เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 28 : ตัดแขนขา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 357 ครั้ง
    30 พ.ค. 63

 

ตัดแขนขา

 

รถม้าวิ่งไปด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็ว ในที่สุดก็พาทุกคนมายังเรือนใบไผ่ร่วง จูเก่อเยี่ยลงจากรถม้าแล้วหันไปบอกกำหนดเวลากับอี้เหวินเหอ “แม่นางเหอ เจ้ากลับไปพักที่ห้องเดิมเถิด วันพรุ่งเราจะออกเดินทางกันตั้งแต่ต้นยามอิ๋น”

 

อี้เหวินเหอผงกศีรษะ แล้วพาเสี่ยวชุนเดินจากไป “ได้ เสี่ยวชุนไปกัน”

 

รอจนทั้งสองเดินจากไปแล้ว จูเก่อเยี่ยจึงเดินกลับไปยังสถานที่พำนักของตน สาวใช้เองก็รู้งานรีบนำชามาวางให้และจากไปโดยเร็วอย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้ความเงียบครอบงำอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ด้านนอกก็บังเกิดเสียงฝีเท้าคนดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบสงบ

 

จูเก่อเยี่ยค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง รอการปรากฏตัวของเจ้าของฝีเท้าอย่างใจเย็น “คุณชายเยี่ยขอรับ”

 

“เข้ามาสิ” จูเก่อเยี่ยอนุญาต ชั่วประหนึ่งฟ้าแลบหูเขาก็ได้ยินเสียงเลื่อนประตูเปิดออก ก่อนตามมาด้วยฝีเท้าหนักๆ ไม่นานเฉาข่งเฮ่อซึ่งหลบออกไปตั้งแต่ถึงเรือนใบไผร่วงตั้งแต่ชั่วยามก่อน ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า

 

“คุณชาย” เฉาข่งเฮ่อคารวะด้วยกิริยาพอเหมาะพอดี

 

“ไม่ต้องมากพิธี ” จูเก่อเยี่ยโบกมือนิดๆ เฉาข่งเฮ่อก็กลับคืนท่วงท่าสงบนิ่ง ก่อนลดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า แล้วเริ่มรายงานเรื่องที่ตนไปจัดการ

 

“เรียนคุณชาย ข้าจัดการคนที่ลอบเล่นงานแม่นางเสี่ยวชุน และแม่นางเหอจนเรียบร้อยแล้วขอรับ ไม่มีผู้ใดเหลือรอด แต่ปล่อยพวกที่ตามหลังไปสังเกตการเอาไว้ตามคำสั่ง”

 

มุมปากจูเก่อเยี่ยบังเกิดยิ้มนิดๆ แววตาเรืองแสงของความพึงพอใจขึ้นมาวิบวับ “ทำได้ดี”

 

ได้รับคำชมเฉาข่งเฮ่อก็ไม่ได้แสดงท่าทีหลงระเริง ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งเอาไว้อย่างดียิ่ง แล้วเอ่ยถามถึงเรื่องถัดไปทันที “แล้วเรื่องของสกุลเซียว สกุลเสิ่นไหนจะฮ่องเต้วิปลาสนั่นเล่าขอรับให้ข้าทำอย่างไรต่อ”

 

จูเก่อเยี่ยวางจอกชาเย็นชืดลง ก่อนเคาะปลายนิ้วเป็นจังหวะกับโต๊ะ เสี้ยวอึดใจถัดมาก็ไร่เรียงแผนการให้เฉาข่งเฮ่อฟัง “ฮ่องแต้วิปลาสนั่น คงต้องใช้เวลา ด้านสกุลเสิ่น ปล่อยไปก่อนยังไม่ต้องลงมือะไร พวกเขายังไม่สมควรตายตอนนี้ รอให้เรื่องราวดำเนินไปกว่านี้อีกหน่อย ให้เติบขึ้นอีกนิด แล้วค่อยกระชากมันผู้นั้นลงมา เสิ่นเซียงมี่ก็เช่นหัน ให้นางเจ็บปวดกับสภาพอย่างตอนนี้ไปอีกนิด แล้วค่อยจัดการนางไปพร้อมกับบิดา ไม่สิ หากปล่อยไว้เช่นนั้น จะสบายเกินไปหน่อย ตัดแขนขาของนางซะ ฉาฉาสาวใช้รู้ความนั่นจัดการเสีย ให้นางเป็นแมลงวันมีหัวแต่ไร้ปีกบินเสียง”

