เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 40 : สิบเจ็ด เราหนีไปกันเถอะ (ต้น) 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

ขณะที่สองบ่าวกำลังกังวลใจสุดแสน ทั้งยกมือท่องอมิตตาพุทธอยู่นั้น สองเจ้านายอย่างอี้เหวินเหอและจูเก่อเยี่ยที่ยังคงอยู่บนรถม้าที่แล่นกึกกักก็กำลังส่งยิ้มให้กัน หลังจากหนีมาจากพ่อบ้านหยวนได้แล้ว ทั้งสองเอากำปั้นเข้าชนกัน ราวกับเด็กเล็ก ๆ มิผิดเพี้ยน “เย้!สำเร็จแล้ว!”

 

หลังแสดงความดีใจออกมาแล้วจากนั้นทั้งสองก็ถอยมือออกมา แล้วยึดหน้าต่างรถม้ากันคนละบาน ยื่นหน้าไปมองความคึกครื้นของผู้คน

 

ด้านรถม้าก็วิ่งด้วยความเร็วต่อเนื่อง ชั่วประเดี๋ยวถัดมาก็มาถึงตลาดมากด้วยผู้คน 

 

มาถึงที่หมายแล้วจูเก่อเยี่ยก็ลงไปก่อน แล้วรออี้เหวินเหออยู่ด้านล่าง ฝ่ายอี้เหวินเหอก็ยื่นมือให้จูเก่อเยี่ยแล้วกระโดดลงจากรถม้า หลังยืนเคียงคู่กันแล้ว จูเก่อเยี่ยก็พ่ายมือไปทางตลาด อย่างสุภาพชน “เชิญแม่นางเหอ”

 

อี้เหวินเหอของตลาดแคว้นฉี ถึงจะเคยมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว แต่คงจะเป็นเพราะการมาครั้งนี้ เพราะมาหลังการถูกกักตัวร่วมครึ่งเดือน อี้เหวินเหอจึงรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นเป็นพิเศษ จนนัยน์ตาสีนิลสองดวงเป็นประกายวิบวับ “ภายนอกล่ะ ภายนอก”

 

แค่เห็นภายนอกที่ไม่ได้เห็นมานานอี้เหวินเหอก็ดีใจจนแทบจะหลั่งออกมาเป็นหยดน้ำตา หากนางไม่เกรงใจผู้คนเดินขวักไขว่ละก็ คงวิ่งไปกอดต้นไม้ใบหญ้าแล้ว

 

จูเก่อเยี่ยเห็นท่าทางของอี้เหวินเหอก็แสดงสีหน้ากลั้นขำอยู่เหลือประมาณ อี้เหวินเหอก็หูไวตาไวเป็นทุนเดิม ยื่นมือไปหยิบเนื้อบริเวณสีข้างของเขาเบาๆ “ฮ่าๆ แม่นางเหอเจ้าเป็นเด็กสามขวบหรืออย่างไรกัน อะ โอ๊ย!”

 

ด้านอี้เหวินเหอ เห็นท่าทีเกินจริงไปมากโขของคุณชายเยี่ย ใบหน้าก็ยับยู่จนแทบจะเป็นก้อนเดียวกัน ส่งเสียงประท้วงเบาๆ “คุณชายเยี่ย ท่านจะแสดงเก่งเกินไปแล้วนะ!”

