เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 12 : ห้า สู่จุดตกต่ำถึงขีดสุด (ต้น) (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 247 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

...ทว่าก็ไม่เป็นดังหวังอีกเช่นเคย

 

ในวันที่ฝนตกชุกหลังผ่านปักษ์จิงเจ๋อ[1] ไปได้เพียงสองวัน วันนั้น เซียวอีในฐานะรองเจ้ากรมคลังกำลังวุ่นอยู่กับการเรื่องจัดงบประมาณ เพื่อส่งของไปแสดงความเสียใจของการสิ้นพระชนม์ของฮ่องเต้แคว้นฉีที่เพิ่งครองราชย์ได้แค่สามปี เสิ่นเซียงมี่ก็เจ็บครรภ์คลอด

 

ทุกคนต่างไปรวมตัวกันที่เรือนพักของเสิ่นเซียงมี่ แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเซียว ที่ไม่ค่อยจะพึงพอใจในตัวเสิ่นเซียงมี่เท่าไรนัก วันนี้ยังมารวมตัวอยู่ด้วยเพราะอย่างไรเสีย ก็เป็นถือกำเนิดของทายาทคนแรกของสกุลเซียว

 

ท่ามกลางท้องฟ้าที่ตั้งเค้าด้วยเมฆหนาสีดำทึบทะมึน เซียวอีที่ทราบเรื่องรีบทำงานจนเสร็จหน้าที่ แล้วเร่งรุดกลับมายังจวนด้วยสีหน้าร้อนรนกังวลใจ “ท่านพ่อ ท่านย่า เซียงมี่เป็นเช่นไรบ้าง”

 

แน่นอนอี้เหวินเหอยังเป็นเพียงอากาศสำหรับเซียวอี เขามองผ่านนางไปราวกับนางไร้ตัวตน

 

ส่วนด้านในห้องคลอด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเสิ่นเซียงมี่ก็ดังขึ้นเป็นระยะ “โอ๊ย...เจ็บ เจ็บเหลือเกิน”

 

ขณะที่ทุกคนกำลังพะวงวุ่นวายกับการเจ็บท้องคลอดของเสิ่นเซียงมี่ อี้เหวินเหอก็ได้รับข่าวว่าตอนนี้จวนกั๋วกงกำลังเกิดเรื่อง อี้เหวินกั๋วกงถูกโทษฐานแต่งนิพนธ์หมิ่นให้ร้ายฮ่องเต้ มีโทษประหารให้สิ้นทั้งตระกูล แต่เพราะกั๋วกงรับผิดแต่เพียงผู้เดียว พร้อมนำความดีทั้งหมดที่เคยนำมาทูลขอ ดังนั้นผู้ที่อยู่นอกจวนจึงไม่ต้องโทษด้วย แต่ก็ถูกถอดศักดิ์ ไม่ให้เข้ามาเป็นขุนนางอีกตลอดชีวิต “คุณหนูขอรับ จวนกั๋วกงแย่แล้ว”

 

“อะไรนะ เจ้าพูดว่าอะไร จวนกั๋วกงเกิดอะไรขึ้น” ม่านตาอี้เหวินเหอเบิกกว้างขึ้น ราวกับฟ้าที่ลั่นอยู่ตอนนี้ผ่าลงมากลางใจ

 

บ่าวรับใช้คนเดิม สีหน้าทุกข์ใจไม่แพ้กัน “จวนกั๋วกง ถูกฝ่าบาทสั่งกวาดล้างขอรับ เพราะกั๋วกงแต่งนิพนธ์ดูหมิ่นฝ่าบาท”

 

หูอี้เหวินเหออื้ออึงไปหมด ตานางเริ่มลาย ฟังเสียงของผู้คน คล้ายกับแมลงที่กำลังบินหึ่งๆ หลังจากงุนงงอยู่ชั่วขณะก็เร่งกลับไปที่จวนกั๋วกง ท่านปู่นางไม่มีทางทำเช่นนั้น ไม่มีทาง “ไม่จริง นี่ต้องไม่ใช่เรื่องจริง!”

