เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 27 : สิบสอง ข้อเสนอของคุณชายเยี่ย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 321 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

จูเก่อเยี่ยคล้ายยิ้มไม่ยิ้ม เขาโบกพัดลายไผ่คู่ใจเบาๆ ไล่ฝุ่นที่ยังคงตลบอบอวล พลางกล่าวว่า “ไม่นึกเลย ว่าคุณหนูอี้เหวินเหอ แห่งจวนอี้เหวินกั๋วกงจะมีมุมตกอับเช่นนี้ด้วย”

 

เพียงได้ยินชื่อของตนหลุดรอดออกมาจากปากของบุรุษตรงหน้า อี้เหวินเหอคล้ายหยุดหายใจไปชั่วขณะ อี้เหวินเหอจดจำได้ดี ไม่มีคราใดที่นางเปล่งเสียงบอกนามหรือชื่อแซ่ของตนแก่ชายผู้นี้ “ท่าน...รู้”

 

แววตาจูเก่อเยี่ยเปล่งประกายราวคบไฟ โบกพัดเจ๋อซ่านด้วยท่าทีสำเริงสำราญใจยิ่ง พร้อมก้าวเท้าเข้าหาอี้เหวินเหออีกนิด ด้านอี้เหวินเหอก็ระแวงระวังอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงกระเถิบตัวหนีโดยเร็ว เห็นดังนี้จูเก่อเยี่ยจึงเลือกหยุดเท้า รักษาระยะห่างเอาไว้ระดับหนึ่งแล้วสานต่อบทสนทนาที่ทับถมคั่งค้าง “อยู่กันมาตั้งสามสี่เดือน เจ้าเอาแต่ถามเรื่องเหตุการณ์ทางเมืองหลวง พอเอ่ยถึงสกุลเซียวและอี้เหวิน แววตาเจ้าเปลี่ยนไป ต่อให้เป็นคนสมองบวมก็ย่อมดูออก”

 

ฟังคำชี้แจ้งด้วยท่าทีสบายๆของบุรุษมีภูมิฐานเบื้องหน้า อี้เหวินเหอก็ตกตะลึงไม่น้อย ถัดจากนั้นเพียงช่วงประหนึ่งฟ้าแลบความรู้สึกหวาดระแวงก็แล่นเข้าจู่โจมจิตใจ “ที่แท้ท่านก็รู้มาโดยตลอดว่าข้าเป็นใคร แล้วอย่างไร ท่านแค้นข้าอีกคนหรือ หรืออยากจะมาฆ่าข้าอีก”

 

เส้นทางการเมืองของท่านปู่นั้นก็ใช่ว่าจะไร้ขวากหนา ทำคุณไว้มากแต่ก็สร้างศัตรูเอาไว้มากเช่นกัน หรือเขาคนนี้จะเป็นศัตรูผู้มีแค้นกับท่านปู่ คิดแล้ว อี้เหวินเหอก็กอดตัวเองแน่น แววตาเอ่อล้นไปด้วยความหวาดระแวงถึงขีดสุด

 

จูเก่อเยี่ยยกไหล่ ย่อตัวลงนั่งยอง แล้วใช้พัดเชยคางอี้เหวินเหอให้ยกขึ้นมานิดๆ “อย่าแสดงสีหน้าเศร้าหมองเช่นนี้ เวลาเจ้าเชิดหน้าขึ้นเช่นนี้แหละจึงงาม”

 

องค์ประกอบภายนอกของอี้เหวินเหอล้วนงดงามหมดจด ไม่ว่าจะสุข ทุกข์หรือเศร้า นางล้นงดงามจนหาใดเทียม ทว่าสำหรับจูเก่อเยี่ยแล้ว แววตาแฝงความดื้อรั้น ดวงหน้าเชิดขึ้นอย่างหยิ่งทะนง นี่ล่ะถึงจะสมกับเป็นอี้เหวินเหอ ดวงตาหมองเศร้า เกลื่อนไปด้วยความหวาดระแวงและหวาดกลัวประหนึ่งลูกนกไร้ที่พึ่งเช่นนี้ไม่ควรคู่อย่างยิ่งยวด

 

