เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 11 : ห้า สู่จุดตกต่ำถึงขีดสุด (ต้น) (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

ห้า

สู่จุดตกต่ำถึงขีดสุด (ต้น)

 

เพราะตกแต่งไปเป็นภรรยารอง ไม่ใช่ภรรยาเอก ขบวนเจ้าสาวของเสิ่นเซียงมี่จึงไม่ได้โอ่อ่าอย่างที่วาดฝันไว้ ทว่าเจ้าบ่าวหรือสามีอย่างเซียวอีเต็มใจอ้าแขนรับนาง เสิ่นเซียงมี่ก็รู้สึกเหนือกว่าอี้เหวินเหอขั้นหนึ่งแล้ว

 

ตั้งแต่เล็กมา นางรับรู้มาตลอดว่าสตรีอันดับหนึ่งเรื่องรูปโฉมที่ใครๆต่างเล่าลือกันคืออี้เหวินเหอ นางต้องมองตามชายกระโปรงอี้เหวินเหอเสมอมา จนกระทั่งนางได้พบและรักกับเซียวอี เสิ่นเซียงมี่ก็รู้สึกว่าตัวเองสูงค่าขึ้น เพราะนางรับรู้ได้โดยสัญชาติญาณตั้งแต่พบทั้งสองคนครั้งแรก อี้เหวินเหอคิดกับเซียวอีมากกว่าพี่ชายคนสนิท จนกระทั่งตอนที่นางจะถือชัยชนะอย่างขาดลอยแล้วนั่นเอง อี้เหวินเหอคนนั้นก็มาฉกชิง สถานะภรรยาเอกของนางไปอย่างหน้าด้านๆ

 

คิดมาถึงจุดนี้ เสิ่นเซียงก็กระแทกสันมือลงบนโต๊ะเบาๆอย่างเจ็บแค้นใจ เพราะนางควรจะได้เป็นภรรยาออกหน้าตา ไม่ใช่เมียรองด้อยกว่าอี้เหวินเหอเช่นนี้! “อี้เหวินเหอ...ข้าสาบานจะทำให้เจ้าตกอับยิ่งกว่าก้อนกรวด!”

 

“คุณหนู ท่านอย่าขมวดคิ้วเช่นนั้นสิเจ้าคะ” ฉาฉาสาวใช้ของเสิ่นเซียงมี่ร้องเตือน หลังจากช่วยผัดหน้าให้คุณหนูจนงดงามแล้ว ทว่าคิ้วที่เคยตรงสวยกลับขมวดเข้าหาจนแทบชิดกัน “ข้ารู้ว่าคุณหนูหงุดหงิดใจ แต่วันนี้ท่านต้องงดงามที่สุด เพื่อที่จะได้มัดใจท่านรองเจ้ากรมคลังให้อยู่หมัด ทีนี้ล่ะเจ้าค่ะ อี้เหวินเหอคงร้องไห้ น้ำตาไหลประหนึ่งท้องทะเล”

 

ม่านตาเสิ่นเซียงมี่เบิกขึ้นน้อยๆ หลุดออกมาภวังค์ความคิดอันน่าเจ็บใจ แล้วสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องหน้า เห็นความเอิบอิ่มประณีตก็พึงพอใจอย่างยิ่งยวด นั่นสินะ นางต้องอ่อนหวานและงดงาม เพราะบุรุษทุกผู้นามล้วนชื่นชอบเช่นนี้ ทั่วหล้าใครเล่าอยากได้ภรรยาข่มสามี! “ฉาฉาฝีมือเจ้ายังดีไม่เคยเปลี่ยน”

 

นัยน์ตาฉาฉาเป็นประกายเต็มไปด้วยความพอใจกับคำยกยอ ช่วยแต่งเส้นผมดำขลับให้คุณหนูเป็นครั้งสุดท้าย “ฝีมือข้าจะตกได้อย่างไรกันเจ้าคะ ยิ่งสำหรับวันนี้ของคุณหนูแล้ว ข้ายิ่งต้องงัดความสามารถทั้งหมดออกมา”

 

เสิ่นเซียงมี่ยิ้มละไม แล้วให้ฉาฉาหยิบผ้าคลุมสีแดมาคลุมศีรษะ “ข้ารู้ว่าเจ้าดีต่อข้ามาก เอาล่ะ เจ้าช่วยหยิบผ้าคลุมหน้ามาให้ข้าทีสิ”

