เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 29 : ตัดแขนขา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 348 ครั้ง
    31 พ.ค. 63

 

“ฮูหยิน” ฉาฉารีบวิ่งเข้าไปประคอง เห็นว่าข้อมือข้างหนึ่งมีเลือดสีเข้มเปรอะออกมาก็เงยหน้าขึ้นทวงความเป็นธรรมให้นายของตนทันที “ท่านรองเจ้ากรมคลังเจ้าคะ ฉาฉารู้ว่าท่านรู้สึกผิดต่อฮูหยินใหญ่คนก่อนจนดื่มสุราเมามาย แต่ฮูหยินของฉาฉาไม่ได้อะไรด้วยนะเจ้าคะ”

 

น้ำเสียงของฉาฉามีพลังกำลังมากทั้งยังอัดแน่นไปด้วยความรู้สึก เซียวอีจึงได้สติขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยายามเบิกด้วยตาขึ้นมอง เห็นว่าเสิ่นเซียงมี่เจ็บตัว ความรู้สึกผิดก็ปราดเข้าเล่นงานจิตใจเร่งเข้าไปช่วยประคอง แต่เพราะน้ำเมาในตัวมีมากจนเกินไป เดินไปเพียงสองก้าวก็ล้มลงคลุกฝุ่นเสียแล้ว “เซียงมี่ อะ”

 

ทำไปทำมา เสิ่นเซียงมี่จึงเป็นฝ่ายเข้าไปประคองเซียวอีแทน “ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

 

เซียวอีสะบัดหน้าแรง ๆ เรียกสติ แล้วเหลียวมองเสิ่นเซียงมี่ ยกจับมือข้างนั้นอย่างเบามือ “เซียงมี่ ข้าขอโทษ เจ็บมากหรือไม่”

 

เจ็บหรือไม่? เสิ่นเซียงมี่หลุบตามองบาดแผล เจ็บเท่านี้นางนับว่าเล็กน้อยนัก แต่ที่เจ็บจนแทบทานทนไม่ได้ ตอนนี้คือที่หัวใจของนางต่างหากเล่า แต่ก็นั่นแหละ นางอยากจะอาละวาดเหลือประมาณ ทว่าที่ทำได้ก็แค่เพียงเผยยิ้มไม่ถือสาหาความ “ไม่เจ้าค่ะท่านพี่ เซียงมี่ไม่เจ็บเลย”

 

ถึงเสิ่นเซียงมี่จะบอกว่าไม่เจ็บเลย แต่เซียวอีก็รู้ว่าต้องเจ็บมากแน่จึงช่วยประคองขึ้นมานั่งบนม้านั่งตัวหนึ่ง แล้วเรียกให้คนไปหยิบผ้าเตรียมน้ำมาแล้วทำแผลให้กับมือ “ทนหน่อยเจ็บหน่อยนะเซียงมี่”

 

เสิ่นเซียงมี่ยิ้มอ่อนหวานดุจเดิม แล้วเอนหน้าลงพิงอกของเซียวอี “เจ้าค่ะ ท่านพี่”

 

รอจนทำแผลเสร็จแล้ว เซียวอีก็นั่งคลึงฝ่ามือพันด้วยผ้าพันแผลด้วยความอ่อนโยน รู้ดีว่าช่วงนี้ตนเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก “ช่วงนี้ข้าเลอะเลือนไปจนสร้างความลำบากให้เจ้า”

 

“ท่านพี่อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านพี่ทุกข์ใจเพียงใด” เสิ่นเซียงมี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทว่าดวงตากลับเศร้าหมองจนน่าใจหาย ส่วนในใจนั้นนึกเคียดแค้นชิงชัง ทั้งเจ็บปวดใจอย่างยิ่งยวด 

 

เห็นแววความหมองเศร้าแล้ว เซียวอีเริ่มก็รู้สึกผิด รู้สึกผิดที่ตนบอกว่ารักเสิ่นเซียงมี่เพียงคนเดียว แต่แท้จริงแล้วกลับแอบซ่อนอี้เหวินเหอเอาไว้ในจิตใจตลอดมา และเพิ่งจะมารู้ค่าก็ตอนสายไปเสียแล้ว “ข้าขอโทษเจ้า ขอโทษเจ้าจริงๆ ข้าผิดต่อเจ้าเหลือเกิน”