ดวงตาอี้เหวินเหอพลันปรากฏร่องรอยของความโกรธขึง ปัดปลายพัดออกจนตกพื้น บุรุษผู้นี้ช่างกะลิ้มกะเหลี่ยไม่ดูเวลา! “อย่ามาแสดงท่าทีเช่นนี้กับข้านะ ตัวข้ามิใช่ดอกไม้ที่จะให้ท่านเด็ดดอมได้โดยง่าย”

 

“ฮ่าๆ” จูเก่อเยี่ยหัวเราะเสียงทุ้ม โน้มตัวไปหยิบพัดมาปัดฝุ่นเบาๆ ต่อมาก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วยกมือขึ้นลูบตามท่อนแขนตนแสดงสีหน้าท่าทางว่าขลาดยิ่งนัก “แม่นางเหอ เจ้าโปรดอย่าแสดงท่าทีเกรี้ยวกราด ข้าคนนี้กลัวไปหมดแล้ว เจ้าดูสิๆ ขนทั้งเนื้อตัวข้าต่างลุกขึ้นชี้ชัน”

 

พูดไม่พอ จูเก่อเยี่ยยังถลกแขนเสื้อ ยื่นให้อี้เหวินเหอมองอีกด้วย

 

ฟันอี้เหวินเหอบดเขาหากัน ให้คนผู้นี้กล่าวร้อยครั้งอี้เหวินเหอก็ไม่มีทางเชื่อ ปากบอกว่ากลัวแต่นัยน์ตาระยิบระยับชวนให้โมโหอยู่ไม่น้อย จึงข่มความกลัวทั้งหมดลุกขึ้นผลุง เชิดหน้าขึ้นแล้วกอดอก “แล้วอย่างไร ท่านตามข้ามาด้วยเหตุใด อย่าบอกว่าท่านแค่บังเอิญ”

 

จูเก่อเยี่ยจึงได้เวลาเข้าเรื่อง แสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา เขายืดตัวยืนตรงอย่างสง่าผ่าเผยแล้วกล่าวว่า “ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า แท้จริงแล้วข้าคำนวณเรื่องค่าที่อยู่และข้ารักษาของเจ้าผิดไป เครื่องประดับที่เจ้าถอดมาให้ ล้วนไม่พอจ่าย”

 

คุณชายเยี่ยกล่าวมาถึงจุดนี้อี้เหวินเหอก็รีบควักตั๋วเงินออกมาหมายใช้คืนเสียเดี๋ยวนั้น “เงินใช่หรือไม่ ได้ท่านเอาไป” 

 

“ช้าก่อนแม่นางเหอ โปรดฟังข้าให้จบก่อน” จูเก่อเยี่ยรีบยกมือห้าม อี้เหวินเหอจึงชะงักท่าทีลง 

 

เห็นว่าอี้เหวินเหอไม่เร่งร้อนเสียจนไม่ฟังสิ่งใดแล้ว จูเก่อเยี่ยจึงเริ่มกล่าวต่อทันที “เรากลับมาเข้าเรื่องกันต่อ เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาเจ้า ข้ารู้ดีว่าเจ้ามีเงินจ่าย แต่ที่ข้าจะกล่าวถึงคือเรื่องของหนี้ชีวิต ข้าไปคิดๆดูแล้ว จะช่วยชีวิตคนโดยเปล่าประโยชน์เลยก็น่าเสียดายยิ่ง ครั้งก่อนข้าช่วยชีวิตเจ้าครั้งหนึ่งส่วนครั้งนี้ก็อีกครั้งหนึ่ง นับว่าตอนนี้ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้าถึงสองครั้งด้วยกันแล้ว แน่นอนต่อให้นำเงินทั้งหมดที่ถอนมาจากโรงจำนำ ก็มิอาจชดใช้ข้าได้หมด”

 

ตลอดการติดตามนางมาเงียบๆนี้ทำให้เขาล่วงรู้ถึงความต้องการของอี้เหวินเหอ นางมิได้คิดหวนกลับไปจวนสกุลเซียว เช่นนั้นแล้วจูเก่อเยี่ยก็จะไม่ปล่อยอี้เหวินเหอไปอีกเช่นกัน

 

คำพูดของคุณชายเยี่ยทำให้อี้เหวินเหอทราบว่าชายผู้นี้ติดตามดูนางมาโดยตลอด จึงระมัดระวังขึ้นอีกเท่าตัว “แล้วท่านต้องการสิ่งใด ต้องการชีวิตข้าหรือว่าอะไร”

