เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 41 : สิบแปด เราหนีไปกันเถอะ (ปลาย) (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    14 ก.ค. 63

สิบแปด

เราหนีไปกันเถอะ (ปลาย)

 

เวลาเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วราวกระพริบปรับม่านสายตา หลังผ่านปักษ์ลี่ชุนก็ย่างเข้าสู่ปีใหม่ ด้วยแคว้นฉีอยู่เยื้องมาทางใต้ อากาศจึงดีอย่างหาได้ยากในแคว้นจิ้น เพียงรุ่งเช้าของปีใหม่มาเยือน เสียงแดดอ่อนๆก็ทอแสงให้คนรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

 

แน่นอนว่าคนถูกขอร้องแกมบังคับขู่เข็ญให้อยู่ในห้องต้องอยากออกมาจนแทบใจจะขาด เมื่อกอปรกับอาการป่วยเมื่อคราวก่อนของทั้งจูเก่อเยี่ยและอี้เหวินหายไปราวปลิดทิ้งแล้ว พ่อบ้านหยวนจึงมิค่อยเข้ามาวุ่นวายร้องห่มร้องไห้ ขอร้องให้ถนอมตัวเองอีก ดังนั้นอี้เหวินเหอและจูเกอเยี่ยจึงสามารถออกไปนอกจวนได้เยี่ยงคนปกติธรรมดา

 

“ในที่สุดก็ได้ออกมาด้านนอกเสียที” เสียงจูเก่อเยี่ยเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ยืนแขนทั้งสองข้าชูเหนือศีรษะแล้วบิดไปมาอย่างสำราญบานใจเป็นที่สุด

 

อี้เหวินเหอที่เพิ่งจะก้าวออกมานอกเรือนพำนักก็คิดเช่นนั้น ในที่สุดนางได้ออกมาข้างนอกเสียที “อืม ในที่สุดเราก็ได้ออกมาด้านนอกเสียที”

 

แต่ทว่าสุขใจก็มีได้ไม่นาน พอปักษ์จิงเจ๋อมามาเยือน แคว้นฉีเกิดฝนตกชุก อากาศทั้งเย็นทั้งชื้นแฉะเหมาะแก่โรคหวัดเป็นอย่างยิ่ง พ่อบ้านหยวนก็เริ่มเข้มงวดขึ้นมาอีกครั้ง จนเวลาล่วงเลยมาถึงกลางเดือนสอง แคว้นฉีผ่านช่วงฝนตกชุก อี้เหวินเหอก็รู้สึกว่าหูของตนกลับมาสบายขึ้น และเคลื่อนไหวเนื้อตัวได้สะดวกยิ่ง

 

ในเมื่อบรรยากาศดี ชวนให้หัวใจเป็นสุขถึงเพียงนี้ อี้เหวินเหอจึงถือโอกาสนี้เยี่ยมหน้าออกไปเดินตรวจตราในจวนของจูเก่อเยี่ย หมายว่าจะทำงานให้คุ้มหน้าที่ผู้ดูแลเสียหน่อย เพราะเริ่มตระหนักตัวเองได้ว่า พักหลังๆนี้มา นางชักจะถูกผู้คนยกให้เป็นเจ้านาย รองจากคุณชายเยี่ยไปเสียแล้ว

 

เพราะความเร่งร้อนประหนึ่งนักโทษได้รับอิสระหลังจากถูกกักขังมานานปี อี้เหวินเหอจึงเดินฉับไวยิ่ง เสี่ยวชุนเดินตามมาด้านหลังได้แต่ออกปากให้ลดความเร็วลงหน่อย เพราะถึงช่วงนี้ฝนจะไม่ตกแล้ว แต่อากาศก็ยังชื้นอยู่พอประมาณ ทางเดินก็มีตะไคร่เกาะจับอยู่ประปราย ขืนไม่ระมัดระวัง เกรงว่าคุณของนางอาจจะล้มไปนอนกองพื้นโดยมิรู้ตัว “คุณหนูรีบไปหรือไม่เจ้าคะ ระวังลื่นนะเจ้าคะ”

 

อี้เหวินเหอส่ายหน้าแล้วตอบทันทีทันใด เพราะสองเดือนที่ผันผ่านมานี้ นางเอาแต่นั่งๆนอนๆ มิค่อยได้โผล่หน้าออกไปที่ใด จนรู้สึกว่าเลือดเนื้อในตัวจะชืดชาและเย็นชืดไปเสียหมดแล้ว ดังนั้นการเดินเร็วๆ คือการกระตุ้นร่างกายอีกทางหนึ่ง “ไม่เร็วหรอก ข้าว่านี่แหละกำลังพอดี”