 

ลำพังเสิ่นเซียงมี่ พิษสงไม่มากมาย หากขาดฉาฉาที่เป็นมือเท้าไปแล้วคงร้อนรนจนหาความสงบสุขไม่ได้มิต่างจากแมลงวันไร้หัวบินไม่รู้ทิศไม่รู้ทาง

 

“ขอรับ” เฉาข่งเฮ่อขานรับ ไม่ได้ด่วนจากไป รอให้เจ้านายหนุ่มสั่งการเรื่องสกุลเซียวต่อ เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องสกุลเซียวละเอียดอ่อนยิ่ง ต้องค่อยๆจัดการ

 

“อ้อ...อย่าให้นางตายดีนักเล่า ส่วนสกุลเซียว...” เอ่ยถึงสกุลเซียว จูเก่อเยี่ยก็นิ่งไปหลายอึดใจ ก่อนเปล่งเสียงออกมาหลังจากคิดใคร่ครวญดีแล้ว “สกุลเซียวเกี่ยวพันกับสกุลเสิ่นยิ่งนัก เราต้องมารอดูกันมา เซียวอีผู้นั้นจะออกจากความโง่งมแล้วกลายเป็นอัจฉริยะเฉกเช่นด้านการงานหรือไม่ หากไม่...ก็รอจนข้าพาอี้เหวินเหอออกจากแคว้นไปได้พักใหญ่ ค่อยจัดการให้แบะแสไป ถ้าเซียวอีรู้เรื่องราวที่ตนเองกระทำเข้า เสิ่นเซียงมี่ก็ทุกข์ทรมานมิต่างจากตายทั้งเป็นแน่”

 

เสิ่นเซียงมิ่เหมาะกับสังหารในดาบเดียว ต้องให้ทุกข์ทรมานตรอมตรมอย่างแสนสาหัสเสียก่อนแล้วค่อยพรากชีวิตนางออกมา

 

ได้ยินจูเก่อเยี่ยเอ่ยเช่นนี้ สีหน้าเฉาข่งเฮ่อก็บังเกิดความไม่เห็นพ้อง “คุณชายขอรับ หากทำเช่นนั้น เซียวอีต้องออกติดตามหาแม่นางเหอแน่ หากพบกันแล้ว ไม่ยิ่งแย่หรือขอรับ ท่านก็ทราบดีว่าแม่นางเหอรัก...”

 

ประโยคท้ายเฉาข่งเฮ่อข่มเสียงตนให้แผ่วเบาก่อนขาดหายไป เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่ง หากสองคนนั้นกลับไปเคียงคู่กันอีก คุณชายของเขาย่อมเป็นฝ่ายที่เจ็บปวด

 

จูเก่อเยี่ยคล้ายยิ้มไม่ยิ้ม แล้วรินชาส่งให้เฉาข่งเฮ่อจอกหนึ่ง “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าต่อให้ภายนอกในสายตาผู้คนหรือแม้กระทั่งกับอี้เหวินเหอเองข้าไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับนาง ไม่สิ เป็นคนที่นางไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ แต่นอกจากอี้เหวินเจียงแล้วก็เห็นทีว่ามีข้าเพียงนี่แหละที่รู้จักอี้เหวินเหอดีที่สุด”

 

