เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 23 : สิบ คุณชายเยี่ย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 361 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

จูเก่อเยี่ยสะอึกเข้าไปประคอง พร้อมเอ่ยปากห้ามปรามให้คนป่วยรับรู้ถึงสถานะของตัวเองเสียบ้าง “แม่นางโปรดระมัดระวัง ตัวเจ้าบาดเจ็บหนักยิ่งนัก ทั้งเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล นอกจากนี้กระดูกขาซ้ายของเจ้ายังถูกกระทบกระแทกอย่างหนัก ขืนเจ้าขยับตัวมากนัก เกรงว่าคงต้องลำบากให้ท่านหมอจัดการต่อกระดูก ใส่ยาสมานให้เจ้าอีกเที่ยวหนึ่งแล้ว”

 

“ข้าบาดเจ็บรึ?” ทราบอาการบาดเจ็บของตัวเองคร่าวๆ อี้เหวินเหอที่ยังงุนงงอยู่บ้างก็ทวนคำช้าๆ ขณะเดียวกันเริ่มไล่เรียงอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ตอนครั้งยังมีสติครบถ้วนวาบผ่านดวงตาอี้เหวินเหอไป ตั้งแต่ได้รับหนังสือหย่าที่เหลือเพียงเศษซาก มุ่งไปหาฮูหยินผู้เฒ่าเซียว ไปสุสานไร้ญาติ ถูกกลุ่มโจรลอบทำร้าย และเสี่ยวชุนเข้าปกป้อง ตกน้ำ แต่เสี่ยวชุนหรือ...เสี่ยวชุน!

 

ม่านตาอี้เหวินเหอเบิกขึ้นอย่างคนได้รับกระทบกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก เมื่อนึกได้ว่าเสี่ยวชุนซึ่งโดนทำร้ายไม่ได้อยู่กับนางด้วย ก็หันไปตะลีตะลานถามผู้ช่วยชีวิต “เสี่ยวชุน เสี่ยวชุนเล่า เสี่ยวชุน!”

 

สีหน้าจูเก่อเยี่ยปรากฏแววของความกังขาระคนสงสัยขึ้นมาอีกคราหนึ่ง “เสี่ยวชุนหรือ เสี่ยวชุนอะไรกัน ข้าพบเพียงเจ้าลอยน้ำมาเท่านั้น”

 

ด้านอี้เหวินเหอใจไม่ดีแล้ว เป็นห่วงเสี่ยวชุนอย่างยิ่ง เพราะยามนี้เสี่ยวชุนไม่ใช่เป็นแค่สาวใช้ แต่เปรียบดังญาติมิตรอยู่ใกล้ที่หลงเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้น คิดดังนี้ อี้เหวินเหอก็เริ่มลนลานขึ้นมาอีกเที่ยว หาทางตะกายลงจากเตียงอย่างคนไร้สติหน้ามืดตามัว “เสี่ยวชุน ข้าจะไปหาเสี่ยวชุน!”

 

จูเก่อเยี่ยพิศมองอี้เหวินเหอด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนเอ่ยให้คิดกึ่งดูแคลนประโยคหนึ่ง “หาคน? สภาพเจ้าตอนนี้จะไปหาใครได้ แม้แต่แรงจับไก่ตัวหนึ่งเจ้ายังไม่มีเลย ไม่สิ จับไก่ยังหนักหนา ข้าว่าตอนนี้เจ้าแค่จะก้าวเท้าออกไปจากเรือนแห่งนี้ยังทำไม่ได้”

 

คำพูดจูเก่อเยี่ยทำให้อี้เหวินเหอมีสติเพิ่มมากขึ้น เริ่มกลับมาใส่ใจสถานภาพของตัวเอง นางปวดหนึบที่ศีรษะ ผิวเนื้อนอกเหนือจากรอยสายฟ้าฟาดจากคมกระบี่ก็ยังมีความเจ็บปวดที่ส่วนอื่นด้วย ส่วนขาซ้ายก็ทั้งชาทั้งเจ็บเจือปนกัน เป็นจริงดังที่ชายผู้นี้ว่า นางยามนี้เอาตัวเองออกไปพ้นห้องนี้ยังยากเลย แล้วจะไปหาคนอื่นได้อย่างไร

 

อี้เหวินเหอ เจ้ามันไร้ค่าอีกแล้วอี้เหวินเหอแสนคับแค้นใจได้แต่บดมือระบายความโกรธที่มีต่อตนเอง

 