 

สีหน้าของเสิ่นเซียงมี่ยังคงเจือรอยยิ้ม นางกอบกุมใบหน้าของเซียวอีไว้อย่างอ่อนโยนและเทิดทูนยิ่ง ต่อมาก็เอ่ยปากอย่างคนใจกว้างรับได้ทุกสิ่ง “ขอโทษทำไมเจ้าคะ อี้เหวินเหอจากไปข้าเองก็เศร้าเสียใจเช่นกัน อย่างไรข้าก็รับได้ทั้งนั้น ขอแค่ท่านพี่ไม่ลืมข้ากับอาหนูลุกของเรา เอาล่ะ ในเมื่อท่านพี่อยากจะดื่มสุรา เราก็มาดื่มกันเถอะเจ้าค่ะ วันนี้เรามาดื่มกันให้เมามาย ฉาฉา ให้คนไปนำสุรามาอีก”

 

ปลายเสียงเสิ่นเสียงมี่หันไปออกคำสั่งกับฉาฉา

 

“เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย” ด้านฉาฉาได้ยินคำสั่งก็ยอบตัวลงเล็กน้อยแล้วถอยออกไป ไม่นานเกินรอ สุราเลิศรสก็ถูกยกมาหลายไห เสิ่นเซียงมี่ยกมารินส่งให้เซียวอีและตนเอง “ดื่มเถิดเจ้าค่ะ คืนนี้เซียงมี่จะดื่มสุราเป็นเพื่อนท่านเอง”

 

เซียวอีสบตาเสิ่นเซียงมี่ก่อนยกสุราขึ้นดื่ม ทั้งสองร่ำสุรากันจนดึกดื่ม ก่อนเซียวอีจะเป็นคนหมดสติไปก่อน “อี้เหวินเหอ อี้เหวินเหอ”

 

แม้ขณะหมดสติไปแล้วเซียวอีก็ยังคงละเมอหาเรียกอี้เหวินเหอ เสิ่นเซียงมี่ถึงจะดื่มสุราเข้าไปบ้างแล้วแต่ยังคงมีสติกัดริมฝีปากจนด้วยความเจ็บใจ สั่งให้คนประคองเซียวอีกลับเรือนพำนักไป “อากู้ จ้าพาท่านรองเจ้ากรมคลังกลับไปพักผ่อนเถอะ”

 

อากู้พยักหน้าแล้วเข้าไปแบกเซียวอีขึ้นหลัง จากนั้นก็ถามที่หมาย “ขอรับฮูหยินน้อย แต่ว่าฮูหยินน้อยจะให้ข้าพาท่านรองเจ้ากรมคลังไปที่เรือนใดขอรับ ใช่เรือนพำนักของท่านใช่หรือไม่”

 

เสิ่นเซียงมี่ หลุบตามองสามีอย่างเซียวอีที่ยังคงละเมอเรียกหาอี้เหวินเหอ ก่อนกล่าวปฏิเสธ เซียวอีเพลานี้ นางไม่อยากพบเห็นที่สุด เพราะเมื่อพาไปแล้วก็คงมิแคล้วละเมอเพ้อพกเรียกหาแต่อี้เหวินเหอให้นางปวดใจเสียเปล่าๆ “ไม่ต้อง พากลับไปที่เรือนของท่านพี่เถิด คืนนี้ท่านพี่คงไม่อยากอยู่กับข้า” 

 

ฝ่ายอากู้เองก็เข้าใจความรู้สึกของเสิ่นเซียงมี่อย่างยิ่ง จึงแบกนายหนุ่มกลับเรือนพักเดิม “ขอรับฮูหยินน้อย”

 