 

ตัวอี้เหวินเหอวิ่งออกไปไกลลิบแล้ว คนสกุลเซียวจึงได้สติ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องต้องมาถึงจุดนี้ แต่มิคาดคิดว่าจะมาเร็วเช่นนี้

 

“น่ะนี่มัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวถึงกับทรุดตัวลงนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

ด้านเซียวอีก็นิ่งไป คล้ายตัดขาดตัวเองจากผู้คนแล้ว อากู้จึงหันไปถามด้วยความร้อนรน “ท่านรองเจ้ากรมคลังขอรับ ฮูหยินวิ่งออกไปแล้ว”

 

หลังอากู้พูดจบ สายฟ้าก็ผ่าลงมา ณ ที่แห่งหนหนึ่ง หนึ่งเปรี้ยง ตาเซียวอีเบิกขึ้นนิดๆ แล้วหมายก้าวเท้าตามหลังอี้เหวินเหอไป ทว่าเสียงกรีดร้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสก็ทำให้เซียวอีต้องหดเท้ากลับมา “โอ๊ยเจ็บ! อะ เจ็บ กรี๊ด ท่านพี่ เซียงมี่เจ็บเหลือเกินเจ้าค่ะ เจ็บเหลือเกิน”

 

“ฮูหยินรอง เบ่งอีกนิดเจ้าค่ะ เบ่ง”

 

ดังนั้นเซียวอีที่หัวใจหดรัดเพราะเสียงครวญครางเพราะความเจ็บปวดของเสิ่นเซียงมี่ หันไปตวาดอย่างหัวเสียใส่อากู้ว่า “หุบปากของเจ้าซะอากู้ ไม่รู้หรือว่าเพลานี้อะไรสำคัญ ตอนนี้บุตรของข้ากำลังจะถือกำเนิด นางอยากจะไปก็ให้นางไป ไว้นางตายเมื่อไร เจ้าค่อยมาเรียกข้า”

 

อากู้หน้าม่อย ถอยเท้ากลับยืนเงียบๆอยู่ด้านข้าง “ขอรับ ท่านรองเจ้ากรมคลัง”

 

ถึงอี้เหวินเหอจะไปไกลแล้ว แต่เพราะเสียงของเซียวอีดังมาก นางจึงได้ยินเต็มสองหู แต่ไม่มีเวลามาเศร้าเสียใจ นางเร่งเดินทางไปที่จวนกั๋วกง เพราะฝนเพิ่งตก ผู้คนจึงวิ่งกันสับสนอลหม่าน ทำให้รถม้าของอี้เหวินเหอเดินทางได้ช้านัก ดังนั้นนางจึงตัดสิ้นใจกระโดดลงจากรถม้าแล้ววิ่งไปที่จวนกั๋วกงแทน “จอดรถ ข้าจะเดินไป”

 

หลังรถม้าหยุดลง อี้เหวินเหอก็ออกเท้าวิ่ง ฝ่าผู้คนพลุกพล่านไปด้วยความยึดมั่น เสี่ยวชุนรีบตามลงไปด้วยท่าทีลนลาน ป้องปากร้องตะโกนเรียกตลอดทาง “คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู”

 

ไม่ทันจะถึงจวนกั๋วกง ทั้งเนื้อทั้งตัวของอี้เหวินเหอก็เปียกปอนไปด้วยหยาดพายุฝน อี้เหวินเหอเบิกตามองเส้นทางเบื้องหน้าที่พร่าเลือนเพราะหยาดน้ำฝน ใจคะนึงหาเพียงแต่ท่านปู่ของตน “ท่านปู่ รอเหอเจี๋ยเอ๋อร์ก่อน รอหลานก่อนนะเจ้าคะ”

 

เมื่อไปถึง ก็พบว่าผืนดินหน้าจวนกั๋วกงที่เคยเรียบร้อยเป็นระเบียบ บัดนี้ถูกย่ำจนกลายเป็นโคลนเลน ประตูที่ปิดเอาไว้และมักมีคนเฝ้าอยู่สองคนเสมอเปิดอ้า

 