 

“ได้เจ้าค่ะคุณหนู” ฉาฉาถอยออกไป หยิบผ้าคลุมมาคลุมมให้อย่างเชื่องช้า อ่อนโยน

 

คล้อยหลังจากคลุมหน้าเพียงชั่วประหนึ่งฟ้าแลบ สาวใช้คนหนึ่งก็วิ่งมาแจ้งข่าว ว่าเจ้าบ่าวอย่างเซียวอีมาแล้ว “คุณหนู ท่านรองเจ้ากรมคลังมาแล้วเจ้าค่ะ”

 

“ข้ารู้แล้ว” เสิ่นเซียงมี่ขานรับประโยคหนึ่ง แล้วให้ฉาฉาประคองออกไปร่วมพิธีด้านนอก

 

พิธีที่ศาลบรรพชนสกุลเสิ่นเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ก็อบอุ่นยิ่ง หลังจากกราบไหว้ศาลพูดคุยกับบิดาของนาง เสิ่นเซียงมี่ก็ถูกส่งตัวขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว แล้วเคลื่อนขบวนตรงไปยังสกุลเซียว

 

“ลดเกี้ยว”

 

หลังเกี้ยวถูกวางลงเสิ่นเซียงมี่ก็ถูกพาเข้าไปด้านใน ถึงแม้ไม่มีการกราบไหว้ฟ้าดิน มีเพียงงานเลี้ยงต้อนรับเท่านั้น แต่เพราะขนาดของแขกเหรื่อ และจำนวนโต๊ะ ที่มากมายไม่แพ้งานแต่งของอี้เหวินเหอ เสิ่นเซียงมี่ก็รู้สึกเป็นสุขใจเหลือประมาณ ติดเพียงอย่างเดียวที่ทำให้นางขุ่นข้อง นั่นก็คือการต้องคารวะอี้เหวินเหอในฐานะฮูหยินใหญ่ ทว่าเสิ่นเซียงมี่ก็เป็นเลิศได้ด้านเก็บท่าที ดังนั้นจึงทำตัวอ่อนน้อมในสายตาผู้คนได้อย่างแนบเนียน “คารวะฮูหยิน”

 

อี้เหวินเหอในสีหน้าเงียบสงบ สมกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ หลุบตามองเสิ่นเซียงมี่ในชุดสีแดงเลือดนกเงียบๆ ก่อนเผยิดหน้าให้เสี่ยวชุน นำถุงมงคลไปมอบให้ จากนั้นก็เอ่ยตามธรรมเนียมไปสองสามประโยค “ไม่ต้องมากพิธี ต่อไปนี้เราก็เปรียบดังพี่น้อง มีหน้าที่ต้องคอยดูแลท่านพี่ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี”

 

“เจ้าค่ะฮูหยิน” เสิ่นเซียงมี่ค้อมศีรษะน้อยๆ แล้วให้ฉาฉาประคองลุกขึ้น หลังจากนั้น นางก็ถูกส่งตัวเข้าหอ นั่งหลังตรงเพียงครึ่งชั่วยาม เซียวอีก็มาถึง นับว่าไม่ต้องปล่อยให้นางรอนานเลย

 

“คารวะ ท่านรองเจ้ากรมคลัง” เสียงสาวใช้ทั้งสามเปล่งออกมาพร้อมเพรียงกัน ทำให้ใจของเสิ่นเซียงมี่คล้ายมีแมลงไต่ตอม รู้สึกคันยิบๆ ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้น เพราะถึงนางจะยินยอมเสพสังวาสกับเซียวอีมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้จะเป็นไปอย่างถูกต้องและออกหน้าตา ทั้งยังได้ฉีกหน้าอี้เหวินเหอที่สามารถครอบครัวเซียวอีได้อีกด้วย

 

ด้านเซียวอีก็ทำเพียงผงกศีรษะให้สาวใช้ทั้งสามนิดๆ แล้วรับคันชั่งมาจากสาวใช้นางหนึ่ง ค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของเสิ่นเซียงมี่ออก ใบหน้าแต่งแต้มเข้มกว่าทุกวี่วันที่ผ่านมา ทำให้เสิ่นเซียงมี่ดูโดดเด่นและเย้ายวน จากนั้นทั้งสองก็ทำตามพิธี ดื่มสุรามงคล ก่อนเซียวอีจะโบกมือไล่สาวใช้ให้ออกไป “พวกเจ้าออกไป”

