เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 25 : สิบเอ็ด การตัดสินใจของอี้เหวินเหอ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 304 ครั้ง
    27 พ.ค. 63

 

นับแต่วันที่ได้ทราบว่าเสี่ยวชุนยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการมีชีวิตอยู่ของอี้เหวินเหอจึงมีความหวังมากยิ่งขึ้น เพราะชีวิตของนางยังคงไม่โดดเดี่ยว มีเป้าหมายที่จะกลับไปหาเสี่ยวชุนให้จงได้

 

และตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาครั้งแรกอี้เหวินเหอก็รับรู้ได้โดยจิตสำนึก ว่าบาดแผลของตนนั้นต้องใช้เวลารักษาไม่ต่ำว่าสามสี่เดือนโดยแน่ แต่เอาจริงๆแล้วกลับผิดคาดไปประมาณหนึ่ง เพราะได้ทั้งยาดีและท่านหมอฝีมือฉกาจฉกรรจ์ บาดแผลภายนอกจึงใช้เวลารักษาอยู่หนึ่งเดือนก็หายดี แต่รอยสะเก็ดเล็กน้อยก็ไม่หลงเหลือ ส่วนขาซึ่งถูกกระทบกระแทกจนบอบช้ำหลายส่วน จากที่คิดว่าต้องใช้เวลาประมาณสามเดือนถึงกระดูกจะสมานเข้าที่ กลับใช้เวลารักษาเพียงสองเดือนเท่านั้น ซึ่งนับว่าเร็วกว่ากำหนดอยู่มาก เมื่อรวมกับเวลาที่ต้องฝึกเดินให้คล่องแคล่วอีกหนึ่งเดือนเต็ม กว่าอี้เหวินเหอจะได้โบกมือลาคุณชายเยี่ยได้ก็นับว่าเป็นเวลาสามเดือนพอดิบพอดี

 

ช่วงเวลาสามเดือนที่อยู่เรือนใบไผ่ร่วงนี้ อี้เหวินเหอก็พบว่าแท้จริงแล้วคุณชายเยี่ยคนที่ครั้งแรกเจอกันแล้วแสดงท่าทีของคนเสเพลถึงเพียงนั้น กลับไม่มีท่าทีคุกคามให้น่ากังวลใจ ทุกวันเขาจะเดินมาถามไถ่อาการ พูดคุยด้วยสองสามประโยคแล้วเดินจากลาไป

 

“ได้เวลาเดินทางแล้วขอรับ แม่นางเหอ” 

 

ขณะที่อี้เหวินเหอกำลังครุ่นคิดเรื่องราวในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เสียงหนักแน่นของบุรุษนามเฉาข่งเฮ่อผู้ชื่อมีลักษณะเข้ากับชื่อเสียงเรียงนาม เพราะเขาร่างกายกำยำล่ำสัน ตัวสูง นอกจากนี้ยังมีผิวเข้มคล้ามแดดก็ลอยมากระทบริมโสต

 

อี้เหวินเหอสะดุ้งเบาๆ ก่อนแสดงสีหน้าคล้ายยิ้มไม่ยิ้มกับชื่อเรียกแม่นางเหอ สามเดือนที่ผ่านมานี้อี้เหวินเหอไม่เปิดเผยตัวตน ไม่บอกแซ่ ให้ผู้คนโดยรอบเรียกตนเองว่า ‘แม่นางเหอ’ เพียงเท่านั้น ทุกคนภายใต้ปกครองของคุณชายเยี่ยก็ว่าง่ายยิ่ง ไม่แสดงสีหน้าสงสัย ไม่ซักถาม อยู่ร่วมกันมาโดยปกติสุขในระยะเวลาสามเดือน “ข้าทราบแล้ว”

 

ขานรับตอบกลับไปแล้วอี้เหวินเหอก็รีบลุกขึ้น เดินตามเฉาข่งเฮ่อไป เมื่อเดินมาถึงรถม้าก็พบคุณชายเยี่ยกำลังยืนโบกพัดเจ๋อซ่านลายไผ่คู่ใจด้วยท่าทีเจ้าสำราญอยู่ไม่ไกล มุมปากของเขาที่หยักขึ้นน้อยๆ ทำให้คนผู้นี้ดูงดงามขึ้นอย่างมิน่าเชื่อ 

