เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 38 : ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

 

 

จนช่วงเย็นหิมะหยุดตก อี้เหวินเหอจึงถือโอกาสก้าวเดินออกจากเรือน หลีกหนีการอุดอู้อยู่แต่ในห้อง ออกไปชมสวนที่บัดนี้ขาวโพลนไปหมดด้วยหิมะที่โปรยมาตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

 

คงเพราะช่วงก่อนหิมะตกหนามาก ดังนี้เพียงแค่อี้เหวินเหอก้าวขาออกไปนอกชายคา เท้าก็จมไปกว่าค่อน ด้วยขาอี้เหวินเหอจมลึกอยู่พอประมาณ จึงทำให้สูญเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ จนเยเสียงร้งออกมาตามจิตสำนึก “อะ”

 

เสี่ยวชุนเห็นเข้าก็ตกใจยิ่ง ดวงตาทั้งคู่เปิดขึ้นจนเต็มความกว้าง ปากร้องเสียงเอะอะส่วนตัวก็พุ่งเข้ามาช่วยประคองโดยไว “คุณหนูระวังเจ้าค่ะ!”

 

เสียงเสี่ยวชุนค่อนข้างดัง ทั้งเจ้าตัวยังตื่นตระหนกเสียเกินพอดี อี้เหวินเหอจึงยกมือห้ามคน แล้วยืนหยัดด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว “เสี่ยวชุน ข้าไม่เป็นอะไรหรอก แล้วเจ้าก็เบาเสียงลงหน่อยได้หรือไม่ ประเดี๋ยวจะไปรบกวนคุณชายเยี่ยเข้า”

 

ตอนแรกเสี่ยวชุนก็ยังไม่มั่นใจ จนเล็งเห็นว่าอี้เหวินเหอเดินไปได้ไกลหลายก้าวแล้วก็ตามอยู่ด้านหลังไปเงียบๆ “เจ้าค่ะ”

 

ความหนาวของหิมะที่แทรกซึมผ่านรองเท้ามาสู่ผิวเนื้อ รวมไปถึงหิมะกองใหญ่เบื้องหน้าที่หล่นตกอยู่ข้างกำแพง ทำให้อี้เหวินเหอหวนนึกถึงวันวาน ตอนอยู่จวนอี้เหวินกั๋วกง 

 

ถึงสภาพอากาศฤดูกาลของสองแคว้นจะแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก 

 

ที่แคว้นจิ้นหลังจากหิมะตกยาวนาน ก็จะมีหิมะขึ้นหนาอย่างนี้เช่นกัน ตอนนั้นอี้เหวินเหอชอบออกไปเดินเล่นกับท่านปู่ โดยท่านปู่ที่ถูกนางคล้องแขน จะเดินไปแล้วตบหลังมือของนางตลอดเวลา 

 

ไพล่นึกถึงเหตุการณ์นั้นคราใด ใจอี้เหวินเหอก็คล้ายถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ประหนึ่งน้ำไฟมิอาจหล่อหลอม ทางหนึ่งรู้สึกล้นจนใจพองโต แต่อีกทางหนึ่งกลับหงอยเหงาเศร้าสลดจนน่าใจหาย เพราะนางมิอาจมีวันชื่นคืนสุขเช่นนั้นได้อีกแล้ว ด้วยใจพะวงถึง ปากจึงหยุดเปรยออกมาโดยไม่รู้ตัว “ท่านปู่”

 

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบามาก แต่เสี่ยวชุนก็ได้ยินชัดเจนยิ่ง นางอยู่กับคุณหนูมาตั้งกี่ปีแล้ว เหตุใดจะไม่รู้ว่าคุณหนูกำลังคิดถึงอี้เหวินกั๋วกง ดังนี้นางจึงเดินไปกอบหิมะก่อนปั้นเป็นตุ๊กตารูปร่างหน้าตาบู้บี้ แล้วส่งเสียงเรียกให้คุณหนูหันมาสนใจ หวังว่าจะช่วยลดความโศกเศร้าของคุณหนูลงได้ “คุณหนูดูสิเจ้าคะ เสี่ยวชุนปั้นออกมางดงามหรือไม่”