 

สาวใช้ต่างรู้หน้าที่ถอยออกไปอย่างเงียบงันที่สุด “เจ้าค่ะ ท่านรองเจ้ากรมคลัง”

 

ตั้งแต่เปิดผ้าคลุมหน้ามา เซียวอีเอาแต่จ้องไม่หยุด เพลานี้เสิ่นเซียงมี่จึงรู้สึกขัดเขินที่สุด จนต้องยกชายเสื้อปกปิดใบหน้าอย่างเอียงอาย “พี่เซียวอี ท่านจะจ้องข้าด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ”

 

เซียวอียิ้มละไม ดึงมือของเสิ่นเซียงมี่ให้ออกจากการปกปิดใบหน้า แล้วกอบกุมไว้อย่างอ่อนโยน “ต่อไปเรียกข้าว่าท่านพี่ เพราะตอนนี้เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว”

 

แต่ก็ไม่ใช่ฮูหยินเอก ข้อนี้เสิ่นเซียงมี่ได้แต่คิดในใจ เพราะนางไม่โง่ขนาดที่จะพูดโพลงออกไปแล้วทำให้บรรยากาศหวานชื่นหดตัวลง ดังนั้นจึงขานรับอย่างอ่อนหวาน “เจ้าค่ะท่านพี่”

 

“ดีมาก” เซียวอีชมด้วยรอยยิ้ม แล้วยื่นหน้าไปจุมพิตที่หน้าผากของเสิ่นเซียงมี่ “ข้ารักเจ้ามากรู้หรือไม่”

 

เสิ่นเซียงมี่ยิ้มเขิน ไม่กล้าสู้สบตา “ข้าก็รักท่านพี่เจ้าค่ะ”

 

ท่ามกลางเทียนแดงส่องสว่าง เครื่องหน้าของเสิ่นเซียงมี่ในสายตาของเซียวอีงดงามมาก จนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายแล้วพูดออกมาด้วยเสียงกรุ่นเสน่หา “เซียงมี่ ข้าขอไปทักทายบุตรของเราได้หรือไม่”

 

สองข้างแก้มเสิ่นเซียงมี่ปรากฏรอยแดงขึ้นขึ้นมาสองปื้น หลบตาเซียวอีอย่างขวยเขิน “ท่านพี่..ก็ ยังมีหน้ามาพูดอีก ขะ...ข้าหรือจะปฏิเสธได้”

 

เซียวอีหัวเราะเสียงทุ้ม ผลักด้านร่างเสิ่นเซียงมี่ให้ล้มตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ก่อนเงาทั้งสองจะหล่อหลอมเป็นเงาร่างเดียวกัน

 

 

ค่ำคืนของเซียวอีและเสิ่นเซียงมี่เต็มไปด้วยความสุข ทว่าสำหรับอี้เหวินเหอกลับเงียบสงัด

 

“เจ้ารู้หรือไม่ ตอนนี้ท่านรองเจ้ากรมคลังกำลังเข้าหอกับฮูหยินรอง ทั้งคู่ดูมีความสุขมากเหลือเกิน”

 

สุ้มเสียงซุบซิบสนทนาอย่างออกรสของสาวใช้แว่วลอยเข้ามาชอุดหนึ่ง

 

มืออี้เหวินเหอที่กำลังตวัดเป็นใบไผ่ชะงันงัก ก่อนหนึ่งอึดใจต่อมาจะจรดพู่กันต่อแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงพูดคุย ที่เหมือนจะจงใจให้ตัวนางได้ยิน แต่ด้วยความหัวใจที่ไม่แน่วนิ่งเหมือนช่วงก่อน ลายเส้นที่ได้จึงไม่มั่นคง ดังนั้นอี้เหวินหอจึงถอนหายใจแล้ววางพู่กันขนเพียงพอนลงบนแท่นวาง “เฮ้อ...ข้าเบื่อแล้ว”

 

กล่าวด้วยท่าทีเบื่อหน่ายอี้เหวินเหอก็ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก ด้านเสี่ยวชุนเองก็รีบตามไปอย่างรู้หน้าที่ เพียงพริบตาทั้งสองก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังบ่าวรับใช้ปากยื่นยาว

 

