เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 37 : ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    30 มิ.ย. 63

 

อี้เหวินเจียงผู้เป็นกั๋วกงเคยกล่าวว่า ช่วงเวลามักผ่านไปเร็วประหนึ่งม้าหนุ่มวิ่งผ่านร่อง อี้เหวินเหอก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น เวลาช่างเป็นสิ่งที่ผันผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหายยิ่ง เพราะเผลอเพียงประเดี๋ยวเดียว นางก็มาอยู่ร่วมชายคากับคุณชายเยี่ยผู้ลึกลับทั้งยังซับซ้อนผู้นี้มาได้ร่วมสามเดือน ครั้นนำมารวมกับระยะเวลาแรกพบหน้า อี้เหวินเหอกับคุณชายเยี่ยท่านนี้ก็รู้จักกันมาร่วมสิบเดือนแล้ว

 

ในด้านเวลาช่วงระยะแค่สิบเดือนนับว่าไม่มากนัก ทว่าในด้านความสนิทสนม อี้เหวินเหอกลับสามารถอยู่ร่วมกับคนผู้นี้อย่างกลมกลืนประหนึ่งสหายที่รู้จักกันมาร่วมสิบปี

 

ในช่วงเหมันต์ฤดู ยามที่หิมะตกหนัก ด้วยหิมะลงหนาไม่เหมาะสมกับการเดินทางออกไปด้านนอกอย่างยิ่ง ทั้งอี้เหวินเหอและคุณชายเยี่ยจึงหลบอยู่ในเรือนอันอบอุ่น ตัดขาดกับสภาพความหฤโหดของพายุหิมะภายนอก

 

แต่จะให้อุดอู้กินนอนอยู่ในเรือนติดกันก็กระไรอยู่ ดังนั้นอี้เหวินเหอและคุณชายเยี่ยจึงหากิจกรรมทำร่วมกันให้สมกับสถานะสหายพ่วงด้วยตำแหน่งผู้ดูแล โดยช่วงแรกนั้นทั้งสอง หมกมุ่นอยู่กับการคิดปริศนาคำทาย ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเล่นกู่ไผ[1] ก่อนจบลงที่การเดินหมากล้อมสองสี เพราะอี้เหวินเจียงไม่อยากให้หลานสาวของตนเป็นเพียงสตรีในห้องหอ จึงสอนการเดินหมากเอาไว้ให้ด้วย ซึ่งอี้เหวินเหอก็ซึมซับฝีไม้ลายมือด้านนี้มามิใช่น้อย ทว่าความเก่งกาจที่อี้เหวินเหอมีอยู่นั้น ดูเหมือนจะน้อยกว่าคนตรงหน้าอย่างคุณชายเยี่ยอยู่มหลายขุมเลยทีเดียว

 

“แม่นางเหอหมากกระดานนี้ข้าชนะเจ้าแล้ว เช่นนั้นตั๋วเงินนี้กลับมาเป็นของข้า” คุณชายเยี่ยพูดอย่างร่าเริง แล้วเดินหมากในมือกินหมากของอี้เหวินเหอ ต่อมาก็หยิบตั๋วเงินของอี้เหวินเหอไปโบกมิต่างจากพัด 

 

ยามเห็นเส้นเกศาสีดำสนิทของคุณชายเยี่ยพลิ้วไหวตามสายลมอ่อนๆจากตั๋วเงิน อี้เหวินเหอก็พลันอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอยู่รอมร่อ ของที่เคยอยู่ในมือนาง ตกไปอยู่ในมือของคนผู้นี้เสียได้ “ข้าไม่น่าตกปากรับคำท่านจริง ๆ เลยคุณชายเยี่ย” 

 