อี้เหวินเหอไม่มีเวลาแม้จะหอบหายใจ นางยกฝ่ามือปาดหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวตามใบหน้า ค่อยๆ เดินไปเข้าไปในอย่างเชื่องช้า สภาพที่ปรากฏอยู่ทำให้จิตใจของอี้เหวินเหอสั่นสะท้าน ศพของคนที่นางคุ้นหน้านอนเกลื่อนกราดอยู่บนพื้น สวนที่เคยสวยงามเพราะได้รับการดูแลอย่างดี เพลานี้ไม่หลงเหลือเค้าของความงาม ทั้งยังโชยกลิ่นเหม็นคาวน่าสะอิดสะเอียนอีกด้วย

 

“...นะ..นี่มัน...” อี้เหวินเหอตกตะลึงจนพูดไม่ออก มองซากศพของคนรู้จักด้วยหัวใจที่สะท้านสะเทือน ครั้นนางเดินไปถึงเรือนที่พักของท่านปู่ ที่บริเวณหน้าประตูใหญ่ คือศพบ่าวไพร่ที่นางมักคุ้นด้วย

 

“ฮึก” อี้เหวินเหอกลั้นสะอื้น ขาแทบก้าวไม่ออก จนนางต้องขบฟันทีหนึ่งแล้วก้าวเข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้า พยายามไม่เพ่งพิศมองร่างไร้ชีวิตของคนรู้จัก ใจนางยามนี้ขลาดกลัวเหลือเกิน ขาดกลัวว่าท่านปู่จะมีชะตามิต่างจากคนพวกนี้

 

ในที่สุดอี้เหวินเหอก็มาถึง ตัวเรือนพักอาศัยของท่านปู่ ถูกสร้างให้เปิดออกได้ เพื่อเอาไว้ชมธรรมชาติของสระบัวที่ท่านปู่รัก ในยามพิรุณโปรยปรายเช่นนั้นควรจะถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา ทว่าเพลานี้กลับถูกเปิดออก ประตูที่เลือนออกได้ทั้งสี่ทิศถูกทำลายจนไม่เหลือซาก พื้นที่เคยสวยงามถูกย่ำจนมีลักษณะไม่ต่างจากหน้าประตูใหญ่ และบริเวณใกล้ๆกับประตูนั้น มีศพของคนไม่ใช่ญาติแต่ก็เหมือนญาติเพราะท่านปู่รับเลียงดูเอาไว้แต่เด็กนอนอยู่สามคน เขาคือพี่ซิ่วฉิว พี่หรงเยี่ย มู่อัน  เมื่อมองเข้าไปด้านในเรือนที่พังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี อี้เหวินเหอก็พบว่าศพของท่านปู่ถูกแขวนคออยู่บนขื่อ นอกจากนี้ยังมีศรนับสิบปักทะลุทั่วร่าง!

 

“ท่านปู่!”

 

ภาพเหล่านี้ทำให้จิตใจอี้เหวินเหอใจแหลกสลาย นางหวีดเสียงเครื่อก่อนรีบวิ่งเข้าไปหา แต่ทว่าขาที่ไร้เรี่ยวแรงก็สะดุดเข้ากับศพของบ่าวผู้หนึ่งล้มกลิ้งไปกับพื้น เนื้อตัวมอมแมมทั้งยังขายังเจ็บหนึบไปหมด ถึงอย่างนั้นอี้เหวินเหอก็ไม่ท้อถอยยังคงตะเกียกตะกาย คลานเข้าหาศพของท่านปู่ด้วยความเพียรพยายาม “ไม่! ท่านปู่ ท่านปู่...ฮึก ท่านปู่”

 

เพราะการสะดุดเมื่อครู่ ทำให้ขาของอี้เหวินเหอเป็นแผล ดังนั้น ทุกการเคลื่อนไหวของอี้เหวินเหอจึงมีเลือดเส้นหนึ่งปรากฏไปทั่ว ครั้นรวมกับสายฝนที่หล่นลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน เลือดเส้นนั้นก็ค่อยๆละลายและกลายเป็นสีชมพูจางๆ

 