“อะ..ฮูหยินใหญ่” สาวใช้ปากยื่น เห็นอี้เหวินเหอก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่า “หากบ่าวรบกวนต้องขออภัยเจ้าค่ะ บ่าวสมควรลงโทษ”

 

อี้เหวินเหหลุบเปลือกตามอง ด้วยสีหน้าเข้มขรึมยากอ่านออก แล้วทวนประโยคของสาวใช้เมื่อครู่ช้าๆ “สมควรลงโทษหรือ”

 

น้ำเสียงอี้เหวินเหอเย็นยิ่งกว่าช่วงเช้าตรูในฤดูเหมันต์ สาวใช้สองคนนั้นจึงลงมือตบปากตัวเองทันที “บ่าวสมควรถูกลงโทษเจ้าค่ะ บ่าวสมควรถูกลงโทษ”

 

พริบตาท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงเพี๊ยะ เข้าแทรกแซม เมื่อผนวกเข้ากับเสียงหริ่งหรีดเรไรแล้ว ท่วมทำนองจึงดูประหลาดพิกล

 

ปล่อยให้ทั้งสองตปากตัวเอง จนสองข้างแก้มแดงก่ำราวผลอิงเถา[1] อี้เหวินเหอจึงหมุนตัวกลับเข้าเรือน “ช่างเถอะ ไปได้แล้ว”

 

บ่าวรับใช้ปากพล่อยทั้งสองจึงรีบโขกศีรษะจรดพื้น พร้องเปล่งเสียงขอบคุณยกใหญ่ “ขอบคุณเจ้าค่ะฮูหยินใหญ่ ขอบคุณเจ้าค่ะ”

 

หลังโขกศีรษะรัวไปชุดหนึ่งแล้ว ทั้งสองก็รีบจากไป ทว่าก็มิวายกร่นด่าด้วยความอาฆาตแค้น “ยโสโอหังต่อไปเถอะ หากฮูหยินรองคลอดบุตรออกมาเป็นชาย เจ้าก็ไม่มีใครเหลียวแลแล้ว”

 

“เจ้าก็ให้เวลานางมากเกินไป” อีกคนกล่าวแย้งขณะยกมือลูบแก้มที่บวมปูดราวอมไข่ไก่เอาไว้สองฟอง “เพลานี้ในเมืองหลวงต่างเล่าลือเล่าขานกันหนาหู ว่าจวนกั๋วกงกำลังจะสิ้นอำนาจ ดีไม่ดีวันพรุ่งอาจจะถูกกวาดจนราบ”

 

ทุกคนต่างรู้กัน จวนกั๋วกงเพลานี้บอบบางยิ่งกว่าเปลือกไข่ไก่เสียอีก

 

“เจ้าเบาหน่อยสิ” บ่าวรับใช้คนแรกกระตุกแขนเสื้อสหาย เพราะคนคนนี้ดูเหมือนจะปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจนเกินไปแล้ว “เจ้าพูดเสียงดังไปแล้วนะ”

 

คนโกรธจนหน้ามืดตามัวได้สติ ย่นคอลงอย่างขลาดกลัวก่อนรีบสับเท้าเดินออกไปจากบริเวณเรือนของฮูหยินน้อย โดยหวังว่าถ้อยคำเหล่านั้นฮูหยินน้อยจะไม่ได้ยินใช่เพราะอย่างไรเสีย ณ ที่แห่งนี้อี้เหวินเหอยังเป็นฮูหยินน้อย ซึ่งเป็นภรรยาเอกของท่านรองเจ้ากรมคลัง และฮูหยินรองยังไม่คลอดบุตร อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ “เรา...ไปกันเถอะ”

 

แต่อี้เหวินเหอก็ได้ยินทั้งหมด มือที่จับคลึงหยกเล่นอยู่อ่อนเรี่ยวแรงลงเช่นเดียวกับเรียวขาทั้งสอง นางทรุดตัวลงนั่งเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นเกิดเสียงดังกึกก้อง แววตาแข็งกร้าวเฉยชาเปลี่ยนเป็นโศกสลด

 

เสี่ยวชุนรีบรุดเข้าไปประคอง “คุณหนูใจเย็นนะเจ้าคะ กั๋วกงต้องผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้แน่ๆ”

 