ฝ่ายจูเก่อเยี่ยเห็นว่าอี้เหวินเหอสงบลงบ้างแล้วก็กวักมือเรียกคน “ใครก็ได้ช่วยตามท่านหมอมาที”

 

สาวใช้คนเดิมซึ่งหลบอยู่ด้านนอกขานรับ แล้วถอยไปทำตามคำสั่ง “เจ้าค่ะ คุณชาย”

 

ระหว่างรอหมอ อี้เหวินเหอที่เจ็บไปทั้งตัว กึ่งนั่งกึ่งนอนโดยใช้ศอกประคองตัวเอาไว้ เริ่มสนใจสภาพโดนรวมของตัวเองมากขึ้น นางอยู่ในเรือนโอ่อ่าดูมีภูมิฐาน บ่งบอกสถานะของเจ้าของได้เป็นอย่างดี จนสำรวจได้ครบรอบหนึ่งอี้เหวินเหอจึงเพิ่งมานึกขึ้นได้ ว่านางยังมิได้ถามไถ่ชื่อของผู้มีพระคุณเลย

 

จูเก่อเยี่ยซึ่งเปลี่ยนจากยืนไปนั่งเล่นที่ที่หลังโต๊ะเตี้ยมุมห้องแล้ว รู้ว่าถูกจ้องมองก็ลุกขึ้นเดินมาหาอี้เหวินเหออีกครั้ง “มีเรื่องจะสนทนากับข้าหรือ”

 

ร่างสูงตระหง่านอยู่ห่างออกไปตั้งไกลแท้ๆ แต่เผลอประเดี๋ยวเดียวเขาก็มาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงแล้ว อี้เหวินเหอก็ตกใจอยู่บ้าง จนกระถดตัวไปทางด้านหลัง ตามจิตสำนึก แต่ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลขยับเพียงเล็กน้อยก็ประท้วงขึ้นมา จนเจ้าของร่างต้องนิ่วหน้าร้องคราง “อะ เจ็บ”

 

“แม่นาง ข้าบอกว่าโปรดอย่าขยับ” เพียงได้ยินเสียงครางเพราะความเจ็บปวดเพียงน้อยนิด จูเก่อเยี่ยก็รีบช่วยประคองอย่างคนใจดี

 

ใช้เวลาปรบตัวให้คุ้นชินอยู่นานทีเดียว อี้เหวินเหอจึงมีสติสังเกตบรรยากาศโดยรอบอีกครั้ง ครั้นเห็นว่าเนื้อตัวตนถูกชายแปลกหน้าโอบปะคอง ม่านตาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกอกตกใจ “ทะ...ท่าน”

 

ด้านจูเก่อเยี่ยเห็นเข้าก็พอจะเข้าใจ กระเถิบตัวออกห่างไปก้าวหนึ่ง สีหน้าอี้เหวินเหอจึงดูดีขึ้นมากว่าค่อน

 

รั้งรอจนอี้เหวินเหอปรับอารมณ์ได้แล้ว จูเก่อเยี่ยจึงเข้าสู่บทสนทนาที่คาดการณ์ได้จากสีหน้าและแววตาของอี้เหวินเหอ “แม่นางคงอยากจะทราบใช่หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด และช่วยเหลือเจ้าได้อย่างไร”

 

ขยับตัวจนเข้าที่เข้าทางแล้วอี้เหวินเหอก็ผงกศีรษะนิดๆ ตาเปล่งแววเห็นพ้องด้วยทุกประการ “ผู้มีพระคุณกล่าวได้ถูกต้อง”

 

ด้วยเหตุนี้ จูเก่อเยี่ยจึงหย่อนสะโพกลงนั่งลงยังขอบเตียง พร้อมคลี่พัดออกเสียงดังพึ่บแล้วขยับโบกเบาๆ หมายจะอธิบายเรื่องราวไปอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ

 

อี้เหวินเหอพบกับท่าทีเป็นกันเองเช่นนี้ก็สะดุ้งเล็กๆ รีบถอยตัวหนีไปเล็กน้อยก่อนร่างจะสะอึกออกมาเพราะความเจ็บปวดอีกครั้ง ใหตายเถอะ เหตุใดบุรุษผู้นี้ถึง เคลื่อนไหวตัวเร็วนักนะ เผลอเพียงเสี้ยวเวลาก็โผล่มาใหล้เสียแล้ว “อะ..อึก”

 