 

“ชีวิตหรือ” จูเก่อเยี่ยทำหน้าครุ่นคิด หลุบตามองอี้เหวินเหอที่ยามนี้ดวงตาวาวดังแสงไฟ แล้วเอ่ยออกมารวดเดียวจบ “ก็ไม่เชิง มันเกี่ยวข้องกับชีวิตเจ้าเช่นกัน แต่ข้าก็ไม่ได้หมายเอาชีวิตเจ้าจริงๆ เพราะมิเช่นนั้นมิเท่ากับช่วยเจ้าให้เสียแรงเปล่าหรือ อีกอย่างข้าก็คร้านทำร้ายน้ำจิตน้ำใจของท่านหมอที่ทุ่มแรงกายรักษาเจ้าจนหายดี อื้ม เอาเป็นว่าข้าขาดสหายขาดคนดูแล หนี้ที่ข้าช่วยชีวิตเจ้า เจ้าต้องมาดูแลตามติดข้างกายเป็นสหายข้าเป็นเวลาสามปี”

 

อี้เหวินเหอร้อยเรียงความหมายของคุณชายเยี่ยผู้นี้แล้วทั้งเนื้อตัวก็ดีดผึงทันที “ท่านคิดจะให้ข้าเป็นสาวใช้ห้องข้างของท่านรึ”

 

สีหน้าจูเก่อเยี่ยพลันเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง แล้วกวาดตามองอี้เหวินเหอบนจรดล่าง จากนั้นก็ส่ายหน้าพูดพลางยกมือคลึงขมับอย่างคนวิงเวียนจวนเจียนจะหมดสติเสียให้ได้ “แม่นางเหอ หูเจ้าเพี้ยนไปแล้วหรือ ข้าให้เจ้าไปเป็นสหาย แล้วนี่เจ้าคิดเรื่องอันใดอยู่หรือ คิดว่าข้าหมายตาเจ้ารึ ไอหยา... รูปร่างเยี่ยงเจ้า... ข้าไม่ชื่นชอบสักนิด”

 

กิริยาท่าทางรวมถึงคำพูดของจูเก่อเยี่ย ชวนให้คนโมโหตายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสตรีที่ถูกยกย่องว่างดงามเช่นอี้เหวินเหอ เพราะหากนับๆดูแล้ว ถ้านางไม่กระทำตัวน่ารังเกียจ จนชายใดไม่กล้ามาสู่ขอละก็ นางก็นับว่าเป็นที่หมายตาของบุรุษมิใช่น้อย คำพูดเรียบง่าย แต่ท้ายจิตใจยิ่งนัก

 

คิดๆดูแล้ว นี่ก็เป็นอีกครั้งที่อี้เหวินเหอหน้าแดงขึ้นมากับคำพูดเรียบง่ายของคนผู้นี้ รีบยกมือขึ้นกอดอกพร้อมแสดงสีหน้าบูดบึ้งทันที “ละ...แล้วท่านหมายความอย่างไร”

 

จูเก่อเยี่ยเปลี่ยนท่วงท่าเป็นจัดแขนเสื้อพลางชี้แจงอย่างใจเย็น “ก็ตามที่ข้าบอกเจ้า เจ้าติดตามข้า เพื่อดูแลข้า เป็นสหายข้า ไม่ว่าข้าไปที่ใด เจ้าต้องไปที่นั้น ครบสามปีแล้วก็แยกย้ายไป ส่วนเรื่องชู้สาว รบกวนเจ้าเก็บใส่หีบแล้วโยนลงคลองแถวนี้ไปได้เลย”

 

กำลังพูดเป็นการเป็นงานแท้ๆ แต่จูเก่อเยี่ยก็มิวายแว้งกลับมากัดอี้เหวินเหอนิดๆ

 

อี้เหวินเหอตอนนี้ฉุนจนปลายจมูกแดงก่ำ สองข้างแก้มแทบจะกลั่นออกมาเป็นหยดเลือด ถามย้อนกลับไปทันที “ในเมื่อท่านรู้ว่าข้าเป็นอี้เหวินเหอ ย่อมต้องทราบว่าตอนนี้ข้าเป็นฮูหยินของเซียวอี หากพาข้าไป ท่านไม่กลัวมีปัญหาหรือ”

 

