยคลายท่าทีตกตะลึง ก่อนเผยยิ้มออกมาอย่างยินดี การที่คุณชายเยี่ย มีความสุขเช่นนี้ล้วนเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งแล้ว “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ดีแล้ว”

 

ดวงหน้าของจูเก่อเยี่ยยังมิคลายยิ้ม แล้วส่งสายตาเคลือบเร้นไปด้วยความรู้สึกบางประการไปให้หม่านเสวี่ย “ท่านลุงหยุดรอข้าอยู่เช่นนี้คงมีเรื่องต้องการพูดคุยกับข้าใช่หรือไม่”

 

ศีรษะหม่านเสวี่ยนผงกนิดๆ ก่อนทั้งสองจะเดินเข้าสู่ด้านในกระโจม และเริ่มสนทนาอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมทันที “เรื่องที่ท่านและคุณชายหยางสั่งการมา เตรียมการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นางพร้อมจะเดินทางไปที่แคว้นจิ้นแล้ว”

 

เอ่ยถึงเรื่องนี้สีหน้าอบอุ่นอ่อนโยนของจูเก่อเยี่ยพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกยิ่ง มุมปากค่อยๆกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สิ่งที่ใช้เวลาถึงหนึ่งปีเพียรหล่อหลอมในที่สุดก้ดูเหมือนจะสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่ถึงเขาจะไว้วางใจในการจัดการของน้องชายและท่านลุงผู้นี้ก็อดกังวลอยู่บ้างเสียมิได้ เพราะเรื่องที่จะให้สตรีผู้นี้เข้าไปทำนั้น ทั้งอันตรายและเปลืองเนื้อตัวอย่างยิ่ง และหากไม่จงรักภักดีจริง เกรงว่าจากมิตรจะกลายเป็นศัตรูในภายหลัง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่อยากจะชุบเลี้ยงศัตรูเอาไว้ให้เป็นภัยภายหลังเช่นกัน “ท่านลุงพูดคุยกับนางดีแล้วใช่หรือไม่ แล้วสตรีผู้นั้นวางใจได้เพียงใด”

 

หม่านเสวี่ยรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องรอบคอบยิ่ง การที่หลานชายจะกังวลจนหว่างคิ้วขมวดมุ่นจึงไม่นับว่าน่าแปลกใจ ดังนี้จึงชี้แจงไปรินชาให้จูเก่อเยี่ยไป “ข้าพูดคุยดีแล้ว และตลอดระยะเวลาหนึ่งปีมานี้ก็หล่อหลอมให้นางเป็นคนดังที่เจ้าต้องการได้ในสมบูรณ์อย่างที่สุดแล้ว และเพลานี้นางก็พร้อมก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่เพื่อเจ้า” 

 

จูเก่อเยี่ยพึงพอใจยิ่งนัก ยกชาขึ้นจิบก่อนเอ่ยขอบคุณท่านลุงของตนเบาๆ “ลำบากท่านลุงแล้ว”

 

“คุณชายเยี่ยเกรงใจเกินไปแล้ว” หม่านเสวี่ยปฏิเสธทันควัน “เรื่องนี้มิใช่เรื่องหนักหนาอันใด”

 

แววตาจูเก่อเยี่ยแปล่งไปบ้างเมื่อได้ยินคำว่า ‘มิใช่เรื่องหนักหนาอันใด’ เรื่องนี้ไม่ว่าจะมองเผินๆ หรือมองอย่างใคร่ครวญแจกแจงให้ละเอียดรอบคอบ ล้วนห่างไกลกับคำว่ามิใช่หนักหนามากเหลือเกิน

 

หลังจากนั้นทั้งสองก็สนทนากันอีกสองสามประโยค หม่านเสวี่ยก็จากมา เพื่อให้จูเก่อเยี่ยได้พักผ่านจากการเดินทางเสียที ก่อนลาจากมาก็กล่าวว่าไม่กี่วันตนจะพาคนผู้นั้นมาพบหลานชาย “อีกสองสามวันข้าจะพานางมาพอเจ้า”

 

จูเก่อเยี่ยได้ยินก็ผงกศีรษะรับทราบ เดินไปส่งหม่านเสวี่ยที่กระโจมชั้นนอก แล้วหมุนตัวกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ด้านหม่านเสวี่ยเดินห่างไปจากกระโจมเพียงไม่กี่ก้าวหม่านเสวี่ยก็หมุนตัวกลับไปพิศมองกระโจมยังคงกระเพื่อมไหว คล้ายบ่งบอกว่าเพิ่งมีคนเข้าออกได้ไม่นานนัก ยามนึกถึงเครื่องหน้าเปื้อนยิ้มดวงตาเปี่ยมสุขของจูเก่อเยี่ย หม่านเสวี่ยก็ดีใจจนแทบหลั่งน้ำตา อดนึกถึงน้องสาวที่ด่วนจากไปอย่างเสียดายมิได้ “น้องสาว รู้หรือไม่ ตอนนี้ลูกของเจ้าเขามีความสุขแล้ว หลังจากที่ต้องโศกเศร้ามานาน น่าเสียดายยิ่งที่เจ้าด่วนจากไปจนไม่ได้เห็นความสุขของเขา”