 

ครั้นเห็นท่าทีเหลือบตาขึ้นมอง จูเก่อเยี่ยขรึมขึ้นเล็กน้อย ลดท่าทีคุณชายเจ้าสำราญลงหน่อยๆ จากนั้นก็ชวนกันไปเดินตลาด “ก็ได้ๆ ไม่แสดงก็ได้ พวกเราไปเที่ยวชมตลาดกันเถอะ” 

 

คุณชายเยี่ยเปลี่ยนกิริยาท่าทางไวถึงเพียงนี้อี้เหวินเหอก็ย่นจมูกนิดๆ ก่อนเดินตามไป เดินไปได้เที่ยวหนึ่งกระมัง คุณชายเยี่ยก็หยุดที่หน้าร้านเครื่องประดับ พ่อค้าวัยกลางคนผู้มีผมสีดอกเลาขึ้นที่ขมับ เห็นหนึ่งชายหนึ่งหญิงแต่งตัวดีก็รีบเอ่ยปากเชื้อเชิญด้วยใจอันตื่นเต้น เนื่องจากไม่มีลูกค้าผ่านมานานแล้ว “คุณชายคุณหนู เชิญขรับ เชิญๆ”

 

ตาจูเก่อเยี่ยกวาดดูที่เครื่องประดับมากมาย แล้วบอกให้เจ้าของร้านผู้มีใบหน้ากลม ไว้เคราแพะแนะนำชิ้นที่โดดเด่น “ชิ้นไหนดีที่สุด”

 

พ่อค้าได้ยินเช่นนั้น นัยน์ตาก็เป็นประกายระยิบระยับ จนอี้เหวินเหอเหอแทบจะเห็นว่ามีรูปเงินสะท้อนอยู่ในดวงตาแทนเงาของพวกนาง เห็นว่ากวาดตามองอยู่พักหนึ่งเจ้าของร้านก็เริ่มแนะนำอย่างคล่องปากทันใด พร้อมพ่ายมือไปยังเครื่องประดับแต่ละชุด “เรียนคุณชาย เครื่องประดับมีหลากหลายขอรับ ไม่ทราบว่าคุณชายชอบเครื่องประดับรูปแบบใดหรือขอรับ ถ้าเป็นปิ่นข้าแนะนำชิ้นนี้ หากเป็นหยกประดับ ก็เป็นชิ้นนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีทั้งแหวนและสร้อยคอ นอกจากนี้ยังมี เครื่องประดับศีรษะอื่นๆอีกนะขอรับ ข้าน้อยขอถามคุณชาย มิทราบว่าคุณชายสนใจเครื่องประดับใดเป็นพิเศษหรือไม่”

 

ฟังพ่อค้าร่ายยาวทีเดียวจบ จนลิ้นแทบพันกันแล้ว จูเก่อเยี่ยก็เลือกปิ่นออกมาชิ้นหนึ่ง อี้เหวินเหอยืนมองอยู่ด้านหลังเห็นว่าเป็นปิ่นดอกเหมยลวดลายชดช้อยนัก บ่งบอกว่าฝีมือของคนทำนั้นประณีตเพียงใด

 

เพียงเห็นว่าจูเก่อเยี่ยหยิบปิ่นชิ้นนี้ออกมาจากกอง พ่อค้าก็ส่งเสริมทันทีทันใด “คุณชายช่างมีแววตาเฉียบแหลมยิ่งนัก ปิ่นชิ้นนี้เป็นปิ่นที่ทำมาโดยเฉพาะเลยนะขอรับ ทั้งร้านมีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่สิ เกรงว่าทั่วแคว้นนี้จะมีเพียงชิ้นเดียว เหมาะสมที่จะให้คนรักอย่างยิ่ง ทั้งความหมายยังเป็นเลิศอีกด้วย วัยสาว สะ...”

 

ครั้นพ่อค้าเคราแพะเอ่ยอวดอ้างสรรพคุณเรื่องนี้ จูเก่อเยี่ยก็ผงกศีรษะ เรื่องความหมายของดอกเหมยเขารู้ดีอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยสนใจใคร่ฟังนัก รีบเร่งเปล่งเสียงถามราคาทันที “เท่าไรรึ”

 

ได้ยินดังนี้พ่อค้าร้านเครื่องประดับก็ยิ้มหวาน จนวงตาที่เดิมทีก็รีอยู่แล้ว จวนเจียนจะปิดลงจนสนิทอยู่รอมร่อ หลังกวาดตาดูแล้วเห็นว่าทั้งสองไม่คุ้นหน้า ทั้งยังแต่งตัวดี ก็คิดการใหญ่เพิ่มราคาขึ้นไปจากปกติอยู่มากโข “ยี่สิบตำลึงขอรับ”