อี้เหวินเหอรักสิ่งใด ชอบสิ่งใด จูเก่อเยี่ยล้วนล่วงรู้ทั้งสิ้น สตรีผู้นี้ภายนอกแข็งกร้าวหยิ่งยโสทระนงเหนือประมาณ แต่แท้จริงแล้วภายในกลับอ่อนเสียยิ่งกว่าวุ้น ทว่าหากอี้เหวินได้ตัดสินใจไปแล้ว นางไม่มีทางหวนกลับไปเด็ดขาด “อีกอย่างมาคิดๆดูแล้ว ข้าเองก็อยากลองสักครั้งเช่นกัน ว่าข้าจะทำให้นางรักข้า อย่างที่ข้ารักนางได้หรือไม่ เช่นนี้แล้วเจ้านึกว่าข้าจะปล่อยให้ทั้งสองพบกันอีกหรืออย่างไร ในแคว้นจิ้นเขาอาจจะมีหูตาอยู่บ้าง จนข้าต้องเร่งร้อนพานางจากมา แต่ในแคว้นฉี คนผู้นั้นก็มิต่างจากแมลงวันไร้หัวตัวหนึ่งเท่านั้น”

 

จูเก่อเยี่ยผู้นี้ยอมหลบให้เซียวอีมาโดยตลอด แม้จะเป็นไปเพราะสถานการณ์เข้าตาจนบีบบังคับ แต่ในเมื่อครานี้เขาได้กลับมายืนอยู่เคียงข้างนางอย่างสง่าผ่าเผย เขาก็อยากลองสักครั้ง ว่าจะสามารถทำให้นางหันมารักเขาได้หรือไม่

 

ได้รับรู้ถึงความต้องการของเจ้านายแล้ว เฉาข่งเฮ่อก็เข้าใจได้ทันที ในที่สุดเจ้านายของเขาก็คิดว่าจะไม่ปล่อยอี้เหวินเหอไปเสียที ดังนั้นเฉาข่งเฮ่อจึงโค้งศีรษะน้อมรับการตัดสินใจ แล้วขอตัวออกไปจัดการสาวใช้ของเสิ่นเซียงมี่ “ขอรับคุณชายเยี่ย เช่นนั้นข้าขอไปจัดการตามคำสั่ง แล้วเรื่องใบหย่าเล่าขอรับ”

 

กำลังจะจากไปอยู่แล้วเชียว เฉาข่งเฮ่อก็นนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้

 

แววตาจูเก่อเยี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อตรึกตรองถึงเรื่องนี้ ชั่วประเดี๋ยวถัดมาก็เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าแท้จริงแล้วกลับเตรียมแผนการเอาไว้จนหมดสิ้นแล้ว “ปล่อยไป แต่ก็ให้คนเตรียมพร้อมเอาไว้ให้ดี วันใดที่ข้าจะไปเอาสิ่งนั้นมา ต้องพร้อมเสมอ”

 

เฉาข่งเฮ่อมิอาจราบได้ว่าในหัวใจของเจ้านายหนุ่มผู้นี้วางแผนการใดอยู่ แต่คิดว่าครั้งนี้จูเก่อเยี่ยผู้นี้จะไม่มีทางปลอยตัวอี้เหวินเหอไปโดยแน่ เขาก็โค้งศีรษะแล้วขอตัวจากไปอีกเที่ยวหนึ่ง “ขอรับ และหากคุณชายไม่มีคำสั่งใดแล้วข้าขอตัวไปจัดการเรื่องต่อ”

 

“อืม...ไปเถอะ” จูเก่อเยี่ยผงกศีรษะเอ่ยอนุญาต รอจนเฉาข่งเฮ่อจากไปแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งที่ราวระเบียง ทอดดวงตามองเงาใบไผ่ที่พัดเสียดสีกันเบาๆ จนคล้ายเป็นท่วงทำนองบทเพลง

 