 

น้องสาวเขาช่วงมีชีวิตอยู่ ส่วนตัวนั้นก็ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ไม่น้อย บุตรชายที่รักก็ทุกข์ทรมานไม่แพ้กัน ต้องระหกระเหินร่อนเร่ไปต่างแคว้น ครั้นทุกอย่างประสบความสำเร็จ กลับด่วนจากไปมิอาจอยู่เห็นได้ แม้สวรรค์จะใจร้ายกับน้องสาวเขาไปเสียหน่อย แต่ก็นับว่ายังมีเมตตาต่อหลานชายของเขาอยู่บ้าง

 

เพราะชาตินี้ทั้งชาติ หม่านเสวี่ยมิเคยนึกฝันว่า จูเก่อเยี่ยจะมีมุมเปี่ยมล้นไปด้วยสุขเช่นนี้ “การมาของแม่นางเหอ ช่างน่ายินดีเสียจริง”

 

ถึงแม้ตัวของอี้เหวินเหอจะไม่รับรู้ถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ก็ตามที ทว่าโดยรวมแล้ว นางมาพร้อมกับความสุขของคุณชายเยี่ยอย่างแท้จริง

 

เพราะเกรงว่าอาการป่วยทรง ๆ ทรุด ๆ ของจูเก่อเยี่ยจะกำเริบขึ้นมาอีก หม่านเสวี่ยจึงมิได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างทันทีทันใด แต่จะมิจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายเลยหม่านเสวี่ยก็นึกกระไรอยู่ เมื่อมาพบกันครึ่งทางแล้ว จึงกำหนดจัดการงานเลี้ยงต้อนรับในค่ำคืนของสามวันให้หลัง หรือก็คือรอจนจูเก่อเยี่ยหายเหนื่อยจากการเดินทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งความคิดนี้หมอประจำเผ่าเองก็เห็นพ้องมิได้ขัดข้องแต่อย่างใด

 

ด้วยเหตุนี้ในวันรุ่งเช้า หลังอี้เหวินเหอแหวกม่านก้าวเท้าเดินออกมาจากกะโจม ก็พบว่าผู้คนภายนอกกำลังเดินกันขวักไขว่ แต่ละคนล้วนถือข้าวของดูเป็นการเป็นงานทั้งสิ้น

 

“เห็นทีงานเลี้ยงต้อนรับเล็กน้อยของหัวหน้าเผ่าหม่านเสวี่ย คงจะมิใช่ธรรมดาเข้าเสียแล้ว” อี้เหวินเหอพึมพำมองผู้คนที่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ก่อนบ่ายหน้าเดินตรงไปยังกระโจมด้านข้าง แต่ทั้ง ๆที่อยู่ข้างกันแท้ๆ อีกฝ่ายเคลื่อนไหวทำอะไรนางล้วนไม่ได้ยินทั้งสิ้น คิดแล้วก็นับว่าคุณชายเยี่ยท่านนี้เป็นผู้รักความเงียบสงบโดยแท้

 

เดินมาถึงประตูกระโจมด้านข้างแล้ว อี้เหวินเหอก็ไม่ชักช้ารอรีรีบส่งเสียงบ่งบอกตัวคน “คุณชายเยี่ยข้าอี้เหวินเหอ” 

 

รออยู่ชั่วระยะหนึ่ง หูอี้เหวินเหอก็ได้ยินเสียงอนุญาตลอยมาจากทางด้านในชุดหนึ่ง “เข้ามาสิแม่นางเหอ”

 

ดังนี้อี้เหวินเหอและเสี่ยวชุนจึงก้าวเข้าไปด้านใน ก่อนพบว่าเพลานี้คุณชายเยี่ยกำลังนั่งอย่างมีภูมิฐานอ่านตำราอยู่หลังโต๊ะเตี้ยมุมห้อง อี้เหวินเหอก้าวเท้าใกล้แล้วค้อมศีรษะเคารพเล็กน้อย “คุณชายเยี่ย”

 

จูเก่อเยี่ยวางตำรากวักไม้กวักมือเรียกให้นั่ง แล้วไถ่ถามความเป็นอยู่ของค่ำคืนที่ผ่านมา “แม่นางเหอมานั่งสิ เป็นอย่างไรเมื่อคืนหลับสบายหรือไม่ แล้วขาดเหลืออันใดหรือเปล่า”