 

เห็นนางเขาคนผู้นั้นก็ส่งยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนพับพัดดังพึ่บ กวักพัดเรียกแล้วเดินขึ้นรถม้าไป “แม่นางเหอ เราไปกันเถอะ ข้ามีธุระในเมืองหลวงพอดี”

 

“อื้ม” ฝ่ายอี้เหวินเหอก็ไม่รอช้ารีบตามขึ้นรถม้าไป

 

ในเมื่อคนพร้อมแล้ว เฉาข่งเฮ่อก็ออกรถม้า มุ่งตรงเข้าสู่เมืองหลวง จากที่อี้เหวินฟังมาจากคำบอกเล่าของสาวใช้ เรือนใบไผ่ร่วงแห่งนี้อยู่ชานเมือง ต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งในการเดินทาง 

 

“แม่นางเหอดื่มชาหรือไม่” จูเก่อเยี่ยซึ่งนั่งอยู่บนมุมหนึ่งถาม พลางยกการินชาใส่ถ้วย 

 

อี้เหวินเหอค้อมศีรษะขอบคุณ แล้วรีบมาจิบ “ขอบคุณคุณชายเยี่ย”

 

“...” จูเก่อเยี่ยเพียงผงกศีรษะเบาๆเท่านั้นหลังจิบชาจนหมดจอก ก็หันมาสนใจตำราเล่มโปรดที่พกมาด้วย

 

ด้านอี้เหวินหอก็ไม่คิดรบกวน ทำตัวให้เงียบสงบไม่แม้แต่จะส่งเสียงรบกวนใด ๆ อย่างเช่นที่รู้จักกันมาร่วมสามเดือน

 

 

ใช้เวลาประมาณหนึ่ง รถม้าก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง อี้เหวินเหอแอบเลิกเปิดม่านหน้าต่างดูด้านนอกเล็กน้อย วิถีชีวิตอันคุ้นตาชวนให้จิตใจรู้สึกโหยหา หลังจากรถม้าเดินทางมาถึงมุมอับผู้คนสัญจรไปมา อี้เหวินก็ร้องบอกให้เฉาข่งเฮ่อปล่อยนางลงตรงนี้ “คุณชายเยี่ย องครักษ์เฉา ให้ข้าลงตรงนี้เถอะ”

 

จูเก่อเยี่ยลดมือข้างที่ถือตำราลง เงยหน้าขึ้นสบตาอี้เหวินเหอแล้วหยิบพัดแง้มม่านหน้าต่างขึ้นเล็กน้อย เห็นว่าไร้ผู้คนเดินผ่านไปมาก็เลิกคิ้วขวาขึ้นอย่างฉงนใจ แต่ก็ไม่ได้ถามไถ่ไล่เรียงอะไร ทำเพียงพยักหน้าแล้วกล่าวอนุญาต “ข่งเฮ่อหยุดรถตรงนี้ แล้วให้แม่นางเหอลงที่นี่”

 

“ขอรับคุณชาย” เฉาขงเฮ่อขานรับ แล้วลดความเร็วม้าลงก่อนหยุดลงด้วยความนิ่มนวล

 

รถม้าจอดสนิทอี้เหวินเหอก็กล่าวขอบคุณทั้งสองที่พามาส่งถึงตัวเมืองหลวง ก่อนลงจากรถม้า “ขอบคุณคุณชายเยี่ยที่คอยช่วยเหลือ ข้าจะจดจำบุญคุณของท่านเอาไว้มิลืมเลือน” 

 

จูเก่อเยี่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ติดออกรำคาญเสียด้วยซ้ำ “ไม่ต้องขอบคุณแล้วล่ะ เครื่องประดับติดตัวที่เจ้าให้ข้ามา เพียงพอกับค่ายาและค่ากินอยู่ของเจ้าพอดี เช่นนั้นถือว่าไม่ติดค้างกัน”