เสิ่นเซียงมี่ยังคงหยุดยืนนิ่ง จนกระทั่งอากู้พาเซียวอีไปแล้ว จึงปัดของบนโต๊ะจนล้มกลิ้งตกพื้น จากนั้นก็เดินกลับไปเรือนพักของตน ถึงที่หมายแล้วก็อาละวาดตบตีมือตนเองกับฟูกนุ่มนิ่ม ได้ระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจจวนเจียนจะระเบิดออกมาแล้ว เสิ่นเซียงมี่ก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินไหลจนดวงตาชุ่มฉ่ำ ทั้งยังเอ่ยปากถามถึงเรื่องของเสี่ยวชุน ที่เผอิญมาได้ยินนางพูดคุยกับฉาฉาเรื่องจัดการอี้เหวินเหอพอดี นางเลยให้คนจัดการเสีย โดยใช้โอกาสชาวงงานเลี้ยงมาไปด้วยผู้คน “ฉาฉา เรื่องนังเสี่ยวชุนเป็นอย่างไรบ้าง จัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”

 

ฉาฉาเงียบงันไปชั่วอึดใจก่อนเงยหน้าขึ้นสารภาพตามความจริง “เสี่ยวชุน...นางหนีไปได้เจ้าค่ะ”

 

ได้ยินว่าล้มเหลวอีกครั้ง เสิ่นเซียงมี่ก็หันควับจ้องเขม็งฉาฉา “อะไรนะ!” 

 

“ขออภัยเจ้าค่ะฮูหยินน้อย” ฉาฉารีบทรุดตังลงคุกเข่า แล้วโขกศีรษะให้อย่างสำนึกผิด

 

ถึงจะโกรธจนแทบยากจะก่นด่าเพียงใด เสิ่นเซียงมี่ก็ยังคงสงบใจเอาไว้ได้อย่างมีน้ำอดน้ำทนยิ่ง แล้วถามถึงเรื่องของอี้เหวินเหอ เพราะนางเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่างานเลี้ยงตอนกลางวันมีช่วงหนึ่งที่ฉาฉาหลบฉากออกไป “แล้วอีกคนเล่า เจอมันหรือไม่”

 

“เอ่อ คือ คือ” เอ่ยเรื่องนี้ฉาฉาก็มีท่างอ้ำอึ้งกระอึกกระอักผิดจากเดิมไป เดิมทีนางก็ใช้โอกาสช่วงงานเลี้ยงมาผู้คนจับตัวเสี่ยวชุนออกไป โดยบอกให้คนภายนอกทราบว่าขายไปยังโรงค้าทาสแล้ว แต่ที่จริงกลับพาตัวไปหมายสังหารแล้วซ่อนเร้นอำรางให้เป็นการฆ่าตัวตายตามอี้เหวินเหอที่สุสานไร้ญาติ ทว่าเรื่องที่จะเป็นไปโดยง่ายก็กลับผิดคาดเข้า จนนางแทบมิกล้าบอกกับคุณหนูที่กำลังเศร้าโศกเสียใจและคุกรุ่นไปด้วยโทสะเช่นนี้

 

 คิ้วของเสิ่นเซียงมี่เลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วฉาฉาคล่องแคล่วอย่าบอกใคร ทั้งยังเก็บอารมณ์ได้ดียิ่ง แต่วันนี้กลับลุกลนอย่างไม่ควรเป็น ดังนี้เสิ่นเซียงมี่จึงกดดันเร้าถามด้วยเสียงเคร่ง “ฉาฉาตอบข้า!”

 

ฉาฉาลังเลใจอย่างยิ่ง ก่อนตอบไปตามสัตย์จริงแต่ก็หลบเลี่ยงไม่เอ่ยถึงเรื่องที่มีคนมาช่วยเหลือไป “เรียนคุณหนู ตอนงานเลี้ยงช่วงหลางวันมีขอทานมาขอพบเสี่ยวชุนเจ้าค่ะ บ่าวก็สงสัย เลยให้คนของเราตามไป ทว่าก่อนจะถึงตัว คนของเราที่เฝ้าอยู่ในเมืองก็รายงานมาก่อนว่าเจอตัวคนคล้ายหญิงคนนั้นแล้ว และได้เข้าไปจัดการ ทว่าก็ไม่สำเร็จ”