 

อี้เหวินเหอเบิกตาขึ้นนิดๆหลุดออกจากภวังค์ แล้วหลุบมองตามเสียงเรียก เห็นตุ๊กตาที่มองไม่ออกว่าเป็นตัวอะไรแล้วยิ้มละไม เดินไปทรุดตัวนั่งยองข้างๆเสี่ยวชุน แล้วปั้นตุ๊กตาแทนตัวเองขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง “ตัวนั้นเสี่ยวชุน ตัวนี้ข้า...อี้เหวินเหอ”

 

ทั้งสองหยุดพินิจมองตุ๊กตาหิมะ ก่อนอี้เหวินเหอจะปั้นเพิ่มขึ้นมาอีกหลายตัว แล้วให้ชื่อกับตุ๊กตาทั้งหมด “ตัวนี้ท่านปู่ ตัวนี้พี่ซิ่วฉิว พี่หรงเยี่ย มู่อัน อาอี้ เสี่ยวฝาง เหยียนหมัวมัว หลิวหมัวมัว จิ่วหรง หว่านหวาน...”

 

เห็นตุ๊กตาที่ผุดขึ้นมาจำนวนมากแล้ว เสี่ยวชุนก็ยกมือตีตัวเองแรงๆ นี่นางกลายเป็นคนหวังดีประสงค์ร้ายไปแล้วหรือ หวังให้คุณหนูสนุกจนลืมทุกข์ แต่สุดท้ายกลับกระตุ้นให้ทุกข์เสียยิ่งกว่าเก่า เสี่ยวชุนเจ้ามันโง่เง่าทั้งยังเขลานัก

 

เพราะตอนนี้เงียบมาก เสียงหวดเนื้อที่ควรแผ่วเบาจึงดังกึกก้องอยู่ไม่น้อย อี้เหวินเหอลุกขึ้นไปส่งยิ้มให้เสี่ยวชุน พลางเอ่ยปลอบใจกึ่งเย้าหยอกว่า “เสี่ยวชุน ข้าไม่ปฏิเสธว่าทั้งคิดถึงและโหยหาพวกเขา และข้าก็ไม่ปฏิเสธว่าตนเองโศกเศร้าด้วย ทว่าข้าก็แค่คิดถึงพวกเขาตามประสาคนอยู่ไกล หรือว่าเดี๋ยวนี้ข้าคิดถึงพวกเขาไม่ได้แล้ว”

 

ได้ยินอี้เหวินเหอพูดเช่นนี้ เสี่ยวชุนพลันมีสีหน้าแตกตื่นลนลานขึ้นมา ทางหนึ่งก็รีบโบกไม้โบกมือ อีกทางหนึ่งก็เปล่งเสียงปฏิเสธ “เปล่านะเจ้าคะ เสี่ยวชุนไม่บังอาจ”

 

“อย่างนั้นก็ดีแล้ว” อี้เหวินยิ้มแล้วเดินไปดึงมือเสี่ยวชุนไปนั่งตรงขอบระเบียงมองตุ๊กตาหิมะหน้าตาบู้บี้ไม่เหมือนกันสักตัว เพราะฝีมือของอี้เหวินเหอก็ไม่ได้ดีกว่าเสี่ยวชุนมากนัก

 

ขณะนั่งมองไปยิ้มไป ลมหน้าหนาวก็พัดมาพอดี หิมะที่ก่อตัวอยู่หนา ทั้งยังสูงเหนือกำแพงก็ล้มครืนลงมา ทับถมตุ๊กตาที่อี้เหวินเหอปั้นไปเสียสิ้นจนเหลือเพียงสองตัวเท่านั้น

 

ตัวที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของอี้เหวินเหอ และเสี่ยวชุน...