 

ถึงท่าทีของจูเก่อเยี่ยจะทำเหมือนเรื่องช่วยชีวิตตนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อี้เหวินเหอก็รู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง จึงโค้งศีรษะให้อีกครั้งหนึ่ง “ข้าขอบขอบคุณท่านจริงๆ”

 

“แม่นางเหอข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่ามิต้องขอบคุณ” จูเก่อเยี่ยทำหน้าหน่ายเข้าขั้นเอือมละอา ต่อมาก็โบกมือไล่นิดๆ “เจ้าไปเถอะ ไปๆ”

 

ครั้นอี้เหวินเหอจากไปจริงๆ ดวงตาจูเก่อเยี่ยก็คล้ายมีม่านหมอกแห่งความเศร้าวาบผ่าน รอยยิ้มขับส่องใบหน้าให้ดูกระจ่างใสจางหายไป หลงเหลือเพียง ชายดวงตาเศร้า ถึงตอนนี้จูเก่อเยี่ยจะไม่รู้ว่าหนทางที่อี้เหวินเหอตัดสินใจเลือกคือสิ่งใด แต่ใจก็อดคิดมิได้ว่านางคงเร่งรีบกลับไปหาเซียวอี ชายที่นางรักจนหมดหัวใจ “เจ้าคงรีบกลับไปหาเซียวอี ชายที่เจ้าปักใจรักสินะ”

 

เฉาข่งเฮ่อมองท่าทีของคุณชายแล้วถึงวิสาสะถามหนึ่งประโยค “คุณชาย...ท่านจะปล่อยแม่นางเหอไปจริงๆหรือขอรับ ในที่สุดก็ได้รู้จักแล้ว ข้าน้อยว่า...”

 

เอ่ยมาถึงจุดนี้ เฉาข่งเฮ่อก็พูดไม่ออกอีก เขาเป็นคนประเภทเน้นฆ่าฟัน เรื่องเรียงร้อยถ้อยคำจึงไม่ถนัดนัก จะให้กล่าวว่าให้คุณชายยึดตัวอี้เหวินเหอเอาไว้เสียเลย ก็กลัวเสื่อมเสียเกียรติ

 

หน้าจูเก่อเยี่ยเกลื่อนไปรอยของความข่มขื่น เข้าใจความหมายที่เฉาข่งเฮ่อต้องการจะบอกกล่าวดี องครักษ์ผู้นี้ต้องการให้เขายึดตัวอี้เหวินเหอเอาไว้เสีย ทว่าหากนางไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่กับเขา จูเก่อเยี่ยคนนี้จะฝืนใจนางได้อย่างไร “เฉาข่งเฮ่อน่ะเฉาข่งเฮ่อ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้ข้ามีความสุข ทว่าข้าก็อยากให้นางความสุขเช่นกัน หากการรั้งนางมาอยู่กับข้าแล้วทำให้นางทุกข์ ข้าย่อมมิอาจทำได้ลง กลับกันแล้ว เมื่อใดหากความสุขของนางมิใช่การได้อยู่กับเซียวอี ข้าผู้นี้ก็ไม่ลังเลที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้จิตใจของนางมา”

 

“แต่ว่า คนที่นั่นหมายจะทำร้ายแม่นางเหอตลอดเวลา” เฉาข่งเฮ่อเป็นห่วงในข้อนี้ ลำพังเสิ่นเซียงมี่ อย่างมากคงใช้เพียงมารยาหญิง และผู้นำสกุลเสิ่นกับสาวใช้หัวดีคนนั้น คงไม่ปล่อยอี้เหวินเหอไปแล้ว

 

จูเก่อเยี่ยเข้าใจประเด็นนี้ไม่ด้อยไปกว่าเฉาข่งเฮ่อนัก “ข้ารู้ดี แต่หากถ้านางเลือกจะกลับไปอยู่ที่จวนสกุลเซียว เราก็ทำได้เพียงกำจัดภัยอันตรายทั้งหมดให้นางเท่านั้น”

 