 

เสี่ยวชุนจนใจยิ่ง แต่อีกด้านหนึ่งก็เห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง หลายเดือนมานี้ถึงจะอยู่สุขสบาย แต่ก็เจอพ่อบ้านหยวนคร่ำครวญเสียหูชาไปหมด “เจ้าค่ะคุณหนู”

 

เมื่อเสี่ยวชุนไม่ทักท้วงแล้ว อี้เหวินเหอก็เดินได้อย่างสะดวกขึ้น ขณะที่นางกำลังเตรียมเลี้ยวทางซ้าย ตรงไปยังส่วนซักล้างเพื่อดูการเตรียมชุดให้จูเก่อเยี่ย หูก็พลันได้ยินเสียงบ่นเอ็ดอึงอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพ่อบ้านหยวนลอยมาชุดหนึ่ง ครั้นนางยืนฟังอยู่พักใหญ่ ก็ทราบใจความว่าพ่อบ้านหยวนกำลังหัวเสีย เพราะบ่าวดูแลอาภรณ์จัดชุดมาไม่เรียบร้อยตามที่ต้องการ

 

“อะไรกัน นี่ชุดอะไร ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ถ้าอากาศจะดีเพียงใด พวกเจ้าก็ต้องจัดชุดให้คุณชายหนากว่าปกติขึ้นมาสองชั้น”

 

อี้เหวินเหอเห็นพ่อบ้านหยวนบ่นไม่หยุดปากใส่สาวใช้ที่แทบทรุดตัวลงไปขยุกกับพื้น แล้วเอ่ยปากขอโทษมิหยุดหย่อน “ขออภัยเจ้าค่ะพ่อบ้านหยวน บ่าวโง่เขลา บ่าวเลินเล่อเจ้าค่ะ บ่าวผิดไปแล้ว”

 

พ่อบ้านหยวนหายใจฟึดฟัด แล้วชี้นิ้วให้ไปจัดการมาใหม่ “พอแล้ว เจ้ารีบกับไปเตรียมมาใหม่ บัดเดี๋ยวนี้เลยนะ หากกลับมายังไม่เรียบร้อย ข้าจะฟาดพวกเจ้าคนละที”

 

สาวใช้ยอบตัวลง แล้วเร่งเดินกลับไปจัดการใหม่อีกครั้ง ในใจต่างคิดตรงกันว่า พวกนางยอมให้พ่อบ้านหยวนฟาดด้วยไม้จริงๆเสียจะดีกว่า การโดนดุด่าจนหูชาจนเกิดเสียงหึ่งๆเช่นนี้ “เจ้าค่ะท่านพ่อบ้าน”

 

“ไม่ได้เรื่องจริงๆ  ไม่ได้เรื่อง” เมื่อสาวใช้จากไปแล้ว อี้เหวินเหอก็เห็นว่าพ่อบ้านหยวน แสดงท่าทีหงุดหงิดเล็กๆ แล้วเดินไปทางโรงครัวต่อ อี้เหวินเหอเองก็ไม่อยากปะทะประจันหน้ากับพ่อบ้านหยวนจึงหลบลี้ เดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น จึงรอดไปจากการบ่นอุบของพอบ้านหยวนไปได้อย่างฉิวเฉียด

 

ครั้นเดินห่างออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็ยกมือขึ้นทาบแล้วเอ่ยอย่างโล่งอกโล่งใจ ปะหนึ่งเพิ่งหนีพ้นเพชฌฆาตมาได้ก็มิปาน “เฮ้อ...ในที่สุดหูของข้าก็รอดพ้น รอดพ้นแล้ว”

 

อากัปกิริยาท่าทางนี้ของอี้เหวินเหอทำให้เสี่ยวชุนหลุดขำ “คุณหนู เป็นคนขี้กลัวไปตั้งแต่เมื่อใดกันเจ้าคะ”

 

ถูกหัวเราะเยาะใส่ อี้เหวินเหอก็มิได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด นางยังคงแสดงสีหน้าโล่งใจอยู่อย่างนั้น แล้วเดินไปหย่อนก้นนั่งที่ม้านั่งตัวหนึ่งในศาลากลาง “เจ้าลองมาเป็นข้าดูสิ แล้วจะรู้ว่าพ่อบ้านหยวนรับมือยากเสียเพียงใด”

 

ลำพังหน้าพอบ้านหยวนก็นับว่าดุอยู่แล้ว พอมารวมกับสีหน้าเศร้าสร้อย เสียงร้องห่มร้องไห้ แล้วพูดชนิดไม่หยุดปาก อี้เหวินเหอก็ไม่รู้จะสรรหาคำบรรยายใดมาอธิบายได้ถูก รู้แต่เพียงว่า เลี่ยงไม่พบได้ยิ่งดี!