 

อี้เหวินเหอได้ยินราคาก็หูผึ่งทันใด ตาเบิกโพลงประหนึ่งเห็นภูติผี แล้วหลุบมองเครื่องประดับอีกเที่ยวหนึ่ง หลังประเมินระมาณแล้วก็ไม่เชื่อในราคาโดยเด็ดขาด ผลงานประณีตก็จริงอยู่ แต่นี่มิใช่เขกราคากันมากไปหรอกหรือ! คิดดังนี้ อี้เหวินเหอก็กระตุกชายเสื้อของ คุณชายเยี่ยพลางกระซิบเตือนเบาๆ จะให้เขามาเสียเงินกับเจ้าพ่อค้าหน้าเนื้อใจเสือทั้งยังเอาเปรียบผู้อื่นเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด “คุณชายเยี่ย ท่านคิดดีๆนะ”

 

แต่ดูเหมือนว่าจูเก่อเยี่ยจะหูทวนลม พลิกจับเครื่องประดับดูอีกครั้งหนึ่งก็ส่งเงินจำนวนพอดิบพอดีให้ ตกลงซื้ออย่างไม่อิดออด “ตกลงซื้อ”

 

และแล้วจูเก่อเยี่ยก็ได้ปิ่นราคาแพงลิบลิ่วมาครอบครอง พ่อค้าที่ได้กำไรไม่รู้กี่เท่าตัว ยิ้มแล้วโค้งตัวให้เสียระนาบ กับพื้น ส่วนอี้เหวินเหอก็บ่นอุบไปตลอดทางที่เหลือ “คุณชายเยี่ย นี่ท่านบ้าไปแล้วหรือ เหตุใดถึงเอาเงินไปแลกกับเศษเหล็กเช่นนี้ แค่ปิ่นอันเดียวนี่นะตั้งยี่สิบตำลึง ทั้งยังไม่มีแม้แต่กล่องเก็บเครื่องประดับเสริมมูลค่า ใช่แล้ว ท่านต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ การป่วยครั้งก่อน ต้องทำท่านฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ๆ”

 

ด้านจูเก่อเยี่ยฟังอี้เหวินเหอบ่นอู้ก็เอ่ยชี้แจง ขณะเดียวกันก็อธิบายลักษณะพิเศษที่ทำให้ราคายี่สิบตำลึงนั้นนับว่าไม่แพง “ข้าซื้อที่ความหมายของปิ่นนี่ต่างหากเล่า อีกอย่างตัวเรือของปิ่นนี้ก็คุ้มทุนอยู่ไม่น้อย และดูเหมือนว่าเจ้าของร้านเองก็น่าจะยังไม่ล่วงรู้เช่นกัน ไม่เชื่อเจ้าดูนี่สิ ตัวเรือนตรงนี้ถูกทำอย่างประณีตนัก น้อยคนนักที่จะดูออกมาว่าเป็นฝีมือของช่างชำนาญการ”

 

ฟังคุณชายเยี่ยอธิบายที่มาที่ไป และลักษณะของปิ่นแล้ว อี้เหวินเหอก็นึกสองจิตสองใจ กึ่งเชื่อกึ่งสงสัย ด้านตัวเรือนนั้นอี้เหวินเหอไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ด้านความหมายนางพอจะเข้าใจอยู่จึงชะโงกหน้าเพ่งพิศยังปิ่นอีกครั้งหนึ่ง แล้วเอ่ยความหมายของดอกเหมยบนปิ่นประดับ “ลายดอกเหมย งดงามบริสุทธิ์ สดใส อีกนัยหนึ่งคือความหมายของวัยสาวหรือ”

 