พยายามคลานด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ในที่สุดอี้เหวินเหอก็มาถึงตัวของท่านปู่ นางยื่นมือไปสัมผัสที่ข้อเท้านั้นเบาๆ “ท่านปู่...ท่านปู่”

 

เย็นชืดไปหมด...ตัวของท่านปู่เย็นชืดไปหมดแล้ว มือของอี้เหวินเหอสั่นระริก ก่อนส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อหูเชื่อสัมผัสของตัวเอง “ฮึก...ฮือ ท่านปู่ ไม่จริง ท่านปู่ ท่านปู่ยังไม่ตาย ยังไม่ตาย ท่านปู่ท่านพูดกับข้าสิ ตื่นมาพูดกับข้าสิ ท่านปู่ ตื่นมาพูดกับหลานก่อน!”

 

เสี่ยวชุนตามมาทีหลังวิ่งไปกอดอี้เหวินเหอเอาไว้แน่น “คุณหนูเจ้าคะ ทำใจดีๆไว้นะเจ้าคะ ท่านกั๋งกงไปดีแล้วเจ้าค่ะ ไปดีแล้ว”

 

“ไม่ ไม่!” อี้เหวินเหอส่ายหน้า ผลักเสี่ยวชุนออก ก่อนจับร่างเย็นชืดของอี้เหวินเจียง หวังให้ท่านปู่ลืมตามาพูดคุยกับตนอีกครั้ง “ท่านปู่ ฮึก...ท่านปู่ หลานมาแล้ว เหอเจี๋ยเอ๋อร์มาแล้ว...”

 

อี้เหวินเหอกรีดร้องจนเสียงแหบแห้งไปหมด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไร้เสียงตอบกลับ นางแหงนหงายลำคอ น้ำตาที่ปนเปื้อนหยาดฝนเอ่อล้นไปทางหางตา ท่านปู่ไม่อยู่แล้ว ไม่อยู่แล้ว อี้เหวินเหอคิดด้วยหัวใจที่สับสน ก่อนกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง

 

“ไม่จริง!”

 

ถัดออกไปบริเวณหน้าประตูจวนกั๋วกง

 

บุรุษสวมชุดสีดำถือร่มกระดาษน้ำมันสีเข้ากับชุด กำลังยืนเพ่งพิศดูความพังพินาศของจวนกั๋วกงแคว้นจิ้น แม้ตาสีเข้มจะสงบนิ่ง ทว่าก้นบึ้งของแววตาก็ปรากฏแววโศกเศร้าอยู่ไม่น้อย ยิ่งยามได้ยินเสียงกรีดร้องบาดหัวใจแว่วดังออกมาจากด้านในจวนแล้ว นัยน์ตาคมกริบก็วูบไหว เผยแววอาดูรขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว “ดูเหมือนว่าเราจะมาสายเกินไป”

 

บุรุษชุดสีดำเอ่ยปากสนทนากับชายสวมชุดสีน้ำเงินดูทะมัดทะแมงที่อยู่ด้านหลัง ก่อนไอออกมาเบาๆ “แค็กๆ”

 

บุรุษชุดน้ำเงินโยกลำตัวก้าวประชิดตามจิตสำนึก แล้วถามไถ่ด้วยความห่วงใย “นายท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ”

 

ชายชุดดำยกมือห้าม ฝืนกลืนกลิ่นคาวเลือดลงท้อง ก่อนพูดด้วยเสียงแหบพร่ากว่าเมื่อชั่วประเดี๋ยวก่อนนิดๆ “ข้าไม่เป็นอะไร”

 

ถึงได้รับคำบอกกล่าว ทว่าชายชุดน้ำเงินก็ยังไม่วางใจ “นายท่านควรพักผ่อนนะขอรับ”

 

ทีแรกชายชุดดำทำท่าไม่เห็นด้วย ทว่าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา กอปรกับได้ยินเสียงเรียกขานนามของคนมาแล้วด้วยจึงหลบออกไปตามคำแนะนำของคนสนิท “ท่านรองเจ้ากรมคลังขอรับ ถึงแล้วขอรับ”

 