 

“ไม่สำเร็จรึ...” เพลานี้เสิ่นเซียงมี่ไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาดี ใบหน้าที่กักเก็บความรู้สึกหลากหลายเอาไว้ หวิดจะทลายอยู่ร่วมร่อจึงบิดเบี้ยวไปหมด นี่ข้าฟังคำพูดยืดยาวเพื่อต้องรับรู้ว่าไม่สำเร็จหรือ “ล้มเหลวอีกแล้ว ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง ฆ่านายมันก็ไม่ได้ ลูกน้องมันก็ยังจัดการไม่ได้ แล้วข้าควรจะเลี้ยงพวกเจ้าเอาไว้หรือ! ฉาฉาเจ้าไปบัดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไปจัดการเรื่องราวทั้งหมดมาให้ข้า”

 

“เจ้าค่ะฮูหยินน้อย” ฉาฉารีบค้อมศีรษะให้ แล้วจากไปในที่สุด ด้านเสิ่นเซียงมี่ก็ได้แต่ก้มหน้าลงซุกผ้าห่มหนาแล้วกรีดร้องไร้เสียง เจ็บปวดหัวใจถึงขีดสุด

 

ได้รับคำสั่งมาแล้วฉาฉาก็ไม่รอช้า ฝากฝังงานกับคนรู้ใจให้ดูแลเสิ่นเซียงมี่ก่อนคลุมหน้าอำพรางตัวด้วยชุดสีทึบทะมึน แล้วทะยานตัวออกไปนอกจวนสกุลเซียว

 

นางเดินออกมาจากประตูด้านหลัง ด้วยเป็นเวลาห้ามออกจากเคหาสน์สถาน เส้นทางจึงปลอดโปร่งโล่งผู้คนยิ่ง มีเพียงเสียงเคาะกลักไม้ไผ่ดของคนล่าตระเวรบอกโมงยามที่ดังเพียงลาง ๆ เท่านั้น หลังเดินมาถึงตรอกมืด ห่างจากจวนสกุลเซียวไปเล็กน้อย ฉาฉาก็ใช้เท้าสะกิดพื้นที่หนึ่ง พาตัวเองเหินขึ้นสู่หลังคาบ้านเรือน แล้วอาศัยเงามืดเป็นเป็นเครื่องอำพราง มุ่งหน้าออกไปยังที่มั่นของตนทันที

 

ใช่แล้ว นางมิใช่แค่สาวใช้ธรรมดา และไม่ใช่คนที่มีหัวดีคิดอ่านแยบยลเท่านั้น เพราะนอกจากมีคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นพื้นฐานแล้ว นางยังได้รับการฝึกวรยุทธ์มาอีกด้วย

 

ฉาฉาย่างก้าวผ่านความมืดด้วยความว่องไว จนในที่สุดก็มาถึงฐานที่มั่น นางโรยตัวลงสู่พื้นด้วยท่วงท่าสง่างดงาม จากนั้นก็เร่งร้อนมุ่งเข้าไปพบคนคนหนึ่งทันที ทว่าเมื่อก้าวเท้าไปได้เพียงสาวก้าวก็พบว่า สถานที่แห่งนี้เงียบงันจนผิดวิสัย 

 

เงียบเกินไป! ประกายความสงสัยผุดขึ้นกลางใจของฉาฉา เพราะยามปกติธรรมดา หากนางปรากฏตัวเช่นนี้ ต้องมีคนออกมาต้อนรับเสมอ ดังนั้นปลายเท้าจึงหยุดลง มิคาดว่าขณะที่นางหมายจะถอยไปเพื่อสังเกตการณ์ จะมีคนผู้หนึ่งพุ่งตัวเข้าหา 

 

ด้วยความรวดเร็วของคนผู้นี้ นางมิทันได้หลบหลีก ฝ่าเท้าอัดแน่นไปด้วยอรงมหาศาลก็กระแทกเข้าที่กลางอกของฉาฉาเข้าอย่างจัง “อั๊ก”

 