ต้นเหมยนั้นแม้แลดูบอบบางแต่ความงามอันบอบบางนั้นกลับไม่อ่อนแอไปกับลมหนาวที่โหมกระหน่ำ ความหมายจึงดูงดงาม ทว่าอี้เหวินเหอกลับดูน้ำเน่าเกินจริงไปอยู่บ้าง 

 

พอมาคิดๆ ถึงความหมายของดอกเหมยแล้ว อี้เหวินเหอก็ทำปากยู่ ดวงตาสีนิลเปล่งประกายหยอกเย้า “เอ๋ หรือคุณชายเยี่ยจะซื้อไปให้หญิงคนรักกัน”

 

“...” จูเก่อเยี่ยไม่ได้ตอบอะไร ทว่านัยน์ตาที่มองอี้เหวินเหอกลับลึกซึ้งนัก จนอี้เหวินเหอได้แต่หลบเลี่ยงไม่สบตา บ่ายหน้าหนีไปชนบรรยากาศโดยรอบ

 

“นั่น งดงามยิ่งนัก” 

 

จูเก่อเยี่ยรู้ว่าอี้เหวินเหอหลบเลี่ยงอย่างสุดความสามารถเพราะตลอดระยะเวลาหลายเดือนมานี้เขาล้วนแสดงต่อนางอย่างจริงจังนัก จนยากที่ผู้คนจะไม่สังเกตเห็น เขาจึงโยนปิ่นในมืออยู่สองสามครั้ง จากนั้นก็บรรจงปักให้ที่กลุ่มผมของอี้เหวินเหอ “ปิ่นนี้ข้าให้เจ้า”

 

ประโยคนี้คล้ายกับจะบอกว่าอี้เหวินเหอคือสตรีที่จูเก่อเยี่ยรักเป็นนัยๆ อี้เหวินเหอจนนิ่งงันไปพักใหญ่เลยทีเดียว ดวงตาดังผลซิ่งจึงเบิกกว้างดังจันทร์เพ็ญ พิศมองคุณชายเยี่ยด้วยความตระหนกตกใจ “ทะ...ท่าน”

 

ใบหน้าของจูเก่อเยี่ยจือรอยยิ้มละไม จากนั้นก็คว้ามือของอี้เหวินเหอพาวิ่งไปยังร้านบะหมี่เลื่องชื่อ “ไปร้านนั้นกัน ฝีมือของเจ้าของร้านสืบทอดกันมาถึงสามรุ่นแล้ว และแต่ละรุ่นล้วนคงรสชาติเอาไว้อย่างดียิ่ง”

 

ไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง อี้เหวินเหอก็ถูกดึงมือพาวิ่งออกไปยังเส้นทางเบื้องหน้าแล้ว ด้วยเหตุนี้ถึงความคิดจะมากมายเอ่อล้นเพียงใดก็เป็นอันต้องเก็บพักไว้ แล้วสับเท้าตามจังหวะการเดินวิ่งของจูเก่อเยี่ย ครั้นเขาวิ่งเร็วไปหน่อยก็สั่งให้ลดฝีเท้าลง “คุณชายเยี่ยช้าๆหน่อย ขาข้าก้าวไม่ทัน”

 

จูเก่อเยี่ยลดฝีเท้าลง เปลี่ยนกลับเป็นเดินทอดน่องแทน “ก็ได้ เห็นแก่ขาเจ้าที่สั้นนะนี่”

 

หน้าอี้เหวินเหอยับย่นทันใด แล้วใช้ศอกกระทุ้งที่สีข้างเบาๆอย่างเดือดดาล “ใครจะเหมือนท่าน ขายาวจนข้านึกว่าไม่ใช่คนเสียแล้ว กระต่ายขายาวเอ๋ย”

 