 

เสี่ยวชุนเดินตามมาหยุดอยู่ข้างๆ เหลียวมองซ้ายแลขวาแล้วโน้มตัวไปกระซิบกล่าวแย้ง มีหรือที่เสี่ยวชุนผู้นี้จะไม่รู้ว่าพ่อบ้านหยวนรับมือยากเพียงใด “เหตุใดเสี่ยวชุนจะไม่ทราบเล่าเจ้าคะ เพราะเสี่ยวชุนอยู่กับคุณหนูตลอดเวลา พ่อบ้านหยวนเอ็ด โวยวาย หรือร้องไห้คร่ำครวญทีไรเสี่ยวชุนล้วนรับฟังอยู่ด้วยทั้งสิ้น จนเกรงว่าตอนนี้ หากมีใครมาป้องปากตะโกนอยู่ข้างหูก็ไม่สะทกสะท้านแล้วเจ้าค่ะ”

 

สีหน้าท่าทางของเสี่ยวชุนจริงจังมาก อี้เหวินเหอจึงหลุดหัวเราะแล้วตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วว่า “นั่นสิ ข้าเองก็เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น”

 

ยามนี้อี้เหวินเหอคิดว่า หูตนเองนั้นมีภูมิต้นทานต่อเสียงบ่นสูงมาก สูงขนาดที่ฟ้าลั่นฟ้าร้องนางมิต้องป้องหูก็ยังได้

 

ระหว่างคิดถึงที่มาของความแข็งแกร่งของหูอยู่นั้น จู่ๆก็มีใบหน้าของคนผู้หนึ่งโผล่มาจากด้านข้าง พร้อมเสียงประหนึ่งฟ้าร้องฟ้าลั่น “แอบซุบซิบอะไรกันอยู่หรือ แม่นางเหอ!”

 

ทั้งเสี่ยวชุนและอี้เหวินเหอแตกตื่น ลนลานขึ้นมาราวมดวิ่งอยู่บนหม้อร้อน “อะ!”

 

เสี่ยวชุนถอยหลังไปสองก้าวแล้วทรุดตัวลงนั่ง ม่านตาเบิกกว้างราวกับเพิ่งพบภูตผี ส่วนอี้เหวินเหอก็ตกใจหนักไม่แพ้กัน รีบผุดตัวลุกขึ้นยืนเร็วๆประหนึ่งฟ้าแลบ แต่ด้วยใบหน้าของผู้เข้ามาโดยมิทันให้ตั้งตัวอยู่ใกล้เกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ เท้านางจึงก้าวถอยหลังไปตามจิตสำนึก มิคาดว่าจะเหยียบพลาดเข้าที่ขั้นบันได ทั้งร่างจึงหงายไปทางด้านหลังอย่างมิอาจเลี่ยง “อะ...อ้าย”

 

ฝ่ายจูเก่อเยี่ยเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าอี้เหวินเหอจะตกใจหนักถึงเพียงนี้ สีหน้าหยอกเย้า จึงเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกรีบก้าวตามไปทันควัน

 

ขณะที่อี้เหวินเหอคิดว่า ต้องเจ็บตัวแน่แล้ว คนกลั่นแกล้งอย่างจูเก่อเยี่ยก็รีบปราดตัวเข้าไปรับร่างของอี้เหวินเหอเอาไว้อย่างทันท่วงที ฝ่ายอี้เหวินเหอครั้นถูกประคองด้วยจูเก่อเยี่ย มือก็รีบวาดโอบรอบคอเขาตามจิตสำนึก 

 

ด้วยเหตุนี้เมื่อจูเก่อเยี่ยดึงตัวอี้เหวินเหอขึ้นมาจากท่วงท่าอันตรายแล้ว จึงกลายเป็นว่าคนทั้งสองกำลังกอดกันเสียอย่างนั้น