อี้เหวินเหอยามนี้ทั้งเสียดาย ทั้งเสียหน้านิดๆ รู้สึกอยากจะล้มกระดานหมากเสียแต่ก็ทำไม่ลง ได้แต่แสดงท่าทีอย่างคนปวดอก แล้วนึกย้อนไปอย่างเจ็บใจว่าตนมิควรตกปากรับคำเดินพันเดินหมากด้วยตั๋วเงินจำนวนนี้เลย ไม่น่าเลยอี้เหวินเหอ ไม่น่าเลย

 

อากัปกิริยาของอี้เหวินเหอทำให้ มุมปากจูเก่อเยี่ยยกสูง เอามือหนุนแก้มแล้วเอ่ยปากชวนเล่นอีกหนึ่งกระดาน ครั้งนี้หมายจะอ่อนข้อแล้วให้นางชนะไป “เล่นอีกกระดานดีหรือไม่ ลางทีเจ้าอาจจะชนะ”

 

ใบหน้าของอี้เหวินเหอส่ายไปมา ริมฝีปากขบเม้มเข้าเป็นเส้นตรง ไม่เชื่อในน้ำคำดังกล่าวสักนิด ต่อมาก็เอนหลังทิ้งตัวลงบนราบไปกับพื้น แกว่งแขนขนาบกับลำตัวขึ้นลง กล่าวปฏิเสธด้วยความมุ่งมั่น “ไม่เล่นแล้ว ขืนเล่นข้าก็เสียเงินให้ท่านอีก”

 

ทีแรกอี้เหวินเหอเดินหมากกับชายผู้นี้สองสามตา เห็นว่าเขาช่างหลอกล่อได้ง่ายดายดีแท้ เลยหมายจะหลอกกินเงินเขาเสียหน่อย ที่ไหนได้คุณชายเยี่ยแท้จริงแล้วกลับแสร้งเป็นหมูหลอกกินเสือ[2] พอนางกินมาจนมากแล้วก็ฉวยโอกาสเดิมพันมากขึ้น จากนั้นก็ถอนทุนคืนได้ทั้งหมดในดาบเดียว 

 

ช่างไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มค่า และหากขืนเล่นต่อไป กำไรยังมิได้ อี้เหวินเหอยังจะขาดทุนอีก ซึ่งข้อนี้นางยอมมิได้เป็นอันขาด! เรื่องอะไรนางต้องเสียเงินด้วยเล่า ไม่มีทางเสียล่ะ

 

เห็นกิริยาท่าทางนี้ของอี้เหวินเหอ จูเก่อเยี่ยก็ยิ้มละไม “เล่นกับข้าอีกตา เถอะไม่วางเดิมพันก็ได้”

 

อี้เหวินเหอย่นจมูกกลอกตา ส่ายหน้าดิกใส่จูเก่อเยี่ยพร้อมยืนกรานแข็งขัน “ไม่เล่นแล้ว”

 

หากเล่นไปนางฝืนใจไม่ได้อีก เผลอไปท้าเข้า ได้กรีดเลือดเฉือนเนื้อมาบูชาคนผู้นี้จริงๆเป็นแน่

 

เห็นว่าโน้มน้าวใจไปก็ไม่เป็นผล จูเก่อเยี่ยก็โบกไม้โบกมือให้สาวใช้มาเก็บกระดานหมาก “เฮ้อ! แม่นางเหอยอมแพ้เสียแล้ว จะว่าไปแม่นางเหอก็ช่างตระหนี่ถี่เหนียวเสียจริง ทั้งๆที่ช่วงนี้ก็ได้กำไรจากการลงทุนค้าขายไปก็ตั้งมาก แค่เสียเงินเพียงน้อยนิดกลับไม่ยินยอมเสียแล้ว”

 