ด้านจวนสกุลเซียว คึกคักมากด้วยผู้คนตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้ว แม้ช่วงค่ำเหล่าภริยาของขุนนางจะพากันกลับไปหมดแล้ว ทว่าชายชาตรียังคงนั่งจิบสุรา พูดคุยกันอย่างถูกปากถูกคอ ภายนอกดูเฮฮาตามประสาบุรุษ แต่ภายในต่างรู้แก่ใจดีว่าแท้จริงแล้ว แฝงไปด้วยการหวังผล เพราะหากจะให้กล่าวแล้ว ช่วงนี้สกุลที่โดดเด่นขึ้นมาหลังจากสกุลอี้เหวินเสื่อมลงก็คือสกุลเสิ่นและเซียว ยิ่งสองสกุลนี้ดองผูกมิตรสัมผัสกันก็คล้ายดั่งเสือติดปีก เพิ่มพูนส่งเสริมกันก้าวหน้า

 

“ฮ่าๆ ยินดีกับท่านรองเจ้ากรมคลัง ยินดีด้วยจริงๆ” ชายวัยกลางคนผู้มีเคราแพะนัยน์ตาขุ่นเอ่ยแสดงความยินดีซ้ำซาก ที่ก้นบึ้งของดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับหาใดเทียม

 

“ใช่ๆ ยินดีด้วยกับคุณหนูเสิ่น ไม่สิ ต้องเรียกว่าฮูหยินเซียวแล้ว” ชายอีกผู้หนึ่งซึ่งมีลักษณ์รูปร่างค่อนไปทางท้วม ไว้เคราแพะอย่างเดียวกันกับคนด้านข้างกล่าวเสริม

 

เสิ่นเซียงมี่ได้แต่ยิ้มเอียงอายตามประสาสตรีแล้วยกสุราขึ้นจิบผาดๆ ผิดกับเซียวอีที่ดื่มราวน้ำเปล่า จนตอนนี้แม้แต่สติก็แทบจะหาไม่ได้แล้ว แต่ถึงเสิ่นเซียงมี่จะไม่เห็นด้วยกับกิริยาท่าทางของเซียวอี แต่ก็ต้องข่มเอาไว้จนสุดความสามารถ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

 

จนตกดึกงานเลี้ยงต้อนรับฮูหยินเอกของรองเจ้ากรมคลังเซียวอีจึงจบลงในที่สุด ผู้คนต่างพากันแยกย้ายจากไป ส่วนเจ้าของงานอย่างเสิ่นเซียงมี่ก็ยืนยิ้มหวาน ส่งแขกเหรื่อทุกคนในงาน “ขอบคุณเจ้าค่ะที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้”

 

จนเมื่อแขกมีเกียรติคนสุดท้ายจากไป เสิ่นเซียงมี่จึงหมุนตัวกลับมาสนใจสามีของตน ที่ยังคงดื่มสุราไม่เลิกราแม้ว่างานเลี้ยงจะจบลงแล้ว เห็นกิริยาท่าทางมึนเมาจนไร้สติแล้วเสิ่นเซียงมี่ก็ขบริมฝีปาก ข่มอารมณ์โกรธอย่างสุดความสามารถ ก่อนเข้าไปช่วยกึ่งประคองกึ่งห้ามปรามเซียวอี ที่ลุกขึ้นหมายจะไปหยิบสุราจากบ่าวไพร่มาดื่มอีก “ท่านพี่ ดึกแล้วนะเจ้าคะ พอเถิดเจ้าคะ”

 

เซียวอีที่เพลานี้ วาดหวังเพียงสุรารสเลิศปัดมือเสิ่นเซียงมี่ออก แล้วก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้า ตะโกนเรียกหาสุราไม่ขาดปาก “ไม่ต้องมายุ่ง อากู้ไปเอาสุรามา! ข้าต้องการสุรา สุรา!”