สีหน้าจูเก่อเยี่ยเบิกบานยิ่งนัก หลุบตามองขาอี้เหวินเหอยิ้มๆ แล้วเดินไพล่หลังจากไป ปล่อยให้อี้เหวินเหอยืนแยกเขี้ยวยิงฟันอยู่เบื้องหลัง “รีบตามมาล่ะ แม่นางขาสั้น”

 

“คุณชายเยี่ย ท่านนี่มัน ท่านนี่มัน!” อี้เหวินเหอสรรหาคำพูดมาบรรยายคนผู้นี้ไม่ออก ทำท่าขยุ้มมือกับอากาศ ส่วนในใจก็นึกว่าเป็นคอของจูเก่อเยี่ย บีบเค้นๆจนสาแก่ใจแล้ว จึงเดินตามเขาเข้าร้านบะหมี่เลื่องชื่อไป ด้วยความรู้สึกที่ถูกยั่วยุให้ปั่นป่วน แม้แต่ความคิดที่จะคืนปิ่นบนศีรษี้เหวินเหอก็ลืมไปเสียสนิทแล้ว

 

 

ทั้งสองเดินเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่ในตลาดอยู่เกือบหนึ่งชั่วยาม จึงกลับมาที่จวนด้วยสภาพข้าวของเต็มมือ เพียงก้าวขาเข้าจวนก็พบว่าพ่อบ้านหยวนมายืนรออยู่อยู่พร้อมกับท่านหมอแล้ว ทั้งสองมีสีหน้าที่มิน่าจะหลอมรวมกันได้ เพราะครึ่งหนึ่งพะวักพะวง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็เข้มขึงเหลือประมาณ

 

ทั้งอี้เหวินเหอและจูเก่อเยี่ยพลันรู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมา ชำเลืองตามองกัน แล้วสลับกันหันไปยิ้มให้พ่อบ้านหยวนทีหนึ่งอย่างใสซื่อ

 

จูเก่อเยี่ยทักทายถามไถ่ว่าเหตุใดถึงตากหนาวยืนรอตน “พ่อบ้านหยวน มารออยู่ด้วยเหตุอันใดหรือ”

 

ส่วนอี้เหวินเหอไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด จึงชูของในมือขึ้นแลวสุ้มชี้อย่างใจป้ำกล้าได้กล้าเสีย ครั้นพ่อบ้านหยวนยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก็หัวเราะแฮะๆ แก้เก้อ “พ่อบ้านหยวน ข้าซื้อของมาให้ท่านด้วย ดูสิ...เอ่อ...แฮะๆ”

 

“...” พ่อบ้านหยวนที่บัดนี้หน้าคล้ำดำแดง ส่วนดวงตาก็ชุ่มชื่นน้ำ สบตาทั้งสอง กล่าวตัดพ้อออกมาอย่างน่าเทนายิ่งนัก “ท่านทั้งสองยังถามข้าน้อยหรือขอรับ ยังถามหรือ พวกท่านก็รู้ว่าเพิ่งหายป่วย ยังไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก ยังหนีออกไปเที่ยวเล่นอีก จิตใจพวกท่านทำด้วยอะไรขอรับ ทำด้วยอะไร! โฮ!”

 

ยิ่งพูดตาพ่อบ้านหยวนก็ยิ่งฉ่ำชุ่มด้วยน้ำตา อี้เหวินเหอซึ่งไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วกระเถิบเข้าใกล้จูเก่อเยี่ยตามจิตสำนึก สะกิดเขาเบาๆ ให้ช่วยเร่งจัดการ นางเกรงว่าหาเชื่องช้าไปจะไม่ทันการ ดีมิดี ทั้งนางทั้งคุณชายเยี่ยอาจจะได้แหวกว่ายอยู่ในทะเลน้ำตาก็เป็นได้ “คุณชายเยี่ย ข้าว่าท่าทางจะไม่ดีแล้วล่ะ”

 

จู่เก่อเยี่ยพยักหน้าหงึกหงักเห็นพ้องทุกประการ ชั่วประเดี๋ยวถัดมา เสียงร้องไห้ของพ่อบ้านหยวนก็ดังระงม ตอกย้ำความคิดทันที “หยวนอู๋เยี่ยนคนนี้ไม่อยู่ในสายตาของพวกท่านเลยใช่หรือไม่ขอรับ หากพวกท่านไม่สบายอีกเล่า ไม่สบายอีกเล่า โฮ...” 