แม้มิอาจได้ครองคู่ แต่จูเก่อเยี่ยก็ให้คำมั่นสัญญากับตนเองเอาไว้แล้ว ว่าครานี้จะไม่ให้ใครทำร้ายทำอันตรายอี้เหวินเหอได้อีก แม้กระทั่งเซียวอีคนนั้น 

 

ความรู้สึกของจูเก่อเยี่ยคล้ายส่งผ่านมาถึงเฉาข่งเฮ่อ หลังจอดรรถม้าให้มุมหนึ่ง มิทันได้เคลื่อนขยับตัวลงจากม้า ก็มีชายรูปร่างปราดเปรียวทะมัดทะแมงผู้หนึ่งมุ่งตรงมา “องครักษ์เฉาขอรับ”

 

ได้ยินเสียงเรียกเฉาข่งเฮ่อ จูเก่อเยี่ยก็เลิกม่านมองอย่างสนใจ เห็นว่าเป็นหนึ่งในองครักษ์ที่ติดตามตนมาจากแคว้นฉี จูเก่อเยี่ยก็รอฟังคำรายงานด้วยท่าทีใจเย็น

 

ฝ่ายเฉาข่งเฮ่อไม่รอช้า รีบถามทันที เพราะดูจากท่าทีแล้ว ชายผู้นี้ดูรุดเร่งรีบร้อนพอประมาณ “มีอะไร”

 

องครักษ์ผู้นั้นโน้นไปกระซิบที่ข้างหู กดเสียงให้เบาสุดความสามารถ “แม่นางเสี่ยวชุน แย่แล้วขอรับ”

 

“อย่างไร” จูเก่อเยี่ยเปล่งเสียงถาม สีหน้าจริงจังยิ่ง

 

องครักษ์เองก็ตอบด้วยความเร็วไร้ท่าทีอึกอัก จากการติดตามดูอย่างใกล้ชิด เมื่อคืนแม่นางเสี่ยวชุนผู้นั้น แอบได้ยินการร่ำกล่าวถึงชัยชนะของเสิ่ยเซียงมี่ จึงถูกสั่งจัดการในที่สุด “แม่นางเสี่ยวชุน ถูกเสิ่นเซียงมี่สั่งจัดการแล้วขอรับ”

 

หัวคิ้วจูเก่อเยี่ยกระตุกขึ้น มือข้างจับพัดบดเข้าหากัน จนด้ามพัดแหลกคามือ อย่างที่คิดเอาไว้มิมีผิด... 

 

 

ด้านอี้เหวินเหอลงจากรถม้าแล้วรีบยกผ้าคลุมขึ้นคลุมศีรษะและอำพรางใบหน้า มุ่งก้าวตรงไปเบื้องหน้าด้วยความชำนิชำนาญ เมื่อเลี้ยวขวาบริเวณตรอกด้านหน้า อี้เหวินเหอก็ก้าวเข้าสู่เขตตลาด ด้วยช่วงนี้เป็นหน้าร้อนการใช้ผ้าสีทึบคลุมศีรษะของนางจึงไม่เป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนสัญจรไปมามากนัก

 

“ปลาสดๆจ้า ปลาสดๆ ซาลาเปาจ้า ซาลาเปา” 

 

เสียงพ่อค้าแม่ค้าในตลาดตะเบ็งเสียงเรียกลูกค้ากันเซ็งแซ่ อี้เหวินเหอเดินไปยังจุดที่เคยเห็นขอทานชุกชุมมากที่สุด แล้วเรียกใช้มาคนหนึ่ง “เจ้า  ช่วยจัดการธรุให้ข้าที”

 

ขอทานที่นั่งเหม่อลอยรอคอยคนเมตตาเศษเงิน เห็นเงินก้อนหนึ่งหล่นลงบนถ้วยเงินปากบิ่นเกรอะฝุ่นโคลนตาก็เบิกกว้าง กระฉับกระเฉงขึ้นมาทันใด “ที่ใด แล้วหาใคร!”