จูเก่อเยี่ยส่ายหน้า รีบใช้พัดกดตัวอี้เหวินเหอให้นอนลงนิ่งๆ โดยไม่ขออนุญาต “ข้าบอกว่าไม่ต้องขยับ ไม่ต้องขยับ แม่นางฟังภาษาที่ข้าพูดไม่ออกหรือ แต่ถึงจะไม่ใช้คนแคว้นจิ้น แต่ข้าว่าข้าก็พูดสำเนียงชัดเจนนี่นา”

 

พูดไปพูดมาจูเก่อเยี่ยก็คลึงปลายคางครุ่นคิด เขามั่นใจยิ่งว่าสำเนียงตนนั้นกลมกลืนไปกับคนแคว้นจิ้นโดยแท้จริง

 

ถูกต้องเนื้อตัวอย่างอุกอาจอี้เหวินเหอก็พูดไม่ออก ในสายตาอี้เหวินเหอตอนนี้คิดว่าตนเจอเข้ากับบุรุษเสเพลเข้าเสียแล้ว จึงกระซิบเตือนไปเบาๆ ว่านางผู้นี้มิใช่ให้ใครมาแตะต้องได้โดยง่าย “ผู้มีพระคุณคงมิทราบข้าเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว”

 

ถูกกล่าวเตือนด้วยประโยคเรียบๆ คิ้วจูเก่อเยี่ยขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบถักเป็นผีเสื้อ หลุบตาสำรวจร่างกายอี้เหวินเหอบนจรดล่าง แล้วแสดงสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทนอย่างยิ่งยวด “แล้วอย่างไร เจ้าแต่งงานแล้ว จำเป็นต้องบอกข้าด้วยเหตุอันใด หรือเจ้านึกว่าข้าจะลวนลามเจ้าหรือ... รูปร่างเช่นเจ้า ไอหยา ข้า...ไม่ลงหรอก”

 

เวลาพูดสีหน้าจูเก่อเยี่ยช่างประหลักประเหลือ ทำเอาใบหน้าซีดเซียวของอี้เหวินเหอก่ำสีเลือดทั้งเขินทั้งฉิวในคราวเดียว บุรุษผู้นี้ช่าง... ช่างกวนประสาทเสียจริง! เห็นทีอากัปกิริยาสุขุมลุ่มลึกเมื่อครู่ นางคงจะตาฝาดไปเสียแล้ว

 

ประกายในแววตาอี้เหวินเหอค่อนข้างซื่อตรงนัก ดังนั้นจูเก่อเยี่ยจึงเข้าใจความรู้สึกของนางในตอนนี้ได้ไม่ยาก และเมื่อนางจ้องเขาไม่วาง ตาจูเก่อเยี่ยก็จ้องกลับด้วยระดับเดียวเช่นกัน “มองข้าด้วยเหตุอันใดกัน เห็นหน้าข้าไม่ชัดหรือ ได้ๆข้ายื่นไปใกล้ๆดีหรือไม่”

 

ไม่พูดพร่ำยืดยาว จูเก่อเยี่ยโน้นตัวเข้าหา จนอี้เหวินเหอสะดุ้งรีบกระถดหนีอย่างลนลาน แน่นอนว่าร่างกายบาดเจ็บเช่นนี้ย่อมไม่ทำตามต้องการ ขยับได้แค่ชุ่นเดียวอี้เหวินเหอก็ต้องนอนนิ่ง สบตาคนที่ยื่นเข้ามาจนลมหายใจรินรด ด้วยแววตาตระหนกตกใจ “...”

 

อี้เหวินเหอขึงตามองจูเก่อเยี่ยรีบบอกให้เขาสำรวม เพราะเกิดมาอี้เหวินเหอเพิ่งจะเคยใกล้ชิดบุรุษขนาดนี้นอกจากเซียวอีเป็นครั้งแรก จึงขัดเขินทั้งฉุน “ผู้มีพระคุณโปรดสวนท่าที สตรีแต่งงานกับบุรุษไม่มักคุ้นอยู่ใกล้ชิดกันเช่นนี้ไม่สมควรยิ่ง”

 

ฟังอี้เหวินเหอพูดจบ จูเก่อเยี่ยก็พยักหน้าหงึกหงัก ยอมถอยออกไปแต่โดยดี แต่มิวายเอ่ยแย้งนิดๆ “อ้อ...เป็นเช่นนี้นี่เอง แต่เอ... สตรีแต่งงานแล้ว มองชายอื่นไม่วางตาเช่นนี้ได้ด้วยหรือ”

 

“...” อี้เหวินเหอถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ปากอ้าตาค้างอยู่อย่างนั้น