ถามเรื่องความยินยอมไปเป็นสาวใช้ไปเป็นสหายข้างตัว อี้เหวินเหอคิดว่าไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร เพราะตอนนี้เกียรติของนางก็ไม่หลงเหลืออะไรอยู่แล้ว แต่เกรงว่าไปได้ครึ่งทางจะถูกจับกลับมาเสียก่อน

 

ถูกทักท้วงด้วยประเด็นนี้ จูเก่อเยี่ยก็ตอบด้วยท่าทีสบาย “อีกวันสองวันข้าก็จะกลับแคว้นฉีแล้ว อ้อ...อีกอย่างชายผู้นั้น ข้าก็ไม่กลัวหรอก เขาไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น แล้วที่สำคัญที่สุดตอนนี้ฮูหยินของรองเจ้ากรมคลังเซียวอีมิใช่ตายไปแล้วหรอกหรือ เพลานี้ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าข้าคือแม่นางเหอ แล้วจะไปเกี่ยวข้องอันใดกับฮูหยินของรองเจ้ากรมคลังเซียวอีได้”

 

“...” คำพูดช่วงต้นของคุณชายเยี่ยผู้นี้อี้เหวินเหอไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่นางสัมผัสได้มานานแล้วว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา ส่วนเรื่องของนางนั้น ที่เขากล่าวมา ถูกต้องทุกประการ ตอนนี้นางเป็นคนตายไปแล้ว ถึงจะไปที่ใด คนสกุลเซียวก็ไม่ล่วงรู้หรือหันมาใส่ใจแล้ว กลับกันหากทราบว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ คงมิแคล้วถูกเล่นงานเหมือนเมื่อครู่อีก

 

หยุดรอให้อี้เหวินเหอครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ๆ จูเก่อเยี่ยก็ถามหาคำตอบ พร้อมเพิ่มข้อเสนอไปอีกหนึ่งข้อ “คำตอบของแม่นางเหอเป็นอย่างไร หากเจ้าตอบตกลงข้าจะเพิ่มสาวใช้ให้เจ้าอีกหนึ่งคน รับรองว่าเจ้าไม่เหนื่อยอย่างแน่นอน แล้วก็พอครบสามปี เจ้าก็สามารถนำสาวใช้คนนี้ไปด้วยได้”

 

อี้เหวินเหอแปลกใจยิ่ง หมายจะถามไถ่เรื่องบางประการ “คะ..”

 

ทว่าจูเก่อเยี่ยก็ชิงตัดบทเสียก่อน เขาตบมือเบาๆ ขณะเดียวกันก็เปล่งเสียงเรียกเฉาข่งเฮ่อ “ข่งเฮ่อนำตัวสาวใช้คนนั้นมา”

 

“ขอรับ” เฉาข่งเฮ่อผู้น่าครั่นคร้ามขานรับ แล้วพาตัวสาวใช้คนหนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังรถม้า 

 

เพียงได้ยลใบหน้าของสาวใช้คนนั้น ม่านตาอี้เหวินเหอก็ไหวระริก เท้าที่แข็งทื่อรีบก้าวออกเร็วๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นวิ่ง แล้วโถมกอดคนผู้นั้นเอาไว้เต็มอ้อมแขน “เสี่ยวชุน!”

 

เสี่ยวชุนซับน้ำตากอดตอบอี้เหวินเหอในระดับเท่าเทียมกัน “คุณหนู คุณหนูของเสี่ยวชุน เสี่ยวชุนดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะ”

 

อี้เหวินเหอถอยห่างออกมาก้าวหนึ่ง แล้วสาดส่ายดวงตาพร้อมจับสำรวจไปทั่วตัวเสี่ยวชุน ขณะเดียวกันก็เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ ถึงจะรู้สึกสะดุดที่รอยรอยเขียวช้ำ และรอยแดงพันรอบคอวงหนึ่ง แต่ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ อี้เหวินเหอก็ดีใจอย่างยิ่งยวดจนมองข้ามความสะทกสะท้อนที่เกิดขึ้นกลางจิตใจเพราะความสงสาร “ไม่ต้องร้องไห้ ข้าอยู่นี่ อยู่นี่ ทุกอย่างผ่านไปแล้ว มันผ่านไปแล้ว”

 