 

อี้เหวินเหอไม่โง่ที่จะบุ่มบ่ามประกาศชื่อกลางผู้คน จึงโน้มตัวไปกระซิบบอกด้วยเสียงแผ่ว พร้อมฝากส่งสิ่งของที่รับรู้กันเพียงสองคนกับเสี่ยวชุนให้ด้วย “ไปจวนสกุลเซียว ถามหาคนที่ชื่อเสี่ยวชุน นางเป็นสาวใช้ของอี้เหวินเหอ แล้วนำสิ่งนี้มอบให้นาง และจงจำไว้ อย่าให้ผู้ใดสงสัยหรือผิดสังเกตได้”

 

ขอทานได้ยินก็แสดงท่าทีแปลกใจ “สาวใช้ของอี้เหวินเหอที่ตายไปแล้วน่ะหรือ”

 

“ใช่” อี้เหวินเหอผงกศีรษะ อาศัยผ้าสีทึบช่วยอำพรางซ่อนเร้นความเศร้าที่วิ่งวาบผ่านดวงตาไป

 

ขอทานเห็นท่าทียืนยันก็ลุกขึ้นอย่างขยันขันแข็งแล้ววิ่งตรงไปยังจวนสกุลเซียวที่อยู่ห่างออกไปพอประมาณทันที “รอสักครู่นะขอรับ”

 

รอจนขอทานไปจนไกลลิบแล้ว อี้เหวินเหอจึงเดินไปหลบอยู่มุมหนึ่ง รอการมาของเสี่ยวชุนด้วยจิตใจจดจ่อ ระหว่างนั้นก็นึกถึงคำพูดของขอทานคนเมื่อครู่ ‘สาวใช้ของอี้เหวินเหอที่ตายไปแล้วนะหรือ’

 

คำกล่าวนี้ไม่ได้ทำให้อี้เหวินเหอตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด เพราะทราบมาตั้งแต่เมื่อสองสามเดือนก่อนแล้ว ส่วนเรื่องของเสี่ยวชุนเองก็เช่นกัน 

 

เสี่ยวชุนถูกคนหาของป่าแถวนั้นช่วยเหลือ ด้วยเคยเข้าเมืองบ่อยครั้ง และในอดีตที่สกุลอี้เหวินรุ่งโรจน์เสี่ยวชุนมาติดสอยห้อยตามนางออกไปเที่ยวเล่นในตลาดตลอด ผู้คนจึงมักคุ้นไปโดยปริยาย ดังนั้นแค่เห็นหน้าก็ชี้ตัวถูก พาไปส่งที่จวนสกุลเซียวได้อย่างแม่นยำ

 

ส่วนวิธีการที่ทำให้อี้เหวินเหอล่วงรู้ความเป็นไปในเมืองหลวงนั้นก็อาศัยการสนทนาพูดคุยกับสาวใช้ของคุณชายเยี่ย จึงทราบข่าวต่างๆมาโดยตลอด

 

หากจะถามว่าอี้เหวินเหอรู้สึกอย่างไร ที่ตนเองได้ตายไปจากคนในเมืองหลวงแล้ว ครั้งแรกก็รู้สึกเสียใจอยู่นิดๆ ที่นางยังไม่ตายคนเหล่านั้นก็หาศพปลอมมาสวมรอยเป็นนางเข้าเสียแล้ว แต่พอมานึกคิดดูแล้วก็รู้สึกขอบคุณยิ่ง ที่ทำให้ขั้นตอนการก้าวออกมาจากสกุลเซียวลดลงไปกว่าค่อน 

 

อี้เหวินเหอรู้แก่ใจดี นางในตอนนี้ต่อให้ยืนกรานขาเดียวเพียงไร หากฮูหยินผู้เฒ่าเซียวไม่ยินยอมก็หย่าออกมาไม่ได้ และกับหญิงชราผู้นี้ นางมิอาจใช้วิธีการสกปรก ทำให้ขายหน้าด้วยได้ เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเซียวจะว่าไปก็คล้ายกับย่าแท้ๆของตน มิใช่แค่สนิทชิดเชื้อ แต่รู้จักกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งยังช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดมา

 