 

พ่อบ้านหยวนพูดไปร้องไห้ไป

 

กิริยาท่าทางนี้ทำเอาทั้งจูเก่อเยี่ยและอี้เหวินเหอรู้สึกผิดขึ้นมาท่วมท้น ปราดเข้าไปปลอบโดยพลัน 

 

อี้เหวินเหอลูบหลังพ่อบ้านหยวน ที่งองุ้มเข้าหากันจนดูน่าสงสาร ชวนให้ผู้คนเช่นนางสำนึกผิด “พ่อบ้านหยวน ข้าผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว”

 

จูเก่อเยี่ยก็เช่นกันเขาตบลงบนบ่าอันสั่นเทานั้นเบาๆ “พ่อบ้านหยวน เจ้าอย่างกังวลไปเลย ข้าแข็งแรงดี ไม่ได้เจ็บป่วย”

 

ฟังจูเก่อเยี่ยพูดแล้วอี้เหวินเหอก็กล่าวเสริมเข้าไปอีกประโยค อย่างแข็งขัน ทั้งนางทั้งคุณชายเยี่ยแข็งแรงดีเป็นอย่างยิ่ง “ใช่แล้วพ่อบ้านหยวน ข้าแข็งแรงดีแล้ว แข็งแรงดี”

 

ปากของทั้งสองกล่าวออกไปเช่นนั้น ทว่าหลังจากนั้นเพียงสามวันทั้งสองก็เกิดป่วยขึ้นมาอีก ครั้งนี้พ่อบ้านหยวนจึงถือโอกาส เอ่ยถ้อยคำย้ำให้คิดยกใหญ่เสียเลย “เห็นหรือไม่ขอรับ เห็นหรือไม่ พวกท่านป่วยจริงๆด้วย”

 

จูเก่อเยี่ยและอี้เหวินเหอที่ตอนนี้ถูกจับให้มาอยู่ห้องข้างกัน เพราะท่านหมอจะได้ดูแลได้ทันท่วงที อีกนัยหนึ่งก็คือ พ่อบ้านหยวนจะได้จับตาดูได้สะดวก ฟังเสียงพร่ำรำพึงรำพัน จนอี้เหวินเหอละจูเก่อเยี่ยคิดว่า น้ำตาจะท่วมร่างกายไปเสียแล้ว แต่เพราะการป่วยไข้ครั้งนี้มาจากความประมาทเลินเล่อของคนทั้งสองเอง จึงฟังคำพร่ำสอนแกมตัดพ้อไปอย่างจนใจไร้ทางเลี่ยง

 

ช่วยมิได้ ครั้งนี้พวกนางผิดจริงๆ อี้เหวินเหอที่นอนฟังพ่อบ้านหยวนบ่นครุ่นคิด นอกจากนี้ยังรู้สึกผิดอีกด้วยที่ตนทำหน้าที่บกพร่อง จากที่ต้องดูแลคุณชายเยี่ย กลับเออออตามจนสุดท้ายทำเขาล้มป่วยขึ้นมาอีกจนได้

 

บ่นอยู่ประมาณครึ่งชั่วยาม พ่อบ้านหยวนก็จากไป อี้เหวินเหอและจูเก่อเยี่ยที่เพียงรู้สึกระคายคอ กับตัวรุมๆเพียงเท่านั้นจึงเดินมานั่งเล่นหมากสองสีกันที่ห้องส่วนนอกของเรือนจูเก่อเยี่ย เดินไปได้เพียงสองกระดาน เสียงพ่อบ้านหยวนก็ดังมาแต่ไกลเช่นเคย จนทั้งสองเริ่มรู้สึกปวดตุบๆที่สองข้างขมับ “อะไรกันขอรับ ท่านต้องพักผ่อน พักผ่อนนะขอรับ”