ขณะเดินทางหลบเข้ามุมอับ ชายชุดดำเห็นรองเจ้ากรมคลังเซียวอีก้าวลงจากรถม้า ถึงสีหน้าจะเย็นชาท่าทีก็เร่งร้อนอยู่พอประมาณ

 

“เซียวอี..?” ชายชุดดำมองเซียวอีอย่างพินิจพิจารณา ก่อนหมุนตัวจากไปจริงๆ

 

แค่นี้นางคงปลอดภัยแล้ว เพราะอย่างไรเสีย คนที่อี้เหวินเหอต้องการก็เป็นเซียวอีมาตั้งแต่ต้นแล้ว หาใช่เขาไม่

 

[1] จิงเจ๋อ ตรงกับวันที่ 5-7 มี.ค. ฝนตกชุกในจีน

 


 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 247 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #451 @_sassygirl_@ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 18:52
    คนนี้คือคนที่ช่วยอี้เหวินเหอตอนตกน้ำสินะ ไม่ใช่เซียวอี
    #451
    0
  2. #371 Pujeap (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 11:12
    จากนั้นนางเอกก็ไปฝึกยุทธจนเก่ง ตามไปแก้แค้นฮ่องเต้ใช่ไหมไรท์
    #371
    0
  3. #50 and4 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 13:08
    ~ที่เธอเห็นแค่ฝุ่นมันเข้าตาฉันไม่ได้ร้องไห้~ โกรธ โกรธไรท์มากตอนนี้ ไรท์ต้องแก้ตัวด้วยการ ทำให้เซียวอีและครอบครัวของมันจมดิ่งลงไปเช่นเดียวกับที่อี้เหวินเหอต้องเจอ แต่ละเว้นท่านย่าเซียวไว้หน่อยแล้วกันอย่างน้อยนางก็ยังถือว่าเอ็นดูอี้เหวินเหอ
    #50
    1
    • #50-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      13 พฤษภาคม 2563 / 18:45
      ขอไรต์เป็นพริกไทยค่ะ ร้อนแรงไปถึงต่อมน้ำตา
      #50-1
  4. #45 srisupanuch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:00
    ก็ตั้งใจให้ดราม่าอยู่เเล้วไม่ใช่เหรอ ฮ่องเต้ที่ฆ่าคนเเบบนี้มีเเต่ทรราชเท่านั้นแหล่ะ เพราะด้วนิสัยปากถือศิลของชนชาตในนิยายนี้ ภาพลักษณ์สำคัญมาก ไม่ทำอะไรโฉ่งฉ่างหรอก
    #45
    3
    • #45-2 srisupanuch(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 11:48
      ที่จะบอกคือดราม่าก็ดราม่าไปค่ะ ไม่ต้องออกตัวแทนตัวละครหรอก มันดูกระมิดกระเมี้ยนขัดๆค่ะ อยากจัดจัดไปให้บทมันตอบเอง ไม่ใช่นักเขียนจงใจเขียนแล้วมาออกตัวอย่างโน้นอย่างนี้
      #45-2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #39 Kanokvarakit (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:24

    สงสารน้องงงงง
    #39
    1
    • #39-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:38
      น้องน่าสงสารจริงๆค่ะ
      #39-1
  6. #38 supakornseanla (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:07
    พระเอกที่หลงรักนางเอกมานาน

    กับตัวร้ายที่โคตรจะเลว
    #38
    1
    • #38-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:37
      เส้นทางที่สุดมากค่ะ 555
      #38-1
  7. #37 Chalee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 17:10

    อี้เหวินเหอว่านางร้ายแล้วนะ เซียวอีกับเลวยิ่งกว่า ถ้าเป็นเรื่องปกติก็ว่าไป แต่นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายยังใช้คำพูดที่เรียกว่าไร้ซึ่งจิตสำนึก แม้ไม่นับว่านางเป็นเมีย แต่ความสัมพันธ์กับตระกูลทั้งสองก็น่าจะถือว่านางเป็นน้องรึเปล่า ผู้ชายแบบนี้ปล่อยไปเถอะ คนทั่วไปให้คบเป็นมิตรสหายยังยากเลย