หลายเดือนมานี้ สิ่งที่ติดค้างในเมืองหลวงสำหรับนางมีเพียงสองสิ่งเท่านั้น หนึ่งคือเสี่ยวชุน ที่ไม่รู้ว่าต้องพบกับความลำบากอย่างไรบ้าง และสองเงินจำนวนไม่น้อย ที่เคยแบ่งทยอยนำมาเก็บไว้ใช้ยามยากหรือเกิดปัญหามิคาดคิด

 

อนาคตข้างหน้าที่อี้เหวินเหอจะสร้างกับเสี่ยวชุนนั้น คิดว่าจะหาสถานที่เหมาะๆสักที่หนึ่ง ที่ไม่ใช่ในแคว้นจิ้น เปิดโรงเตี๊ยมเล็กๆ หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปจนแก่เฒ่า เพราะฝีมือการทำอาหารของนางก็พอมี ส่วนเสี่ยวชุนหากเป็นเรื่องการงานแล้วละก็ ถือว่าเป็นคนคล่องแคล้วอย่าบอกใคร “ท่านปู่ หลานสัญญาว่าจะเริ่มต้นใหม่ จะมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น”

 

ด้านเรื่องของเซียวอีและสกุลเซียวนั้นนางปล่อยวางแล้ว แม้ตอนนี้จะยังรักชายผู้นั้นสุดหัวใจ แต่อี้เหวินเหอคนนี้ไม่คิดจะย้อนกลับไปอีก

 

“ท่าน ๆ ” ขณะคิดด้วยหัวใจอันแน่วแน่ เสียงคุ้นหูก็ดังแว่วมา อี้เหวินเหอรีบหันไปเพ่งพิศมอง เห็นว่าเป็นขอทานคนเมื่อครู่ที่วิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีรีบเร่งเช่นตอนไป ติดเสียที่ว่าสีหน้าทั้งสองเที่ยวนั้นแตกต่างกันลิบบลับสิ้นเชิง ตอนไปนั้นลิงโลด ตอนกลับมานี้มีแววกังวลฉายชัดอยู่เกลื่อนดวงตา 

 

ด้านอี้เหวินเหอเองก็เร่งร้อนไม่แพ้กัน  ยิ่งเห็นท่าทีพะว้าพะวงนี้แล้ว หัวใจก็คล้ายบังเกิดไฟกองเล็กขึ้นมา รีบเดินเข้าไปหาขอทานคนนั้นแล้วเปล่งเสียงถามข่าวทันที “อย่างไร พบนางหรือไม่”

 

ขอทานส่ายหน้าดิก “ไม่พบขอรับท่าน คนในจวนบอกว่าเพิ่งถูกขายออกไปเมื่อเช้านี้นี่เอง ข้าว่าตอนนี้น่าจะอยู่ที่โรงค้าทาส”

 

ฟังความแล้วหน้าอี้เหวินเหอถอดสีทันที ใจเริ่มตกวูบ สมองเริ่มครุ่นคิดนานาประการ เสี่ยวชุนเป็นสาวใช้ชั้นดี ตามหลักแล้วไม่น่าถูกขายไปโรงค้าทาสได้ “อะไรนะถูกขายให้โรงค้าทาส เจ้าถามดีแล้วใช่หรือไม่!”

 

ด้านขอทานพยักหน้ารัวราวไก่จิกเมล็ดข้าว “ข้าถามดีแล้ว ถึงวันนี้ที่จวนสกุลเซียวจะยุ่งๆเพราะจัดงานเลี้ยงยกฮูหยินรองให้เป็นฮูหยินเอกก็ตาม แต่ข้าถามมาดีแล้วจริง ๆ นะ เจ้า ๆ ไม่สิ ๆ ท่าน อย่าเอาเงินคืนไปนะ”

 

อี้เหวินเหอไม่ได้ติดใจเรื่องเงิน รีบขอสิ่งที่ฝากไปให้เสี่ยวชุนคืน แล้ววิ่งไปที่โรงจำนำทันที “ข้าไม่เอาเงินคืนหรอก เอาของที่ข้าฝากไว้คืนมา”