 

บัดนี้จูเก่อเยี่ยถูกความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ จนจิตใจสั่นคลอนไปหมดแล้ว ดวงตาสาดส่ายสำรวจหาร่องรอยอาการบาดเจ็บของอี้เหวินเหอ แล้วเปล่งเสียงถามเจือด้วยความอนาทรร้อนใจ “แม่นางเหอ เจ้าเจ็บที่ใดหรือไม่”

 

 อี้เหวินเหอกระพริบตาปริบๆ ก่อนส่ายหน้าเบาๆ นางไม่รู้สึกเจ็บเลย แม้แต่น้อย “ไม่ ข้าไม่รู้สึกเจ็บเลย”

 

จูเก่อเยี่ยพลันโล่งอก แล้วกอดอี้เหวินเหอเอาไว้เสียแน่น ส่วนปากก็เปล่งเสียงขอโทษออกมามิขาดสาย “แม่นางเหอข้าขอโทษ ข้าขอโทษ”

 

จากน้ำเสียงแผ่วสั่นไหวที่กระซิบอยู่ข้างหู ทำให้อี้เหวินเหอทราบได้ว่าคนผู้นี้เป็นห่วงนางมาก จึงกระซิบบอกกับเขาเบาๆอีกเที่ยวหนึ่งว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว “คุณชายเยี่ย ท่านโปรดวางใจข้าไม่เป็นอะไรแล้ว เอ่อ...และท่านโปรดปล่อยข้าได้หรือไม่”

 

ด้านจูเก่อเยี่ยก็เหมือนกับจะได้สติคืนมา แล้วผละห่างตัวอี้เหวินเหอ ราวต้องของร้อน เพราะถึงเขาจะตั้งหมายใจเอาไว้แล้วว่าจะทำให้อี้เหวินเหอรักตนเองให้จงได้ ทว่าด้วยเนื้อเดิมของจูเก่อเยี่ยไม่ใช่ชายที่เข้าถึงเนื้อตัวสตรีนักจึงเกิดกริยาเก้อเขินทั้งยังประหม่าขึ้น เขากระแอมกระไอพักใหญ่ ก็รีบปรับสีหน้าจนคืนเป็นดุจเดิม แล้วเปล่งถามด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดา “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

 

ทางอี้เหวินเหอก็รู้สึกแปลกๆเช่นกัน จึงพยักหน้าหงึกหงัก “อื้ม ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

 

ทั้งสองเงยหน้าสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจูเก่อเยี่ยจะขอตัวจากไป “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าไปก่อนนะ”

 

อี้เหวินเหอขานรับเสียงดังอืม แล้วโค้งศีรษะให้คุณชายเยี่ยเล็กน้อย “ส่งคุณชายเยี่ย”

 

จู่เก่อเยี่ยมองอี้เหวินเหอนิดๆ แล้วเดินจากไป ฝ่ายอี้เหวินเหอก็กลับมาทิ้งตัวลงนั่งนิ่งๆ ไม่พูดอะไร แล้วกลับไปที่เรือนพำนักของตนในช่วงประเดี๋ยวถัดมาหลังจากนั้น 

   #################

       มันก็จะเขินหน่อยๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #516 and4 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 11:32
    ต่างคนต่างก็เขินกัน ฮุๆๆ
    #516
    0
  2. #496 salapaona (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 15:56

    คุณชายเยี่ยพยายามเข้า หยอดบ่อยๆ ตอนนี้น้องเริ่มหวั่นไหวแล้ววววว

    #496
    0
  3. #495 metung18 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 09:40
    รอฉากต่อไปไม่ไหวแล้ว
    #495
    0
  4. #494 usaonly (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 02:53

    ท่าสะดุดในตำนานก็มาพี่เยี่ยรับน้องไว้ทัน สปาร์คกันบ้างแล้วยังนะ พี่น่ะได้กอดน้องเต็ม ๆ เลย ส่วนน้องสิคิดอะไรได้บ้างแล้วยังว่าเขาห่วงนางขนาดไหนมากกว่าคำว่าเพื่อนแล้ว อิ อิ ขอบคุณค่ะไรท์

    #494
    0
  5. #493 jajahaircut (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:22
    น่ารักจริมๆ
    #493
    0
  6. #492 tuktahiper (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 17:22

    //จิกหมอนนนนนนนน
    #492
    0