    #37
    1
    • #37-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:37
      จริงๆแล้ว อี้เหวินเหอนางไม่ร้ายเลย ภายนอกผู้คนต่างเล่าลือว่านางร้อยกาจ แต่เนื้อแท้นางน่าสงสารมาก ที่นางแสดงท่าทีร้ายกาจกับผู้ชายคนอื่น เพราะนางไม่อยากแต่งด้วย
      #37-1
  8. #36 ~LufaH~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:17
    คนค่าตัวแพง นี่พระเอกไหมคะไรท์
    #36
    1
    • #36-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:36
      พระเอกค่ะ
      #36-1
  9. #34 usaonly (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:35

    น่าสงสารนางเอกนะวันเกิดลูกของสามีคือวันตายของท่านปู่ สะเทือนใจจริง ๆ คิดว่าท่านปู่ถูกใส่ร้าย แต่ประหารทั้งตระกูลแล้วใยยังต้องพังบ้านเรือน ข้าวของเสียหายด้วยนะ ดูป่าเถื่อนเกินไปแล้ว พระเอกแสดงตัวแล้วแต่มาช่วยนางเอกและคนในตระกูลไม่ทัน อีตาสามีโผล่มาทำไมใจร้าย ใจดำ อยากให้นางเอกตายตามไปด้วยจะได้อยู่กับเมียน้อย ขอให้คลอดลูกออกมาได้ลูกสาว เมียน้อยจะได้ไม่มีความสำคัญมากนัก ขอบคุณค่ะ

    #34
    1
    • #34-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:36
      ใช่ค่ะ ในวันที่อีกครมีทุกอย่าง แต่นางเอกเรากลับสูญเสียทุกอย่าง
      #34-1
  10. #33 แฟน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:29

    ดูเหมือนนางเอกจะรู้ซึ้งถึงความเห็นแก่ตัวของสามีในนามอย่างถ่องแท้แล้ว นางคงตัดใจได้แล้ว สามีกับคู่รักของเขาคงมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น หย่าเถอะนะ ไปให้พ้นคู่ยวนยางของจวน อยู่นานไปเราก็เป็นอวกาศ พึ่งตนเองเถอะ สาวใช้ก็น่ารักและภักดีต่อเธอ ตัดใจไว้นะ ไรท์ให้คู่สามีภรรยาที่ได้กันก่อนแต่งเจ็บปวดบ้าง ช่วยกันรังแกคนอื่นเกินไป

    #33
    1
    • #33-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:36
      อี้เหวินเหอต้องสู้ค่ะ นักเขียนก็เช่นกัน
      #33-1
  11. #32 chalee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:11

    ไรท์ใจร้ายเกินไปมั๊ยห๊ะ ต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอเซียวอี







    #32
    1
    • #32-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:35
      เซียวอี ทำร้ายจิตใจน้องมากค่ะ และคำนี้ก็เหมือนเปลี่ยนชีวิตน้องเลย
      #32-1
  12. #31 Tiemchan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 10:57
    น้ำตาซึมเลย สงสารน้อง
    #31
    1
    • #31-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:35
      เศร้าสุดๆแล้วว
      #31-1
  13. #30 daisyofthegalaxy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 09:41

    น้องรู้อยู่แล้วว่าปู่ให้แต่งเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตไว้


    หย่าแล้วใช้ชีวิตให้ดีนะลูก


    ว่าแต่หย่าแล้วจะไปอยู่ที่ไหนยังไง


    ไร้ญาติขาดมิตร ดูไม่มีหนทางไปจริงๆ นะ

    #30
    1
    • #30-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:35
      อี้เหวินเหอไร้หนทางจริงๆค่ะ
      #30-1
  14. #29 Xiuyan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 09:17
    สงสารน้องงงงง
    #29
    1
    • #29-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:34
      น้องน่าสงสารจริงๆ
      #29-1
  15. #28 qxmxi_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 06:55
    แค่เห็นสปอยล์ก็รู้แล้วว่าต่ำสุดจริง
    #28
    1
    • #28-1 Ratphak(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 07:34
      ดิ่งสุดเลยค่ะ ฮือ
      #28-1