 

พลันรอยยิ้มบนใบหน้าของอี้เหวินเหอจืดจางลงอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกปวดอกเบื้องซ้ายขึ้นมาคร้ามครั้น หัวตาเริ่มร้อนผ่าว ไม่นานมวลน้ำเริ่มเอ่อล้นที่ดวงตา

 

ไม่ ข้าต้องไม่ร้องไห้ อี้เหวินเหอรีบกระพริบตาถี่ๆก่อนตัดสินใจลุกขึ้นเดินกลับเข้าสู่ด้านใน ในชีวิตจริงของนางก็เหลือเพียงตัวนางและเสี่ยวชุน มิต่างจากตุ๊กตาหิมะที่เหลือรอดมาเพียงสองตัวนั้นเช่นกัน แต่เพื่อไม่ให้เสี่ยวชุนกระวนกระวายจนเกินไป อี้เหวินเหอจึงพูดกลบเกลื่อนความรู้สึกไปเล็กน้อย ทั้งที่ใจจริงแล้วกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส “เสี่ยวชุน ก็แค่ตุ๊กตาหิมะน่ะ อย่าใส่เลย พวกเรากลับเข้าไปพักกันเถอะ ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ”

 

ได้ยินคำพูดของอี้เหวินเหอ เสี่ยวชุนที่อยู่ในท่วงท่าก้าวตรงไปยังกองหิมะ หมายจะปั้นขึ้นมาใหม่ก็ชะงักเท้า แล้วหมุนตัวเดินตามอี้เหวินเหอกลับเข้าเรือนไปเงียบๆ “เจ้าค่ะคุณหนู”

 

อี้เหวินเหอกลับเข้าสู่ด้านในแล้ว ก็เอนตัวลงนอนบนฟูกนุ่มนิ่ม ครั้นไร้สายตาของผู้คนขับจ้อง น้ำตาหยาดใสก็ค่อยๆไหลรินลงมาอาบสองแก้มขาวนวล...

 

 

เมื่อผ่านพ้นช่วงเย็นไป เพลาค่ำก็มาเยือน หลังอี้เหวินเหอกลับมาจากกินมื้อเย็นร่วมกับคุณชายเยี่ยก็ล้างเนื้อล่างตัวคลานเข้ามุ่งแล้วข่มตานอน

 

แต่ใครจะรู้เลย ว่าในค่ำคืนที่อี้เหวินเหอใช้เวลาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับนอนได้ โดยที่นางมิได้ล่วงรู้เลยว่าขณะที่นางกำลังหลับใหลนั้น จูเก่อเยี่ยกำลังก่อตุ๊กตาหิมะสามตัวอยู่หน้าเรือนพำนักของนาง

 

แม้จะหนาวมือเพียงใด แต่จูเก่อเยี่ยก็เพียรพยายามยิ่ง จนเฉาข่งเฮ่อผู้ยืนรอยู่ด้านข้างได้แต่ออกปากห้ามปรามให้ถนอมตัวเองเสียบ้าง “คุณชายขอรับ ท่านถนอมตัวเองหน่อยเถิด ตัวท่านตอนนี้ยังไม่หายดีนะขอรับ”

 

เห็นคนสนิทประท้วงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีแล้ว จูเก่อเยี่ยก็เหลียวมองนิดๆ ก่อนตอบด้วยเสียงเบา “ข่งเฮ่อ...ให้ข้าทำเถอะ ให้คนที่ทั้งชีวิต ไม่เคยดูแลนางได้เลย จนนางสูญเสียทุกอย่างไปจนหมด ขอให้ข้าได้ทำเถอะ”

 

น้ำเสียงของจูเก่อเยี่ยอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิดอันล้นเหลือ สีหน้าเฉาข่งเฮ่อก็ปรากฏความไม่เห็นด้วยทุกประการ เจ้านายของเขาไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย “คุณชายไม่ผิดนะขอรับ ท่านยอมสละทุกสิ่งอย่างเพื่อนาง เรื่องที่เรามาไม่ทัน ก็เพราะว่าคุณชาย...”