 

ถูกถามอย่างเอาใจใส่ ความอบอุ่นก็วาบผ่านหัวใจของอี้เหวินเหอไป นางเพียงส่ายหน้านิด ๆ พร้อมถามกลับไปเช่นกัน กระโจมที่พักทุกอย่างล้วนเพียบพร้อมเสียจนนางรู้สึกประหม่าเสียด้วยซ้ำ “สะดวกสบายยิ่ง แล้วท่านเล่าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกเจ็บป่วยที่ใดหรือไม่”

 

ครั้นได้ยินคำถามของอี้เหวินเหอ จูเก่อเยี่ยก็พลันแสดงสีหน้ายับย่นเหมือนลูกมะระ ปากก็บ่นเสียงงึมงำทันที “แม่นางเหอ ข้าอุตส่าห์หนีมากจากพ่อบ้านหยวนแล้วกับท่านหมอแล้ว ใยเจ้าถึงกลายร่างเป็นพวกเขาแทนเสียได้เล่า”

 

พิศมองท่าทีจะเป็นตายเสียให้ได้ของเขาแล้ว อี้เหวินเหอก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหน้า แล้วกล่าวด้วยเสียงไม่หนักไม่เบา แต่อัดแน่นไปด้วยความรับผิดชอบแกมข่มขู่ “ไม่ได้ ตอบข้ามาบัดเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะให้คนไปแจ้งหัวหน้าเผ่า ไม่สิ ส่งข่าวไปให้พ่อบ้านหยวนที่จิ้งโจวเสียเลย”

 

พูดไปพูดมา คนเอ่ยถ้อยคำข่มขู่อย่างอี้เหวินเหอกลับแสดงท่าทีราวกัดดีขมออกมาแทน คาดว่าหากรู้ที่อยู่พ่อบ้านหยวนต้องคงเร่งร้อนมาเป็นแน่ เมื่อมาถึงแล้ว...

 

อี้เหวินเหอหยุดคิดไปเสียดื้อ ๆ ขนทั้งตัวพร้อมใจกันลุกขึ้นจนชี้ชันโด่เด่ เลือดในตัวฉูบฉีดขึ้นมาจนตื่นตระหนกไปหมด เพราะลองตระหนักใคร่ครวญดูแล้ว หากพ่อบ้านหยวนมาที่นี่จริงละก็ แน่นอนว่าคงมิใช่เพียงหูของคุณชายเยี่ย หูของนางเองก็คงไร้ความสุขอีกเลยนับต่อจากนี้เช่นกัน

 

คิดๆแล้วอี้เหวินเหอก็เริ่มรู้สึกไม่เห็นพ้องขึ้นมา เหตุใดการข่มขู่คนผู้นี้ นางถึงต้องโดนผลของการกระทำนั้นไปด้วยตลอดเลยนะ 

 

หายไปเหมือนตาย จนนึกว่าจะเทกันแล้วใช่ไหมมม เรื่องนี้ไม่เทนะคะ จะเข็นออกมาจนจบแน่นอน 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #538 and4 (@and4) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 22:55
    คิดถึงไรท์จังเลยคะ เข้ามาดูทุกเลยเลยกลัวว่าแจ้งเตือนแล้วเราไม่เห็น ในที่สุดไรท์ก็มารอทุกวันเลย
    #538
    0
  2. #537 thipporn2 (@Thipporn) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 12:28
    ขอบคุณที่กลับมานะคะ

    รอค่า
    #537
    0
  3. #536 Varita12 (@Varita12) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 09:45

    ไรท์กลับมาแล้ว เย้ๆคิดถึงนะคะ
    #536
    0
  4. #535 tuktahiper (@tuktahiper) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 13:31

    คถ ไรต์นะคะ รอเสมอค่าา
    #535
    0
  5. #534 ~LufaH~ (@fak_fa) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 13:15
    รอออยู่เสมอจ้าา
    #534
    0
  6. #532 zombar (@zombar) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 23:06
    รอตลอดค่ะ ลุ้นกับคุณชายเยีย สู้ๆๆๆค่ะไรท์
    #532
    0
  7. #531 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 22:21

    ไรท์หายไปนานดีใจท่ีกลับมาค่ะ สบายดีนะคะคิดถึงอยู่นะคะ ท่านลุงดูจะชอบใจแม่นางเหออยู่มากเพราะทำให้หลานชายเขามีความสุข ทั้งสองคนกลายเป็นคนกลัวพ่อบ้านไปแล้ว อิ อิ ขอบคุณค่ะ

    #531
    0
  8. #530 supakornseanla (@supakornseanla) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 20:31
    เข็นช่วยๆ
    #530
    0
  9. #529 pchin (@pchin) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 20:18
    แค่กลับมาต่อก็ดีใจแล้ว
    #529
    0