 

จูเก่อเยี่ยและอี้เหวินเหอชำเลืองตามองสบกัน ก่อนโยนหมากคืนโถ แล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกับอย่างอิดหนาระอาใจ ในความเคร่งครัดของพ่อบ้านหยวนที่มีมากเสียจนเกินพอดี จากนั้นก็พากันหมุนตัวกลับเข้าเรือนนอน เพราะคาดว่าหากทั้งสองยังคงดึงดัน พ่อพ่อหยวนคงหลั่งน้ำตาออกมาเป็นแน่

 

“เฮ้อ! แม่นางเหอ ข้าไปนอนก่อนล่ะ” จูเก่อเยี่ยพูดแล้วก็ลุกขึ้นพรวด ก้าวเท้ายาวๆกลับหอนอน

 

อี้เหวินเหอขานรับในลำคอคำหนึ่ง แล้วรีบเดินกลับหอนอนเช่นกัน “อืม ข้าไปล่ะ”

 

ด้านพ่อบ้านหยวนเห็นว่าทั้งสองยินยอมกลับไปพักแต่โดยดีก็ปรับสีหน้าให้เข้าที่ ยอมถอยไปไม่โวยวายอะไรอีก

 

พี่เยี่ย น่าถีบมากค้าาาาา จะจีบเขานะ แต่ก็เขินเลยพานไปหาเรื่องเขาอีก ส่วนฝ่ายปกครองหยวน เข้มงวดมากค่ะ ถ้าไม่ทำตาม จะฆ่าตัวตายให้ดู!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #491 and4 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 20:58
    สงสารพ่อบ้านหยวนที่ต้องมาดูแลเด็กแสบทั้งสองคนมากๆเลย ซนกันจริงๆไม่มีใครคิดจะห้ามใครซ้ำยังร่วมมือกันอีก แต่คุณชายเยี่ยก็มีมุมอบอุ่น อ่อนโยนเหมือนกันน้าาา แหม พ่อคุณชายไมโครเวฟ แต่ดูเหมือนความกวนจะมีมากกว่า ระหว่างอาเหอกับคนอ่านมาดูสิว่าใครจะเป็นไบโพล่าก่อนกันเนื่องจากคุณชายเยี่ยปรับเปลี่ยนอารมณ์ว่องไวปานสับสวิตช์เสียขนาดนั้น
    #491
    0
  2. #490 K@NomJeeB (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 18:47
    ท่านพ่อบ้านเข้มงวดยิ่งนัก ส่วนคุณชายเยี่ยกับเหอเอ๋อร์ดื้อจริงๆ สมควรโดนทำโทษ
    #490
    0
  3. #487 metung18 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 11:09
    สงสารท่านพ่อบ้านจิงๆ เด็กดื้อทั้ง2ก็แสบจิงๆ
    #487
    0
  4. #486 wilainat27 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:46
    นอนเยอะๆๆหายไวจะได้ไปแกล้งพ่อบ้านต่อ
    #486
    0
  5. #484 Xiaoxue (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 23:33
    เด็กป่วยจอมดื้อทั้งสอง ไม้เรียวสั่นระริกอยากจะลงมือแต่ทำไม่ได้อะดิพ่อบ้าน 55555
    #484
    0
  6. #479 tuktahiper (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 15:50

    คุณชายเยี่ยรุกแรงมากกกก
    #479
    0
  7. #478 InthiraP (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 11:21

    พระ-นางเป็นเด็กน้อยในสายตาท่านพ่อย้าน

    #478
    0
  8. #477 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 08:46
    ต้องขุดสระน้ำ ต้องขุดไว้ใส่น้ำตาพ่อบ้าน
    #477
    0