สองนายบ่าวกอดกันกลมเหมือนก้อนข้าวเหนียวเปียกก้อนหนึ่ง จูเก่อเยี่ยก็รีบทวงถามหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ “นี่แม่นางเหอ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าดีใจ แต่ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่าอย่างไรแม่นางเหอ ถ้าเจ้าไม่ตกลง ก็อย่าหวังว่าจะได้สาวใช้คนนี้ไป”

 

ทั้งสองผละออกจากกัน ก่อนอี้เหวินเหอจะตอบตกลงอย่างไม่คิดลังเลทันที “ได้ ข้าจะติดตามท่านไป จะไปเป็นคนดูแล เป็นสหายให้ท่านสามปี”

 

“คะ...คุณ...” เสี่ยวชุนที่คิดจะอ้าปากพูดอะไร ถึงกับพูดไม่ออกได้แต่เงียบเสียง เพราะหากไม่มีคนเหล่านี้ ตนเองคงตายอยู่ใต้ต้นไม้ในสุสานไร้ญาติไปแล้ว 

 

ด้านจูเก่อเยี่ยได้ยินเสียงตอบรับ มุมปากก็ค่อยๆยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนคลี่พัดขึ้นโบก แล้วส่งเสียงเรียกเฉาข่งเฮ่อ “เช่นนั้นก็ดี ข่งเฮ่อนำสัญญามาให้แม่นางเหอท่านนี้ลงชื่อ”

 

เฉาข่งเฮ่อผลุบตัวหายเข้าไปหยิบกระดาษเซวียนจื่อ[1]พร้อมกับพู่กันด้ามหนึ่งออกมาจากรถม้า ส่งให้อี้เหวินเหอ

 

ฝ่ายอี้เหวินเหอรับมาตรวจตราอ่านดูจบหนึ่งแล้วลงชื่อลงไป จากนั้นก็ส่งคืนให้ ทุกอย่างล้วนรวดเร็ว ปราศจากความลังเลใจแม้แต่น้อยเพราะการติดตามคนผู้นี้ไปก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ จากการคิดติตรองใคร่ครวญดูแล้ว คุณชายเยี่ยท่านนี้ ก็หาใช่ว่าจะธรรมดา

 

จูเก่อเยี่ยรับมาดู ใช้ปลายนิ้วแตะรอบๆ หมึกสีดำที่ยังไม่แห้งตัวดี แววตามีประกายความสุขเอ่อล้นอย่างไม่ปิดบัง “นับว่าทุกอย่างเรียบร้อยอย่างนั้นเพวกเราออกเดินทางกันเถอะ พักที่เรือนใบไผ่คืนหนึ่ง วันพรุ่งเราจะไปแคว้นฉีกัน”

 

กล่าวจบจูเก่อเยี่ยก็แกว่งกระดาษสัญญาในมือ รอจนหมึกแห้งดีแล้วก็พับเก็บไว้ในอกเสื้อ แล้วเดินขึ้นรถม้าไป

 

ร่างคุณชายเยี่ยผลุบหายเข้าไปในรถม้าแล้ว อี้เหวินเหอตัดสินใจก้าวตามไปเช่นกัน เสี่ยวชุนรีบรั้งเอาไว้ด้วยความสับสนลังเลใจ เพราะนางยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกกล่าวให้คุณหนูรับรู้ “คุณหนูท่านจะติดตามคนผู้นี้ไปจริงๆหรือเจ้าคะ ตอนนี้น่ะ ตอนนี้ท่านรองเจ้ากรมคลัง อะ...”

 

ตัวอี้เหวินเหอไม่รู้ว่าเสี่ยวชุนจะพูดอะไร แต่เลือกกล่าวแทรกขึ้นเสียก่อน “ไม่ต้องพูดถึงเขาอีกแล้ว เพราะเขาเป็นแค่อดีตที่ข้าจะไม่หวนกลับไปอีก”

 

แม้ยามนี้อี้เหวินเหอจะยังรักเซียวอีมิเสื่อมคลาย ทว่านางก็เลือกแล้ว เลือกที่จะเดินไปเบื้องหน้า ไม่กลับไปทนทุกข์จากการไม่ใยดีของชายผู้นั้นอีก “ไปเถอะ ไปเริ่มต้นใหม่กัน ไปในที่ ที่เราทั้งสองคนจะมีความสุข ส่วนเรื่องราวแต่หนหลัง ก็ให้มันเป็นอดีตไป ไม่ต้องข้องเกี่ยวกันอีก”