ตาอี้เหวินเหอยังคงไม่แน่วแน่ บ่าวสองคนนั้นพูดถูก ตอนนี้จวนกั๋วกงเริ่มมีปัญหามากขึ้น ฮ่องเต้เฒ่าวิปลาสที่ฆ่าได้แม้แต่ลูกในไส้นั่น กำลังหันกระบี่มาจ่อคอท่านปู่ของนางแล้ว “ข้าก็หวังเช่นนั้นเสี่ยวชุน หวังให้ท่านปู่ปลอดภัย”

 

เพราะอี้เหวินเหอตอนนี้ อย่าว่าแต่พบหน้าท่านปู่เลย แม้แต่จดหมาย ท่านปู่ก็สั่งห้ามติดต่อกันโดยเด็ดขาด เพราะไม่รู้ว่านางและพี่น้องคนอื่นๆจะร่างแหไปด้วยหรือไม่ นางจึงไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริง ได้แต่ฟังคำบอกเล่าของชาวเมืองที่ลือกันหนาหู แต่ก็เข้าใจดีว่า เรื่องเลวร้ายที่สุดพร้อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

อี้เหวินเหอเพียงแค่หวัง หวังให้ครั้งนี้สวรรค์เมตตานางบ้าง...

 

[1] อิงเถา เชอร์รี่

 

พูดคุยประเด็นที่หนึ่ง

นักเขียน : อี้เหวินเหอ ทำไมชีวิตหนูรันทดจังลูก นา่สงสารจัง

อี้เหวินเหอ : ก็เจ้าเป็นคนลิขิตชีวิตข้ามิใช่รึ ยังจะมาแสดงงิ้วให้ข้าดูอีก

นักเขียน : เอาปี๊บคลุมหัว กราบรอบทิศ อย่าดุเค้านะ เก๊าขอโต๊ดดด

พูดคุยประเด็นที่สอง

ฉากเลิฟในห้องหอของเซียวอีกับเสิ่นเซียงมี่ แต่งเองยังรู้สึกแบบ...เอ้อ พูดไม่ออก มันไม่ฟิน ตามที่จะเป็น เหมือนช้างน้ำสองตัวกำลังผสมพันธ์ุกันยังไงก็ไม่รู้
***ตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 พาร์ท***

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #483 K@NomJeeB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 19:41
    เบิกหวายมาเฆี่ยนไรท์สักผน่อยดีไหม เขียนออกมาหน่วงมาก สงสารเหอเอ๋อร์
    #483
    0
  2. #142 orn2515 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 21:43
    ปู่หมดอำนาจวาสนา
    #142
    1
    • #142-1 Ratphak(จากตอนที่ 11)
      17 พฤษภาคม 2563 / 19:04
      คนหมดอำนาจมันน่าสงสารจริงๆค่ะ
      #142-1
  3. #27 แฟน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 02:15

    เกลียดตัวละคร เซียวอี้กับคู่รักมาก. คนโบราณไม่ถือหรือไง ยังไม่แต่งงานแต่ยอมนอนกับผู้ชาย จนท้อง ส่วนนางเอก ชีวิตบัดซบ หวังว่านางจะเข้มแข็งจนผ่านไปได้ และหวังว่าคุณปู่จะไม่โดนฆ่าล้างตระกูลนะ เมื่อเหตุการณ์ด้านคุณปู่จบ เราหวังว่านางเอกจะหย่า แล้วหาหลัวใหม่ที่รักนางแท้จริง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ส่วนสามีกับเมียน้อยขอให้เห็นด้านมืดของกันและกัน จนเบื่อกันเองแล้วทุกข์มากๆ ให้กรรมสนอง

    #27
    2
    • #27-1 Ratphak(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2563 / 06:02
      เมื่อความใคร่บังตา ศีล ธรรมเนียม ธรรม ล้วนถูกมองข้ามไปค่ะ
      #27-1
  4. #25 qxmxi_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 09:44
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ;-;
    #25
    1
    • #25-1 Ratphak(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2563 / 06:01
      วันนี้เลยจ้า
      #25-1
  5. #24 Xiuyan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 09:39
    น้องต้องก้าวข้ามไปให้ได้ค่ะ
    #24
    1
    • #24-1 Ratphak(จากตอนที่ 11)
      9 พฤษภาคม 2563 / 06:00
      ใช่ค่ะ อุปสรรคต้องมีไว้เพื่อข้ามผ่าน ความทุกข์ก็เช่นกัน
      #24-1