ตัวฉาฉาลอยไปตกลงบนพื้นมุมหนึ่ง กระอักเลือดออกมาคำโต แต่ถึงจะเจ็บปวดเพียงไรก็เร่งลุกขึ้น ดึงกระบี่สั้นออกมาตั้งรับพร้อมประกาศกร้าว “เจ้าเป็นใคร! ทำร้ายข้าด้วยเหตุอันใด”

 

เฉาข่งเฮ่อไม่อธิบายสาวความให้วุ่นวาย กระซิบบอกด้วยเสียงเย็นเยียบก่อนพุ่งตัวเข้าหาอีกครั้ง “คนปลิดชีวิตเจ้า”

 

เพียงน้ำเสียงที่แผ่ออกมา ก็บ่งบอกได้ว่าคนผู้นี้เอาจริง ไม่สิ! ฉาฉาส่ายหน้า รีบถอยหนีโดยพลัน คนผู้นี้มิใช่จริงจังเพียงแต่น้ำเสียง แต่ทั้งตัวคนแผ่ไปด้วยอายทมิฬอันทึบทะมึนน่าเกรงขาม!

 

ขืนสู้เราต้องไม่รอดเป็นแน่

 

ประเมินด้วยสายตาผาดๆ ก็พอทราบถึงขุมพลังกำลังและความเก่งกาจของคนผู้นี้ ด้วยเหตุนี้ฉาฉาจึงเปลี่ยนท่าทีจากเข้าสู้ เป็นตบเท้าหนีไป 

 

เฉาข่งเฮ่อตวัดตาคลาบประดุจมีดมองไป ก่อนทะยานตัวตามไปด้วยเร็ว ด้วยพื้นฐานของรยุทธ์ที่สูงส่ง ไล่ตามเพียงชั่วครู่ เฉาข่งเฮ่อก็ตามทันฉาฉาแล้ว และองครักษ์หนุ่มก็ไม่รอช้า มอบฝากรอยกระบี่หนึ่งแผลให้บนร่างทันที

 

ฉั๊วะ

 

โดนกระบี่แทงเข้าอย่างจัง ฉาฉาก็เสียกระบวนท่า ขาซึ่งกำลังเหยียบยืนบนกิ่งไม้ไร้เรี่ยวแรง จนก้าวพลาดตกลงไปในผืนป่าหนาทึบ ทั้งร่างกระแทกเข้ากับโขดหินที่อยู่ด้านใต้อย่างพอดิบพอดี

 

“อัก อึก” ฉาฉากระอักเลือดออกมาอีกคำหนึ่ง ทว่าก็ยังคงฝืนเค้นเรี่ยวแรง พาตัวเองหนีออกไปจากสถานการณ์อันตึงเครียดนี้ให้ได้ ฉาฉาเจ้าต้องไม่ตาย เจ้าต้องอยู่รับใช้คุณหนู

 

            แต่มีหรือเฉาข่งเฮ่อจะปล่อยให้เหยื่อของตนหลุดรอด เพียงสตรีผู้มีพิษร้ายลุกขึ้น เขาก็สามารถพรากขาของนางออกมาได้ข้างหนึ่ง!

 

ขาข้างหนึ่งขาดสะบัด ฉาฉาก็กรีดร้องลั่นดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ความสุขุมเยือกเย็นล้วนหมดสิ้นไปในทันที กรีดร้องออกมาตามสัญชาติญาณ “กรี๊ด ขาข้า ขาข้า กรี๊ด”

 

ด้านเฉาข่งเฮ่อหลุบตามองนิด ๆ แล้วก้าวตามไปอย่างเชื่องช้า เงื้อกระบี่ขึ้นหมายสังหารให้ตายในกระบี่เดียว ทว่าก็พลันนึกขึ้นได้ว่า เจ้านายอย่างจูเก่อเยี่ยกำหนดให้ชะตาของคนผู้มีไม่ตายดีนัก ดังนั้นทิศทางกระบี่จึงเบี่ยงเบนไปฟันลงที่แขนฝั่งเดียวกับขาที่หลุดออกจากตัวไปก่อนหน้าแล้ว

 

ฉั๊วะ

 