 

เมื่อความห่วงใยของตนเองถูกปัดออก เสิ่นเซียงมี่ก็คับแค้นใจขึ้นมาท่วมท้น แต่ก็ยังควบคุมสติได้ ยืนเพ่งพิศมองชายที่เคยออกปากบอกว่ารักนางยิ่งกว่าผู้ใดดื่มสุราพร่ำเพ้อหาสตรีอีกคน ที่ปากเคยบอกว่าเกลียดนักหนา “อี้เหวินเหอ อี้เหวินเหอ เจ้าอยู่ที่ใด เจ้าอยู่ที่ใด ข้าขอโทษ เซียวอีคนนี้ผิดต่อเจ้านัก”

 

มือของเสิ่นเซียงมี่กำเข้าหาจนนิ้วมือขาวซีด อกเจ็บร้าวประหนึ่งถูกใครเอาเหล็กแหลมมาทิ่มแทงซ้ำ ๆ ถึงจะชินชามาบ้างแล้ว เพราะตลอดระยะเวลาสามเดือนมานี้ ตั้งแต่รับรู้ว่าอี้เหวินเหอตายไป เซียวอีวันๆหนึ่งก็เอาแต่เมา แล้วเพ้อรำพันถึงอี้เหวินเหอ แต่วันนี้เป็นวันของนาง วันที่นางได้เป็นฮูหยินเอก คนผู้นี้กลับไม่ยินดีกับนาง มัวแต่เรียกหาอีกคนเสียได้

 

“ท่านพี่เจ้าคะ...” เสิ่นเซียงมี่แค้นใจจนแทบจะหลั่งออกมาเป็นหยดเลือด ก้าวเท้าหมายจะเข้าไปเรียกร้องให้เขาสนใจนางบ้าง มิใช่หันหน้าเข้าหาแต่สุรา แล้วเอาแต่เรียกอี้เหวินเหอ

 

ด้านฉาฉาเห็นว่าเรื่องเริ่มไม่ดีแล้ว ก็รีบเข้าไปกุมมือเสิ่นเซียงมี่ แล้วโบกมือไล่บ่าวไพร่โดยรอบออกไป เหลือเพียงอากู้ที่นางต้องไว้หน้าเพราะเป็นบ่าวคนสนิทของท่านรองเจ้ากรมคลังเซียวอี “คุณหนูเจ้าคะ”

 

เสียงเรียกเย็น ๆ ของฉาฉา ทำลายความฉุนเฉียวในจิตใจของเสิ่นเซียงมี่ นางขบเม้มริมฝีปาก ปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก็เดินไปดึงขวดเหล้าออกมาจากมือของเซียวอี “พอเถิดเจ้าคะ วันนี้ท่านดื่มมามากพอแล้ว”

 

เซียวอีดึงมือกลับมา แล้วผลักเสิ่นเซียงมี่ออก ด้วยเพลานี้สติของเซียวอีถูกครอบงำจนหมดสิ้นแล้ว จึงไม่ออมแรง ร่างของเสิ่นเซียงมี่จึงล้มลงกับพื้น

อี้เหวินเหอไม่คิดแค้ แต่จูเก่อเยี่ยคิดจ๊ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 357 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #366 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:17

    เมื่อไหร่อี้เหวินเหอจะเห็นใจจูเกอเยี่ยบ้างน้า

    #366
    0
  2. #363 jajahaircut (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 12:25
    ไรท์ร้ายกาจ....ทำรี้ดหยั่งป้าต่อมน้ำตาแตกไปซะหลายตอนเลยทีเดียว..ไรท์เป็นนักเขียนในดวงใจรี้ดเลยล่ะ....จะตามติดตลอดๆๆๆไปค่ะ
    #363
    0
  3. #316 and4 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:16
    เอาเลยคุณชายเยี่ยควรถึงแก่เวลาที่ท่านต้องทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว อี้เหวินเหอจะไม่คิดแค้นอะไรก็เรื่องของอี้เหวินเหอ แต่กับคุณชายเยี่ยแล้วไม่ใช่ทำอี้เหวินเหอเท่ากับทำเขา ความแค้นของอี้เหวินเหอเป็นเขาย่อมต้องชำระคืนให้ รอเวลาที่จะได้มองดูความล่มจมของสองตระกูลนั้นแทบไม่ไหวแล้ว นังเสิ่นเซียงมี่นังคนหน้าด้านสมควรแล้วที่ผู้ชายไม่สนใจ ส่วนเซียวอีเจ้าคนโง่เง่า โลเล ไร้ประโยชน์ โดนนังเซียงมี่หลอกมาเท่าไรต่อเท่าไรแล้วยังไม่รู้ตัวอีก เป็นตัวโง่งมที่ไม่ควรจะเอาทำพันธ์จริงๆนั่นแหละ ความแค้นครั้งนี้พวกแกได้ใช้คืนอย่างสาสมแน่ คุณชายเยี่ยไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่
    #316
    0
  4. #315 คนเกลียดคู่นรก (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:12