พูดถึงเรื่องกำไรจากการค้าขาย ตาอี้เหวินเหอเหลียวมองจูเก่อเยี่ยเล็กน้อย คนผู้นี้พูดไม่ผิดนัก เพราะการแนะนำของเขา ให้ร่วมลงทุนกับคนที่รู้จัก พักนี้นางถึงได้กำไรมาเป็นกอบเป็นกำโดยไม่ต้องลงแรงอะไร เสี่ยงเพียงเม็ดเงินเท่านั้น แต่ด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าจะถูกหลอก ช่วงแรกอี้เหวินเหอจึงให้คุณชายเยี่ยจ่ายเงินไปก่อน แล้วคืนทีหลัง สุดท้ายก็ได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ ดังคำที่เขาว่าจริงๆ “ไม่ได้ ชีวิตข้ามีอีกตั้งยาวไกล จะมาใช้จ่ายโดยสิ้นเปลืองมิได้เด็ดขาด” 

 

จูเก่อเยี่ยพยักหน้าอย่างไร้ข้อโต้แย้ง แล้วเดินมาทิ้งตัวลงนอนข้างๆอี้เหวินเหอ “ยอมแล้ว แม่นางเหอล้วนกล่าวถูกต้องทั้งสิ้น” 

 

 ทั้งๆ ที่เขาเอนหลังนอนเคียงข้างนางแล้ว ครั้งนี้อี้เหวินเหอกลับไม่ได้หลีกหนีเช่นเคย ใจของจูเก่อเยี่ยก็บังเกิดความแปลกใจอย่างใหม่ จึงสัพยอกไปเล็กน้อยตามวิสัย “อะไรกันนี่แม่นางเหอเสียดายเงิน จนลดท่าทีระแวงระวังต่อข้าแล้วหรือ”

 

ตาอี้เหวินเหอชำเลืองมองจูเก่อเยี่ยเล็กน้อย แล้วย่นจมูกใส่ ไม่ได้ขยับตัวหลีกหนีตามคำยั่วยุแต่อย่างใด “ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้คิดทำอะไรข้าจริง ๆ หรอก แล้วก็ไม่ได้เจ้าชู้กะลิ้มกะเหลี่ยด้วย”

 

ขณะกล่าวประโยคในช่วงท้ายนี้ อี้เหวินเหอหันมาสบตากับคุณชายเยี่ยที่เผอิญจ้องมองนางอยู่พอดี ทันใดนั้นก็คลับคล้ายว่าอี้เหวินเหอได้เห็นแวววูบไหวประการหนึ่ง ทว่าเพียงชั่วกระพริบตาก็ลางเลือนหายไปราวกับมิเคยมี

 

กิริยาเล็กๆน้อยๆ ทำเอาอี้เหวินเหอเกรงว่าหากนางมิได้พินิจมองอยู่ก่อน คงมิอาจจับสังเกตได้ “...”

 

แต่จูเก่อเยี่ยก็ขึ้นชื่อด้านเปลี่ยนสถานการณ์ไม่แพ้กัน เมื่อเล็งเห็นว่าอี้เหวินเหอมีท่าทีผิดปกติธรรมดา ก็ยกมุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ แล้วเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ไปหนึ่งประโยค “แม่นางเหอช่างหัวไวยิ่ง ในที่สุดก็เชื่อสนิทใจเสียทีว่าข้ามิได้สนใจในตัวท่าน ก็นะ รูปร่างเช่นนี้ผู้ใดจะสนใจ ละ อะ”

 

พูดมิทันจบประโยคดี อี้เหวินเหอก็ส่งหมัดไปกระแทกเข้าที่สีข้างของจูเก่อเยี่ยเบาๆ พร้อมเปล่งเสียงข่มขวัญคน “คุณชายเยี่ย! ขืนเอ่ยอะไรเช่นนี้ออกมาอีกท่านเจ็บตัวแน่ๆ” 

 

ฝ่ายจูเก่อเยี่ยนั้นไม่ได้เจ็บมากนัก แต่แสดงท่าทีให้ยิ่งใหญ่เข้าไว้ แสร้งร้องออกมาราวกับเจ็บหนักหนา “อะ โอ๊ย เจ็บ!”