“กรี๊ด” เป็นอีกครั้งที่ฉาฉากรีดร้องสุดเสียง หมดเรี่ยวแรงกระถดตัวหนีทันที ตาหลุบมองเพียงขาอีกข้างหนึ่งที่ขาดไปจากร่าง แวแทนทีด้วยน้ำพุโลหิตสายหนึ่งแทน บัดนี้ฉาฉารู้ซึ้งถึงชะตากรรมของตนเองแล้วว่าไม่มีทางรอดเป็นแน่ จึงอยากรู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครกันถึงหมายสังหารนาง เพราะจากลักษณะท่าทางแล้ว นางมิเคยรู้จักมักคุ้นด้วยเลยแม้แต่น้อย “ฮึก ชั่วชีวิต ข้าไม่เคยรู้จักเจ้า เหตุใดเจ้าจึงหมายสังหารข้า”

 

เฉาข่งเฮ่อไม่ได้ตอบทันทีทันใด รอจนทอนแขนอีกข้างของสาวใช้ผู้นี้ออกมาได้แล้วจึงตอบด้วยเสียงเรียบๆ ไม่หนักไม่เบา “เพราะเจ้ากล้าทำร้ายดวงใจของนายข้า”

 

“ดวงใจของนายเจ้า” ฉาฉาที่ตอนนี้จวนเจียนหมดสติลงแล้ว ถามด้วยเสียงงงงวย “ดวงใจของนายเจ้าเป็นใคร แล้วใครคือนายเจ้า”

 

มุมปากเฉาข่งเฮ่อกระตุกขึ้นเป็นยิ้มบางๆ ทว่ายิ้มนี้แทนจะแต่งแต้มเครื่องหน้าให้ดูงดงามละมุนตาขึ้น กลับให้ผลในฝ่ายตรงข้ามกัน มิเพียงไม่ขับให้รูปหน้าดูงดงาม แต่กลับทำให้ดูน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง “ดวงใจของนายข้ามีนามว่าอี้เหวินเหอ ส่วนนามอันสูงส่งของนายข้าคือ...จูเก่อเยี่ย”

 

ชื่อของอี้เหวินเหอหลุดรอดออกมาจากปากคนผู้นี้นับว่าทำให้ฉาฉาตระหนกตกใจได้มากแล้ว แต่ก็ยังมิเทียมกับคำสามคำของชื่อจูเก่อเยี่ย “จู...เก่อ สกุลจูเก่องั้นรึ จะ...จูเก่อ...ฮึก อึก”

 

ช่างน่าเสียดายที่มิทันเอ่ยจบประโยคดีเฉาข่งเฮ่อก็จัดการปลิดชีพสาวใช้นามฉาฉาไปเสียแล้ว

 

ปิดจ็อบฉาฉาไปเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนเรื่องของเสิ่นเซียงมี่และเซียวอี 

ด้านเซียวอีคนนี้ดูเหมือนเจ็บ และก็ไม่เจ็บ เจ็บปวดหัวใจที่รู้ว่าคนที่รักตายไป แต่ก็ยังมีคนสำรอง ฮีเลยลอยตัวกว่าชาวบ้านเขา