 

หลังอี้เหวินเหอวิ่งออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว กลุ่มชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่แถวเพิ่งร้านข้าวไส้ตุ๋นก็พุ้ยข้าวเข้าปากเป็นคำสุดท้าย หยิบเงินสองสามเหรียญออกจากพวงมาวางบนโต๊ะแล้วตามอี้เหวินเหอไปทันที เพราะเป้าหมายที่พวกเขาเฝ้าระวัง เห็นทีว่าจะมาเยือนแล้ว “ไปเถอะ พวกเรามีงานที่ต้องทำ”

 

พูดคุยประเด็นที่หนึง

ขอนุญาติเปลี่ยนชื่อตอนเป็นการตัดสินใจของอี้เหวินเหอนะคะ

ส่วนตอนหน้าคือชื่อตนว่า ข้อเสนอของคุณชายเยี่ยเหมือนเดิมค่ะ

พูดคุยประเด็นที่สอง

อี้เหวินเหอเอง นางก็ฉลาดเหมือนกัน ตอนที่ยังมีอยู่ก็แอบเก็บเอาไว้ทีเดียว  สุดท้ายนี้ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ

ด้วยรัก

เฟิ่งหลิน (Ratphak)

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 304 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #467 Maya2501 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 13:14
    น่าจะเปลี่ยนสินสอดเป็นเงินให้หมดนะ
    #467
    0
  2. #288 and4 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 13:48
    ขอให้หาเสี่ยวชุนเจอด้วยนะคะ ว่าแล้วคนเลวๆอย่างนังเซียงมี่มันต้องคิดทำเรื่องชั่วช้าอะไรกับเสี่ยวชุนเป็นแน่ แล้วก็ทำจริงๆ อีคนสารเลว(ขอหยาบหน่อยนะคะไรท์ทนไม่ไหวจริงๆ) หาเสี่ยวชุนให้เจอ ส่วนสองผัวเมียนรกนั่่นให้มันใช้ชีวิตให้สุขสำราญบาน...ใจกันกันไปก่อน เพราะจุดจบที่แสนทรมานจะค่อยๆคืบคลานเข้ามาหามันอย่างช้าๆ ตระเสิ่นและตระกูลเซียวจะต้องล่มจม พบจุดจบที่ทรมาน ใช้ชีวิตอยู่ไม่สู้ตายเลยยิ่งดีโดนเฉพาะนังเซียงมี่กับนังฉาฉานายบ่าวสารเลวคู่นั้น
    #288
    0
  3. #272 impyao (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:36
    เป็นกำลังใจให้ไรท์

    เพื่อจะได้มีแรงบันดาลใจ

    มาแต่งนิยายให้เราอ่านเยอะๆ หุหุ
    #272
    1
    • #272-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:47
      ขอบพระคุณค่ะชื่นใจจัง
      #272-1
  4. #271 usaonly (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:38

    อี้เหวินก็ฉลาดนะแอบเก็บเงินไว้เหมือนกัน จะได้มีตั้งตัวถ้าออกจากสกุลนี้แล้ว มาถูกวันตั้งเมียรองเป็นเมียเอก หมดสิ้นกันซะที ไม่มีอะไรให้ถวิลหาแล้วล่ะ ไม่ได้หย่า แต่เขาลงทะเบียนว่าตายแล้ว ฉนั้นเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แคว้นอื่นได้เลย หวังว่าจะตามหาเสี่ยวชุนเจอและนางปลอดภัยดี แต่ตอนนี้พวกนักฆ่ายังดักรออยู่สงสัยว่าจะรอดจากตรงนี้ก่อนรึเปล่า คุณชายเยี่ยรีบมาด่วน รอตอนต่อไป ขอบคุณค่ะ

    #271
    1
    • #271-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:47
      นางเองก็รู้ค่ะเรือจะล่มเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
      #271-1
  5. #270 แฟน (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 14:40