 

คนด้านข้างแสดงท่าทีว่าเจ็บปวดอย่างมาก อี้เหวินเหอก็ตกใจจนหลงลืมไป ว่าเมื่อครู่ตนแค่ผลักไปเพียงเบาๆเท่านั้น จึงรีบรุดเข้าไปประคอง แล้วลูบบริเวณที่ผลักจูเก่อเยี่ยอย่างเบามือ “คุณชายเยี่ยท่านเจ็บมากหรือไม่ คุณชายเยี่ยให้ข้าตามท่านหมอดีหรือไม่”

 

ประคับประคองด้วยความอ่อนโยนอยู่ระยะหนึ่ง อี้เหวินเหอก็นึกถึงการกระทำของตัวเองในเมื่อชั่วประเดี๋ยวก่อน จำได้ว่าตนเองนั้นออกแรงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไฉนคนผู้นี้ถึงแสดงกิริยาท่าทางราวกับจะเป็นตายเสียได้เล่า เพราะอย่างมากแล้ว ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด อี้เหวินเหอก็คิดว่าเพียงสร้างอาการคันยุบยิบไม่ต่างจากแมลงตัวน้อยไต่ตอมเท่านั้น

 

ครั้นคิดไปคิดมาก็ก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จะมีอะไรไปเสียได้ นอกจากคุณชายเยี่ยท่านนี้จะเล่นละครตบตานางอยู่

 

ที่แท้ก็แสดงละครอีกแล้วสินะ คิ้วของอี้เหวินเหอค่อยๆขมวดมุ่นเข้าหากันจนเกิดรอยยับย่นตรงกลางนิดๆ ทีแรกหมายจะผลักไสถอยหนีบุรุษเต็มไปด้วยความซับซ้อนออกไป แต่ก็เปลี่ยนใจเป็นหยิบเนื้อข้างเอวผ่านชุดแล้วบิดอย่างแรง ให้สมประสงค์กับท่าทีร้องโอดโอยทันใด “เจ็บหรือคุณชายเยี่ย เจ็บมากใช่หรือไม่ มา ๆ ข้าช่วยนวดให้ท่าน”

 

จู่ๆ ฝ่ามืออันอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็นแรงขุมหนึ่ง จูเก่อเยี่ยก็ตกหนกตกใจยิ่งนัก ก่อนจะรีบบิดตัวงอตามจิตสำนึกพลางร้องครางเสียงระงม “อะ แม่นางเหอเจ็บ ข้าเจ็บ”

 

อี้เหวินเหอฉีกยิ้มหวานจนเห็นฟันเรียงซี่ แล้วบิดเนื้อก้อนนั้นอย่างช้าๆ อย่างคนใจเย็นยิ่ง ทั้งๆที่ความจริงแล้วภายในกำลังเดือนปุดๆประหนึ่งน้ำร้อนบนเตา “คุณชายเยี่ยกล่าวว่าอันใดนะ ข้าไม่ได้ยิน อ้อ มดกัดท่านตรงนี้ได้ๆ ข้าหยิบออกให้”

 

มืออี้เหวินเหอเคลื่อนไหวตามปากว่า จูเก่อเยี่ยได้แต่โอดครวญออกมาอย่างน่าสงสาร “แม่นางเหอ ข้าขอโทษ ขอโทษ...”

 

ถึงถ้อคำของจุเก่อเยี่ยตอนนี้จะไพเราะสะเนาะหูเพียงใด อี้เหวินเหอก็ไม่ยอมปล่อยมือ จนได้ยินคำว่าขอโทษสามครั้ง กับสองหัวตาของเขาเริ่มแดงเรื่อราวกับจะร้องไห้ออกมาจริงๆ โน้นแหละ เนื้อก้อนนั้นของจูเก่อเยี่ยจึงได้รับอิสระ 

 