 

กิริยาท่าทางสะอึกอึ้งของอี้เหวินเหอนี้ ทำให้จูเก่อเยี่ยอมยิ้มไม่เผยฟัน ขณะเดียวกันก็สับพัดกับฝ่ามือเล่นไปพลาง

 

ใช้เวลาอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว กว่าอี้เหวินเหอจะปรับสีหน้าและอารมณ์ได้ นางจึงเอ่ยถามชื่อแซ่และนามคนผู้นี้อีกครั้งด้วยอากัปกิริยาเป็นการเป็นงาน “เรายังสนทนาค้างกันอยู่ มิทราบว่าผู้มีพระคุณมีนามอันสูงศักดิ์ว่าอะไร”

 

จูเก่อเยี่ยคลี่พัดในมือดังพึ่บ โบกสองครั้งก็เริ่มอธิบายที่มาของตนอย่างลิ่นไหลไม่ติดขัด “ประวัติของข้าหรือ เอาเป็นว่าชื่อแซ่ไม่สำคัญ บริวารข้ารับใช้คนโดยทั่วไปมักเรียกข้าว่าคุณชายเยี่ย เป็นคนแคว้นฉี พอดีมาท่องเที่ยวที่แคว้นจิ้น ขณะกำลังนั่งตกปลาอยู่ข้างแม่น้ำ ก็เห็นเจ้าลอยตามน้ำมา จึงได้เก็บติดมือมาด้วยก็เท่านั้น หากเจ้าจะเรียกข้าก็เรียกว่าคุณชายเยี่ยก็แล้วกัน เรียกผู้มีพระคุณแล้วช่าง... เอ่อ..อย่างไรดี ช่าง...”

 

ท่อนท้ายจูเก่อเยี่ยไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่แสดงท่าทีขนลุกขนพองเหมือนมีมดแมลงมาไต่ตอมจนรู้สึกคันยิบๆ “เข้าใจหรือไม่”

 

ฟังชายคนนี้พูดจบ อี้เหวินเหอก็ทราบเกี่ยวกับคนผู้นี้เพิ่มมาอีกสองประการคือนอกจากจะมีรัศมีของคนเสเพลเจ้าสำราญแล้ว หนึ่งเสียงเขาทุ้มชวนฟัง และสองผู้มีประคุณท่านนี้นิสัยติดขี้เล่นอยู่ไม่น้อย ทั้งยังมีท่าทียียวนกวนให้คนโมโหอยู่นิดๆ แต่จะให้อี้เหวินเหอพูดไปก็กระไรอยู่ จึงทำเพียงโค้งศีรษะขอบคุณไปนิดๆ เท่านั้น “ข้าทราบและขอขอบคุณคุณชายเยี่ย”

 

จูเก่อเยี่ยฉีกยิ้มจนเห็นฟันเรียงซี่ เอามือหนุนคาง ซักถามถึงที่มาของอี้เหวินเหอบ้าง “ช่างเถอะๆ ไม่ต้องขอบคุณ ก็ข้าเผลอช่วยมาแล้วนี่นา อืม...ข้าเล่าเรื่องราวของข้าแล้ว ครานี้ถึงเวลาของเจ้าแล้ว มิทราบว่าแม่นางชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร เป็นฮูหยินบ้านใด ข้าจะได้ให้คนไปส่งข่าว”

 

ถูกถามเช่นนี้อี้เหวินเหอก็ถึงกับนิ่งงันไป ครุ่นคิดอยู่หลายชั่วอึดใจ แล้วตัดสินใจว่ามิควรแพร่งพรายเรื่องของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ “ขะ...ข้า...”

 

เห็นท่าทางกระอึกกระอักไม่อยากจะพูด จูเก่อเยี่ยก็ลุกขึ้นโดยฉับพลัน เขาพับพัดลายไผ่อ่อนช้อย เคาะกับฝ่ามือข้างหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ “ถึงจะดูเสียเปรียบไปหน่อย...แต่ในเมื่อแม่นางไม่อยากจะบอกข้าตอนนี้ก็ไม่เป็นไร พักผ่อนให้สบายเสียเถิด เมื่อเจ้าหายแล้ว ค่อยมาว่ากันอีกที ดีหรือไม่”

 

ผู้มีพระคุณไม่คิดจะซักไซ้ อี้เหวินเหอก็รู้สึกโล่งขึ้นมา มิทันได้เอ่ยปากขอบคุณ คุณชายเยี่ยก็สะบัดชายเสื้อหมุนตัวจากไปโดยไม่เหลียวหลังแล้ว “ขะ...ขอบคุณ”