    โอ้ ชีวิตบัดซบอีกรอบแล้ว ขอให้ไถ่ตัวเสี่ยวชิงสำเร็จ อย่างน้อยก็มีเพื่อนแท้ ส่วนคู่สามีภรรยานรกนั้น สาธุขอให้กรรมสนองโดยเร็ว 1. ให้สามีมีอนุเยอะๆ เช่นฉาฉาจอมโหด จะได้เป็นหนามตำใจภรรยานรกให้แค้น 2 ให้สามีได้ยินความลับชั่วๆที่ทำ. 3 ให้เมียแค้นจนมีชู้น่าจะดี คิดไม่ออกว่าอย่างไรจึงจะเป็นทุกข์สำหรับคู่นรกนี้ แต่ดูมีความสุข สำเร็จตลอดเวลา ส่วนอี้เหวินเหอมีชีวิตบัดซบตลอด หน่วงอีกรอบแล้ว

    #270
    1
    • #270-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:47
      ทุกคนต้องโดนนน
      #270-1
  6. #269 NanNilaphan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 13:49
    ภาวนา+มโนมากกกกก
    ขอให้คุนชายเนี่ยเป็นชินอ๋องไม่ก็ไท่จื่อของอึกแคว้น55555 พอแต่งกะน้องเหอของเรากลับมาอีกรอบในฐานะที่สูงส่งเท่ากับเปนการตบหน้าและเหยียบสกุลอีให้ต่ำตมลงไป
    #269
    2
    • #269-1 NutDriftqueen(จากตอนที่ 25)
      27 พฤษภาคม 2563 / 23:27
      แบบนี้จะซะใจมากขอเลย
      #269-1
    • #269-2 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:48
      จัดไปปปป
      #269-2
  7. #268 supakornseanla (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 13:00
    ไปบอกความจริงหน่อยซิ555 รุ้สึกเกลียดเซียวอีเลย คือนางรุ้ว่ารักเหวินเหอแล้ว แต่เหวินเหอตายแค่สามเดือน ยกเมียรองออกนอกหน้า

    แบบนี้ไม่ควรเอามาทำพันธุ์ค่ะ
    #268
    1
    • #268-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:48
      ปากบอกรักแต่การกระทำแหมมมมมาก
      #268-1
  8. #267 pchin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 12:09

    มาแล้ว!
    #267
    1
    • #267-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:49
      ขอบพระคุณค้าาา
      #267-1
  9. #266 Kungfu Panda (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 11:59
    มารน้องเยอะจริง รอชมตอนต่อค่ะ
    #266
    1
    • #266-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:49
      มารเยอะมากแต่ก็ตามบริบทนะคะ
      #266-1
  10. #265 Kungui (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 10:34
    รอค่ะไรท์
    #265
    1
    • #265-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:50
      ได้เลยจ้าาา
      #265-1
  11. #263 นัทัจง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 08:44

    คุณชายเยร่ยน่าจะรู้จักกับท่านตาของนางเอกคนชุดดำที่มาช่วยจวนกั่วกงไม่ทันในคืนวันสังหารล้างบางในวันนั้นน่าจะเป็นคุณชายเยี่น ที่มาช้าอาจเพราะโดนโจมตีไม่ให้มาช่วยเหลือทัน (โดนพิษ รึป่าว) อีกอย่างคุณชายเยี่ยไม่ใช่คนแคว้นนี้เเค่เป็นแคว้นฮี ประมาณนนั้นมโนได้อีก รอลุ้นตอนต่อไป (ลง้รือคุณชายเยี่ย อิอิ) ว่าที่หลัวใหม่ต้องดีกว่าเก่า หุหุ

    #263
    1
    • #263-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:51
      ดีกว่าแน่นอนนน
      #263-1
  12. #262 Ann0987 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 08:28
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png นึกว่า..
    #262
    1
    • #262-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:51
      ขอโต๊ดดด
      #262-1
  13. #261 Taksina_Tangkwa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 07:07
    เอ๊า...ตั้งใจมากเลยนะคะนี่ 5555
    #261
    1
    • #261-1 Ratphak(จากตอนที่ 25)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:51
      มากค่ะตื่นตี3มาปั่น
      #261-1