ได้รับอิสระแล้วจูเก่อเยี่ยก็นั่งลูบเอวตาปอย ส่วนปากก็บ่นอุบไม่หยุด คล้ายคนแก่ขนศีรษะขาวโพลนไปหมดแล้วก็มิปาน “อะ เจ็บจัง แม่นางเหอผู้นี้ดุร้ายไม่เปลี่ยนแปลงเลยจริงๆ ทั้งยังพัฒนาจนสามารถยิ้มขณะลงมือได้แล้วอีกด้วย”

 

อี้เหวินเหอเองก็ไม่รอรีให้บุรุษผู้นี้โจมตีตนเพียงฝ่ายเดียว ตอบกลับไปโดยเร็วเช่นกัน “คุณชายเยี่ยชมเกินไปแล้ว ข้าหรือจะมีชั้นเชิงสู้คุณชายเยี่ยผู้ลึกลับไปได้ นี่ข้ายังกังวลว่า แท้จริงแล้วความใจดีของท่านต่อข้าเป็นความจริงหรือไม่” 

 

คนผู้นี้จริงเท็จผสมกันหมด จนอี้เหวินเหอสับสนแยกไม่ออกแล้ว

 

บางเรื่องราวจูเก่อเยี่ยปล่อยผ่านได้ แต่เรื่องนี้เขากลับไม่คิดทำ เขาสบตาอี้เหวินเหอก่อนเอ่ยถ้อยคำจากความรู้สึกก้นบึ้งหัวใจ “ข้าอาจจะหลอกลวงผู้คนทั้งใต้หล้า แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ข้าไม่มีวันหลอกลวง นั้นคือความห่วงใยที่ข้ามีให้เจ้า”

 

สรรพสิ่งใดๆแล้วจูเก่อเยี่ยอาจหลอกหลวงได้ แต่ใจจริงเนื้อแท้ที่มีให้สตรีผู้นี้ไม่เคยหลอกลวง

 

ไม่รู้ว่าอี้เหวินเหอรู้สึกไปเองหรือไม่ ว่าขณะพูดนี้ น้ำเสียงและแววตาของคุณชายเยี่ยอัดแน่นเต็มไปด้วยความห่วงใยเหลือบรรยาย

 

ถ้อยคำนี้ของจูเก่อเยี่ยทำให้บรรยากาศในห้องพลันบีบรัดตัวขึ้นจนอี้เหวินเหอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาของคนผู้นี้ซับซ้อนยากอธิบายเหลือประมาณ 

 

ทั้งสองสบดวงตากันแน่วนิ่ง ก่อนอี้เหวินเหอจะเปล่งเสียงเรียกชื่อเขาเบาๆ หมายจะถามความประสงค์ของคนผู้นี้ให้กระจ่างแจ้งแก่ใจเสียที “คุณชายเยี่ย แท้จริงแล้วท่าน...”

 

ไม่ต้องรอให้อี้เหวินเหอพูดจบ จูเก่อเยี่ยก็รับรู้ได้ว่าสตรีตรงหน้าต้องการกล่าวสิ่งใด เขาขยับตัวลุกขึ้น แล้วดินกลับหอนอนไปโดยเร็ว เพราะนี่ยังไม่ถึงเวลาที่อี้เหวินเหอจะต้องล่วงรู้ความจริง “วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อย แม่นางเหอ เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”

 

ถูกตัดบทด้วยประโยคเรียบง่ายเช่นนี้อี้เหวินเหอก็ถึงกับงันไป ความสงสัยที่หยั่งรากลึกในจิตใจมานานแล้ว เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าหนึ่ง

 

รอจูเก่อเยี่ยเดินหายลับไปกับมุมหนึ่งแล้ว อี้เหวินเหอจึงลุกขึ้นจากไปบ้าง นางก้าวเดินออกจากห้องนั่งเล่น หยุดมองในมุมที่คุณชายเยี่ยหายไปอยู่หลายอึดใจก็เดินกลับเรือนพำนัก

 