 

ตัวอี้เหวินเหอเองไม่รู้ว่าการเลือกจะติดตามคุณชายเยี่ยคนนี้ไปจะเกิดสุขหรือทุกข์อย่างไรกันแน่ แต่คิดๆดูแล้วก็คงจะดีกว่าที่นางจะอยู่ที่นี่อยู่มิใช่น้อย ไปเป็นผู้ดูแลชายผู้ลึกลับท่าทีสูงศักดิ์ ย่อมดีกว่าเป็นสตรีที่ไร้ตัวตนในหัวใจของคนที่รัก เป็นคนไร้ค่า น่าเหยียบย่ำของผู้คนทั่วแคว้น

 

นางเลือกแล้ว เลือกที่จะจากไปจากเซียวอีตลอดกาล บุญคุณความแค้นทั้งหมดทั้งหมด ล้วนจบสิ้นไปตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนแล้ว

 

เห็นความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวในแววตาของอี้เหวินเหอ เสี่ยวชุนก็กลืนคำพูดที่อยากจะบอกเอาไว้ แล้วก้าวเท้าตามคุณหนูไปอย่างไม่อิดออด “เจ้าค่ะ เช่นนั้นเสี่ยวชุนก็พร้อมติดตามคุณหนู ไปกันเจ้าค่ะ”

 

การที่คุณหนูไม่อยากรู้ย่อมดีแล้ว ละทิ้งแค้นละทิ้งคุณทั้งหมดล้วนประเสริฐยิ่ง จะได้ไม่ต้องกลับมาสู่วังวนแห่งความเจ็บปวดอีก ไม่ต้องรู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่สั่งให้ตามฆ่าคุณหนูคือเสิ่นเซียงมี่ และการที่สกุลอี้เหวินล่มสลายก็เป็นเพราะการกระทำของสกุลเสิ่นเช่นกัน

 


 

[1] กระดาษเซวียนจื่อ เป็นกระดาษคุณภาพสูง เนื้อนิ่มไม่ขาดง่าย ดูซึมสีหมึกสม่ำเสมอ 

 

มาแย้ววววว วันนี้มาค่ำเลยยย

ตอนนี้ไรต์ยังไม่ได้ทวนคำเลยนะคะ รีบลงให้ก่อน ขอโทษด้วยจ้าา

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 321 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #439 ลมรัก (@pong1976) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 10:43

    นางเอกควรรู้นะว่าใครเป็นคนทำร้ายตระกูลตัวเอง เพราะความอิจฉาริษยาของหญิงงามเมืองคนนึงถึงได้ทำรายกันขนาดนี้เพียงเพราะอยากเอาชนะแค่นั้นผู้หญิงคนนั้นก็ใช่จะรักเซียวอี้นางต้องการอำนาจต่างหากฉะนั้นนางเอกต้องแข็งแกร่งให้พอและมีอำนาจมากกว่าถึงจะทำให้นังฮูหยินเซียวคลั่งได้

    #439
    0
  2. #345 noppalai1989 (@noppalai1989) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 04:02
    น่าจะให้น้องอี้รู้ซักหน่อยก็ดี ไม่ใช่ให้ยุแต่ในความโง่งม
    #345
    0
  3. #314 and4 (@and4) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:51
    โชคดีซ้อนโชคดีเลยนะแบบนี้ ถูกช่วยไว้ได้ทันเวลาจากพวกนักฆ่า ได้พบเสี่ยวชุน ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นสำหรับอี้เหวินเหอและเสี่ยวชุน ขอให้อี้เหวินเหอไปพบเจอชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากนี้ แน่นอนว่าฐานะของคุณชายเยี่ยคงไม่ธรรมดาแน่อาจเป็นเชื่อพระวงค์สักคนหนึ่งของแคว้นฉีก็ได้ อี้เหวินเหอต้องได้พบเจอแต่สิ่งดีๆแน่ แต่คงปวดหัวกับคุณชายเยี่ยไม่น้อยเลย 5555 ส่วนนังสารชั่ว(เลวมันน้อยไป)ตระกูลเสิ่นนั้นต้องมีจุดจบที่ทรมานยิ่งกว่าทรมานอีก ตระกูลเซียวก็เช่นเดียวกันต้องไม่มีความสุข มีแต่ความทุกข์ทรมาน ทั้งสองตระกูลนี้ต้องล่มจมตกต่ำยิ่งกว่าที่อี้เหวินเหอพบเจอ สิ่งเลวร้ายทั้งหลายต้องมารวมอยู่ที่พวกมันสองตระกูลทั้งสองตระกูลต้องมีจุดจบที่ทั้งทรมานและหน้าอับอายจนไม่มีผู้ใดอยากกล่าวถึงให้เสียปาก ทั้งตระกูลไม่มียกเว้น ย้ำว่าไม่มียกเว้น ต่อไปนี้จะไม่ได้รับการสงสารหรือเห็นใจจากใครสองตระกูลนั่นต้องล่มจม ทุกคนในตระกูลต้องมีจุดจบที่แสนทรมาน ทุกคน
    #314
    0
  4. #299 tuktahiper (@tuktahiper) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 13:05
    รอค่ะ ฮือน้องเป็นอิสระแล้วววว
    #299
    0
  5. #297 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 10:34