    ชอบคุณชายเนี่ยมาก คิดและทำทุกอย่างเพื่อทวงแค้นให้อี้เหวินเหอ รอการทวงแค้นแทบไม่ไหวแล้ว รอให้สมกับความโหดร้ายของฉาฉาและคู่สามีภรรยานรกนั่น ถึงอย่างไรเราก็ไม่เคยชอบเซียวอี เพราะหยาบคายกับนางเอกตั้งแต่วันแต่งงาน ยิ่งรู้ว่าสกุลเสิ่นทำให้เกิดการฆ่าล้างโคตรของจวนกั๋วกงยิ่งความรู้สึกติดลบเลย ที่เกลียดเซียวอีกนักก็เพราะแล้งนำ้ใจต่อศพท่านกั๋วกง แค่นี้อี้เหวินเหอน่าจะเลิกรักได้ทันที รู้เช่นเห็นชาตินำ้ใจเซียวอีแล้วนี่นา หมดรักดีที่สุด

    #315
    0
  5. #313 alece (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:20
    มาอีกตอนค่ะไรท์ใจจะขาดแล้วรอสมน้ำหน้าคนไม่ไหวล่ะค่ะ
    #313
    0
  6. #312 pchin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:21
    ฮึๆ มันได้เวลาเริ่มเอาคืนแล้ว
    #312
    0
  7. #311 usaonly (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:16

    พี่เยี่ยอรามีความหลังกับน้องเหอเอ๋ออย่างไรนะ เขารักนางมานานแล้ว คราวนี้คงไม่ปล่อยนางให้กลับไปหาเซียวอีแน่ รอดูกันต่อไป ขอบคุณค่ะ

    #311
    0
  8. #310 supakornseanla (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:59
    เหมือนจูเกอเยี่ยเป็นเชื้อพระวงค์ป่ะ
    #310
    0
  9. #309 fak_fa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:30
    รอวันที่เซียวอี รู้ความจริง ขอให้รู้เร็วๆ จะได้เจ็บกันนานๆ
    #309
    0
  10. #308 Chalee (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:16

    จูเก่อเยี่ยกับเซียวอี กระดูกคนละเบอร์จริงๆ

    #308
    0
  11. #307 Tay140229 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 21:07
    รอตอนต่อไปยุ่คะ
    #307
    0
  12. #306 NanNilaphan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:56
    กรรมเนิ่มออกบินแล้ววววววเด๋วพอเครื่องติดทุกคนที่ทำกับน้องต้องกระอักเลือดแล้วจะรู้ว่าอยู่ไม่สู้ตายเปนยังไงรอวันนั้น

    แต่ที่แน่ๆถ้าไม่มีฉาฉานังเสิ่นคงยิางกว่าตายทั้งเปน
    #306
    0
  13. #305 impyao (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:11
    รอกรรมตามสนอง
    #305
    0
  14. #304 Kungui (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 19:48
    อยากให้นางเอกเปิดใจเร็วๆจัง
    #304
    0
  15. #303 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 19:45
    คุณชายเยี่ยนี่ รักฝังลึก ใช่มั้ย
    #303
    0
  16. #302 qxmxi_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:53
    รอวันที่เนื้อเรื่องดำเนินไปถึงตอนที่ตรงกับคำโปรย อยากให้เขารักกัน;-;-;-;-;-;;-;
    #302
    0
  17. #301 lhunsal (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:46

    รอตอนต่อไปนะคะ
    #301
    0
  18. #300 tuktahiper (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:37

    เนื้อเรื่องเริ่มเข้นข้นแล้วววววว
    #300
    0