 

จูเก่อเยี่ยชูมือขึ้นโบก โดยไม่หันกลับมา “ไม่เป็นไร ๆ ”

 

อี้เหวินเหอเพ่งพิศตามแผ่นหลังผึงผายของผู้มีพระคุณ จนเขาเดินเลี้ยวหายรับไปกับบานประตูหนึ่งจึงลอบถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนอนพึมพำกับตัวเองได้อย่างสนิทใจ “เฮ้อ...รอดไปที”

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ ทั้งๆที่คุณชายเยี่ยท่านนี้มีสีหน้าชื่นบาน เวลาพูดเอ่ยวาจามักเจือด้วยยิ้มเสมอ แต่หาได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ควรเป็น กลับกันอี้เหวินเหอกลับรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เหมือนจะถูกมองจนทะลุปรุโปร่งไปจนหมด นอกจากนี้ที่ก้นบึ้งของดวงตาเขา ยังปรากฏแววของความเศร้าหมองอันขัดแย้งกับบุคลิกภายนอกอีกด้วย

 

ด้านจูเก่อเยี่ยหลังจากเดินทิ้งห่างจากอี้เหวินเหอประมาณหนึ่งแล้ว ก็หยุดทอดมองป่าไผ่โน้มเอนไหวเพราะสายลมและเม็ดฝน สีหน้าอย่างบุรุษเจ้าสำราญเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นสุขุมลุ่มลึก นัยน์ตาอย่างคนสำเริงสำราญเจือรอยยิ้มตลอดเวลา แปรเปลี่ยนเป็นกึ่งสุขกึ่งเศร้าพลางเอ่ยด้วยเสียงทุ้มเย็นว่า “ทั้งๆที่เซียวทำกับเจ้าถึงเพียงนั้น เจ้ายังละเมอหาแต่ชายผู้นั้น”

 

ทั้งๆที่ เซียวอีทำร้ายจิตใจอี้เหวินเหอถึงเพียงนั้น แต่อี้เหวินเหอก็ยังโหยหาเพียงเซียวอี ดูเหมือนว่าทุกช่วงจังหวะหัวใจนางมีแต่เซียวอีคนเดียวเท่านั้น...

 

คิดแล้วใจของจูเก่อเยี่ยก็พลันปวดหนึบ ขณะย่างเท้าหมายก้าวเดินต่อ เพื่อออกไปอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง จูเก่อเยี่ยก็พลันรู้สึกว่าในช่องอกเจ็บแปลบ ทั้งลำคอและโพรงปากสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวโลหิต ชั่วประหนึ่งฟ้าแลบ เขาก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

 

“คุณชาย!”

 

บ่าวไพร่เดินผ่านมาเห็นเขาก็มีสีหน้าแตกตื่น เร่งรุดเข้าช่วยประคอง “เป็นอย่างไรบ้างขอรับ คุณชาย”

 

จูเก่อเยี่ยทำเพียงยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนสงบลง “ข้าไม่เป็นอะไร พวกเจ้าเงียบเสียหน่อยเถิด”

 

พวกบ่าวไพร่ยังคงมีสีหน้าแตกตื่นลนลานไม่เชื่ออย่างสนิทใจ ครั้นเมื่อจูเก่อเยี่ยเดินออกไปหลังจากตั้งมั่นใหม่ได้แล้วก็ก้าวตามไปห่าง และก็เป็นดังคาดหลังจากจูเก่อเยี่ยจากไปเงียบๆ ก็หมดสติล้มลงกับพื้น

 

เห็นดังนี้บ่าวไพร่ก็ไม่รอช้า เร่งรุดเข้าไปช่วยเหลือทันที “คุณชายเจ้าคะ คุณชาย”

พระเอกเรื่องนี้ป่วยจริง ไม่อิงการเมือง แบบเรื่องแม่สาวอกแบน (วายุหวน) 5555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 361 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #485 K@NomJeeB (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:05

    ไรท์ห้ามพาดพิงหวางเย่ของอาเทียนนะ
    #485
    0
  2. #445 aomsinsenior (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 22:04
    เราเป็นแฟนอิ๋งเทียน
    #445
    0
  3. #432 ลมรัก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 07:44

    ขอเป็นพระเอกที่เก่งอ่ะนะเก่งกว่าดีกว่าเซียวอี้ ป่านนี้เซียวอี้คงมีความสุขมากแล้วคงตั้งฮูหยินเอกเรัยบร้อยแล้วอีกหน่อยฮูเฒ่าคงถูกหลานสะไภ้วางยาพิษ