    ก้าวไปข้างหน้า เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่าตั้งเยอะน่ะ

    #297
    0
  6. #296 wilawan7012 (@wilawan7012) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 02:19
    น้ำตาไหลเป็นโหลแล้วนี่
    #296
    0
  7. #295 NanNilaphan (@NanNilaphan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 21:46
    หายหน่วงแล้ววววววววขอมโนต่อเลยละกันน้องจะไปเป็นหวางเฟยน้องจะไปเปนไทจื่อเฟยชีวิตมีแต่สิ่งดีๆนี่คือสิ่งที่เราเฝ้ารอออออ
    ขอบคุณค่ะไรท์ที่ทำให้เรือน้องที่วนยุในอ่างน้ำเน่าๆได้ล่องลอยสู่ทะเลกว้างไปสู่แหล่งน้ำที่ใสสะอาดสักทีนึง
    #295
    0
  8. #294 แฟน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 21:43

    สมใจที่เสี่ยวชุนยังถูกช่วยชีวิตไว้ได้ อย่างน้อยก็มีเพื่อนตายหนึ่งคนก่อนจะไปแคว้นฉี โอ้ที่แท้คนที่ทำให้กั๋วกงถูกฆ่าล้างโคตรคือตระกูลเวิ่น ใจบาปหยาบช้าจริงๆ โหดเ-้ยมทั้งตระกูล สาธุ สาธุ ขอให้กรรมสนองตระกูลนี้แบบ ดาบนั้นคืนสนองเป็นร้อยไอท่า รออ่านเพราะอยากเห็นกรรมสนองตระกูลเนิ่นรวมทั้ง สามีภรรยาคู่นรกนั้น เร็ววัน ขอบคุณที่ไปช่วยชีวิตเสี่ยวชุนทัน คุณชายเยี่ยคาดการณ์เก่งมาก เหนื่อยเพื่อคนที่ตนรักมากจริงๆ ทำไมอี้เหวินเหอจึงไม่รู้จักเขานะ

    #294
    0
  9. #293 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 21:17

    เย้หลุดพ้นะจากอดีตและขุมนรกไปเริ่มต้นขีวิตใหม่ท่ีแคว้นอื่นดีกว่า คุณชายเยี่ยเจ้าเล่ห์ให้น้องวิ่งวุ่นตามหาเสี่ยวชุน ที่แท้เขาสั่งให้คนตามไปช่วยแล้ว พากลับมาวัดใจน้องเหอ ว่าจะยอมไปกับเขาไหม อยากรู้ฐานะคุณชายแล้ว ไม่รู้นะเป็นอ๋อง หรือ องค์ชาย หรือพวกคหบดี รอดูชีวิตใหม่ของน้องเหอนะคะ ขอบคุณค่ะ

    #293
    0
  10. #292 alece2 (@alece) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 20:16
    ค้างงงงงงงงค่ะอยากให้ไรท์มารัวๆๆๆๆๆถี่ๆๆๆๆทุกวันอ่ะค่ะ
    #292
    0
  11. #291 supakornseanla (@supakornseanla) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 19:49
    ชอบจ้า รักนะ555
    #291
    0
  12. #290 Kungui (@Kungui) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 19:37
    รอนะค่ะไรท์
    #290
    0