เรือนพำนักของอี้เหวินเหอและคุณชายเยี่ยอยู่ติดกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะก้าวเท้าผ่านความหนาวเหน็บในระดับชวนให้ผู้คนแข็งตายนี้ได้ ครั้นหอบร่างกลับคืนสู่ความอบอุ่นแล้ว อี้เหวินเหอก็ครุ่นคิดเรื่องของคุณชายเยี่ยตลอดเวลา ก่อนพึมพำออกมาท่ามกลางความเงียบงัน “ท่านเป็นใครกันแน่คุณชายเยี่ย”

 

ทว่าอี้เหวินเหอก็คิดไม่ตก ขบคิดอย่างไรก็ไม่รู้ซึ้งถึงตัวตนของคนผู้นี้เลย

 

 


[1] กู่ไผ การเล่นไพ่ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำจากกระดูก งาช้าง ไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็ง มีจำนวน 32 ใบ ด้านบนสลักเป็นจุดเรียงกันเป็นรูปต่างๆจำนวน 2-12 จุด คล้ายโดมิโน

[2] แสร้งเป็นหมูหลอกกินเสือ คนที่แท้จริงอำนาจแต่แสร้งทำตัวเป็นเซ่อซ่าให้ผู้อื่นหลงเพราะหวังผลประโยชน์จากอีกฝ่าย

 

 

แก้เสร็จแล้วเลยมาให้ก่อนค่ะ สรุปเรื่องนี้ใครอยากให้แก้แค้น มีแก้แค้น แต่รูปแบบไหนต้องรอลุ้นกันในเรื่อง และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกที่ว่า หลังจากผู้หญิงคนหนึ่ง ต้องผ่านเรื่องราวอะไรมามากมาย จนคิดตนนั้นไม่มีสิ่งอยู่แล้ว จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่ทำเพื่อตนเองตลอดมา 

และตัวตนของจูเก่อเยี่ยก็จะค่อยๆเริ่มมีอิทธิพลต่ออี้เหวินเหอขึ้นเรื่อยๆ

เฟิ่งหลิน (Rhatphak)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #462 Numtanthitiya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 15:29
    มีความลับความหลังอะไรกันนร้าาา
    #462
    0
  2. #461 tuktahiper (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 12:44

    ขอบคุณที่อัพให้นะคะ
    #461
    0
  3. #459 lolah2 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 13:24
    ไรท์มาแล้ว คิดถึง ชอบนะ ไรท์จ๋าไม่เอาดราม่าชามใหญ่ได้เปล่าสงสารรรร
    #459
    0
  4. #458 jajahaircut (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 21:29
    ชอบเรื่องนี้มาก
    #458
    0
  5. #457 ~LufaH~ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 13:14
    ไรท์กลับมาแล้ว ดีใจจริงๆค่า
    #457
    0
  6. #456 and4 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 13:07
    อาเหอเริ่มสงสัยคุณชายเยี่ยแล้วสินะ คุณชายเยี่ยรีบเปิดเผยความจริงให้อาเหอรูเร็วๆเถอะ (เพราะรีดก็อยากรู้เหมือนกัน 5555)
    #456
    0
  7. #455 metung18 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 08:43
    รอให้น้องเหอรู้ความจิงเรื่องท่านเยี่ยไวๆ อยากเห็นฉากกุ๊กกิ๊ก น่ารักๆของทั้งคู่ น้องเจ็บมาเยอะแล้ว ให้น้องมีความสุขบ้างเถอะ
    #455
    0
  8. #454 usaonly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 07:28

    ไรท์กลับมาแล้ว ท้ังน้องเหอและคุณชายเยี่ย อยู่ดีมีสุขหลายเดือน ไม่มีข่าคราวของอดีตสามีมากวนใจ ตอนนี้พี่เยี่ยรีบทำคะแนนให้น้องยอมรับในตัวตนของเขาให้ได้ นี่จะลืมอดีตสามีแล้วยังน้องเหอ มีการพูดความนัย และการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่นานคงยอมรับกันและกันได้แน่ ขอบคุณค่ะ

    #454
    0