    #432
    0
  4. #255 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 14:31

    เสี่ยวชุนตายจริงๆ ไหมนะ ไม่นะ นางเอกเราไม่เหลือใครแล้ว

    ไรต์เหลือใฟ้นางสักคนได้ไหมคะ

    #255
    1
    • #255-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:53
      มาลุ้นกันนน
      #255-1
  5. #248 คนชอบ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:13

    ขอให้อี้เหวินเหอตัดใจจากอดีตสามีได้โดยเร็ว งงจริงๆว่าจมนำ้สามวันร่างเน่าเลยหรือ ช่างไม่เอะใจกันเลย เชื่อสิ่งที่เห็น นับว่าฉายากับเมียรักของอิเซียวอี้ประสบความสำเร็จในการวางแผน ลบอี้เหวินเหอออกจากใจสามีนรกของนางสำเร็จ รอการเป็นฮูหยินเอกได้แล้ว ต่อไปก็รอรับอนุของสามี อาจจะเป็นฮาฮา รอกรรมสนองไวๆ ความชั่วนั้นหากไม่อยากให้ใครรู้ก็อย่าทำ ใต้ลงไป เหนือศีรษะ และรอบๆตัวเราย่อมมีเทพรู้เห็น ก่อกรรมใดไว้ รอรับผลได้เลย

    #248
    1
    • #248-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:55
      นางเตรียมการไว้แล้วค่ะฉาฉานางฉลาดมาก
      #248-1
  6. #246 awesoomboy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:35
    โถ่ รำคาญนางเอก ช่วยใจง่ายหน่อยได้มั้ยย งิงิ
    #246
    1
    • #246-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:55
      เดี๋ยวจะโลเลเหมือนเซียวอี ไม่เอาค่ะ
      #246-1
  7. #245 and4 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:46
    คุณชายเยี่ยป่วยเหรอ หรือว่าจะโดนพิษแล้วมีทางรักษาใช่ไหมคะไรท์ คุณชายเยี่ยต้องไม่เป็นอะไรหากคุณเยี่ยเป็นอะไรใครคอยช่วยเหลืออี้เหวินเหอคะ ทั้งบาดเจ็บ ทั้งเรื่องที่ต้องอย่า ไหนจะเรื่องเสี่ยวชุนอีก ขอให้คุณชายเยี่ยปลอดภัยนะคะ ทั้งอี้เหวินเหอและคุณชายเยี่ยยังต้องใช้ชีวิตไปด้วยกันหลังจากนี้ขออย่าให้ใครเป็นอะไรเลยนะคะ
    #245
    1
    • #245-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:56
      ป่วยค่ะ ส่วนช่วยเหลือถึงป่วยพอก็จะทำ
      #245-1
  8. #243 คนอ่าน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 21:36

    โธ่ คุณชายเยี่ยสุขภาพไม่ดีเหรอ รีบให้หมอรักษาให้หาย ถ้าป่วยเรื้อรังทั้งคู่อนาคตไม่สดใสแน่ ดูแลสุขภาพผู้อื่นอย่างดีแต่ลืมหรือไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเองไม่ดีแน่ หากคิดจะปกป้องคนที่ตนสนใจก็ต้องแข็งแรง มิฉะนั้นจะเป็นเสาหลักให้สตรีที่ตนชอบได้หรือ ให้เวลาคนอกหักสักระยะหนึ่ง ช่วงนี้แค่เป็นเพื่อน ทำความรู้จักกัน ให้กำลังใจกันไปก่อน

    #243
    1
    • #243-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:57
      ชอบความคิดเห็นนี้
      #243-1
  9. #242 InthiraP (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 17:25

    บาดเจ็บจากช่วยสาวละซิ

    #242
    1
    • #242-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:57
      นั่นสินะ
      #242-1
  10. #241 765 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:44

    นางเอกยังไม่ได้ใบหย่า ไม่ใช่เหรอคะ

    #241
    1
    • #241-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:58
      ตอนนี้ยังไม่ได้ค่ะ
      #241-1
  11. #240 NanNilaphan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:38
    อดทนหน่อยนะพี่รอเวลาให้น้องเปิดใจสักนิดแล้วทั้งคู่จะได้เจอแต่ความสุข
    #240
    1
    • #240-1 Ratphak(จากตอนที่ 23)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:58
      ใช่แล้วค่ะ
      #240-1