 

พลันจูเก่อเยี่ยก็ยกมือห้ามคน ถึงเฉาข่งเฮ่อจะบอกว่าเขาไม่ผิด แต่ในใจของเขา จูเก่อเยี่ยคนนี้ผิดมหันต์นัก เพราะถ้าหากเขามาเร็วอีกนิด อี้เหวินเจียงอาจจะไม่ตายก็เป็นได้ “ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ให้ข้าได้ทำเถอะ”

 

“ขอรับ” เฉาข่งเฮ่อ หยุดพูดเพียงเท่านั้น แล้วพิศมองเจ้านายหนุ่ม ปั้นตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่ด้วยความตั้งอกตั้งใจ แม้มือจะโดนหิมะกัดจนเลือดซิบ ก็ทำต่อไปด้วยรอยยิ้ม

 

เหตุการณ์นี้ทำให้เฉาข่งเฮ่อนึกย้อนไปตอนก่อนไปที่แคว้นจิ้น คำว่ารัก คำนี้เพียงคำเดียว ทำให้บุรุษผู้นี้เลือกทอดทิ้งทุกสิ่งอย่าง อำนาจ วาสนาล้วนไม่สนใจทั้งสิ้น แม้กระทั้งทำร้ายตัวเองเพื่ออี้เหวินเหอ เจ้านายของเขาจูเก่อเยี่ยคนนี้ก็ยินยอมทำแต่โดยดี

 

แต่น่าเวทนานัก ทั้งที่คุณชายของเขาทำเพื่ออี้เหวินเหอถึงเพียงนี้ ต้องเสียสละมากเพียงใดถึงจะไปหาหญิงคนนั้นที่แคว้นจิ้นได้ แต่อี้เหวินเหอกลับมิเคยล่วงรู้ถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่นั้นเลย

 

รอจนจูเก่อเยี่ยปั้นตุ๊กตาหิมะ เสร็จแล้ว เฉาข่งเฮ่อจึงเดิมตามออกไปเงียบๆ เฉกเช่นตอนมา

 

 

เมื่อรุ่งเช้ามาเยือน ยามอี้เหวินเหอเยี่ยมหน้าออกไปนอกประตูจึงเห็นตุ๊กตาหิมะสามตัววางเรียงอยู่หน้าเรือน  ตุ๊กตาที่เพิ่มขึ้นมานั้นในมือถือพัดซึ่งทำจากกระดาษ เพราะทำเอาไว้นานแล้ว ทั้งอากาศยังชื้นมาก กระดาษจึงเปียกและเริ่มยุ่ยไปกว่าค่อน แต่อี้เหวินเหอก็พอจะมองออก ว่าตุ๊กตาหิมะที่แทนตัวผู้ใด

 

ตุ๊กตาหิมะถือพัดคือคุณชายเยี่ย...

 

ส่วนความหมายที่นางอ่านได้ลึกๆ จากตุ๊กตาหิมะสามตัวที่วางเรียงกัน ส่วนด้านข้างเป็นซากหิมะที่ละลายไปแล้ว

 

อี้เหวินเหอกับเสี่ยวชุนไม่ได้เหลือกันเพียงสองคน ยังมีเขาชายผู้ลึกลับที่นางเรียกขานว่าคุณชายเยี่ยอยู่เคียงข้าง

 

พลันหัวใจที่วูบโหวงอยู่ลึกๆ ก็ค่อยๆถูกเติมเต็มขึ้นมาอย่างช้าๆ... ดวงตาที่แห้งผากเริ่มชุ่มชื่นขึ้น ยามน้ำในตากระทบกับแสงแดดที่ลอดผ่านหมู่เมฆเพียงน้อยนิด จึงเปล่งประกายระยิบระยับราวอัญมณี

 

เขาคนที่นั้น ซึ่งนางไม่รู้ที่มา หมายความว่าเช่นนี้ใช่หรือไม่...

 

ระหว่างครุ่นคิดด้วยหัวใจอันแช่มชื่นตื้นตัน เสียงของคนผู้หนึ่งก็ลอยมาจากทางด้านข้าง “แม่นางเหอตื่นแล้วหรือ เราไปกินข้าวกันเถอะ”

 

ดวงหน้าอี้เหวินเหอค่อยๆผินไปมองอย่างช้าๆ เห็นว่าเป็นคุณชายเยี่ย มุมปากก็พลันเจือด้วยยิ้มบางเบา แล้วขานรับออกไป “อื้ม ไปสิ”

 

ขณะย่ำเท้าไปกับทางคุ้ยเขี่ยหิมะออกไปแล้ว อี้เหวินเหอเหอก็ถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ “คุณชายเยี่ย ตุ๊กตาหน้าเรือนข้า นั่นฝีมือท่านหรือ?”