ส่วนเสิ่นเซียงมี่ภายนอกนางดูสุขสบาย เพราะได้เป็นเมียเอก มีบุตรชาย ฐานะมั่นคงแล้ว ส่วนบิดาก็เริ่มมีอำนาจมากขึั้น เริ่มกลายเป็นคนที่ผู้คนเห็นค่า แต่นางก็เป็นวัวสันหลังหวะ ระแวงกับเรื่องที่เคยทำกลัวคนรู้ และอีกอย่างหนึ่ง นางต้องทุกข์ทรมานจากชายที่นางรักแต่พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้มาครอบครองและยืนอยู่เคียงข้างเขา ดูเผินๆไม่เจ็บปวด แต่จริงๆเจ็บมากค่ะ มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่ใช่บาดแผลที่เดี๋ยวเดียวก็หาย คือมันจะคงอยู่ยันตัวตายไปเลย ว่าที่แท้ตัวเองก็เป็นแค่คนที่เซียวอีหามาเพื่อทำให้อี้เหวินเหอดูด้อยค่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 348 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #423 242515 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 14:40
    ใช่พระรอ(ไม่ใช่พระรองลอยตัวจริงๆๆ)แต่พอรู้เบาะแสเดียว็กระอักเลือดเอานางมารมาฆ่าอดีตเมียแท้ๆ
    #423
    0
  2. #331 and4 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 13:25
    คำว่าตัดแขนตัดขาของคุณชายเยี่ยก็คือตัดแขนตัดขาจริงๆสินะ นอกจากเป็นการตัดแขนตัดขาของเสิ่นเซียงมี่แล้วยังเป็นการตัดแขนตัดขาของฉาฉาจริงๆอีกด้วย เสิ่นเซียงมี่รู้สึกเจ็บปวดรึก็สมควรแล้ว เจ็บปวดไปจนกว่าจะตายนั่นละดีแล้ว ต้องการครอบครองในสิ่งไม่ใช่ของตัวเอง ไม่ว่าทำอย่างไร ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่อยู่วันยังค่ำ ถึงได้ไปแต่ก็ต้องแลกกับความเจ็บปวดแสนสาหัสก็สมควรแล้ว สมควรแล้วจริงๆ
    #331
    1
    • #331-1 jajahaircut(จากตอนที่ 29)
      6 มิถุนายน 2563 / 12:31
      ชอบคอมเม้นคุณค่ะ+1....
      #331-1
  3. #330 usaonly (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 04:09

    ฉาฉาตายแล้ว คราวนี้เซียงมี่ไม่มีตัวช่วยแล้ว ทำไมฉาฉาตกใจท่ีรู้ว่าจูเก่อเยี่ยรักอี้เหวินเหอ แสดงว่านางรู้จักคุณชายเยี่ย เซียวอีคนโลเลมีชีวิตอยู่กับเมียเลว ๆ ไปเถอะ สมกันดี

    #330
    0
  4. #329 Kungui (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 22:20
    รอนะค่ะไรท์
    #329
    0
  5. #328 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 21:30
    ข่งเฮ่อ เค้าเป็นพระเอกเน้อ
    #328
    0
  6. #327 IP31122518 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:54

    หมดไป 1 รายต่อไปจะตามมา

    #327
    0
  7. #326 แฟน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:31

    เสร็จไปหนึ่งราย ต้องขอบคุณข่งเฮ่อ ทำงานไม่เคยพลาดเลย ดาบนั้นคืนสนองแล้ว กรรมใดใครก่อต้องรับผลของมัน รายที่สองเป็นใครนะ หายหน่วงไปนิดนึง

    #326
    0
  8. #325 Xiaoxue (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:20
    นึกว่าตัดแขนขาเป็นคำเปรียบเปรยแขนขาของเซี่ยงมี่ ตัดจริงเหรอป๊าดดดด
    ฉาฉาหายไป งี้ก็ไม่มีคนช่วยเบรคเซียงมี่แล้วสิ จุดดาวน์ที่แท้ทรู
    #325
    0
  9. #324 alece (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 20:15
    เอาอีกๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะไรท์ขออีกนิดสะใจมากขอหนักๆให้อีชั่วสองผัวเมียหน่อยค่ะมาอีกตอนน่ะค่ะพลีสๆๆๆๆๆๆ
    #324
    0
  10. #323 TKpupae0127 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:44

    จัดให้หนัก รอๆนะคะไรท์
    #323
    0
  11. #322 Walai2515 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:29
    สะใจจริงๆรอถึงคิวเซียวอี
    #322
    0
  12. #321 NanNilaphan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:21
    ขอเอาแบบอยู่ไม่สู้ตายไปเลยสะใจๆๆๆๆๆ
    #321
    0
  13. #320 tuktahiper (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:17
    สะใจมาก รายต่อไปเซี่ยงมี่!!!
    #320
    0
  14. #319 impyao (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:15
    คือดีงาม

    ชอบๆๆๆ
    #319
    0
  15. #318 Demons00 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:10
    สะใจจริง😏
    #318
    0