 

จูเก่อเยี่ยตอบโดยไม่ต้องหยุดคิดทบทวน ทั้งยังโอ้อวดฝีมือตนเองอีกด้วย “อืม...ฝีมือข้า พอดีข้าเห็นว่าตัวเก่ามันหน้าตาบูดบี้เลยปั้นให้ใหม่ เป็นอย่างไร งดงามใช่หรือไม่”

 

ถูกกัดทั้งยังปรามาสฝีมือเฉกเช่นนี้ อี้เหวินเหอแค่นเสียงออกจมูก ยกมือขึ้นกอดอก ร้องออกมาอย่างคนไม่พอใจ “เฮอะ! ตุ๊กตาของท่านสวยที่ไหนกัน หน้าตาอัปลักษณ์ไม่แพ้ของข้าสักนิด”

 

หัวตาจูเก่อเยี่ยกดลึกขึ้น กวาดสายตามองอี้เหวินเหอแล้วเถียงกลับไปอย่างทันทีทันควันเช่นกัน “ของข้าสวยกว่า”

 

อี้เหวินเหอเองก็ไม่ยอมแพ้ ปกป้องฝีมือของตนเองอย่างไม่ลดละเช่นกัน “ของข้าสวยกว่า”

 

“ของข้าสวยกว่า!”

 

“ของข้าสวย!”

 

...และทั้งสองก็ทุ่มเถียงกันเช่นนี้ไปตลอดทาง

 

เสี่ยวชุนมองทั้งสองโต้เถียงกัน ก่อนจะแหงนดวงหน้าขึ้นมองท้องฟ้า นึกถึงท่านกั๋วกงที่อยู่บนสวรรค์ แล้วพึมพำออกมาว่า “ท่านกั๋วกงเจ้าคะ คุณหนูไม่เหงาแล้วเจ้าค่ะ”

 

คุณหนูของนาง อี้เหวินเหอที่เคยโศกศร้า แววตาอมทุกข์บัดนี้กลับมาสว่างสดใสแล้ว เพราะบุรุษที่รู้เพียงว่าเขาคือคุณชายเยี่ย...

 

ถึงชายผู้นั้นจะไม่กล่าวคำใดออกมา แต่เสี่ยวชุนกลับสัมผัสได้ จากอายอบอุ่นที่แผ่ปกคลุมตัวคน คุณชายเยี่ยผู้นี้จะปกป้องคุณหนู มิให้ต้องภัยอันตราย    ใด ๆ อีก

ค่อยๆละมุน ค่อยๆ ก่อตัวกันไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #471 and4 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 14:50
    อาเหอค่อยเปิดใจรับคุณชายเยี่ยเพิ่มขึ้นมาอีกนิดแล้วสินะ
    #471
    0
  2. #470 tuktahiper (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 23:37

    เค้าเริ่มมีความรู้สึกมห้กันแล้วววว
    #470
    0
  3. #468 0618637704 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 14:11
    เมื่อไรจะแก้แค้นให้ครอบครัวอ่ะ รอนานล่ะนะ
    #468
    0
  4. #466 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 10:48
    คุณชายเยี่ย ท่านจะช้าไปไหนนี่ รี้ดรอท่านรุกอยู่ค่ะ
    #466
    0
  5. #463 usaonly (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 06:34

    คุณชายเยี่ยเปันใครกันแน่ ยอมสละทุกสิ่งเพื่อน้องเหอ จะได้รู้ความจริงเมื่อไหร่นะ แต่ตอนนี้สะสมคะแนนไปเรื่อย ๆ ให้น้องลืมอดีตสามีซะก่อน ขอบคุณค่ะ

    #463
    0